Posted in

เด็กชายวัย 7 ขวบเทกระปุกออมสินทั้งใบเพื่อซื้อยาให้พ่อของเขา และเภสัชกรถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเห็นว่าค่าทั้งหมดเป็นเพียงเหรียญเล็ก ๆ

เด็กชายวัย 7 ขวบเทกระปุกออมสินทั้งใบเพื่อซื้อยาให้พ่อของเขา และเภสัชกรถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเห็นว่าค่าทั้งหมดเป็นเพียงเหรียญเล็ก ๆ

เช้าตรู่ ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เด็กชายชื่อโบตงก็ตื่นแล้ว

แม้อายุเพียงเจ็ดขวบ แต่เขาเข้าใจความยากลำบากของชีวิตดี

ภายในกระท่อมหลังเล็ก เขาได้ยินเสียงไอไม่หยุดของพ่อของเขา คาร์ดิง

พ่อป่วยมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว

พวกเขาไม่มีเงินซื้อยา เพราะรายได้จากการปั่นสามล้อรับจ้างของพ่อพอแค่เลี้ยงชีพสองพ่อลูกเท่านั้น

แม่ของโบตงเสียชีวิตไปนานแล้ว

ตอนนี้จึงเหลือเพียงพวกเขาสองคนที่คอยดูแลกันและกัน

“พ่อครับ ดื่มน้ำก่อนนะครับ”

โบตงยื่นแก้วน้ำให้

“ขอบใจนะลูก เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง”

คาร์ดิงตอบด้วยใบหน้าซีดเซียวและตัวสั่นเพราะพิษไข้

แต่โบตงรู้ดีว่าโรคไม่ได้หายไปเองหากไม่มียา

เขาเห็นใบสั่งยาจากคลินิกชุมชนวางอยู่บนโต๊ะ

กระดาษใบนั้นไม่มีความหมายเลย หากไม่มีเงินซื้อยา

เด็กชายก้มมองใต้เตียง

เขาลากกระป๋องบิสกิตเก่า ๆ ออกมา

มันคือกระปุกออมสินของเขา

เงินทั้งหมดเก็บสะสมมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่

ทุกครั้งที่ญาติให้เงิน หรือมีเงินทอนเหลือจากการซื้อของ เขาจะหยอดเก็บไว้ในนั้น

ความฝันของเขาคือการซื้อรถบังคับวิทยุสักคัน

แต่เมื่อหันไปมองพ่อที่กำลังหายใจอย่างยากลำบาก

เขาก็ตัดสินใจทันที

โบตงหยิบก้อนหินขึ้นมา

ปัง!

ปัง!

กระป๋องบุบจนเปิดออก

เหรียญจำนวนมากกระจายอยู่ตรงหน้า

มีทั้งเหรียญ 1 บาท 2 บาท 5 บาท และ 10 บาท

เขาเอาเสื้อยืดของตัวเองทำเป็นถุง

ใส่เหรียญทั้งหมดลงไป

หยิบใบสั่งยา

แล้วรีบวิ่งเข้าเมืองทันที

เมื่อมาถึงร้านขายยา

มีคนต่อคิวอยู่จำนวนมาก

แม้ภายในร้านจะเปิดเครื่องปรับอากาศ

แต่โบตงกลับเหงื่อท่วมตัว

เสื้อผ้าของเขาเก่าและซีด

ไม่มีรองเท้า

และมีกลิ่นแดดติดตัว

เมื่อถึงคิว

เภสัชกรหญิงชื่อคุณลอร์นาหันมามอง

เธอเหนื่อยล้าจากการรับมือกับลูกค้าทั้งวัน

“คนต่อไป ต้องการอะไรจ๊ะ?”

เธอถามอย่างรวดเร็ว

โบตงยื่นใบสั่งยาที่ยับยู่ยี่ให้

“ผมมาซื้อยาให้พ่อครับ”

ลอร์นาอ่านใบสั่งยา

“มียาปฏิชีวนะกับยาแก้ไอ รวมทั้งหมด 900 บาทนะ”

โบตงพยักหน้า

จากนั้นเขาก็วางเสื้อยืดของตัวเองลงบนเคาน์เตอร์

แล้วค่อย ๆ คลี่ออก

แกร๊ง!

เหรียญนับร้อยเหรียญกลิ้งกระจายเต็มกระจกหน้าเคาน์เตอร์

บางเหรียญมีสนิม

บางเหรียญเปื้อนฝุ่นและคราบสกปรก

คนที่ต่อคิวอยู่ด้านหลังถอนหายใจ

“โอ๊ย จะนับกันนานแค่ไหนเนี่ย”

หญิงคนหนึ่งบ่น

ลอร์นาเองก็รู้สึกรำคาญเล็กน้อย

“หนูน่าจะเอาไปแลกเป็นธนบัตรก่อนนะลูก”

“ขอโทษครับ”

โบตงตอบพร้อมก้มหน้า

“แต่พวกเราไม่มีเวลาแล้วครับ”

ลอร์นาเริ่มนับเหรียญ

สิบบาท…

ยี่สิบบาท…

ห้าสิบบาท…

หนึ่งร้อยบาท…

หลังจากใช้เวลานานหลายนาที

ยอดรวมทั้งหมดคือ 370 บาท

เธอหยุดนับ

แล้วมองหน้าเด็กชาย

“หนู… เงินไม่พอนะ”

“ค่ายาทั้งหมด 900 บาท แต่หนูมีแค่ 370 บาท”

“ยังขาดอีกเกือบห้าร้อยบาท”

“พี่ไม่สามารถให้ยาได้”

ใบหน้าของโบตงซีดเผือด

น้ำตาเริ่มไหลออกจากดวงตา

“คุณป้าครับ… ได้โปรดเถอะครับ…”

เสียงของเขาสั่นเครือ

“พ่อผมต้องใช้ยาพวกนี้”

“พ่อไอไม่หยุดเลยครับ”

“พวกเราไม่มีเงินเหลือแล้วจริง ๆ”

ลอร์นาส่ายหน้า

“พี่ทำไม่ได้ลูก เดี๋ยวเจ้าของร้านจะว่าเอา”

เธอพยายามส่งเหรียญคืนให้

แต่โบตงจับมือเธอไว้

มือเล็ก ๆ ของเด็กชายเย็นเฉียบและสั่นเทา

“ได้โปรดนะครับ”

เขาร้องไห้ออกมา

“ผมเก็บเงินทั้งหมดนี้เอง”

“ผมไม่ซื้อขนมที่โรงเรียน”

“ผมไม่ซื้อของเล่น”

“ผมทุบกระปุกออมสินจนหมดแล้ว”

“ถ้าเงินไม่พอ… ผมเอาแค่ยาแก้ไอก็ได้ครับ”

“ไม่ต้องเอายาลดไข้ก็ได้”

“ขอแค่ให้พ่อหายป่วยก็พอ…”

ลอร์นานิ่งไปทันที

ทั่วทั้งร้านเงียบสนิท

แม้แต่คนที่บ่นอยู่เมื่อครู่ก็ไม่พูดอะไรอีก

ทุกสายตาจับจ้องไปที่เด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ยอมสละความฝันทั้งหมดของตัวเอง

เพียงเพื่อให้พ่อมีโอกาสหายป่วย

หัวใจของคุณลอร์นาชาวาบ มือที่กำลังจะส่งเหรียญคืนให้เด็กชายชะงักค้างอยู่กลางอากาศ คำพูดที่บอกว่า “ขอแค่ยาแก้ไอก็ได้ ไม่ต้องเอายาลดไข้” ตอกย้ำความรักอันบริสุทธิ์ของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่มีต่อพ่อ จนทำให้พนักงานในร้านและลูกค้าที่ยืนต่อคิวอยู่ด้านหลังถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ

คุณลอร์นาก้มมองมือเล็ก ๆ ที่หยาบกร้านจากการช่วยพ่อทำงาน แววตาของเธอสั่นระริก ก่อนที่น้ำตาหยดหนึ่งจะร่วงเผาะลงบนเคาน์เตอร์กระจก เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วปาดน้ำตาออกจากแก้ม

ความเมตตากลางร้านยา

“หนูรอป้าตรงนี้แป๊บหนึ่งนะลูก” คุณลอร์นาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด

เธอเดินกลับเข้าไปหลังร้าน หยิบกล่องยาปฏิชีวนะ ยาลดไข้ ยาแก้ไอ และวิตามินบำรุงร่างกายชุดใหญ่จัดใส่ถุงอย่างดี จากนั้นเธอเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ ยื่นถุงยาแผ่นใหญ่ให้โบตง พร้อมกับหยิบเสื้อยืดที่ห่อเหรียญทั้งหมดส่งคืนให้เขา

โบตงมองถุงยาเล่ห์สลับกับห่อเหรียญด้วยความสับสน “คุณป้าครับ… แต่เงินผมไม่พอนะครับ”

“ป้าไม่เอาเงินของหนูหรอกลูก” คุณลอร์นายิ้มทั้งน้ำตา “เงิน 370 บาทนี้ หนูกลับเอาไปหยอดใส่กระปุกบิสกิตใบเดิมนะ เอาไว้ซื้อรถบังคับวิทยุที่หนูอยากได้ ส่วนค่ายาพวกนี้… ป้าจะจ่ายให้เอง”

ทันใดนั้น หญิงสาวที่เคยบ่นอุบอ้าวอยู่ด้านหลังก็ก้าวเข้ามา เธอควักธนบัตรใบละ 1,000 บาทวางลงบนเคาน์เตอร์ “ฉันช่วยจ่ายให้ครึ่งหนึ่งค่ะคุณเภสัชกร ขอโทษด้วยนะคะที่เมื่อกี้ฉันพูดจาไม่ดีใส่แก”

ลูกค้าคนอื่น ๆ ในร้านเริ่มขยับตัว บางคนยื่นเงิน 100 บาท บางคนยื่น 200 บาท มารวมกันบนเคาน์เตอร์จนยอดเงินเกินค่ายาไปมาก ทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชีวิตพ่อของเด็กชายกตัญญูคนนี้

ปาฏิหาริย์ที่กระท่อมหลังเล็ก

โบตงยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนในร้านยาทั้งน้ำตาไหลพราก เขาไม่เคยคิดเลยว่าในโลกที่ยากลำบากใบนี้ จะยังมีน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ เด็กชายกอดถุงยาแนบออและรีบวิ่งกลับบ้านด้วยหัวใจที่พองโต

เมื่อกลับถึงกระท่อม คาร์ดิงผู้เป็นพ่อกำลังนอนซมซับเหงื่อ โบตงรีบประคองพ่อลุกขึ้น นำยาที่คุณลอร์นาจัดให้พร้อมน้ำดื่มอุ่น ๆ ให้พ่อทาน

“ยารักษาโรคครับพ่อ ทานเถอะครับ” โดตงบอกพร้อมรอยยิ้ม

คาร์ดิงมองถุงยาจากโรงพยาบาลหรูในเมืองด้วยความแปลกใจ “โบตง… ลูกไปเอาเงินมาจากไหนซื้อยาพวกนี้?”

โบตงไม่ได้บอกเรื่องทุบกระปุกออมสินหรือเรื่องที่เขาต้องไปยืนร้องไห้ในร้านยา เขาเพียงแต่กอดคอพ่อแน่น ๆ “มีคนใจดีช่วยพวกเราครับพ่อ พ่อทานยาแล้วนอนพักผ่อนนะ ครับ หนูกลัว… หนูไม่อยากอยู่คนเดียวในโลกนี้”

คาร์ดิงน้ำตาซึม เขากอดลูกชายตัวน้อยไว้แน่น สัญญาณของยารักษาโรคและกำลังใจจากลูกชายทำให้อาการไข้ของเขาเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

ผลลัพธ์ของความกตัญญู

เรื่องราวของโบตงไม่ได้จบลงแค่ในร้านยา วันรุ่งขึ้น คุณลอร์นาและกลุ่มลูกค้าในวันนั้นได้รวบรวมเงินและสิ่งของจำเป็น รวมถึงข้าวสารอาหารแห้ง นั่งรถรับจ้างตามมาหาโบตงถึงที่บ้านตามที่อยู่ที่เขียนไว้ในใบสั่งยา

พวกเธอพบคาร์ดิงที่อาการเริ่มดีขึ้นเพราะได้ยาถูกโรค และได้เห็นกระป๋องบิสกิตใบเก่าที่ถูกทุบจนบุบเบี้ยวตั้งอยู่ใต้เตียง

คุณลอร์นาเดินเข้าไปหาโบตง พร้อมยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีแดงกล่องใหญ่ให้เด็กชาย เมื่อโบตงเปิดออก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความดีใจสุดขีด… มันคือ รถบังคับวิทยุสีแดงคันใหญ่ ที่เขาเคยฝันอยากได้มาตลอดชีวิต

“ความกตัญญูของหนูมันมีค่ามากกว่ารถของเล่นคันนี้หลายเท่านักลูก” คุณลอร์นากอดโบตงไว้ด้วยความรัก

หลังจากวันนั้น กลุ่มผู้ใจดีได้ช่วยซ่อมแซมสามล้อรับจ้างของคาร์ดิง และมอบทุนการศึกษาให้โบตงได้เรียนหนังสือต่อจนจบ โลกที่เคยพังทลายของสองพ่อลูกยากไร้ กลับมาสว่างไสวและเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง… ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากเหรียญเล็ก ๆ ในกระปุกออมสินและความรักอันยิ่งใหญ่ของเด็กชายวัย 7 ขวบที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา