Posted in

กำหนดการทำแท้งของฉันถูกนัดหมายเรียบร้อยแล้ว และเอกสารหย่าก็เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วเช่นกัน

กำหนดการทำแท้งของฉันถูกนัดหมายเรียบร้อยแล้ว และเอกสารหย่าก็เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วเช่นกัน

ปัญหาก็คือ… สามีของฉัน กัปตันแองเจโล นักบินสายการบิน ยังไม่รู้อะไรเลย

เขากำลังยุ่งอยู่กับการดูแลอิซาเบลลา อดีตแฟนสาวที่กำลังตั้งครรภ์ สิ่งเดียวที่เขาสังเกตเห็นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็คือ ฉันดูเชื่อฟังและสงบผิดปกติ

เมื่ออิซาเบลลาโพสต์รูปหวานๆ ของพวกเขาลงเฟซบุ๊ก ฉันเพียงกด “ถูกใจ” อย่างเงียบๆ

เมื่อเขาพาเธอมาตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลซึ่งฉันทำงานอยู่ ฉันสวมเสื้อกาวน์สีขาวและถุงมือแพทย์ ดูแลทั้งสองอย่างมืออาชีพ ราวกับเป็นคนแปลกหน้าสองคน

ฉันไม่หึง ไม่โวยวาย และไม่สร้างเรื่อง

ฉันเลือกที่จะปิดบังความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนั้นคือสามีของฉัน

แองเจโลคิดว่าฉันยอมรับทุกอย่างแล้ว

เขาไม่รู้เลยว่า ในใจของฉัน… ฉันไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว

ในห้องตรวจ

วันนั้นเขาพาอิซาเบลลามาที่โรงพยาบาล

หญิงสาวที่ไม่รู้เลยว่าผู้ชายข้างกายคือสามีของฉัน จับชายเสื้อกาวน์ของฉันพร้อมทำเสียงออดอ้อน

“คุณหมอคะ หนูกลัวเจ็บค่ะ… ช่วยเบาๆ หน่อยนะคะ”

ฉันกำลังจะบอกว่า การตรวจตามปกติไม่ได้เจ็บอะไร

แต่แองเจโลพูดแทรกขึ้นมาก่อน

“คุณหมอครูซครับ ช่วยดูแลเธอด้วยนะครับ ตั้งแต่เด็กเธอก็ทนเจ็บไม่ค่อยได้แล้ว”

คำพูดทั้งหมดติดค้างอยู่ในลำคอ

เหมือนมีก้างปลาติดอยู่ข้างใน

เจ็บ… และหายใจไม่ออก

ฉันจึงเงียบ

ก้มหน้าทำงานของตัวเองจนเสร็จ

ดูเหมือนแองเจโลจะโล่งใจ

ก่อนออกจากห้อง เขาหันมามองฉันอย่างสงสัย ราวกับกำลังถามว่าทำไมฉันถึงใจเย็นขนาดนี้

เพราะเมื่อก่อน

แค่มีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้เขา ฉันก็จะต่อว่าเขาแล้ว

แต่ตอนนี้…

ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว

ทั้งการแต่งงานครั้งนี้ และความรักที่ฉันมีต่อเขา

ฉันไม่มีแรงจะประคองมันต่อไปอีกแล้ว

คืนแห่งการตัดสินใจ

เมื่อกลับถึงบ้านในย่านหรู

ครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน เขาอธิบายกับฉัน

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่เพื่อนนะ เธอตั้งครรภ์อยู่คนเดียว ไม่มีใครดูแล ฉันเลยช่วยเธอ อย่าคิดมากเลย”

“ฉันรู้”

ฉันตอบเพียงสั้นๆ

ฉันกำลังลังเลว่าจะบอกเรื่องการหย่า และเรื่องเด็กในท้องของฉันอย่างไร

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

อิซาเบลลา

เขามองหน้าจอ ก่อนหันมาพูดกับฉัน

“คืนนี้มีประชุมด่วนที่ออฟฟิศ เธอนอนไปก่อนนะ ไม่ต้องรอฉัน”

ในวินาทีนั้น

ฉันตัดสินใจได้แล้ว

ฉันรั้งเขาไว้ และยื่นเอกสารหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะมานานให้เขา

ก่อนพูดอย่างสงบ

“ฉันกำลังดูคอนโดอยู่แห่งหนึ่ง ใกล้แม่น้ำ”

เขาไม่ได้อ่านแม้แต่หน้าเดียว

เปิดไปหน้าสุดท้าย แล้วเซ็นชื่อในช่องว่างอย่างรวดเร็ว

“ถ้าชอบก็ซื้อเลย”

จากนั้นเขาก้มลงจูบหน้าผากฉันอย่างอ่อนโยน

“รอฉันนะ ฉันจะกลับมา”

แล้วเขาก็เดินจากไป

ประตูปิดลง

ฉันมองเอกสารที่มีลายเซ็นของเขา น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา

มือหนึ่งลูบท้องตัวเองเบาๆ

“ขอโทษนะลูก…

แม่ไม่สามารถให้ลูกเกิดมาในครอบครัวที่ไร้ความรักได้”

00:37 น.

ขณะที่ฉันนั่งเหม่ออยู่ โทรศัพท์ก็แจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อนใหม่

เมื่อกดรับ ฉันก็เห็นโพสต์ล่าสุดของผู้หญิงคนนั้นทันที

“ขอบคุณที่เหนื่อยเพื่อพวกเรานะที่รัก แม้จะดึกมากแล้ว คุณก็ยังช่วยจัดบ้านใหม่ให้ฉันกับลูก

ตั้งแต่นี้ไป เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน”

ในรูปนั้น

เห็นท้องที่นูนขึ้นของเธออย่างชัดเจน

และมีมือของผู้ชายคนหนึ่งวางอยู่บนท้องนั้นอย่างอ่อนโยน

มือคู่นั้น

คือมือที่เคยจับมือฉัน

มือที่เคยสัญญาว่าจะไม่ปล่อยฉันไปตลอดชีวิต

เวลา 00:37 น.

เขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้น

กำลังจัดบ้านใหม่

ในขณะที่ฉัน

นั่งอยู่ท่ามกลางเอกสารหย่าเพียงลำพัง

แล้วกด “ถูกใจ” ให้โพสต์นั้นอย่างเงียบงัน

วันครบรอบแต่งงานของเรา…

ผ่านไปแล้ว

ตั้งแต่ต้นจนจบ

เขาไม่เคยนึกถึงมันเลย

แม้แต่คำอวยพรเพียงคำเดียวก็ไม่มี

ฉันได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง

จุดจบของทุกสิ่ง

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ฉันได้รับข้อความจากโรงพยาบาล แจ้งกำหนดการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น

มือของฉันสั่นขณะกด “ยืนยัน”

หลังจากนั้นก็จองตั๋วเครื่องบิน

ปลายทาง: ปารีส

วันเดินทาง: หนึ่งวันหลังจากเอกสารหย่าฉบับสุดท้ายเสร็จสิ้น

ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้พบเขาอีกที่โรงพยาบาลในวันนั้น

เขาพาอิซาเบลลามาอีกครั้ง

สายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยนั้น

เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยได้รับจากเขาเลย

หัวใจของฉันเหมือนถูกมีดแทง

ฉันกัดริมฝีปากแล้วหันหลังเดินเข้าห้องผ่าตัด

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ฉันนอนอยู่บนเตียงเย็นเฉียบ

มองดูเครื่องมือที่จะพรากชีวิตเล็กๆ ในท้องของฉันไป

ฤทธิ์ยาชาทำให้ร่างกายไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว

แต่หัวใจของฉัน…

เหมือนถูกเฉือนด้วยมีดทีละน้อย

ฉันเหมือนได้ยินเสียงร้องของเด็กทารกดังอยู่ข้างหู

“แม่…”

ฉันรู้ดีว่า

สายใยเส้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงฉันกับแองเจโล

ได้ขาดสะบั้นลงแล้ว

เรื่องไม่คาดคิด

ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวัน

ผู้ชายที่เคยสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไป

กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จนตกค่ำ

ฉันฝืนร่างกายที่ยังเจ็บปวด ลุกขึ้นเดินออกจากโรงพยาบาล

เมื่อก้าวออกจากประตู

ฉันก็เห็นเขา

ยืนอยู่ตรงนั้น

ในมือมีช่อกุหลาบสีแดงขนาดใหญ่

“สุขสันต์วันครบรอบนะ… ภรรยาของผม”

ช่อกุหลาบสีแดงสดในมือของแองเจโลดูงดงามราวกับภาพฝัน แต่มันช่างดูแปลกแยกและน่าขันสิ้นดีเมื่อเทียบกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและคราบเลือดจางๆ ที่ยังติดอยู่บนร่างกายของฉัน

เขายิ้มอย่างอบอุ่น ยื่นช่อดอกไม้มาให้ ราวกับผู้ชายที่แสนดีซึ่งกำลังทำเซอร์ไพรส์ภรรยาด้วยความรัก

“สุขสันต์วันครบรอบย้อนหลังนะลินดา พอดีวันนั้นฉันยุ่งเรื่องเตรียมบ้านให้ครอบครัวของอิซาเบลลามากไปหน่อย แต่ฉันไม่เคยลืมหรอกนะ… วันนี้ฉันตั้งใจมารับเธอไปทานมื้อค่ำสุดหรูด้วยกัน”

ฉันมองช่อดอกไม้ตรงหน้า นิ่งสนิท ไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ

“ไม่ต้องหรอกแองเจโล” เสียงของฉันแหบพร่าและเบาหวิว จนลมหนาวยามค่ำคืนเกือบจะกลืนมันหายไป

“ทำไมล่ะ? เธอยังโกรธฉันเรื่องอิซาเบลลาอยู่เหรอ? ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร…”

“เธอแท้งแล้ว” ฉันพูดแทรกขึ้นมา คำพูดนั้นทำให้แองเจโลชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป

“อ๋อ… งั้นเหรอ น่าสงสารจัง แล้วเธอเกี่ยวอะไรด้วย…”

“เด็กในท้องของฉัน… แท้งแล้ว” ฉันเน้นคำชัดเจน มองลึกลงไปในดวงตาของเขา “และคนที่เซ็นอนุมัติให้ฉันทำศัลยกรรมขูดมดลูกและยุติการตั้งครรภ์ ก็คือเธอ… แองเจโล”

แองเจโลเบิกตากว้าง ช่อดอกไม้ในมือร่วงลงพื้นกลีบกุหลาบกระจายเกลื่อน “เธอพูดเรื่องอะไรลินดา?! เธอท้องตั้งเมื่อไหร่? แล้วฉันไปเซ็นอะไร…”

ฉันหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลในกระเป๋าออกมา ยื่นแผ่นกระดาษที่มีตราประทับของโรงพยาบาลและสำนักงานเขตให้เขา มันคือเอกสารใบสำคัญการหย่าที่มีลายเซ็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่กับเอกสารแสดงความยินยอมในการรักษาพยาบาลที่เขาเซ็นไปโดยไม่ได้อ่านเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

“ถ้าชอบก็ซื้อเลย… เธอพูดคำนี้จำได้ไหม?” ฉันแค่นยิ้ม “เธอคิดว่ามันคือสัญญาซื้อคอนโด แต่ความจริงมันคือเอกสารหย่า และใบยินยอมที่ฉันใช้ยื่นต่อโรงพยาบาลในฐานะคนไข้”

แองเจโลหน้าถอดสี มือของเขาสั่นระริกขณะอ่านข้อความบนกระดาษ น้ำตาของเขาไหลพรากออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขาก้าวเข้ามาพยายามจะคว้ามือของฉัน

“ไม่จริง… ลินดา ฉันไม่ได้ตั้งใจ! ทำไมเธอไม่บอกฉันว่าเธอท้อง! ลูกของเรา…”

“ลูกของเราเหรอ?” ฉันเบี่ยงตัวหลบ สัมผัสของเขาในตอนนี้ทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยง “ลูกของฉันคนเดียวต่างหาก แองเจโล ในคืนที่ฉันต้องการเธอที่สุด ในคืนวันครบรอบแต่งงานของเรา เธอกำลังโอบกอดผู้หญิงคนอื่นและลูกของคนอื่น ทิ้งให้ฉันอยู่กับความโดดเดี่ยวและคราบน้ำตา… สายใยเส้นสุดท้ายระหว่างเรา มันถูกเธอตัดขาดไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว”

ฉันหันหลังเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมองอีก เสียงฝีเท้าของเขาพยายามจะวิ่งตาม แต่สังขารที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดและหัวใจที่แตกสลายของฉันกลับมีความเด็ดเดี่ยวอย่างน่าประหลาด ฉันโบกรถแท็กซี่แล้วก้าวขึ้นไปทันที ทิ้งให้กัปตันหนุ่มผู้สง่างามยืนทรุดเข่าร้องไห้อยู่หน้าโรงพยาบาล ท่ามกลางซากดอกกุหลาบที่แหลกเหลว

หนึ่งเดือนต่อมา ณ กรุงปารีส

แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบผิวน้ำของแม่น้ำแซน ฉันนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ริมทางเท้า สวมเสื้อโค้ทตัวหนาและจิบช็อกโกแลตร้อน

โทรศัพท์มือถือของฉันสั่นเตือน มีอีเมลแจ้งเตือนการเปลี่ยนสถานะสมรสและเอกสารการโอนย้ายไปประจำการที่โรงพยาบาลในฝรั่งเศสเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ และมีข้อความสุดท้ายจากคิอาน่า เพื่อนร่วมงานที่ไทย ส่งมาเล่าข่าวคราว

“ลินดา… แองเจโลลาออกจากสายการบินแล้วนะ เห็นว่าเขาพยายามตามหาเธอแทบบ้า ตอนนี้อิซาเบลลาคลอดลูกแล้ว แต่ผลตรวจ DNA ปรากฏว่าไม่ใช่ลูกของแองเจโล ผู้หญิงคนนั้นแค่หลอกใช้เขาเป็นที่พักพิงตอนถังแตก พอแองเจโลรู้ความจริงและรู้ว่าตัวเองสูญเสียเธอไปจริงๆ เขากลายเป็นคนเสียสติ วันๆ ได้แต่กอดใบหย่าและร้องไห้อยู่ในบ้านหลังเก่าของพวกเธอ…”

ฉันเลื่อนอ่านข้อความนั้นด้วยความรู้สึกที่ราบเรียบ… ไม่มีความสะใจ ไม่มีความเศร้า และไม่มีความรักหลงเหลืออยู่เลย

ฉันกดลบข้อความนั้นทิ้ง ปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเงยหน้าขึ้นรับสายลมเย็นของปารีส

บาดแผลในใจของฉันอาจต้องใช้เวลาในการเยียวยา และลืมเสียงเรียกของเด็กน้อยในความฝันคนนั้น แต่ในวันนี้ ฉันได้รับอิสรภาพที่แท้จริงคืนมาแล้ว

ชีวิตใหม่ของฉัน… กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างสง่างาม โดยไม่มีผู้ชายชื่อแองเจโลอีกต่อไป