Posted in

ยังไม่ทันที่แผลผ่าคลอดหลังคลอดแฝดสี่จะหายดี สามีของฉันก็ยื่นเงิน 300 ล้านเปโซให้ เพื่อแลกกับการหย่า… และวันถัดมา ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมากาตีกลับแตกตื่น เมื่อทายาทเพียงสี่คนของพวกเขาหายตัวไป**

ยังไม่ทันที่แผลผ่าคลอดหลังคลอดแฝดสี่จะหายดี สามีของฉันก็ยื่นเงิน 300 ล้านเปโซให้ เพื่อแลกกับการหย่า… และวันถัดมา ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมากาตีกลับแตกตื่น เมื่อทายาทเพียงสี่คนของพวกเขาหายตัวไป**

*(300,000,000 เปโซ ≈ 192,000,000 บาทไทย)*

**ตอนที่ 1**

แม้ฤทธิ์ยาสลบหลังผ่าตัดยังไม่จางหาย…

ความเจ็บปวดเหมือนเหล็กเผานับพันกำลังทิ่มซ้ำไปที่แผลหน้าท้องของฉัน

ทุกลมหายใจ…

เหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

ฉันนอนอยู่ในห้อง VIP ของโรงพยาบาล

ซีดเซียว

อ่อนแรง

แทบไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว

ข้างเตียง…

อาเดรียน เมนโดซา สามีของฉันยืนอยู่

เขามองฉันเหมือนฉันเป็นเพียง “ของเสีย” ที่สามารถทิ้งได้ทุกเมื่อ

สูทหรูของเขาเรียบกริบ

ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย

ราวกับไม่สนใจเลยว่าผู้หญิงตรงหน้าพึ่งผ่านความเป็นความตายมา

เขาล้วงเช็คจากในเสื้อสูทออกมาอย่างเย็นชา

แล้วโยนมันลงบนผ้าห่มของฉัน

“เซ็นซะ”

น้ำเสียงของเขาเย็นชา

เย็นยิ่งกว่าความสัมพันธ์ของเราตลอดสองปี

ฉันมองตัวเลขบนเช็ค

300,000,000 เปโซ

สามร้อยล้านเปโซ

นั่นคือ “ราคาของฉัน”

ราคาของภรรยาที่ดีตลอดสองปี

ราคาของการตั้งครรภ์เก้าเดือน

ราคาของการเสี่ยงตายเพื่อคลอดลูกทั้งสี่คน

และที่สำคัญที่สุด…

ราคาของศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิงของฉัน

เขาพูดเสียงเรียบ

“โซเฟีย”

“นี่คือค่าตอบแทนที่เธอควรได้”

“อย่าไปหวังในสิ่งที่มันไม่ใช่ของเธอ”

ฉันรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร

ลูกทั้งสี่ของเรา

ตลอดการตั้งครรภ์…

ฉันอาเจียนจนมีเลือดปนออกมาแทบทุกวัน

เท้าบวมจนใส่รองเท้าไม่ได้

เดือนสุดท้าย…

ฉันนอนไม่ได้เลยเพราะท้องใหญ่เกินไป

และวันคลอด…

ฉันเสียเลือดมหาศาล

หมอบอกว่า ถ้าช้ากว่านั้นอีกไม่กี่นาที ฉันอาจไม่รอด

แต่สำหรับอาเดรียน…

มันเป็นเพียง “กระบวนการหนึ่ง”

หน้าที่ของฉันในฐานะภรรยา

ฉันไม่ร้องไห้

ไม่ถาม

ไม่อ้อนวอน

เพียงหยิบปากกา

แล้วเซ็นเอกสารหย่าอย่างเงียบ ๆ

ทุกเส้นของลายเซ็น…

เหมือนกำลังฝังชีวิตแต่งงานสองปีของฉันลงไปทีละน้อย

เมื่อเซ็นเสร็จ

เขาหยิบเอกสารไปโดยไม่สนใจ

แล้วยิ้มออกมา

ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข

แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ “หลุดพ้น”

จากผู้หญิงที่เขาไม่เคยรัก

จากนั้น…

เขาหยิบโทรศัพท์โทรออกต่อหน้าฉัน

เพียงไม่กี่วินาที น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป

อ่อนโยนอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เอมม่า…”

“ฉันอิสระแล้ว”

“พรุ่งนี้เรามาฉลองกันนะ”

เสียงผู้หญิงปลายสายตอบกลับมาอย่างหวาน

“แล้วโซเฟียกับเด็ก ๆ ล่ะ?”

เขายิ้ม

เหมือนไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“เธอรับเงินไปแล้ว”

“เธอรู้ว่าต้องไป”

“ส่วนเด็ก ๆ… มีพี่เลี้ยงและทีมแพทย์ดูแลแล้ว”

“พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีแม่”

ฉันก้มหน้า

ซ่อนความเย็นชาในดวงตา

อาเดรียน…

ไม่นานหรอก

เธอจะรู้เองว่าใครกันแน่ที่ “ขาดอีกคนไม่ได้”

เมื่อเขาออกจากห้องไป

ฉันไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

โทรหาเพื่อนสนิท

“อลิสซา…”

“ถึงเวลาแล้ว”

ปลายสายตอบกลับทันที

“ทุกอย่างพร้อมแล้ว”

เที่ยงคืนวันนั้น…

โรงพยาบาลเงียบสนิท

ฉันสวมชุดพนักงานทำความสะอาด

ใส่หน้ากาก

สวมหมวก

และเข็นรถทำความสะอาดเหมือนพนักงานธรรมดา

ฉันหลบกล้องวงจรปิดทีละตัว

เพราะจำทุกมุมทางได้หมดแล้ว

ทุกทางเดิน

ทุกจุดรักษาความปลอดภัย

และเวลาสลับเวรของพยาบาล

ฉันศึกษามันซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนตั้งครรภ์

เสียงจากเอียร์พีซดังขึ้น

เป็นเสียงของอลิสซา

“โซเฟีย”

“ระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ถูกปิดแล้ว”

“เธอมีเวลาแค่ 30 วินาที”

ฉันสูดหายใจลึก

แล้วค่อย ๆ ผลักประตูห้องเด็ก VIP

ข้างใน…

ทารกทั้งสี่ของฉันนอนเรียงกันอยู่

ตัวเล็กมาก

หลับอย่างสงบ

นี่เป็นครั้งแรกหลังคลอดที่ฉันได้เห็นพวกเขาชัด ๆ

และในวินาทีนั้น…

ความตั้งใจของฉันแน่วแน่ขึ้นกว่าเดิม

ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเติบโตในครอบครัวที่มองฉันเป็นแค่ “เครื่องผลิตทายาท”

นี่คือบทสรุปและฉากจบ (อันน่าสะใจ ทรงพลัง และเหนือชั้น) ของเรื่องราวนี้ค่ะ:

ตอนจบ: พายุที่แท้จริงของตระกูลเมนโดซา

ฉันใช้เวลาเปิดตู้อบและประคองร่างเล็ก ๆ ของลูกแฝดทั้งสี่ลงในเบาะรองนอนพิเศษที่ซ่อนอยู่ในรถเข็นผ้าอย่างเบามือและรวดเร็วที่สุด ทุกหยาดเหงื่อที่ไหลซึมปนไปกับความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดที่แท้จริงแทบจะทำฉันทรุด แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้ฉันก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง

“เหลือเวลาอีก 10 วินาที โซเฟีย ประตูทางออกด้านหลังเปิดอยู่ รถพยาบาลปลอมจอดรอแล้ว” เสียงอลิสซาดังขึ้นในหู

ฉันเข็นรถผ่านประตูท้ายโรงพยาบาลออกไปได้อย่างไร้รอยต่อ ทันทีที่ประตูปิดลง ร่างของฉันและลูก ๆ ทั้งสี่ก็อันตรธานหายไปในความมืดของค่ำคืนนั้น โดยทิ้งเช็คเงินสด 300 ล้านเปโซที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ไวบนเตียงคนไข้ว่างเปล่า… เพื่อบอกให้อาเดรียนรู้ว่า ศักดิ์ศรีของฉันและลูกไม่มีค่าไว้ให้เขาซื้อด้วยเงินสกปรกนั่น!

วันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์ตระกูลเมนโดซาแห่งมากาตี

เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยความโกลาหลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลผู้ทรงอิทธิพล

เสียงกรีดร้องของหัวหน้าพยาบาลและเสียงทุบโต๊ะของอาเดรียนดังลั่นห้องโถง VIP ของโรงพยาบาล ข่าวใหญ่ที่ถูกปิดเงียบระเบิดขึ้นภายในภายในไม่กี่ชั่วโมง: ทายาทแฝดสี่ผู้สืบทอดสายเลือดเพียงกลุ่มเดียวของตระกูลเมนโดซาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับอดีตสะใภ้ที่พวกเขาตราหน้าว่าไร้ค่า!

“มันหายไปไหน?! คนสี่คนกับผู้หญิงเพิ่งผ่าคลอดจะหนีไปได้ยังไง!” อาเดรียนคำรามลั่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและตื่นตระหนก เขากระชากคอเสื้อหัวหน้าบอดี้การ์ด “ไปพลิกแผ่นดินฟิลิปปินส์หาให้เจอ! ถ้าหาลูก ๆ ของฉันไม่เจอ พวกแกทุกคนต้องตาย!”

เอมม่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าถอดสี “อาเดรียน… แล้วงานแถลงข่าวเปิดตัวฉันกับแก้วแหวนเงินทองของเราล่ะ?”

“หุบปาก!” อาเดรียนตวาดใส่รักแรกของเขาเป็นครั้งแรก “ถ้าไม่มีเด็กสี่คนนั้น หุ้นของเมนโดซา กรุ๊ป จะดิ่งเหว! สิทธิ์ในการสืบทอดมรดกหมื่นล้านจะตกเป็นของอาสะใภ้ทันที!”

ในวินาทีนั้นเอง อาเดรียนเพิ่งตระหนักได้ว่า โซเฟียไม่ได้เป็นแค่ “เครื่องผลิตทายาท” แต่เธอคือผู้ถือชะตากรรมทั้งหมดของตระกูลเมนโดซาไว้ในมือ และตอนนี้เธอได้เอาสิ่งที่มีค่าที่สุดของเขาไปแล้ว

ห้าปีต่อมา ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

งานนิทรรศการศิลปะและการกุศลระดับโลกถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ รถหรูนับร้อยคันจอดเรียงรายหน้างาน แขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและคนดังต่างมาร่วมงานเพื่อยลโฉม “มาดามซานโตส” นักลงทุนหญิงผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ของเอเชียและอเมริกา ผู้ที่เพิ่งเข้าซื้อหุ้นของ เมนโดซา กรุ๊ป ที่กำลังจะล้มละลายไปกว่า 40%

อาเดรียน เมนโดซา ในสภาพที่ดูแก่ลงไปนับสิบปี สูทที่เคยเรียบกริบบัดนี้ดูหมองหม่น เขาเดินทางข้ามโลกมาที่นี่เพื่อวิงวอนขอร้องให้ชาร์ก (Shark) ทางการเงินรายนี้ยอมปล่อยมือและช่วยชีวิตบริษัทของเขา

เมื่อประตูห้องรับรองส่วนตัวเปิดออก อาเดรียนก้าวเข้าไปพร้อมกับเอกสารข้อเสนอ “มาดามซานโตสครับ ได้โปรดรับฟังข้อเสนอของทางเรา…”

คำพูดของเขาหยุดชะงักไปในอากาศเมื่อผู้หญิงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้าขึ้น

ใบหน้าสวยสง่า ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สายตาเฉียบคมเด็ดขาด… โซเฟีย!

และที่ข้าง ๆ เธอ มีเด็กชายหญิงหน้าตาถอดแบบมาจากอาเดรียนตอนเด็ก ๆ ถึงสี่คนในชุดสูทและเดรสตัวจิ๋ว กำลังนั่งหัวเราะและซ้อมอ่านงบการเงินอย่างฉลาดเฉลียว

“ซ… โซเฟีย?!” อาเดรียนอุทาน เสียงของเขาสั่นเครือจนแทบไม่เป็นภาษา “เธอ… เธอคือมาดามซานโตส? แล้วลูก ๆ…”

“แด๊ดดี้เหรอครับแม่?” เด็กชายคนหนึ่งเงยหน้าถามโซเฟียด้วยสายตาซื่อตรง “คนที่แม่บอกว่าขายพวกเราเพื่อแลกกับเงิน 300 ล้านเปโซใช่ไหมครับ?”

คำพูดของเด็กชายวัยห้าขวบเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวของอาเดรียน ลมหายใจของเขาติดขัด ความจริงที่ว่าตระกูลซานโตสคือตระกูลมาเฟียเก่าแก่ฝั่งแม่ของโซเฟียที่เขาไม่เคยใส่ใจกดทับลงมาทันที โซเฟียไม่ได้หนีไปแบบคนสิ้นไร้ไม้ตอก แต่เธอคืนสู่บัลลังก์ที่แท้จริงของเธอ!

“โซเฟีย… ผมขอโทษ” อาเดรียนคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรีต่อหน้าอดีตภรรยาและลูก ๆ ทั้งสี่ “กลับไปกับผมนะ เมนโดซากรุ๊ปกำลังจะล้มละลาย ตระกูลเราต้องการคุณและลูก ๆ”

โซเฟียลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินมาหยุดตรงหน้าเขาแล้วก้มมองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและสมเพช

“300 ล้านเปโซวันนั้น… ฉันเอาไปซื้อหุ้นบริษัทของคุณตอนที่มันดิ่งเหวเรียบร้อยแล้วค่ะคุณเมนโดซา” โซเฟียยิ้มบาง ๆ แต่เยือกเย็นถึงขั้วหัวใจ “ตอนนี้ฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่ และในฐานะประธานบอร์ดคนใหม่… ฉันขอสั่งปลดคุณออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท”

“โซเฟีย! อย่าทำแบบนี้!” อาเดรียนร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง พยายามจะเอื้อมมือไปจับชายกระโปรงของเธอ แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สี่คนเข้ามาขวางไว้ทันที

“วันนั้นคุณบอกว่าเด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องมีแม่…” โซเฟียพูดทิ้งท้าย น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง “วันนี้ฉันและลูก ๆ เลยอยากจะบอกคุณเหมือนกันค่ะว่า… พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องมี ‘พ่อ’ และ ‘ตระกูลเมนโดซา’ ในชีวิตอีกต่อไป… เชิญออกไปค่ะ”

อาเดรียนถูกลากตัวออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงร้องไห้อย่างหมดสภาพ ทิ้งให้โซเฟียยืนอยู่ท่ามกลางความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ พร้อมกับลูก ๆ ทั้งสี่คนที่เข้ามากอดเธอไว้

พายุร้ายที่ตระกูลเมนโดซาเคยทำไว้กับเธอ บัดนี้ได้พัดย้อนกลับไปทำลายพวกเขาจนไม่เหลือชิ้นดี ส่วนเธอก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบ… ในฐานะราชินีที่แท้จริง