Posted in

ในงานศพของพี่สาวที่ทิ้งหนี้ไว้ 28 ล้านบาท พ่อแม่บังคับให้ฉันใช้หนี้แทนเพื่อให้วิญญาณของเธอไปสู่สุขคติ แต่เมื่อฉันขอใบมรณบัตร ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากในโลงศพ

ในงานศพของพี่สาวที่ทิ้งหนี้ไว้ 28 ล้านบาท พ่อแม่บังคับให้ฉันใช้หนี้แทนเพื่อให้วิญญาณของเธอไปสู่สุขคติ แต่เมื่อฉันขอใบมรณบัตร ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากในโลงศพ

## ตอนที่ 1 — ท่ามกลางกลิ่นเทียนและดอกไม้ในศาลาประจำชุมชน พวกเขาผลักภาระหนี้ของคนตายมาให้ฉันต่อหน้าญาติทั้งตระกูล

น้ำตาบนใบหน้าของแม่ยังไม่ทันแห้งดี **ลุงโรเดล** ก็ฟาดแฟ้มเอกสารหนา ๆ ลงบนโต๊ะรับเงินทำบุญ

เสียงดังสนั่นไปทั่วศาลาเล็ก ๆ

เสียงซุบซิบหยุดลง

เสียงสวดของบรรดาหญิงชราที่นั่งอยู่มุมศาลาเงียบกริบ

แม้แต่แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์บนเพดาน ยังเหมือนเย็นเยียบขึ้นในทันที

ตรงหน้าพวกเราคือโลงศพของพี่สาวฉัน **ลิซ่า**

ฝาโลงคลุมด้วยผ้าสีขาว ล้อมรอบด้วยดอกไม้ราคาถูกและเทียนที่แทบละลายเพราะแดดร้อนยามเที่ยง

ทุกคนบอกว่า…

เธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางหลวง ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปจัดการเรื่องหนี้สิน

พวกเขาบอกว่าร่างของเธอแหลกเหลวจนห้ามเปิดโลงเด็ดขาด

พวกเขาบอกว่าต้องรีบฝังให้เร็วที่สุด

และตอนนี้… ทั้งที่ยังไม่ได้เคลื่อนศพไปสุสาน เจ้าหนี้ของเธอก็มาถึงแล้ว

**ลุงโรเดล**

เขาไม่ได้ดูเหมือนเจ้าหนี้ธรรมดา

ไหล่กว้าง มีแผลเป็นพาดแก้ม สวมนิ้วแหวนสองวงที่มือขวา และมีชายฉกรรจ์อีกสี่คนยืนอยู่ด้านหลัง ราวกับไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการพูดดี ๆ

เขาจับแฟ้มเอกสารแล้วผลักมาตรงหน้าฉัน

“**28 ล้านบาท**”

ฉันก้มมองเอกสาร

หนังสือรับสภาพหนี้

สำเนาบัตรประชาชนของลิซ่า

ลายเซ็นของเธอ

พร้อมดอกเบี้ยที่พุ่งสูงจนเกือบเป็นสองเท่าของเงินต้น

ฉันรู้สึกได้ว่าสามีของฉัน **เปาโล** กำลังบีบไหล่ลูกชายแน่น

ลูกชายของเรา **นิโก** อายุสิบสองปี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ฉันรีดจนเรียบ ทั้งที่แทบไม่ได้นอน

เขาเงยหน้ามองฉัน

“แม่… นั่นคืออะไรเหรอ?”

ฉันยังไม่ทันตอบ

แม่ก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น

เธอทุบอกตัวเองอย่างแรง

“ลิซ่า… ลูกแม่! ทำไมถึงทิ้งพวกเราไว้แบบนี้!”

เสียงร้องไห้ของเธอดังก้องไปทั่วศาลา

พ่อเดินตามมา

**พ่อเบน** ซึ่งเมื่อครู่นั่งเงียบอยู่มุมห้อง ลุกขึ้นมากุมขอบโลงศพราวกับหัวใจแตกสลาย

“พวกเราจนก็จริง… แต่ไม่ใช่คนไร้จิตสำนึก”

เขาหันมามองฉัน

สบตาตรง ๆ

หนักแน่น

เหมือนซ้อมประโยคนี้มาแล้วหลายครั้ง

“มารา… พี่สาวของลูกเสียชีวิตแล้ว เธอไม่มีทางใช้หนี้ได้อีก แต่ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะหนีความรับผิดชอบ”

บรรดาป้าของฉันต่างเงยหน้าขึ้น

บางคนสะอื้น

บางคนถอนหายใจ

บางคนพึมพำว่าสงสารวิญญาณของลิซ่า

แม่ **คอรา** จับชายเสื้อของฉันไว้

“ลูก… ช่วยพวกเรานะ”

มือเย็นเฉียบของเธอไล้ขึ้นมาตามแขนฉัน

“เขาว่ากันว่า ถ้าคนตายยังมีหนี้ วิญญาณจะไม่มีวันสงบ ลูกไม่อยากให้พี่สาวไปสู่สุขติหรอกหรือ?”

ฉันหลับตาลง

ไม่ใช่เพราะสงสาร

แต่เพราะรู้ดีว่านี่คือกับดักเดิม

ทั้งชีวิตของฉันก็เป็นแบบนี้มาตลอด

เวลาลิซ่ามีปัญหา ฉันคือคนแก้

เวลาลิซ่าก่อเรื่อง ฉันคือคนรับผิด

เวลาลิซ่าต้องใช้เงิน ฉันคือ “ลูกที่เข้าใจที่สุด”

เพียงเพราะฉันเรียนจบ

เพียงเพราะฉันมีงานทำ

เพียงเพราะทุกคนบอกว่าฉันเข้มแข็งกว่า

แต่ไม่เคยมีใครถามเลยว่า…

ฉันต้องทำงานหนักกี่ปีถึงเก็บเงินได้

ไม่เคยมีใครถามว่าฉันต้องตัดใจจากความต้องการของตัวเองกี่ครั้ง เพื่อส่งลูกชายเรียนโรงเรียนเอกชน

ไม่เคยมีใครถามว่าทำไมเปาโลถึงหน้าซีดจากความเหนื่อยล้า เพราะทุกคืนเขาต้องดูแลลูก ขณะที่ฉันนั่งปิดบัญชีอยู่ที่สำนักงานบัญชีเล็ก ๆ ในตลาด

ตรงกันข้าม…

ทุกคนมองมาที่ฉัน ราวกับเงินของฉันเป็นสมบัติของครอบครัวโดยกำเนิด

“มารา”

เปาโลพูดเบา ๆ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความพยายามอดกลั้น

“อย่าเพิ่งตอบ”

ฉันพยักหน้า

แต่แม่ได้ยิน

สีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที

จากร้องไห้…

กลายเป็นโกรธ

“อะไรนะ? ยังต้องคิดอีกเหรอ? พี่สาวของแกนอนอยู่ในโลงตรงนี้นะ!”

ป้าคนหนึ่งเดินเข้ามา

“มารา… สงสารพี่เถอะ หนี้มันเยอะก็จริง แต่ถ้าทุกคนช่วยกัน ก็ผ่านไปได้”

ฉันหัวเราะเบา ๆ

ไม่ใช่เพราะขำ

และไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย

“แล้วป้าจะช่วยเท่าไหร่คะ?”

เธอนิ่งอึ้ง

“หือ?”

“เมื่อกี้ป้าบอกว่าทุกคนช่วยกัน… งั้นป้าจะออกเท่าไหร่คะ?”

ญาติทั้งหลายหันมามองหน้ากัน

บางคนหลบสายตา

บางคนก้มหน้าสวดมนต์ต่อ

ส่วนลุงโรเดลยิ้มมุมปาก

“ฉันไม่ได้มาฟังละครน้ำเน่าของพวกแก”

“มีหนี้… ก็ต้องมีคนจ่าย”

เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ฉัน

“ถ้าไม่มีใครจ่าย ฉันก็มีวิธีทวงศักดิ์ศรีของคนตาย”

เขาชี้ไปที่โลงศพ

“ฉันจะเปิดโลง ลากศพออกมา แล้วให้คนทั้งชุมชนดูว่า ครอบครัวที่กล้ากู้ แต่ไม่กล้าคืนเงิน เป็นยังไง”

“ไม่นะ!”

แม่ร้องลั่น

เธอลุกขึ้นไปยืนขวางโลงทันที

เร็วเกินไป

ตกใจเกินไป

นั่นไม่ใช่ความกลัวของแม่ที่ไม่อยากให้ศพลูกถูกลบหลู่

แต่มันคือความกลัวของคนที่กำลังปกปิดบางอย่าง

ฉันหันไปมองโลงศพ

มองเผิน ๆ ก็เหมือนโลงธรรมดา

ไม้ขัดเงา

ผ้าสีขาว

ไม้กางเขนเล็ก ๆ วางอยู่ด้านบน

แต่ตรงด้านข้าง ใต้ช่อดอกไม้

มีรูเล็ก ๆ อยู่สามรู

**รูระบายอากาศ**

ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงสังเกตเห็นมันทันที

อาจเพราะโลงดูใหม่เกินไป

อาจเพราะผ้าขาวเหมือนกำลังไหวตามลมบาง ๆ

หรืออาจเพราะงานศพครั้งนี้…

รีบร้อนผิดปกติตั้งแต่ต้น

เมื่อเช้า พ่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล

เขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

เมื่อฉันถามว่าเป็นโรงพยาบาลไหน

เขาตอบว่าเป็นเพียงคลินิกเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด

แต่เมื่อฉันถามว่า

“แล้วใบมรณบัตรอยู่ไหน?”

แม่กลับตะโกนใส่ฉันทันทีว่า…

“แกไม่มีหัวใจเลย!”

ตอนที่ 2: ใบมรณบัตรที่หายไป กับเสียง “ขูด” จากด้านในโลงศพ

“ใบมรณบัตรอยู่ไหนคะพ่อ? อยู่ไหนคะแม่?” ฉันถามซ้ำ เสียงของฉันนิ่งสนิทและดังก้องท่ามกลางความเงียบของศาลา

แม่หน้าซีดเผือด รีบหันไปมองพ่อเบนที่เริ่มยืนกระสับกระส่าย ลุงโรเดลและชายฉกรรจ์ข้างหลังก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะมากขึ้น ราวกับกำลังกดดันให้ฉันยุติการซักไซ้

“มารา! พี่สาวแกตายทั้งคน แกจะเอาใบมรณบัตรไปทำไมตอนนี้! จะเอาไปขึ้นเงินประกันหรือไง? นังลูกสารเลว!” แม่ตวาดลั่น พยายามเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อให้ญาติ ๆ รุมประณามฉัน

“ถ้าไม่มีใบมรณบัตรมาเสดงตามกฎหมาย ฉันจะไม่เซ็นรับสภาพหนี้แทนใครทั้งนั้นค่ะ” ฉันตอบพลางจ้องหน้าแม่ตรง ๆ “เงิน 28 ล้านบาทนะคะแม่ ไม่ใช่ 280 บาท ถ้าพี่ลิซ่าตายจริง ขอย้ำว่า ถ้าตายจริง เอกสารราชการต้องมีครบ ไม่ใช่รีบเอาโลงมาตั้งแล้วบังคับให้ฉันแบกหนี้ในวันเดียวแบบนี้!”

“มารา! แกมันใจดำอำมหิตที่สุด! พ่อทนไม่ไหวแล้วนะ!” พ่อเบนเดินปรี่เข้ามาหาฉัน มือของเขายกขึ้นทำท่าเหมือนจะตบหน้าฉันเพื่อสั่งสอน

แต่ในวินาทีนั้นเอง…

ครืด… ครืด…

เสียงแปลก ๆ ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังห้องโถง มันไม่ใช่เสียงสวดมนต์ ไม่ใช่เสียงลมพัดผ้าขาว แต่เป็นเสียงเหมือน เล็บมือคนกำลังขูดแผ่นไม้อย่างแรง จากทางด้านในของโลงศพที่ปิดสนิท!

ทุกคนในศาลาชะงักกึก พ่อเบนหยุดมือที่ค้างอยู่กลางอากาศ หน้าตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวราวกับกระดาษ แม่คอราแทบจะถอยหลังไปชนกระถางธูปจนเกือบล้ม

ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสียงขูด แต่เป็นเสียงเคาะเบา ๆ สามครั้งจากด้านในโลงศพ พร้อมกับเสียงสูดหายใจฟืดฟาดอย่างทรมานเพราะอากาศในโลงเริ่มหมดลงเนื่องจากความร้อนอบอ้าว

เปาโลรีบดึงตัวนิโกมาหลบข้างหลังฉันทันที “มารา… คุณได้ยินเหมือนที่ผมได้ยินไหม?”

ฉันไม่ได้ตอบสามี แต่สายตาของฉันจับจ้องไปที่รูระบายอากาศสามรูใต้ช่อดอกไม้ที่ตอนนี้มีไอฝ้าจาง ๆ จากลมหายใจมนุษย์เกาะอยู่ตรงขอบรูอย่างชัดเจน!

ตอนที่ 3: เปิดโลงจับโกหกแผนต้มตุ๋น 28 ล้าน

ฉันตาสว่างในทันที

อุบัติเหตุแหลกเหลวจนเปิดโลงไม่ได้… คลินิกต่างจังหวัด… การรีบฝังศพ… และหนี้สิน 28 ล้านบาทที่ลุงโรเดลเอามาทวงอย่างประจวบเหมาะ ทุกอย่างมันคือ ละครฉากใหญ่ ที่ตระกูลของฉันร่วมมือกันสร้างขึ้นมา!

ลิซ่าไม่ได้ตาย เธอแค่ต้องการ “ล้างหนี้” ทั้งหมดของเธอด้วยการแกล้งตาย แล้วผลักหนี้สิน 28 ล้านบาททั้งหมดมาให้ฉันที่เป็นสะใภ้รองและลูกสาวคนรองผู้ซื่อสัตย์แบกรับแทน โดยมีพ่อ แม่ และลุงโรเดล (ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าหนี้ปลอม ๆ หรือพันธมิตรที่มาร่วมแบ่งเค้ก) คอยช่วยกันบีบคั้นกดดันฉันด้วยความกตัญญูและวิญญาณสู่สุขคติ!

“ลุงโรเดลคะ เมื่อกี้บอกว่าถ้าไม่มีคนจ่าย จะเปิดโลงลากศพออกมาประจานใช่ไหมคะ?” ฉันหันไปยิ้มเหี้ยมเกรียมให้ชายแผลเป็น

“เออ… ใช่” ลุงโรเดลเริ่มเลิกลัก

“งั้นเปิดเลยค่ะ! เปิดตอนนี้เลย!” ฉันตะโกนลั่นศาลา พลางเดินไปหยิบชะแลงเหล็กที่สัปเหร่อวางทิ้งไว้ข้างกำแพงมาถือไว้

“ไม่นะมารา! อย่าลบหลู่คนตาย!” แม่กรีดร้อง คุกเข่าลงไปกอดขาฉันไว้ น้ำตาไหลพราก “แม่ขอร้อง… อย่าเปิดโลงเลยนะ ให้พี่แกไปสงบ ๆ เถอะ!”

“ถ้าพี่ลิซ่าเป็นศพจริง จะกลัวอะไรคะแม่? หรือกลัวว่าคนตายจะลุกขึ้นมาหายใจ?” ฉันสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของแม่ เดินตรงไปที่โลงศพอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด เปาโลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาช่วยจับชะแลงและออกแรงงัดฝาโลงทันที!

เอี๊ยด… ปัง!

ตะปูที่ตอกไว้หลวม ๆ หลุดออก ฝาโลงขัดเงาถูกเปิดอ้าออกท่ามกลางเสียงหวีดร้องของบรรดาญาติ ๆ ที่นึกว่าผีหลอก

แต่สิ่งที่นอนอยู่ข้างในไม่ใช่ศพที่แหลกเหลว

ลิซ่า พี่สาวของฉัน นอนสวมชุดสีขาว สภาพเหงื่อท่วมตัว ใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีดและกำลังอ้าปากกอบโกยเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด เธอยังไม่ตาย! ข้างตัวเธอมีพัดลมพกพาขนาดเล็ก โทรศัพท์มือถือ และขวดน้ำวางอยู่ด้วยซ้ำ!

“มารา… คือ… พี่…” ลิซ่าพยักหน้าพูดเสียงสั่น ละล่ำละลักพยายามจะปีนลงจากโลง

ตอนที่ 4: บทสรุปของคนเป็นที่เน่าเฟะยิ่งกว่าศพ

“พี่ลิซ่าคะ ฟื้นจากความตายเร็วจังเลยนะคะ” ฉันมองพี่สาวแท้ ๆ ด้วยสายตาที่สมเพชและรังเกียจถึงขีดสุดก่อนจะหันไปหาพ่อแม่และลุงโรเดลที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ

“28 ล้านบาท… พวกคุณวางแผนร่วมกันแกล้งตาย เพื่อเอาใบมรณบัตรปลอมไปเบิกเงินประกันชีวิต และล้างหนี้ทั้งหมด โดยกะจะให้ฉันเป็นคนเซ็นรับสภาพหนี้โง่ ๆ นี่แทน เพื่อให้พวกคุณไปเสวยสุขกันที่ต่างจังหวัดใช่ไหม?”

พ่อยกมือขึ้นปิดหน้า ส่วนแม่เอาแต่ร้องไห้โฮเพราะหลักฐานคาตาจนเถียงไม่ออก บรรดาญาติ ๆ ในตระกูลที่เคยรุมกดดันฉัน ต่างรีบเดินหนีออกจากศาลาไปทีละคนเพราะกลัวจะโดนลากเข้าคุกไปด้วย

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดหยุดบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่ฝาโลงเปิดออก

“วิดีโอนี้ รวมถึงหลักฐานทั้งหมด ฉันจะส่งให้บริษัทประกันภัยและตำรวจกองปราบปรามทันทีในอีกห้านาทีข้างหน้า ข้อหาฉ้อโกง วางแผนต้มตุ๋น และปลอมแปลงเอกสารราชการ”

“มารา! พ่อแม่ขอร้อง! พวกเราทำไปเพราะหาทางออกไม่ได้ หนี้มันเยอะเกินไป ลิซ่าจะโดนเจ้าหนี้จริง ๆ ฆ่าตายนะลูก!” พ่อเบนทรุดเข่าร้องขอความเห็นใจ

ฉันจูงมือนิโกและหันไปหาเปาโล เดินหันหลังให้ครอบครัวที่เน่าเฟะยิ่งกว่าศพในโลง

“ตลอดชีวิตฉันยอมพวกคุณมาตลอด เพราะคำว่า ‘ครอบครัว’ แต่จากนี้ไป… ความเป็นพ่อ แม่ และพี่สาวของพวกคุณ มันได้ตายไปพร้อมกับโลงศพหลังนี้แล้วค่ะ”

ฉันปิดประตูศาลาลง ทิ้งให้พวกเขาทั้งสี่คนเผชิญหน้ากับความพินาศทางกฎหมายและคดีอาญาที่จะตามมาลากพวกเขาเข้าคุกในไม่ช้า… จบสิ้นกันทีกับการเป็นเครื่องมือรองรับความเห็นแก่ตัวของคนเป็น ที่อ้างคนตายเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อฉันจนวันสุดท้าย!