Posted in

พ่อคนหนึ่งขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มี เพื่อส่งลูกสาวฝาแฝดเรียนหนังสือ — สิบเก้าปีต่อมา ทั้งคู่กลับมารับเขาไปยังสถานที่ที่เขาเคยเห็นได้เพียงในความฝัน

พ่อคนหนึ่งขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มี เพื่อส่งลูกสาวฝาแฝดเรียนหนังสือ — สิบเก้าปีต่อมา ทั้งคู่กลับมารับเขาไปยังสถานที่ที่เขาเคยเห็นได้เพียงในความฝัน

ลุงนิรันดร์เป็นพ่อม่าย

วันที่ภรรยาเสียชีวิตระหว่างคลอดลูก เธอทิ้งลูกสาวฝาแฝดแรกเกิดไว้ให้เขาดูแลเพียงลำพัง

เด็กทั้งสองชื่อ **การะ** และ **มีนา**

ชีวิตในต่างจังหวัดเต็มไปด้วยความยากลำบาก รายได้มีเพียงน้อยนิด

แต่ลุงนิรันดร์มีความฝันเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เขามีกำลังใจสู้ต่อ

เขาอยากเห็นลูกสาวทั้งสองเรียนจบ

อยากให้ทั้งคู่ได้เป็นหมอ

และไม่ต้องใช้ชีวิตลำบากเหมือนที่เขาเคยเผชิญ

เมื่อถึงวันที่ลูกสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

ลุงนิรันดร์ยอมเสียสละทุกอย่าง

อย่างแรก เขาขายควายเพียงตัวเดียวของครอบครัว

ต่อมา เขาขายรถสามล้อเครื่อง ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ใช้เลี้ยงชีพ

และเมื่อค่าเล่าเรียนกับค่าใช้จ่ายในการสอบใบประกอบวิชาชีพสูงเกินกว่าจะรับไหว

เขาก็ตัดสินใจขายสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด

บ้านและที่ดินผืนสุดท้าย

ซึ่งเป็นมรดกจากพ่อแม่ของเขา

“พ่อคะ พอเถอะค่ะ”

การะร้องไห้ในวันนั้น

“หนูกับมีนาจะหยุดเรียนก็ได้”

แต่ลุงนิรันดร์ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น

“ไม่ได้”

“ลูกทั้งสองต้องเป็นหมอ”

“ถึงพ่อจะต้องไปนอนข้างถนน… พ่อก็ยอม ขอแค่ลูกเรียนจบ”

นับจากวันนั้น

ลุงนิรันดร์รับจ้างใช้แรงงานในไซต์ก่อสร้าง

และแบกของในตลาดทุกเช้า

เขาอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังเล็กที่มุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ

อดทนต่อความหิว ความหนาว พายุ และความเหงา

หลายคืนมีเพียงข้าวกับเกลือเป็นอาหาร

เพื่อให้สามารถส่งเงินทุกบาททุกสตางค์ไปให้ลูกสาวที่เรียนอยู่ในกรุงเทพฯ

เวลาผ่านไปสิบเก้าปี

ลุงนิรันดร์อายุหกสิบห้าปีแล้ว

หัวเข่าเริ่มอ่อนแรง

สายตาพร่ามัว

ผิวหนังเหี่ยวย่นจากการตากแดดมาทั้งชีวิต

เขาไม่ได้พบลูกสาวมานานมาก

ทั้งคู่ต่างยุ่งกับการเป็นแพทย์

ทำงานหนัก

และเดินทางไปต่างประเทศ

มีเพียงเงินที่ส่งกลับมา

แต่ไม่มีการกลับมาเยี่ยม

บางครั้ง

ขณะนั่งอยู่หน้ากระท่อมเก่า ๆ

เขาจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“ลูกคงลืมพ่อไปแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ขอแค่พวกเขามีชีวิตที่ดี… แค่นั้นพ่อก็พอใจแล้ว”

แต่แล้ว

บ่ายวันหนึ่ง

ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ขณะที่ลุงนิรันดร์กำลังกวาดลานหน้ากระท่อม

รถยนต์ **Toyota Land Cruiser** สีดำสองคันแล่นมาจอดตรงหน้า

ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างตกตะลึง

ประตูรถเปิดออก

หญิงสาวสองคนก้าวลงมา

หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ

ทั้งสวยสง่า

แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา

สวมแว่นกันแดดสีเข้ม

เพียงแค่การปรากฏตัวของทั้งคู่

ก็เหมือนไม่ใช่ภาพที่ควรเกิดขึ้นในหมู่บ้านอันยากจนแห่งนี้

มือของลุงนิรันดร์สั่นเทา

หญิงสาวทั้งสองค่อย ๆ ถอดแว่นกันแดดออก

และในวินาทีนั้น…

เขาก็แทบลืมหายใจ

👉

 พวกเธอคือใคร?

👉

 ทำไมถึงกลับมาหลังจากผ่านไปตั้งสิบเก้าปี?

👉

 แล้วพวกเธอกำลังจะพาพ่อไปยังสถานที่แห่งใด… สถานที่ที่เขาเคยเห็นได้เพียงในความฝัน?

นี่คือบทสรุปเนื้อเรื่องที่จะมาเติมเต็มความซาบซึ้งและเฉลยความจริงอันอบอุ่นหัวใจของเรื่องราวนี้ครับ:

น้ำตาของผู้เป็นพ่อ

“การะ… มีนา…” เสียงของลุงนิรันดร์แหบพร่า ไม้กวาดในมือร่วงหล่นลงพื้น

หญิงสาวทั้งสองคนไม่รอช้า พวกเธอรีบวิ่งฝุ่นตลบเข้ามาสวมกอดชายชราเนื้อตัวมอมแมมโดยไม่สนว่าเสื้อผ้าหรูหราของพวกเธอจะเปื้อนดิน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้มของทั้งคู่

“พ่อคะ… พวกหนูกลับมาแล้วค่ะ” การะสะอื้นไห้ซบลงที่อกที่เริ่มงอคุ้มของผู้เป็นพ่อ ขณะที่มีนาก้มลงกราบแทบเท้าคู่นั้น… เท้าที่แตกกร้านจากการแบกรับอนาคตของพวกเธอมาทั้งชีวิต

ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ต่างพากันซับน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ หลังจากที่ระแวงกันมานานว่าลูกสาวฝาแฝดเรียนจบสูงแล้วจะลืมพ่อบังเกิดเกล้า

ความจริงตลอด 19 ปีที่ผ่านมา

ลุงนิรันดร์ยังคงสับสน “พวกลูก… หายไปไหนมาตั้งหลายปี เงินที่ส่งมาพ่อก็แทบไม่ได้ใช้ เพราะพ่ออยากเจอหน้าลูกมากกว่า”

มีนากุมมือพ่อไว้แน่นก่อนจะสารภาพความจริง “พ่อคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกหนูไม่เคยลืมพ่อเลยแม้แต่วันเดียว แต่หลังจากเรียนจบหมอที่ไทย พวกหนูได้รับทุนวิจัยและต้องไปศึกษาต่อเฉพาะทางขั้นสูงที่ต่างประเทศทันทีเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงที่สุดตามความฝันของพ่อ พวกหนูต้องทำงานวันละ 18 ชั่วโมง เรียนหนัก และสู้กับแรงกดดันสารพัด… ทุกครั้งที่ท้อ หนูก็จะนึกถึงหน้าพ่อที่ยอมนอนกระท่อมสังกะสีเพื่อพวกหนู”

การะหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาเปิดออก ข้างในคือ “เหรียญเกียรติยศทางการแพทย์ระดับสากล”

“เงินทุกบาทที่พวกหนูส่งกลับมา ไม่ใช่เงินเลี้ยงดูทิ้งขว้างนะคะพ่อ… แต่เป็นเงินที่พวกหนูตั้งใจให้คนกลางรวบรวมไว้ เพื่อทำสิ่งนี้… สิ่งที่พ่อเคยบอกพวกหนูตอนเด็ก ๆ”

สถานที่ในความฝัน

หญิงสาวทั้งสองประคองลุงนิรันดร์ขึ้นรถ Toyota Land Cruiser คันหรู รถขับเคลื่อนออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองใหญ่ และเลี้ยวเข้าไปยังพื้นที่เนินเขาทำเลสวยงามแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ

ทันทีที่รถจอด โลกทั้งใบของลุงนิรันดร์ก็ราวกับหยุดหมุน

ตรงหน้าของเขาคือ โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์เฉพาะทางขนาดใหญ่ ที่ทันสมัยและงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด แต่สิ่งที่ทำให้ลุงนิรันดร์ถึงกับปล่อยโฮออกมา คือป้ายชื่อโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สลักตัวอักษรสีทองโดดเด่นว่า:

“โรงพยาบาลนิรันดร์การแพทย์”

และที่ข้าง ๆ โรงพยาบาลนั้น มีบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นอบอุ่น สร้างอยู่บนที่ดินผืนเดิมที่ลุงนิรันดร์เคยตัดใจขายไปเมื่อ 19 ก่อน… พวกเธอสืบหาเจ้าของเดิมและกว้านซื้อคืนมาทั้งหมด รวมถึงไถ่ถอนควายและรถสามล้อเครื่องคันเก่าของพ่อกลับมาบูรณะใหม่จนเหมือนเดิม

บทสรุปแห่งความสำเร็จ

“จำได้ไหมคะพ่อ…” มีนาโอบไหล่ชายชรา “ตอนพวกหนูยังเด็ก พ่อเคยชี้ภาพโรงพยาบาลในหนังสือเล่มเก่าให้ดู แล้วบอกว่า ‘ถ้าจังหวัดเรามีโรงพยาบาลดี ๆ แม่ของลูกก็คงไม่จากไป… พ่อฝันอยากให้มีโรงพยาบาลที่รักษาคนจนฟรี ๆ ในบ้านเกิดของเรา’

“วันนี้ความฝันของพ่อเป็นจริงแล้วค่ะ” การะกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “พวกหนูสองคนเรียนจบเป็นหมอเฉพาะทางที่เก่งที่สุด และเรากลับมาเปิดโรงพยาบาลนี้เพื่อสานฝันของพ่อ และต่อจากนี้ไป พ่อไม่ต้องทำงานหนักอีกแล้ว บ้านหลังนี้ ที่ดินผืนนี้ และลูกสาวสองคนนี้… จะอยู่ดูแลพ่อไปตลอดชีวิตค่ะ”

ลุงนิรันดร์มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา ความเหนื่อยล้า ความอดอยาก และความทุกข์ทรมานตลอด 19 ปีที่ผ่านมาอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความภาคภูมิใจอันสูงสุดในหัวใจของผู้เป็นพ่อ… ผู้ยอมสูญเสียทุกสิ่ง เพื่อให้ลูกสาวทั้งสองก้าวไปเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้