Posted in

มหาเศรษฐีหญิงตัวจริงกลับมาจากภารกิจลับ หวังฉลองวันเกิดให้ลูกสาว—แต่ต้องฟิวส์ขาดเมื่อเห็นชู้รักของสามีสั่งให้ลูกคุกเข่าบนพื้นหินอ่อน ก่อนจะตอกกลับจนหน้าหงายว่า “ทุกอย่างที่แกแย่งไป… มันเป็นของฉัน!”

มหาเศรษฐีหญิงตัวจริงกลับมาจากภารกิจลับ หวังฉลองวันเกิดให้ลูกสาว—แต่ต้องฟิวส์ขาดเมื่อเห็นชู้รักของสามีสั่งให้ลูกคุกเข่าบนพื้นหินอ่อน ก่อนจะตอกกลับจนหน้าหงายว่า “ทุกอย่างที่แกแย่งไป… มันเป็นของฉัน!”

ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ตัวตนปลอมในฐานะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและจารกรรมข้อมูลทางการเงินระดับสากล มันเป็น “ภารกิจลับ” ที่เสี่ยงอันตรายและไม่สามารถติดต่อใครได้ แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีแรงใจสู้ต่อคือ “น้องโรส” ลูกสาววัยห้าขวบของฉัน วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ ฉันรีบเคลียร์งานทั้งหมดและบินด่วนกลับมาเพื่อหวังจะเซอร์ไพรส์ลูกสาว ฉันวาดฝันว่าจะได้เห็นบ้านที่เต็มไปด้วยลูกโป่ง เค้กก้อนโต และเสียงหัวเราะของโรสที่วิ่งมารับฉัน

แต่ทันทีที่ฉันเปิดประตูคฤหาสน์หรูเข้ามา… สิ่งที่ฉันพบกลับทำให้น้ำแข็งในอกของฉันเดือดพล่านจนแทบระเบิด

คฤหาสน์เงียบสนิท ไร้เงาของงานปาร์ตี้ใดๆ และที่กลางห้องโถงหินอ่อนอันเย็นเฉียบ ฉันมองเห็นร่างเล็กๆ ของน้องโรสกำลัง คุกเข่าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน บนพื้นหินอ่อนที่เย็นจัด ใบหน้าของลูกสาวตัวน้อยเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ข้างๆ มีแก้วน้ำที่หกเลอะเทอะ

และเหนือร่างของลูกสาวฉัน มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนกอดอก มองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม เธอคือ “โคลอี้” ชู้รักของสามีฉันที่พยายามทำตัวเป็นคุณนายคนใหม่ของบ้านนี้

“ร้องไห้เข้าไป! น้ำหกแค่นี้ก็เช็ดไม่สะอาด นี่คือวิธีเดียวที่เด็กสปอยล์และไร้การศึกษาแบบแกจะได้เรียนรู้! คุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนกว่าฉันจะสั่งให้ลุก!” โคลอี้ตวาดเสียงแหลมพลางใช้ปลายเท้าเขี่ยเศษผ้าใส่หน้าลูกสาวฉัน

การเผชิญหน้าของแม่เสือ

“แกกล้าดียังไงมาสั่งให้ลูกสาวฉันคุกเข่า!”

เสียงของฉันดังก้องไปทั่วห้องโถง โคลอี้สะดุ้งสุดตัวและหันขวับมามองทันที ส่วนน้องโรสเมื่อได้ยินเสียงของฉันก็เงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา “หม่ามี้! หม่ามี้ช่วยโรสด้วย โรสเจ็บเข่า…”

ฉันรีบวิ่งเข้าไปประคองลูกสาวขึ้นมากอดแนบจะอก หัวใจของฉันแตกสลายเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวที่สั่นเทาและหัวเข่าที่แดงช้ำของลูก

โคลอี้เมื่อเห็นว่าเป็นฉัน เธอก็ยกยิ้มเหยียดหยามทันที เธอจัดเสื้อผ้าแบรนด์เนมของตัวเองก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจองหอง “อ้าว… นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่ใจยักษ์ที่ทิ้งลูกทิ้งผัวไปทำงานต่างจังหวัดกะโหลกกะลาตั้งหลายเดือนนี่เอง กลับมาก็ดีแล้ว ลินดา มาร์คเขาเลือกฉันแล้ว และตอนนี้ฉันคือคนที่จะมาดัดสันดานลูกสาวแก!”

ในวินาทีนั้นเอง “มาร์ค” สามีสารเลวของฉันก็เดินลงมาจากชั้นสอง เขาสวมชุดสูทภูมิฐาน ทันทีที่เขาเห็นฉัน เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ

“ลินดา? เธอกลับมาทำไม” มาร์คเดินไปโอบเอวโคลอี้อย่างเปิดเผย “ในเมื่อเธอกลับมาก็ดีแล้ว เราจะได้เซ็นใบหย่ากันให้จบๆ โคลอี้เขาเหมาะสมที่จะเป็นภรรยาของมหาเศรษฐีแบบผมมากกว่าเธอ เธอคอยแต่จะออกไปทำงานต้อยต่ำข้างนอก ไม่เคยช่วยเชิดหน้าชูตาอะไรผมเลย บ้านหลังนี้ คุมภพนี้ และตำแหน่ง CEO ของผม มันสูงเกินกว่าที่ผู้หญิงธรรมดาๆ แบบเธอจะเอื้อมถึงแล้ว!”

ความจริงที่ไม่มีใครคาดคิด

ฉันค่อยๆ พยุงน้องโรสไปนั่งบนโซฟาอย่างนุ่มนวล เช็ดน้ำตาให้ลูกอย่างเบามือ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหญิงไร้ยางอายทั้งสองคน ฉันไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้อง แต่มุมปากของฉันกลับยกยิ้มขึ้นมา… เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยือกจนมาร์คเริ่มรู้สึกหน้าถอดสี

“มาร์ค… โคลอี้… พวกแกสองคนฉลาดมากนะที่กล้าพูดคำนี้ในบ้านของฉัน” ฉันเอ่ยเรียบๆ

“บ้านของเธอ? ฮ่าๆๆ!” โคลอี้หัวเราะลั่น “มาร์คบอกฉันหมดแล้วว่าเธอไม่มีเงินสักบาท มาร์คเป็นคนซื้อคฤหาสน์หลังนี้ และบริษัทเทคโนโลยีที่มาร์คคุมอยู่ก็ทำเงินมหาศาล แกมันก็แค่คนอาศัย!”

ฉันก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ความนิ่งสงบของฉันเริ่มทำให้ความมั่นใจของโคลอี้และมาร์คสั่นคลอน ฉันเอื้อมมือไปเปิดกระเป๋าหนังเรียบ ๆ ที่สะพายอยู่ แล้วหยิบเอกสารลับตราครุฑสากลและแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะกระจก

“มาร์ค… แกคิดจริง ๆ เหรอว่าเด็กยากจนที่ไม่มีหัวคิดทางธุรกิจอย่างแก จะก้าวขึ้นมาเป็น CEO ของบริษัทเทคโนโลยีอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้ได้ภายในเวลาไม่กี่ปีด้วยตัวเอง?”

ฉันปลดล็อกแท็บเล็ต เผยให้เห็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัท รวมถึง “ข้อตกลงการเสนอชื่อนอมินี” ที่มาร์คเคยเซ็นชื่อกำกับไว้

“แกมันก็แค่ ‘หุ่นเชิด’ ที่ฉันตั้งขึ้นมาบังหน้า เพื่อที่ฉันจะได้ทำงานตรวจสอบทางการเงินระดับโลกได้สะดวก และคฤหาสน์หลังนี้ เงินทุกบาทที่พวกแกใช้ซื้อของแบรนด์เนมประโคมใส่ตัว… มันถูกโอนมาจากกองทุนส่วนบุคคลของฉันทั้งหมด!

มาร์คเบิกตากว้าง รีบถลันเข้ามาคว้าแท็บเล็ตไปดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากสีซีดเป็นเขียวคล้ำ มือหนาสั่นระริกจนแทบถือมันไว้ไม่อยู่ “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้! ลินดา… เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?!”

“ทุกอย่างที่พวกแกสองคนแย่งไป… มันเป็นของฉันมาตั้งแต่แรก!” ฉันตอกกลับเสียงเฉียบขาด คำพูดนั้นทรงพลังจนโคลอี้ถึงกับผงะถอยหลัง

ตัดท่อน้ำเลี้ยง จบชีวิตหุ่นเชิด

“และภารกิจหกเดือนที่ฉันเพิ่งทำเสร็จ…” ฉันจ้องลึกเข้าไปในตาของอดีตสามีสารเลว “คือการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน ซึ่งบังเอิญว่าแก… ดันแอบยักยอกเงินส่วนนั้นไปปรนเปรอชู้รักของแกพอดี”

ฉันกดปุ่มส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียวในโทรศัพท์

ทันใดนั้น เสียงไซเรนของรถตำรวจและรถเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีหลายคันก็ดังสนั่นเข้ามาในเขตรั้วคฤหาสน์ ประตูหน้าบ้านถูกเปิดออกพร้อมเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบนับสิบคนก้าวเข้ามาอย่างทรงพลัง

“คุณมาร์คครับ คุณถูกจับกุมในข้อหายักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน และฉ้อโกงทางบัญชี” เจ้าหน้าที่ประกาศกร้าวพร้อมชูกุญแจมือ

“ไม่จริง! มาร์ค บอกฉันสิว่ามันไม่จริง!” โคลอี้กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก เธอกระชากแขนเสื้อสูทของมาร์ค “แกเป็นมหาเศรษฐีไม่ใช่เหรอ?! แล้วเงินของฉันล่ะ? กระเป๋าแบรนด์เนม รถหรูของฉันล่ะ?!”

“ปล่อยฉัน! โคลอี้ ออกไป!” มาร์คสะบัดชู้รักล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างไม่ใยดี เขาคุกเข่าลงต่อหน้าฉันทันที “ลินดา! ผมขอโทษ! ผมโดนผู้หญิงคนนี้เป่าหู ผมทำเพื่อลูกนะลินดา ช่วยผมด้วย!”

“อย่าเอาคำว่า ‘ลูก’ มาอ้างจากปากสกปรกของแก” ฉันเค้นเสียงต่ำ มองเขาด้วยสายตาขยะแขยง “ตอนที่ชู้ของแกสั่งให้โรสคุกเข่า แขนบนเสื้อสูทตัวนั้นของแกยังโอบเอวมันอยู่เลย!”

บทเรียนราคาแพงบนพื้นหินอ่อน

เจ้าหน้าที่ก้าวเข้ามาล็อกตัวมาร์คและลากตัวเขาออกไปจากคฤหาสน์ ทิ้งให้โคลอี้นั่งร้องไห้โฮอยู่บนพื้นหินอ่อนเพียงลำพัง สภาพชุดแบรนด์เนมของเธอหลุดลุ่ย ไม่เหลือเค้าลางของ “คุณนายคนใหม่” อีกต่อไป

ฉันเดินเข้าไปหยุดยืนเหนือร่างของโคลอี้ มองลงมาด้วยสายตาเย็นชาแบบเดียวกับที่เธอเคยทำกับลูกสาวของฉัน

“พื้นหินอ่อนนี่มันเย็นดีใช่ไหมโคลอี้?” ฉันเอ่ยเรียบ ๆ “กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องเพชรทุกชิ้นที่แกใส่ เจ้าหน้าที่กำลังจะอายัดมันทั้งหมด แม้แต่เสื้อผ้าชิ้นนี้… แกก็ไม่มีสิทธิ์ใส่เดินออกไปจากบ้านของฉัน”

“ลินดา… ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว…” โคลอี้กราบลงที่แทบเท้าของฉัน

“สายไปแล้วค่ะ” ฉันตอบเสียงนิ่ง “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คะ ช่วยเชิญผู้หญิงคนนี้ออกไปจากพื้นที่ส่วนบุคคลของฉันทีค่ะ… อ้อ แล้วช่วยดูแล ‘เศษผ้า’ บนตัวเธอให้ตรงกับรายการอายัดทรัพย์ด้วยนะคะ”

โคลอี้ถูกเจ้าหน้าที่หิ้วปีกออกไปพร้อมเสียงกรีดร้องโวยวายอย่างไร้ศักดิ์ศรี

ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด

เมื่อความวุ่นวายจบลง คฤหาสน์หลังใหญ่กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ฉันรีบหันกลับไปหาน้องโรส ย่อตัวลงคุกเข่าและดึงลูกสาวตัวน้อยเข้ามาสวมกอดไว้แน่นที่สุดเท่าที่ชีวิตของผู้เป็นแม่คนหนึ่งจะทำได้

“หม่ามี้กลับมาแล้วนะลูก… ไม่มีใครทำร้ายหนูได้อีกแล้ว” ฉันกระซิบข้างหูเธอ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาด้วยความรักทั้งหมดที่มี

“โรสรู้ค่ะ หม่ามี้ของโรสเก่งที่สุด” เด็กน้อยกอดคอฉันแน่น สะอื้นเบา ๆ แต่เป็นสะอื้นของความดีใจ

ฉันผละออกเบา ๆ พลางหยิบกล่องของขวัญกล่องเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าออกมา มันคือสร้อยคอเงินแท้ที่มีจี้รูปดอกกุหลาบ สลักชื่อของเธอไว้ด้านหลัง

“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก ของขวัญปีนี้… คือชีวิตใหม่ของเราสองคน ที่จะไม่มีวันมีกาฝากพวกนั้นเข้ามาเหยียบย่ำอีกต่อไป”

น้องโรสยิ้มกว้างทั้งน้ำตา รสชาติของชัยชนะในวันนี้ ไม่ใช่การได้เห็นคนเลวพินาศ… แต่คือการได้โอบกอดแก้วตาดวงใจของฉันไว้ในอ้อมแขนอย่างปลอดภัยในบ้านของเราเองจริง ๆ