คืนก่อนวันหมั้นของฉัน พอเปิดประตูห้องรับรองเข้าไป ฉันถึงกับตัวแข็งเมื่อเห็นคู่หมั้นของตัวเองนอนอยู่บนเตียงกับพี่สาวฝาแฝดของฉัน สามปีต่อมา… ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะอุ้มท้องลูกของผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของฉัน
**ตอนที่ 1**
คืนก่อนพิธีหมั้น
ฉันถือถาดชาร้อนเตรียมนำไปให้คู่หมั้นที่ห้องรับรอง
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป…
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
ทั้งสองคนนอนเคียงกันอยู่บนเตียงหลังใหญ่
ผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานกับฉัน…
และพี่สาวฝาแฝดของฉัน
เสื้อเชิ้ตของเขาหลุดลุ่ย
ส่วนพี่สาวของฉัน…
มีเพียงผ้าห่มผืนบางคลุมร่างไว้
บนพื้นมีแก้วไวน์แดงล้มอยู่
ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์
กระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดหนึ่งตกอยู่ใกล้ปลายเท้าของฉัน
ฉันยืนนิ่ง
มือสั่นจนจับถาดไว้ไม่อยู่
เคร้ง!
เสียงถาดตกกระทบพื้นทำให้ทั้งคู่หันมามองพร้อมกัน
เอเดรียนรีบลุกขึ้น
ดวงตาแดงก่ำขณะมองมาที่ฉัน
“ทาเลีย…”
ฉันไม่ได้ร้องไห้
ไม่ได้อาละวาด
เพียงจ้องหน้าเขาอยู่นาน
ก่อนจะถามเพียงประโยคเดียว
“เอเดรียน…”
“คืนนี้… นายรู้ตัวดีใช่ไหมว่ากำลังทำอะไร”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
เขาไม่ตอบอยู่พักใหญ่
ก่อนจะก้มหน้าช้า ๆ
“…รู้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“อย่าโทษพี่สาวเธอเลย”
เป็นเพียงประโยคเดียว
แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของฉันแตกสลาย
ฉันไม่ต้องการคำอธิบายอีก
ไม่ต้องการเหตุผลใด ๆ
ฉันเข้าใจแล้ว
เขาเลือกพี่สาวของฉัน
เช้าวันรุ่งขึ้น…
ทุกคนในครอบครัวนั่งเงียบอยู่ในห้องรับแขก
แม่ถอนหายใจยาวก่อนพูดขึ้น
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว”
“ทาเลีย…”
“ยกเอเดรียนให้พี่มาราเถอะนะ”
พ่อนั่งเงียบ
ไม่แม้แต่จะมองหน้าฉัน
เพียงพยักหน้าเบา ๆ เห็นด้วยกับแม่
ฉันไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
เพราะตั้งแต่เด็ก…
ในบ้านหลังนี้
ถ้าฉันกับพี่สาวต้องการสิ่งเดียวกัน
คนที่ต้องเป็นฝ่ายยอมเสมอ…
ก็คือฉัน
ชุดที่สวยที่สุด
ฉันเป็นฝ่ายถอย
โอกาสเรียนโรงเรียนที่ดีกว่า
ฉันเป็นฝ่ายสละ
แม้แต่ของใหม่…
ก็ต้องให้พี่ก่อน
และวันนี้…
แม้แต่ผู้ชายที่ฉันรักที่สุด
พวกเขาก็ยังยกให้พี่สาว
ครั้งนี้…
ฉันไม่เถียงอีก
ฉันค่อย ๆ ถอดแหวนหมั้นออกจากนิ้ว
แล้ววางลงบนโต๊ะ
“ตั้งแต่นี้ไป…”
“เอเดรียนเป็นของพี่มารา”
สามเดือนต่อมา
พี่สาวของฉัน มารา สวมชุดเจ้าสาวสีขาว
และกลายเป็นภรรยาของเอเดรียน
ส่วนฉัน…
เลือกเดินทางออกจากฟิลิปปินส์อย่างเงียบ ๆ
ฉันรับข้อเสนองานที่ประเทศนิวซีแลนด์
คิดเพียงว่า…
หากอยู่ไกลมากพอ
ฉันคงลืมพวกเขาได้ง่ายขึ้น
ตลอดสามปี
ฉันไม่เคยกลับบ้าน
แต่เกือบทุกวัน
ฉันยังเห็นโพสต์ของมาราปรากฏบนหน้าฟีด
บางครั้ง…
เป็นรูปแก้วนมอุ่นที่เอเดรียนชงให้ทุกเช้า
บางครั้ง…
เป็นรูปสามีของเธอสวมผ้ากันเปื้อนกำลังทำไก่อะโดโบในครัว
ทุกข้อความใต้รูป
เต็มไปด้วยความสุข
“สามีของฉันหล่อที่สุดเวลาทำอาหาร”
“โชคดีที่ตอนนี้คนที่เขากอดคือฉัน ไม่ใช่ใครที่ได้แต่ยืนมองอยู่ไกล ๆ”
ฉันรู้ดี…
โพสต์เหล่านั้นตั้งใจส่งถึงฉัน
แต่ทุกครั้ง
ฉันก็ยังกด “ถูกใจ”
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
เธอโพสต์รูปขวดกรดโฟลิก
พร้อมข้อความสั้น ๆ เพียงสี่คำ
“พร้อมมีลูกแล้ว”
ครั้งนั้นมีคนเข้ามาแสดงความยินดีมากมาย
ทั้งพ่อและแม่ก็เข้ามาคอมเมนต์
“อย่ากดดันตัวเองนะ ลูกจะมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”
เพื่อนคนหนึ่งยังแซวว่า
“คุณแม่คนสวยแห่งมหาวิทยาลัยกำลังจะมีเบบี๋แล้วเหรอ ยังทันไหมถ้าจะขอเกิดใหม่เป็นลูกของพวกเธอ”
แต่ท่ามกลางคำยินดีนับไม่ถ้วน
กลับมีคอมเมนต์หนึ่งปรากฏขึ้น
“เดี๋ยวก่อน… เมื่อสามปีก่อน คนที่จะแต่งงานกับเอเดรียนไม่ใช่ทาเลียหรอกหรือ แล้วมารากับเอเดรียนแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
ฉันมองชื่อเจ้าของคอมเมนต์
ถึงได้รู้ว่าเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย
ตอนงานแต่งงานเขาอยู่ต่างประเทศ จึงไม่ได้กลับมา
ไม่กี่วินาทีต่อมา…
คอมเมนต์นั้นก็หายไป
จากนั้น…
เขาเขียนข้อความใหม่
“ยินดีด้วยนะพี่มารา ขอให้ได้ลูกแข็งแรงสมหวังเร็ว ๆ ของขวัญแต่งงานเดี๋ยวชดเชยให้ทีหลังนะ”
ฉันยิ้ม
แต่เป็นรอยยิ้มที่ขมขื่น
ที่แท้…
ทุกคนไม่ได้ลืมเรื่องในอดีต
พวกเขาแค่…
เลือกที่จะลืมว่าฉันเคยมีตัวตน
ฉันดับโทรศัพท์
แล้วเดินออกไปที่ระเบียง
เบื้องหน้า…
ผืนน้ำสีครามของทะเลสาบวานากะส่องประกายอย่างเงียบงาม
กลางทะเลสาบ
มีต้นไม้ต้นหนึ่งยืนเดียวดาย
ห่างไกลจากฝั่ง
ไร้ที่พึ่งพิง
ผู้คนเรียกมันว่า…
“The Lone Tree”
ขณะจ้องมองต้นไม้ต้นนั้น
ความทรงจำในอดีตก็ค่อย ๆ หวนกลับมา
ครั้งหนึ่ง…
เอเดรียนกับฉันเคยรักกันมาก

แต่สุดท้าย…
คนที่ทำลายทุกอย่าง
กลับเป็นตัวฉันเอง
ตอนที่ 2: ความจริงใต้ก้นแก้วไวน์
ฉันทอดสายตามอง “The Lone Tree” ต้นไม้โดดเดี่ยวกลางทะเลสาบวานากะพลางหมุนแก้วกาแฟในมือ ลมหนาวของนิวซีแลนด์ปะทะใบหน้า แต่มันไม่ได้ทำให้ใจของฉันสั่นสะท้านได้เท่ากับความจริงที่ฉันฝังมันไว้เมื่อสามปีก่อน
“คนที่ทำลายทุกอย่าง… กลับเป็นตัวฉันเอง”
ใช่แล้ว… ทุกคนในครอบครัวคิดว่ามาราแย่งเอเดรียนไป คิดว่าฉันเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร และคิดว่าเอเดรียนทรยศหักหลังฉัน แต่ความจริงก็คือ ทั้งหมดนั้นเป็นแผนการที่ฉันวางเอาไว้ตลบหลังพวกเขาต่างหาก
ย้อนกลับไปในคืนก่อนวันหมั้น ฉันบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาในห้องครัวระหว่างแม่กับมารา มาราร้องไห้ฟูมฟายบอกว่าเธอรักเอเดรียนและรับไม่ได้ที่จะเห็นฉันมีความสุข ส่วนแม่ก็ปลอบใจและบอกว่า “ถ้ามาราอยากได้ แม่จะหาทางคุยกับเอเดรียนเอง ทาเลียแกง่าย ๆ ยังไงก็ยอมพี่เขาอยู่แล้ว”
ไม่เพียงเท่านั้น ฉันยังแอบเห็นมาราแอบใส่ ‘บางอย่าง’ ลงในเหยือกไวน์แดงที่จะเอาไปให้เอเดรียนที่ห้องรับรอง พวกเขาไม่เคยเห็นฉันเป็นครอบครัว มารากระหายที่จะเอาชนะฉันในทุกเรื่อง ส่วนเอเดรียน… แม้เขาจะบอกว่ารักฉัน แต่พักหลังมานี้เขาก็เริ่มปั่นป่วนและหวั่นไหวไปกับท่าทีทอดสะพานของมาราอยู่บ่อยครั้ง
ในเมื่อทุกคนอยากได้… ฉันก็จะจัดใส่พานถวายให้เสร็จสรรพ
คืนนั้น ฉันจงใจสลับแก้วไวน์ที่มียาปลุกเซ็กส์รสเข้มข้นให้เอเดรียนดื่มจนหมดแก้ว และเป็นคนส่งข้อความจากโทรศัพท์ของเอเดรียนไปตามมาราให้มาหาที่ห้อง โดยที่ฉันแอบยืนมองอยู่หลังม่านจนกระทั่งไฟในห้องดับลง… ฉันปล่อยให้พวกเขาสมสู่กันด้วยความเต็มใจของมาราและสติที่พร่าเลือนของเอเดรียน
เมื่อเวลาผ่านไปจนมั่นใจว่าทุกอย่าง “ได้ที่” ฉันถึงจงใจถือถาดชาร้อนเปิดประตูเข้าไป เพื่อจับให้มั่นคั้นให้ตายต่อหน้าต่อตา!
เกมยาวสามปี
ประโยคที่ฉันถามเอเดรียนว่า “คืนนี้… นายรู้ตัวดีใช่ไหมว่ากำลังทำอะไร” แล้วเขาตอบว่า “รู้” มันไม่ใช่เพราะเขาหมดรักฉัน แต่เป็นเพราะศักดิ์ศรีของผู้ชายที่ค้ำคอ เขาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนกับพี่สาวฝาแฝดของคู่หมั้น ความผิดบาปและตราบาปนั้นทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าฉันอีกต่อไป
ฉันแสร้งทำเป็นนางเอกผู้เสียสละ ยอมยกผู้ชายให้พี่สาว ยอมจมดิ่งกับความเศร้าแล้วหนีมาอยู่นิวซีแลนด์เพื่อสร้างภาพจำให้ตัวเองเป็น “ผู้ถูกกระทำที่น่าเวทนา”
แต่ในความเป็นจริง… ทันทีที่ฉันเหยียบแผ่นดินนิวซีแลนด์ ฉันใช้เงินชดเชยและเงินกองทุนที่ฉันแอบโยกย้ายมาจากบัญชีร่วมของฉันกับเอเดรียนก่อนหน้านั้น นำมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และใช้ชีวิตอย่างราชา ฉันหลุดพ้นจากครอบครัวท็อกซิกที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ หลุดพ้นจากผู้ชายโลเลที่ไม่มั่นคงในรัก
ส่วนมารา? เธอคิดว่าเธอชนะ… แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา ภาพความสุขบนโซเชียลมีเดียของเธอมันเป็นแค่เปลือกภายนอกที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อหลอกตัวเองและข่มฉัน
ฉันรู้จากเพื่อนสนิทที่ฟิลิปปินส์ว่า หลังจากแต่งงานไป เอเดรียนกลายเป็นคนอมทุกข์และติดเหล้าอย่างหนัก ทุกครั้งที่เขามองหน้ามารา เขาจะเห็นแต่ภาพความผิดพลาดในคืนนั้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและว่างเปล่า ไก่อะโดโบที่เขาทำ นมที่เขาชง มันคือหน้าที่ที่เขาต้องทำเพื่อชดใช้ความผิด ไม่ใช่เพราะความรัก
จุดจบของการแย่งชิง
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดเข้าไปที่หน้าฟีดของมาราที่เพิ่งโพสต์รูปขวดกรดโฟลิกพร้อมข้อความ “พร้อมมีลูกแล้ว” ฉันเลื่อนลงไปกดถูกใจเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะพิมพ์คอมเมนต์ลงไปด้วยบัญชีจริงของฉัน
“ยินดีด้วยนะพี่มารา ขอให้เด็กที่เกิดมาโชคดี ไม่ต้องเจอเหตุการณ์ ‘สลับตัว’ หรือ ‘แย่งของคนอื่น’ เหมือนในอดีตนะค้างคาใจมานาน… เลี้ยงลูกให้ดีล่ะ”
ไม่ถึงหนึ่งนาที มาราก็กดลบข้อความของฉันและบล็อกบัญชีของฉันทันที แต่มันสายไปแล้ว เพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัยและญาติ ๆ หลายคนได้แคปภาพคอมเมนต์นั้นไว้ และเริ่มมีการขุดคุ้ยเรื่องราวอื้อฉาวเมื่อสามปีก่อนขึ้นมาพูดถึงในกลุ่มปิด
โทรศัพท์ของฉันสั่นเตือน มีสายเรียกเข้าจากเอเดรียน… เบอร์ที่ฉันไม่เคยลบ แต่ก็ไม่เคยโทรหา
ฉันกดรับสายอย่างใจเย็น
“ทาเลีย…” เสียงของเอเดรียนสั่นเครือและแหบพร่า “…ฉันขอโทษ สำหรับทุกอย่าง ตลอดสามปีมานี้ฉันไม่เคยมีความสุขเลย มารากำลังจะท้อง แต่ฉัน… ฉันไม่ได้รักเธอเลย ทาเลีย ฉันคิดถึงเธอ…”
ฉันหัวเราะเบา ๆ ผ่านสายลมหนาวของทะเลสาบวานากะ
“เอเดรียน… นายไม่ได้คิดถึงฉันหรอก นายแค่กำลังติดอยู่ในนรกที่นายกับมาราช่วยกันสร้างขึ้นต่างหาก ตอนนี้นายกำลังจะมีลูกกับเธอแล้ว หน้าที่ของนายคืออยู่เป็นนรกของกันและกันไปจนตาย”
“ทาเลีย! เธอพูดเรื่องอะไร…”
“ลาก่อนนะ… พี่เขย”
ฉันกดตัดสายและบล็อกเบอร์ของเขาอย่างถาวร
ฉันมองไปที่ “The Lone Tree” กลางผืนน้ำอีกครั้ง ต้นไม้นั้นอาจจะดูโดดเดี่ยว แข็งกร้าว และอยู่ห่างไกลจากฝั่ง… แต่มันช่างงดงาม ทรงพลัง และไม่มีใครสามารถทำลายหรือแย่งชิงอะไรไปจากมันได้อีกต่อไป
ฉันหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องพัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมรอยยิ้มที่แท้จริง… เกมนี้ฉันไม่ได้เป็นคนชนะธรรมดา แต่ฉันเป็นคนกำหนดจุดจบของพวกเขาทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น