Posted in

เราคบกันออนไลน์มาได้หกเดือนแล้ว แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าแฟนของตัวเองเลยสักครั้ง…*

*เราคบกันออนไลน์มาได้หกเดือนแล้ว แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าแฟนของตัวเองเลยสักครั้ง…**

จนกระทั่งคืนหนึ่ง พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนสนิทเดินมาเคาะประตูห้องของฉัน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

**“ลูกแมวน้อย… จะเล่นละครต่อไปอีกนานแค่ไหน?”**

“ออนไลน์หรือยัง?”

ฉันนอนกอดหมอนอยู่บนเตียงในหอพัก พร้อมรอยยิ้มกว้างขณะพิมพ์ข้อความ

อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เพิ่งเลิกเวร”

ฉันรีบลุกขึ้นนั่งทันที

“เข้าเวรกลางคืนอีกแล้วเหรอ? ฉันว่าคุณย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเลยดีกว่า”

“ไม่มีทางเลือก”

“งั้นฉันก็จะรักคุณมากขึ้นอีก”

ผ่านไปไม่กี่วินาที เขาจึงตอบกลับมา

“อย่าพูดอะไรแบบนั้นตอนดึก ๆ”

ฉันกัดริมฝีปาก พลางพยายามซ่อนอาการเขิน

แฟนออนไลน์ของฉันเป็นแบบนี้เสมอ

สุขุม

เงียบขรึม

เป็นผู้ใหญ่

แต่ทุกครั้งที่เขาตอบข้อความ หัวใจฉันก็ยังเต้นแรงจนแทบเป็นบ้า

ฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย

สิ่งที่รู้มีเพียงว่า เขาเป็นศัลยแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในอีกเมือง

เสียงเพราะ

มือก็สวย

และเขาอดทนฟังเรื่องไร้สาระของฉันทุกวัน

ฉันบันทึกชื่อเขาไว้ในโทรศัพท์ว่า

**“สามีของฉัน”**

ส่วนเขาเรียกฉันว่า

**“ลูกแมวน้อย”**

หวานเลี่ยนสุด ๆ

แต่ฉันชอบมาก

ทันใดนั้น ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกอย่างแรง

คามิลล์ เพื่อนสนิทของฉัน เดินพรวดเข้ามาเหมือนเกิดเรื่องใหญ่

“ช่วยฉันด้วย!”

ฉันสะดุ้งจนเกือบโยนโทรศัพท์ทิ้ง

“อะไรอีกล่ะ?”

“ท่อน้ำที่ตึกข้าง ๆ แตก! หอเราจะไม่มีไฟใช้หลายวัน ฉันเลยต้องไปอยู่คอนโดพี่ชายชั่วคราว!”

ฉันถอนหายใจโล่งอก

“นึกว่าเรื่องอะไร”

“แต่ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้!”

เธอกอดแขนฉันทันที

“ไปอยู่เป็นเพื่อนหน่อย!”

ฉันเริ่มรู้สึกกังวล

“พี่ชายเธอเหรอ?”

“ใช่”

“คนเดียวกับที่ฉันเคยเจอเมื่อตอนเด็ก ๆ ใช่ไหม?”

สีหน้าของฉันเปลี่ยนทันที

พี่ชายของคามิลล์…

คือคนที่ฉันกลัวที่สุดในวัยเด็ก

เขาแก่กว่าพวกเราไม่กี่ปี

ทุกครั้งที่ฉันไปบ้านพวกเขา เขาจะให้ฉันทำโจทย์คณิตศาสตร์

บังคับให้อ่านภาษาอังกฤษ

แล้วขู่จะฟ้องผู้ใหญ่ถ้าฉันไม่ตั้งใจเรียน

มีครั้งหนึ่งเขาทำฉันร้องไห้จนวิ่งกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ

ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็อยากหลบหน้าเขาไปตลอดชีวิต

“ฉันไม่ไป”

ฉันกอดหมอนแน่นและส่ายหน้า

“ขอตายดีกว่า”

“ใจร้าย!”

เธอทำท่าจะร้องไห้

“ตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว! เขาเป็นหมอแล้วนะ แถมเงียบมาก วันหนึ่งพูดไม่ถึงสิบคำด้วยซ้ำ!”

ฉันยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่

“ก็ไม่ไปอยู่ดี”

“ฉันเลี้ยงข้าวหนึ่งเดือน”

“…ไม่เอา”

“เพิ่มชานมด้วย”

ฉันนิ่งคิดอยู่สองวินาที

“…สองแก้ว?”

“สามแก้ว!”

ฉันหลับตาแน่น

“…ก็ได้”

คืนนั้นก่อนนอน ฉันส่งข้อความหา “สามีของฉัน”

“ฉันจะไปอยู่คอนโดพี่ชายของเพื่อนสนิทชั่วคราว”

“โอเค”

“ฉันกังวลจัง”

“ทำไม?”

“ตอนเด็ก ๆ เขาดุมาก”

สถานะกำลังพิมพ์ปรากฏอยู่นาน

ก่อนจะมีข้อความสั้น ๆ ส่งมา

“แล้วถ้าตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมล่ะ?”

ฉันทำปากยื่น

“คนที่น่ากลัว โตขึ้นก็ยังน่ากลัวอยู่ดี”

คราวนี้เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“แน่ใจเหรอ?”

ฉันยังไม่ทันเข้าใจความหมาย

โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น

คามิลล์ส่งโลเคชันมา

“ลงมาได้แล้ว!”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ฉันยืนอยู่หน้าคอนโดหรูใจกลางเมือง

หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด

ขณะที่คามิลล์กำลังกดรหัสประตู เธอก็กระซิบว่า

“พี่ชายฉันคงยังไม่กลับมา”

คลิก

ประตูเปิดออก

มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในครัว ก่อนจะค่อย ๆ หันมามองพวกเรา

แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้น

สวมแว่นกรอบเงิน

ถือแก้วกาแฟในมือ

อีกมือกำลังลูบแมวดำที่นอนอยู่บนโต๊ะ

และเมื่อฉันเห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ

ฉันก็แข็งทื่อไปทั้งตัว

แม้แต่คามิลล์ยังชะงัก

“หือ? คืนนี้พี่ไม่เข้าเวรเหรอ?”

สายตาของชายคนนั้นกวาดผ่านคามิลล์

ก่อนจะหยุดอยู่ที่ฉัน

นิ่งสงบ

แต่ลึกซึ้ง

และมีรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับค้นพบบางอย่างที่น่าสนใจ

หนังศีรษะของฉันชาวาบ

ฉันรีบก้มศีรษะโดยอัตโนมัติ

“ส-สวัสดีค่ะ…”

เสียงของฉันสั่นอย่างเห็นได้ชัด

เขาไม่ได้ตอบทันที

เพียงวางแก้วกาแฟลงช้า ๆ

แล้วเดินตรงมาหาพวกเรา

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นนิ่ง

และในวินาทีนั้นเอง

ฉันรู้สึกว่ามันคุ้นเคยเหลือเกิน

คุ้นเคยจนหัวใจแทบหยุดเต้น

แต่ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรออก

คามิลล์ก็ดึงฉันเข้าไปในห้องเสียก่อน

“ห้องเราทางซ้าย!”

ตลอดมื้อเย็น ฉันแทบไม่กล้ามองหน้าเขา

เขาดูน่ากลัวเกินไป

แต่บางครั้งฉันก็จับได้ว่าเขากำลังมองฉันอยู่

ราวกับกำลังกลั้นหัวเราะ

หลังอาหาร ฉันรีบหนีเข้าห้อง

กอดโทรศัพท์แน่น

“สามีของฉัน” ออนไลน์อยู่พอดี

เหมือนเจอผู้ช่วยชีวิต

“ฉันตายแน่”

“?”

“พี่ชายของเพื่อนฉันน่ากลัวมาก”

“อธิบายสิ”

“ทุกอย่างในตัวเขาน่ากลัว”

“เช่น?”

“สายตาเย็นชา”

“อืม”

“พูดก็น้อย”

“อืม”

“แล้วชอบจ้องคนอีก”

อีกฝ่ายเงียบไปไม่กี่วินาที

ก่อนจะส่งข้อความมา

“หรือเธอแค่รู้สึกผิดอยู่?”

ฉันชะงัก

“หา? ผิดเรื่องอะไร?”

“เช่น…”

สถานะกำลังพิมพ์หยุดไปครู่หนึ่ง

ก่อนข้อความถัดไปจะปรากฏขึ้น

**“เธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่”**

ฉันยังไม่ทันตอบ

ก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ

ก๊อก ก๊อก

ฉันสะดุ้งสุดตัว

จากด้านนอก มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

“ออกมากินผลไม้”

“ค-ค่ะ…”

ฉันรีบปิดหน้าจอโทรศัพท์

แต่ห้องแชตยังเปิดค้างอยู่

และในตอนนั้นเอง

มีข้อความใหม่จาก “สามีของฉัน”

**“เปิดประตูสิ”**

ฉันจ้องข้อความนั้น

ร่างกายเย็นเฉียบไปทั้งตัว

ในเวลาเดียวกัน

คนที่อยู่หน้าประตูก็เคาะอีกครั้ง

คราวนี้เสียงเบาลง

แต่เหมือนกับเสียงที่ฉันได้ยินทางโทรศัพท์ทุกคืนไม่มีผิด

“ลูกแมวน้อย”

มือของฉันสั่น

โทรศัพท์หลุดจากมือร่วงลงบนเตียง

จากนอกประตู

เขาหัวเราะเบา ๆ

“หรือว่า…”

“เธออยากเรียกฉันว่า ‘สามี’ ก่อนล่ะ?”

ตอนจบ: แผนการสยบลูกแมวน้อย และสถานะใหม่ที่หนีไม่พ้น

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทะลุผ่านเนื้อไม้ของบานประตูเข้ามา พร้อมกับข้อความสุดท้ายบนหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบราวกับจะย้ำเตือนความจริง ฉันยืนแข็งทื่อเป็นหิน สมองหมุนคว้างจนตามไม่ทัน… พี่ชายศัลยแพทย์ผู้เงียบขรึมและน่ากลัวของคามิลล์ กับ “สามีของฉัน” แฟนออนไลน์ที่แสนอบอุ่นตลอดหกเดือนที่ผ่านมา… คือคนเดียวกัน!

ฉันสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้าที่แทบไม่เหลืออยู่ ยื่นมืออันสั่นเทาไปบิดลูกบิดประตู ค่อยๆ แง้มเปิดออกทีละน้อย

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือพี่ชายของคามิลล์—“พี่อีธาน” ในชุดลำลอง สองมือไม่ได้ถือจานผลไม้ตามที่อ้าง แต่เขากำลังยืนกอดอก พิงกรอบประตูพลางหมุนโทรศัพท์มือถือในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี สายตาคมกริบภายใต้แว่กรอบเงินจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน รอยยิ้มมุมปากของเขาขยายกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของฉัน

“ล…ลูกแมวน้อย…” ฉันครางเสียงแผ่วในลำคอ หน้าแดงซ่านไปจนถึงใบหู

อีธานเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องหนึ่งก้าวอย่างคุกคามจนฉันต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ เขาเอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ของฉันบนเตียงขึ้นมาดู หน้าแชตที่บันทึกชื่อเขาว่า “สามีของฉัน” ยังคงเด่นหรา

“อืม… เรียกในแชตซะเต็มปากเต็มคำ แต่พอเจอตัวจริงกลับทำท่าเหมือนจะวิ่งหนี” อีธานพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฉันมักจะฟังผ่านสายก่อนนอนทุกคืน “รู้ไหมว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ฉันต้องกลั้นขำแค่ไหนเวลาเธอมาบ่นเรื่องพี่ชายใจร้ายในอดีตให้ฉันฟัง?”

“พี่… พี่รู้มาตลอดเลยเหรอคะ?!” ฉันอ้าปากค้าง

“ตั้งแต่เดือนแรกที่เธอส่งรูปแมวจรจัดแถวหอพักมาอวดแล้ว” อีธานเค่นยิ้ม “นั่นมันแมวที่ฉันเคยให้ข้าวประจำตอนไปรับคามิลล์ แถมไอดีไลน์เธอก็เบอร์เดิมที่ฉันเคยใช้ส่งโจทย์คณิตศาสตร์ให้เธอทำตอนเด็กๆ ไง ยัยบ๊อง”

แผนซ้อนแผนของศัลยแพทย์

ฉันอยากจะแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอับอาย ที่แท้ศัลยแพทย์ใหญ่ผู้สุขุมคนนี้วางแผนล่อลวงลูกแมวอย่างฉันให้ติดกับมาตั้งแต่วันแรก!

“แล้ว… แล้วเรื่องท่อน้ำแตกที่หอพักล่ะคะ? อย่าบอกนะว่า…” ฉันเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว

“อ๋อ เรื่องนั้นฉันแค่กระซิบเจ้าของหอพักน่ะ พอดีฉันเป็นหุ้นส่วนตึกนั้นอยู่” เสียงหนึ่งดังแทรกมาจากด้านหลัง… คามิลล์โผล่หน้าออกมาจากหลังกำแพงพร้อมกับชานมไข่มุกในมือสามแก้วใหญ่ เธอยิ้มทะเล้น “ขอโทษทีนะยัยตัวดี พี่ชายฉันลงทุนจ้างฉันด้วยตั๋วคอนเสิร์ตวงโปรด เพื่อให้ลากเธอมาส่งถึงถ้ำเสือคืนนี้เลยล่ะ!”

“คามิลล์! ยัยเพื่อนทรยศ!” ฉันกรีดร้องพยายามจะวิ่งไปทุบยัยเพื่อนตัวแสบ แต่อีธานกลับก้าวมาขวางไว้ ทรงพลังและมั่นคงจนฉันชนเข้ากับอกแกร่งของเขาเต็มรัก

เขาใช้มือหนาประคองไหล่ฉันไว้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ปนกลิ่นโรงพยาบาลที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก มันคือกลิ่นที่ฉันจินตนาการถึงมาตลอดหกเดือน

บทสรุป

อีธานก้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดเส้นผมของฉัน แววตาที่เคยเย็นชาในวัยเด็ก บัดนี้เต็มไปด้วยความรักและความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด

“ตอนเด็กๆ ที่ฉันดุ ที่ฉันบังคับให้อ่านหนังสือ… ก็เพราะอยากให้เด็กดื้อแถวบ้านโตมาเรียนมหาลัยเดียวกับฉัน” เขาพูดกระซิบชิดใบหู “และหกเดือนที่ผ่านมาในโลกออนไลน์ ฉันก็พิสูจน์แล้วว่าฉันดูแลเธอได้ดีแค่ไหน”

เขายื่นโทรศัพท์คืนให้ฉัน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อโปรไฟล์ของเขาในเครื่องของฉันจาก ‘สามีของฉัน’ เป็นชื่อจริงของเขา ‘อีธาน’ “ในจอก็จบไปแล้ว… ต่อจากนี้คือชีวิตจริง” อีธานยิ้มละมุน “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรานะ… ลูกแมวน้อยของฉัน”

ฉันได้แต่นิ่งงัน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หกเดือนที่เคยสงสัยว่าแฟนออนไลน์หน้าตาเป็นอย่างไร บัดนี้คำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว… และดูเหมือนว่า หลังจากคืนนี้ไป ฉันคงไม่มีวันหนีรอดจาก ‘สามี’ คนนี้ได้อีกตลอดไป