Posted in

เธอก้มหน้ายอมรับการดูถูกหลังถูกไล่ออกต่อหน้าทุกคน — แต่ผู้จัดการไม่รู้เลยว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดกำลังเฝ้าดูผ่านกล้องวงจรปิด และได้เตรียมบทลงโทษอันหนักหน่วงไว้สำหรับพวกเขาแล้ว

เธอก้มหน้ายอมรับการดูถูกหลังถูกไล่ออกต่อหน้าทุกคน — แต่ผู้จัดการไม่รู้เลยว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดกำลังเฝ้าดูผ่านกล้องวงจรปิด และได้เตรียมบทลงโทษอันหนักหน่วงไว้สำหรับพวกเขาแล้ว

ฉันชื่อมายา อายุยี่สิบหกปี

ตลอดสองปีที่ผ่านมา ฉันทำงานเป็นนักวิเคราะห์การเงินธรรมดาคนหนึ่งที่ Aura Global Enterprises หนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ในสำนักงาน ทุกคนรู้จักฉันในฐานะพนักงานเงียบ ๆ ขยันทำงาน และมักก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ

ฉันไม่เคยเถียงหัวหน้า

ฉันแต่งตัวเรียบง่าย ไม่สวมเครื่องประดับ และนำอาหารกลางวันมาเองเพื่อประหยัดเงิน

แต่มีความลับใหญ่เรื่องหนึ่งที่ไม่มีใครในบริษัทรู้

เจ้าของและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทแห่งนี้มีเพียงคนเดียว

มหาเศรษฐีผู้มีชื่อว่า อเล็กซานเดอร์ อิมพีเรียล

และอเล็กซานเดอร์ อิมพีเรียล…

คือสามีของฉัน

ฉันเลือกปกปิดเรื่องการแต่งงานของเรา เพราะอยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาและสร้างอาชีพด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยนามสกุลของสามี

อเล็กซานเดอร์ยอมรับการตัดสินใจนั้น แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง

เขาติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบพิเศษทั่วสำนักงาน ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา เพื่อให้สามารถดูความเป็นอยู่ของฉันได้ตลอดเวลา

ฉันคิดว่าชีวิตคงดำเนินไปอย่างสงบ

แต่ฉันคิดผิด

**ข้อกล่าวหาจากผู้จัดการที่ทุจริต**

ผู้จัดการแผนกของเราคือคุณเบรนดา หญิงหยิ่งยโสที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูถูกพนักงานระดับล่าง

คนโปรดของเธอคือ ซาแมนธา หลานสาวของตัวเอง

พนักงานสาวที่ขี้เกียจ ทำงานน้อยกว่าการแต่งหน้าและช้อปปิ้งออนไลน์ในเวลางานเสียอีก

วันศุกร์วันหนึ่ง เรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ปะทุขึ้นในแผนก

เงินบริษัทจำนวน **40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 พันล้านบาท)** หายออกจากบัญชีองค์กร และถูกโอนไปยังบัญชีต่างประเทศที่ไม่ทราบเจ้าของ

ทั้งสำนักงานแตกตื่น

ฉันรู้ว่าซาแมนธาเป็นคนจัดการธุรกรรมนั้น เพราะฉันเห็นเธอรีบร้อนใช้คอมพิวเตอร์ของฉันตอนที่ฉันออกไปพัก

คุณเบรนดาเรียกทุกคนมารวมตัวกันกลางสำนักงาน

พนักงานทั้งห้าสิบคนยืนมองอยู่

ฉันเห็นซาแมนธายืนอยู่ด้านหลังป้าของเธอ

ตัวสั่นเล็กน้อย

แต่กลับมีรอยยิ้มเยาะเย้ยซ่อนอยู่บนใบหน้า

“มายา! มานี่เดี๋ยวนี้!”

คุณเบรนดาตะโกนจนเสียงก้องไปทั่วชั้น

ฉันเดินออกไปอย่างสงบ แม้จะสับสน

“มีอะไรหรือคะ คุณเบรนดา?” ฉันถามอย่างสุภาพ

เธอขว้างแฟ้มรายงานบัญชีธนาคารหนา ๆ ใส่หน้าฉัน

เอกสารกระจัดกระจายเต็มพื้น

“อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง! แกนี่แหละที่โอนเงินบริษัท 40 ล้านดอลลาร์ไปยังบัญชีอื่น! แกใช้คอมพิวเตอร์และรหัสพนักงานของตัวเองขโมยเงินบริษัท! แกคือหัวขโมย!”

ฉันเบิกตากว้าง

ก่อนจะหันไปมองซาแมนธาที่กำลังแสร้งร้องไห้

“คุณเบรนดาคะ นั่นไม่จริง ฉันไม่เคยโอนเงินแม้แต่บาทเดียว ซาแมนธาเป็นคนใช้คอมพิวเตอร์ของฉันเมื่อเช้านี้ ก่อนที่ธุรกรรมนั้นจะเกิดขึ้น”

“กล้าดียังไง!”

ซาแมนธากรีดร้องก่อนวิ่งเข้ามา

เพียะ!

ฝ่ามือของเธอฟาดเข้าที่แก้มฉันอย่างแรง

แก้มของฉันร้อนผ่าวและชาไปทั้งด้าน

“เมื่อก่อนฉันยังเคยช่วยแกตอนทำงานพลาด แต่ตอนนี้แกกลับใส่ร้ายว่าฉันขโมยเงิน? ไร้ยางอายที่สุด!”

“พอได้แล้ว!”

คุณเบรนดาตะคอก

เธอมองฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ

“ขโมยเงินแล้วยังกล้าโกหกอีก! คนจนอย่างแกไม่มีสิทธิ์ทำงานในบริษัทนี้!”

ท่ามกลางสายตาของพนักงานทั้งสำนักงาน

ฉันก้มลงเก็บเอกสารอย่างเงียบ ๆ

ไม่เถียง

ไม่ร้องไห้

ไม่แก้ตัวอีก

เพราะในขณะเดียวกันนั้นเอง…

ที่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง

ชายผู้เป็นเจ้าของบริษัทกำลังมองดูภาพทั้งหมดผ่านกล้องวงจรปิด

และใบหน้าของอเล็กซานเดอร์ อิมพีเรียล กำลังเย็นชาจนน่ากลัว

เมื่อเห็นภรรยาของเขาถูกตบ ถูกดูถูก และถูกใส่ร้ายต่อหน้าทุกคน

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพียงครั้งเดียว

แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ

“เรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายในสามสิบนาที”

“และอย่าให้ใครออกจากอาคาร”

“โดยเฉพาะเบรนดากับซาแมนธา”

จากนั้นเขาก็ปิดหน้าจอ

เพราะบทลงโทษที่กำลังจะเกิดขึ้น…

บทลงโทษที่กำลังจะเกิดขึ้น… จะเป็นฝันร้ายที่สองป้าหลานไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

สามสิบนาทีต่อมา บรรยากาศในแผนกการเงินยังคงคุกรุ่น ซาแมนธากำลังนั่งเชิดหน้าจิบกาแฟอย่างผู้ชนะ ขณะที่คุณเบรนดากำลังเซ็นเอกสารไล่ฉันออกอย่างเป็นทางการ พนักงานคนอื่น ๆ ได้แต่ มองฉันด้วยสายตาเวทนาและซุบซิบกันสนุกปาก

ฉันยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ เก็บของใส่กล่องกระดาษอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าด้านที่ถูกตบยังคงบวมแดง แต่หัวใจของฉันกลับสงบนิ่ง เพราะฉันรู้ดีว่าเวลานับถอยหลังของพวกเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว

ตึ้ง!

เสียงลิฟต์แก้วสำหรับผู้บริหารระดับสูงดังก้องขึ้น ซึ่งปกติลิฟต์ตัวนี้จะไม่เคยเปิดที่ชั้นพนักงานระดับล่างเลย ประตูลิฟต์เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ ร่างสูงโปร่ง แววตาคมดุจพยัคฆ์ และรังสีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทำให้พนักงานทั้งห้าสิบคนในห้องถึงกับกลืนน้ำลาย

อเล็กซานเดอร์ อิมพีเรียล ประธานใหญ่ผู้ลึกลับเดินเข้ามา พร้อมกับทีมทนายความและบอดี้การ์ดชุดดำอีกนับสิบคน

คุณเบรนดาตื่นตะลึงจนทำปากกาตก เธอกระลีกระลอวิ่งเข้าไปต้อนรับทันที “ท่านประธาน! ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะที่ท่านมาด้วยตัวเอง ดิฉันเพิ่งจับหนอนบ่อนไส้ที่ขโมยเงินบริษัทไป 40 ล้านดอลลาร์ได้พอดีค่ะ!” เธอกล่าวพลางชี้มาที่ฉัน

อเล็กซานเดอร์ไม่แม้แต่จะหันไปมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องมาที่แก้มที่บวมแดงของฉัน สันกรามของเขาขบแน่นจนเป็นสัน นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ปิดไม่มิด แต่เขายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้

“ไหนล่ะ หลักฐาน?” อเล็กซานเดอร์เอ่ยเสียงเรียบ ต่ำ และทรงพลัง

“นี่ค่ะ! รหัสพนักงานและคอมพิวเตอร์เป็นของมายา ทั้งหมดชัดเจนค่ะ ดิฉันกำลังจะไล่เธอออกและส่งตัวให้ตำรวจ” คุณเบรนดายื่นเอกสารให้ด้วยมือที่สั่นเทาเพราะความตื่นเต้น

อเล็กซานเดอร์รับเอกสารมา ก่อนจะฉีกมันเป็นชิ้น ๆ ต่อหน้าต่อตาเธอ แล้วโยนเศษกระดาษทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี

“ทุเรศ” อเล็กซานเดอร์สบถคำสั้น ๆ ออกมา ทำเอาคุณเบรนดาและซาแมนธาหน้าถอดสี

“ท… ท่านประธานคะ?”

“คุณคิดว่าบริษัท Aura Global มีระบบรักษาความปลอดภัยที่กระจอกขนาดที่ใครจะโอนเงิน 40 ล้านดอลลาร์ออกไปง่าย ๆ โดยไม่มีการตรวจสอบงั้นเหรอ?” อเล็กซานเดอร์ปัดมือ บอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมเปิดแท็บเล็ต ซึ่งหน้าจอแสดงหลักฐานเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

“เงิน 40 ล้านดอลลาร์ถูกโอนเข้าบัญชีนอมินีในต่างประเทศ และเจ้าของบัญชีปลายทางที่แท้จริงคือ ซาแมนธา หลานสาวของคุณ โดยมีคุณ เบรนดา เป็นผู้อนุมัติรหัสผ่านขั้นสูงจากห้องทำงานส่วนตัว” เสียงของอเล็กซานเดอร์ดังฟังชัดเจนไปทั่วทั้งชั้น พนักงานทุกคนอ้าปากค้าง

“ไม่จริง! มันใส่ร้ายดิฉัน!” ซาแมนธากรี้ดออกมา ใบหน้าซีดเผือดจนเป็นสีกระดาษ

“ยังไม่หมด…” อเล็กซานเดอร์ยกยิ้มเหี้ยมเกรียม “ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะของผม บันทึกภาพซาแมนธาแอบเข้ามาใช้คอมพิวเตอร์ของมายาตอนช่วงพักเที่ยงได้อย่างคมชัด รวมถึง… ภาพที่เธอตบหน้าพนักงานของผมด้วย”

คุณเบรนดาเข่าอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนซาแมนธาตัวสั่นเหมือนลูกนกที่กำลังจะจมน้ำ

“ท่านประธานคะ… ได้โปรดเมตตาด้วย ดิฉันทำคุณงามความดีให้บริษัทมานาน…” คุณเบรนดาพยายามคลานเข้าไปเกาะขาเขา แต่บอดี้การ์ดขวางไว้

อเล็กซานเดอร์ก้าวผ่านพวกเธอไปอย่างไม่ใยดี เขาเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพนักงานทั้งสำนักงาน ชายผู้เป็นดั่งพระเจ้าขององค์กรคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าฉัน มือหนาเอื้อมมาสัมผัสแก้มที่บวมแดงของฉันอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าฉันจะบุบสลาย

“เจ็บมากไหม… ยอดรักของผม?” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากน้ำแข็งเป็นความอ่อนโยนจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ

“ยอดรักงั้นเหรอ?!” ซาแมนธาอุทานออกมาอย่างลืมตัว

อเล็กซานเดอร์หันไปมองพวกเธอด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคน “ใช่… มายา อิมพีเรียล คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม และเป็นเจ้าของร่วมของ Aura Global Enterprises แห่งนี้ พวกคุณกล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของผม?”

ความจริงที่เปิดเผยทำเอาพนักงานทั้งชั้นเงียบกริบราวกับป่าช้า คุณเบรนดาและซาแมนธาตาค้าง วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง พวกเธอเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองได้ล่วงเกินบุคคลที่ไม่ควรล่วงเกินที่สุดในโลกไปเสียแล้ว

“บทลงโทษสำหรับพวกคุณ…” อเล็กซานเดอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงกลับมาเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง “ข้อหายักยอกทรัพย์ทรัพย์สินของบริษัท 40 ล้านดอลลาร์ และข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยาของผม ทีมทนายของผมจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด พวกคุณจะไม่มีวันได้รับเงินประกันตัว และต้องชดใช้เงินทุกบาททุกสตางค์จนตระกูลของพวกคุณต้องล้มละลาย!”

บอดี้การ์ดสับกุญแจมือเข้าที่ข้อมือของเบรนดากับซาแมนธาทันที เสียงกรีดร้องอ้อนวอนและเสียงร้องไห้โฮของสองป้าหลานดังก้องไปตามทางเดินขณะที่ถูกลากตัวออกไป แต่ไม่มีใครเห็นใจพวกเธอเลยแม้แต่คนเดียว

อเล็กซานเดอร์หันมามองฉัน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ผมขอโทษที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มายา… กลับบ้านกับผมนะ เลิกเล่นเป็นพนักงานธรรมดาได้แล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปนั่งเก้าอี้ประธานบริหารเคียงข้างผมจริง ๆ เสียที”

ฉันยิ้มบาง ๆ กุมมือสามีไว้แน่น ก่อนจะก้าวเดินออกจากแผนกนั้นอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงตำนานของ “สะใภ้ตระกูลอิมพีเรียล” ที่ไม่มีใครกล้าลองดีอีกต่อไป