ทุกครั้งที่ฉันทะเลาะกับแฟนออนไลน์ของตัวเอง ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับบริษัทเสมอ
ตอนแรกฉันคิดว่าเขาเป็นตัวซวยในชีวิต จึงตัดสินใจเลิกกับเขา
แต่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันกลับค้นพบว่า…
เขาคือคนที่ไม่ควรปรากฏตัวต่อหน้าฉันมากที่สุด
ฉันสังเกตเห็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง
ทุกครั้งที่ฉันทะเลาะกับแฟนออนไลน์
บริษัทมักจะเกิดปัญหาเสมอ
บางครั้งก็ถูกสั่งให้ทำโอทีแบบกะทันหัน
บางครั้งโบนัสก็ถูกตัด
บางครั้งโครงการใหญ่ ๆ ก็พังไม่เป็นท่า
ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่เมื่อมันเกิดขึ้นติดต่อกันถึงห้าครั้ง
ฉันก็เริ่มทนไม่ไหว
เช้าวันนั้น
หลังจากทะเลาะกันอีกครั้ง เพราะฉันไม่ได้ตอบข้อความของเขาทันที
ฉันพิมพ์ตอบด้วยความโมโห
【ฉันว่าเราเข้ากันไม่ได้จริง ๆ】
【ทุกครั้งที่ทะเลาะกับคุณ ฉันมีแต่เรื่องซวย】
【เลิกกันเถอะ】
หลังจากส่งข้อความออกไป
ไม่ถึงหนึ่งนาที
ทั้งออฟฟิศก็โกลาหล
ผู้จัดการของเราวิ่งออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าซีดเผือด
“มีคำสั่งด่วนจากฝ่ายบริหาร!”
“โครงการที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทถูกระงับแล้ว!”
พนักงานต่างพากันบ่น
ฉันก้มมองโทรศัพท์ในมือ
อีกแล้ว…
ฉันรีบส่งข้อความอีกฉบับ
【เห็นไหม?】
【คุณคือตัวซวยของฉันจริง ๆ】
【ลาก่อน】
หลังจากนั้น
เขาก็ไม่ตอบกลับอีกเลย
และฉันก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน
เราคุยกันมานานกว่าหกเดือน
แต่ไม่เคยเจอหน้ากันสักครั้ง
ฉันไม่รู้แม้แต่ชื่อจริงของเขา
บางที…
นี่อาจเป็นจุดจบที่ดีที่สุดแล้ว
แต่ฉันไม่คาดคิดเลยว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาจะยิ่งน่าตกใจกว่าเดิม
สิบนาทีหลังจากนั้น
พนักงานทุกคนถูกสั่งให้เก็บโต๊ะทำงาน
ผู้ช่วยส่วนตัวของประธานบริษัทเดินเข้ามา
พร้อมบอดี้การ์ดอีกสองคน
สีหน้าของเขาเคร่งเครียดมาก
“พวกเรากำลังตามหาของบางอย่าง”
ไม่มีใครกล้าพูด
ประธานคนใหม่เป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด
ตั้งแต่เขาเข้ามาบริหาร
ออฟฟิศก็เหมือนอยู่ท่ามกลางพายุทุกวัน
พนักงานกลัวเขามากกว่าผู้ตรวจสอบภาษีเสียอีก
ผู้ช่วยเดินตรวจโต๊ะทีละตัว
จนกระทั่งหยุดอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ ฉัน
“ปากกาด้ามนี้ได้มาจากไหน?”
หญิงสาวคนนั้นตกใจ
“ฉัน…ยืมมาจากพี่อันเดรียค่ะ”
ผู้ช่วยหันมามองฉันทันที
หัวใจฉันเต้นแรง
เพราะปากกาด้ามนั้น
เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายจากแฟนออนไลน์ของฉัน
มันดูเหมือนปากกาธรรมดา
แต่เขาส่งมาให้อย่างทะนุถนอม
ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีความพิเศษอะไร
ผู้ช่วยไม่ได้ถามต่อ
เขาเพียงหยิบปากกาขึ้นมา
แล้วหันไปบอกหญิงสาวคนนั้น
“ตามผมมา”
ทั้งออฟฟิศเงียบกริบ
ทุกคนมองดูเธอเดินขึ้นลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร
ประมาณสามสิบนาทีต่อมา
เธอกลับมา
และสิ่งที่น่าตกใจคือ
เธอไม่ได้ร้องไห้
ไม่ได้ถูกดุ
ตรงกันข้าม
เธอกลับยิ้มกว้าง
ด้านหลังเธอคือคุณครูซ ผู้จัดการระดับสูง
เขาประกาศเสียงดัง
“โครงการจะกลับมาดำเนินต่อ”
“โบนัสจะไม่ถูกตัด”
“สุดสัปดาห์นี้จะมีงานเลี้ยงบริษัท”
ทุกคนส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ
แต่สิ่งที่เขาพูดต่อ
กลับทำให้ทั้งออฟฟิศช็อก
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“คุณเบียงก้า เรเยส จะได้รับตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าทีม”
ทุกคนอึ้ง
เบียงก้าเพิ่งเข้าบริษัทได้ไม่ถึงปี
เธอได้เลื่อนตำแหน่งได้อย่างไร?
ก่อนที่ใครจะทันถาม
คุณครูซก็พูดต่อ
“และคุณเบียงก้า เรเยส คือคู่หมั้นของประธานบริษัท”
เวลาราวกับหยุดเดิน
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ทุกคนต่างพากันแสดงความยินดี
เบียงก้ากลายเป็นศูนย์กลางความสนใจ
ส่วนฉัน…
ได้แต่มองโทรศัพท์เงียบ ๆ
ไม่มีข้อความจากแฟนออนไลน์
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีแม้แต่การรั้งไว้
เหมือนเขาหายไปจากโลกนี้แล้ว
คืนนั้น
บริษัทจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่
ทุกคนเห็นชัดว่าประธานเอเดรียน วิลลานูเอวา ดูแลเบียงก้าดีแค่ไหน
เขาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ
ตักอาหารให้เธอ
และเอาเสื้อคลุมมาห่มให้เมื่อเธอหนาว
ผู้หญิงหลายคนมองด้วยความอิจฉา
ฉันเพียงกินอาหารเงียบ ๆ
และเตรียมตัวกลับบ้าน
แต่ตอนที่กำลังจะออกไป
เบียงก้าก็เรียกฉันไว้
“อันเดรีย”
“มีอะไรเหรอ?”
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะถาม
“เธอแน่ใจเหรอว่าปากกาด้ามนั้นมาจากแฟนของเธอ?”
“แน่นอนสิ”
“เธอรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?”
ฉันหัวเราะเบา ๆ
“ไม่รู้หรอก”
“เราคบกันแค่ออนไลน์”
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
มีอารมณ์บางอย่างวูบผ่านใบหน้า
แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“อย่างนั้นเหรอ…”
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
ทุกอย่างดูเหมือนกลับสู่ปกติ
จนกระทั่งโครงการสำคัญที่สุดของปีมาถึง
เบียงก้ารับผิดชอบส่วนแรก
ส่วนฉันรับผิดชอบส่วนที่สอง
และรายงานทั้งหมดจะถูกส่งตรงถึงประธาน
วันส่งงานมาถึง
เบียงก้านำรายงานเข้าไปส่งด้วยตัวเอง
สามสิบนาทีต่อมา
เธอกลับออกมา
ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด
“อันเดรีย…”
“ฉันต้องการความช่วยเหลือ”
ฉันเริ่มรู้สึกไม่ดี
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันใช้ข้อมูลผิด”
“มีข้อผิดพลาดร้ายแรงในส่วนของฉัน”
ฉันขมวดคิ้ว
“ก็แก้สิ”
“ไม่ทันแล้ว”
เธอกัดริมฝีปาก
ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ตอนที่ประธานถามฉัน…”
“ฉันบอกว่าเธอเป็นคนทำส่วนนั้น”
ลมหายใจของฉันแทบหยุด
“อะไรนะ?!”
“ขอโทษ…”
“แต่ตอนนี้เขาเรียกตัวเธอขึ้นไปแล้ว”
บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก
ทุกคนในออฟฟิศก้มหน้าลง
ไม่มีใครพูดอะไร
เพราะทุกคนรู้ดี
คนที่เกลียดความผิดพลาดมากที่สุดในบริษัท
คือ เอเดรียน วิลลานูเอวา
ฉันสูดหายใจลึก
แล้วขึ้นไปยังชั้นบนสุด
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้า ๆ
เขายังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะ
โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“ทำไมมาช้า?”
น้ำเสียงของเขาเย็นชา
ฉันไม่ตอบ
เขาโยนรายงานลงบนโต๊ะ
“ทำงานที่นี่มากี่ปีแล้ว?”
“ห้าปีค่ะ”
“ห้าปีแล้ว”
“แต่ยังทำผิดพลาดตื้นเขินแบบนี้อีกเหรอ?”
ฉันกัดริมฝีปาก
และเงียบต่อไป
ในที่สุด
เขาก็เงยหน้าขึ้น
และในวินาทีที่ฉันเห็นใบหน้าของเขา
ร่างกายทั้งร่างก็แข็งค้าง
ในเวลาเดียวกัน
โทรศัพท์ของฉันสั่นขึ้น
มีข้อความใหม่เข้ามา
จากบัญชีของผู้ชายที่ฉันบอกเลิกไปเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
มีเพียงประโยคเดียว
【ตอนนี้ยังคิดว่าผมเป็นตัวซวยของคุณอยู่ไหม?】
มือของฉันสั่น
ขณะเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง
และเห็นแววตาที่คุ้นเคยเหลือเกิน
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“ในที่สุด…”
“คุณก็จำผมได้แล้ว”
ในจังหวะนั้นเอง
ประตูห้องก็เปิดออกอย่างแรง
เบียงก้าวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
“เอเดรียน!”
“คุณบอกเธอไม่ได้!”
“ทุกอย่างจะพังหมด!”
ชายหนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
ใบหน้าของเขาเย็นชาจนน่ากลัว
“สายเกินไปแล้ว”
จากนั้นเขาหยิบแฟ้มหนา ๆ ออกมาจากลิ้นชัก
และวางไว้ตรงหน้าฉัน
หน้าแรกของแฟ้ม
คือประวัติส่วนตัวของฉัน
และมีข้อความสีแดงสะดุดตาอยู่บนนั้น
“บุคคลเป้าหมายที่ถูกติดตามค้นหามานาน 10 ปี”
ฉันจ้องมันอย่างไม่เชื่อสายตา

ขณะที่เอเดรียนมองตรงมาที่ฉัน
“อันเดรีย…”
“คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”
ตอนต่อไปของเรื่องราวอยู่ในส่วนความคิดเห็น กด “ดูความคิดเห็นทั้งหมด” เพื่ออ่านเรื่องราวฉบับเต็ม…
นี่คือบทสรุปและตอนจบของเรื่องราว เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมดและปิดเกมคนสวมรอยให้สิ้นซาก:
ความทรงจำที่หายไป และความจริงเมื่อ 10 ปีก่อน
ห้องทำงานอันกว้างใหญ่เงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ฉันจ้องมองใบหน้าคมคายของ เอเดรียน วิลลานูเอวา สลับกับข้อความในโทรศัพท์มือถือ สมองของฉันหมุนคว้าง ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อนที่ทำให้ฉันสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปค่อย ๆ ฉายซ้ำเข้ามาในหัว
“10 ปี… คุณคือ…” น้ำเสียงของฉันสั่นเครือ
“ใช่ครับ ผมคือเด็กผู้ชายเนื้อตัวมอมแมมที่คุณเคยกระโดดลงไปช่วยชีวิตไว้จากรถที่กำลังจะระเบิดเมื่อสี่ปีก่อนหน้านั้น” เอเดรียนก้าวเข้ามาหาฉัน ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและโหยหา “หลังจากวันนั้น ตระกูลของผมพาผมไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ พอผมกลับมา คุณก็ย้ายบ้านหนีและประสบอุบัติเหตุจนจำผมไม่ได้ ผมตามหาคุณมาตลอด 10 ปี จนกระทั่งหกเดือนก่อน… ผมพบคุณในโลกออนไลน์”
ฉันเอามือกุมปาก น้ำตาไหลพราก ที่แท้แฟนออนไลน์ที่ฉันต่อว่าเขาว่าเป็นตัวซวยมาตลอด คือคนที่พยายามปกป้องฉันอยู่ห่าง ๆ
“ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน แล้วผมสั่งระงับโครงการหรือสั่งทำโอที… เป็นเพราะผมรู้จากระบบว่าหัวหน้าทีมกำลังจะโยนความผิดร้ายแรงให้คุณ ผมเลยต้องสั่งเบรกทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณต่างหาก อันเดรีย… คุณไม่ใช่คนซวย แต่คุณคือผู้มีพระคุณและผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก”
กระชากหน้ากากคนลวงโลก
“ไม่จริง! เอเดรียน คุณรักฉันไม่ใช่เหรอ! ฉันคือคนที่เก็บปากกาด้ามนั้นได้นะ!” เบียงก้ากรีดร้องเสียงหลง เธอพยายามวิ่งเข้ามาเกาะแขนเอเดรียน แต่กลับถูกเขาผลักออกอย่างไม่ใยดี
“ปากกาด้ามนั้นซ่อนระบบ GPS และไมโครชิปยืนยันตัวตนของอันเดรียเอาไว้” เอเดรียนปัดสูทตรงที่เบียงก้าเพิ่งจับ “เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ผู้ช่วยของผมไปยึดปากกาคืนมา เพราะระบบเตือนว่ามันอยู่ห่างจากตัวอันเดรีย และที่ผมแกล้งแต่งตั้งเธอเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม รวมถึงปล่อยข่าวลือเรื่อง ‘คู่หมั้น’… ก็เพื่อล่อเสือออกจากถ้ำ”
ฉันหันไปมองเบียงก้าที่บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับศพ
“เธอจงใจเข้าหาฉัน ขโมยปากกาไป และสวมรอยเป็นฉันเพื่อหวังจะทางลัดขึ้นเป็นคุณนายวิลลานูเอวาใช่ไหม เบียงก้า?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
“คุณครูซ! เอาเอกสารเข้ามา” เอเดรียนสั่งเสียงเฉียบขาด
ประตูห้องทำงานเปิดออกอีกครั้ง ผู้จัดการระดับสูงเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารการทุจริตและการยักยอกข้อมูลของเบียงก้า “นี่คือหลักฐานทั้งหมดครับท่านประธาน คุณเบียงก้าจงใจก๊อปปี้ไฟล์งานส่วนที่สองของคุณอันเดรียไปดัดแปลงจนเกิดความเสียหาย และตั้งใจโยนความผิดให้อันเดรียเพื่อกำจัดเธอออกไปจากบริษัทครับ”
บทสรุป: ผู้หญิงของประธานตัวจริง
เบียงก้าทรุดตัวลงกับพื้นห้องทำงาน เธอร้องไห้โฮอย่างหมดทางสู้ “เอเดรียน… ฉันขอโทษ ฉันทำไปเพราะรักคุณนะ ได้โปรดอย่าไล่ฉันออกเลยนะ…”
“ฉันไม่ไล่เธอออกหรอกเบียงก้า” เอเดรียนยิ้มเย็น “แต่ฉันจะส่งเธอให้ตำรวจดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ ฉ้อโกง และยักยอกข้อมูลความลับของบริษัท… เชิญพ้นไปจากหน้าฉันได้แล้ว”
บอดี้การ์ดสองคนก้าวเข้ามาลากตัวเบียงก้าที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและหัวใจสองดวงที่กลับมาตรงกันอีกครั้ง
เอเดรียนเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน เขาหยิบปากกาธรรมดาด้ามนั้นจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมา แล้วบรรจงสวมมันกลับคืนในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของฉันอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา พิมพ์ข้อความสั้น ๆ ส่งตรงเข้าเครื่องของฉัน
ปี๊บ…
ฉันเปิดดูข้อความล่าสุดจากแฟนออนไลน์ของฉัน: 【เคลียร์คนใจร้ายออกไปหมดแล้ว… จากนี้ไป คืนดีกับผมนะครั ประธานหญิงของวิลลานูเอวา】
ฉันเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า
“ค่ะ… คุณไม่ใช่ตัวซวยของฉันอีกต่อไปแล้วล่ะ เอเดรียน”
เกมสวมรอยพังทลายลงในพริบตา ส่วนฉัน… จากพนักงานธรรมดาที่เกือบถูกไล่ออก กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งภรรยาประธานกรรมการบริหารอย่างชอบธรรม!