Posted in

หญิงผู้ถูกแย่งชิงธุรกิจที่พ่อทิ้งไว้ให้โดยน้องสาวบุญธรรม — แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าเธอคือทายาทที่แท้จริงของอาณาจักรรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในปาลาวัน

**หญิงผู้ถูกแย่งชิงธุรกิจที่พ่อทิ้งไว้ให้โดยน้องสาวบุญธรรม — แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าเธอคือทายาทที่แท้จริงของอาณาจักรรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในปาลาวัน**

คืนวันนั้น ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน Taguig เพราะพายุฝนที่โหมกระหน่ำ

ฉันนั่งอยู่คนเดียวในร้านเบเกอรี่เก่าใกล้ Venice Grand Canal จัดการใบเสร็จและพยายามหลบหยดฝนที่รั่วเข้ามาทางกระจก

เวลา 23:58 น.

โทรศัพท์สั่นขึ้นมา

“แม่” ปรากฏบนหน้าจอ

ฉันชะงักไปทันที

สี่เดือนแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่แม่โทรมา หลังจากฉันออกจากบ้าน

แต่พอกดรับ เสียงที่ได้ยินก็เต็มไปด้วยความโกรธทันที

— อยู่ไหน? กลับบ้านเดี๋ยวนี้!

ฉันกำผ้าขี้ริ้วแน่น

— มีอะไรเหรอคะ?

— พรุ่งนี้เราจะไป Puerto Princesa เซเลสเตจะไปพบ Chairman Alejandro Villanueva เธอต้องไปด้วย

ฉันยิ้มขม ๆ

เซเลสเตอีกแล้ว

เด็กบุญธรรมที่แม่รับมาเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าใน Iloilo หลังพ่อเสียชีวิต

วันแรกที่เธอเข้าบ้าน เธอกอดตุ๊กตาหมีเก่าแล้วพูดเบา ๆ ว่า

— หนูยังไม่เคยมีครอบครัวจริง ๆ เลยค่ะ…

และตั้งแต่นั้นมา…

ทุกอย่างของฉันก็ค่อย ๆ หายไป

ห้องของฉัน
ของใช้ของฉัน
แม้แต่สร้อยมุกที่พ่อให้ตอนฉันอายุสิบหก

แม่พูดเสมอว่า

— เป็นพี่ ต้องรู้จักเสียสละ

แต่ “การเสียสละ” นั้น…ยาวนานถึงเจ็ดปี

จนฉันกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านตัวเอง

— เซเลสเตต้องใช้เอกสาร แม่พูดต่อ — เธอจะเป็นคนดูแล Villanueva Resorts ต่อจากนี้

ฉันนิ่งไป

Villanueva Resorts

อาณาจักรรีสอร์ตหรูที่ใหญ่ที่สุดในปาลาวัน

และเป็นที่ทำงานเก่าของพ่อก่อนเขาเสียชีวิต

— แล้วฉันเกี่ยวอะไร?

เสียงแม่เย็นลงทันที

— อย่าทำตัวเห็นแก่ตัว! ถ้าไม่มีเซเลสเต เราคงล้มไปนานแล้ว!

ฉันหลับตา

นึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน

ฉันเคยชนะการแข่งขันธุรกิจโรงแรมระดับใหญ่ในมะนิลา

ใช้เวลาสามเดือนเต็มทำโปรเจกต์นั้น

แต่คืนก่อนรอบชิง…

ไฟล์ทั้งหมดในโน้ตบุ๊กหายไป

และฉันพบทีหลังว่าเซเลสเตใช้เครื่องฉันตอนฉันไม่อยู่

เมื่อฉันไปถาม เธอก็ร้องไห้

— หนูนึกว่าเป็นไฟล์ที่ไม่สำคัญ…

และเหมือนเดิม…

แม่กลับโกรธฉัน

— แค่การแข่งขันเอง จะอะไรนักหนา!

วันต่อมา ฉันตกรอบ

แต่เซเลสเตกลับใช้ผลงานฉันไปสมัครทุนที่ Cebu

จากนั้นแม่ก็ยิ่งภูมิใจในเธอ

— เซเลสเตขยันจริง ๆ
— ต่างจากพี่ของเธอ

แม้วันที่ฉันเข้าโรงพยาบาลเพราะทำงานหนัก 3 งานใน Makati

ข้อความเดียวที่แม่ส่งมา:

“อย่ารบกวนเซเลสเต เธอยุ่งอยู่”

ฉันออกจากโรงพยาบาลคนเดียว

กลับห้องเช่าคนเดียว

จนหนึ่งเดือนก่อน…

ทุกอย่างก็พังลง

แม่ประกาศว่าจะยกเบเกอรี่ที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉันให้เซเลสเต

— เพื่อใช้เป็นทุนแต่งงานกับลูกตระกูล Villanueva

โลกฉันหยุดไปทันที

— แม่…นั่นของพ่อฉันนะคะ…

— เซเลสเตก็เป็นครอบครัว!

— แต่ฉันเป็นลูกแท้ ๆ ของพ่อนะ!

เซเลสเตร้องไห้

— หนูไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนเกลียดหนูนะคะ…

เพี๊ยะ!

ฉันถูกตบอย่างแรง

— เนรคุณ! เหมือนพ่อแกไม่มีผิด!

ฉันเงียบไปทั้งห้อง

แล้วค่อย ๆ เดินขึ้นไปเก็บของ

คืนนั้นฉันออกจากบ้านด้วยกระเป๋าเดินทางใบเดียว

ไม่มีใครรั้ง
ไม่มีใครตาม

จนกระทั่งคืนนี้

— พรุ่งนี้ 10 โมงต้องถึงสนามบิน แม่พูดเย็นชา — อย่าทำให้เซเลสเตขายหน้า

ฉันกำโทรศัพท์แน่น

เพราะแม่ไม่รู้เลยว่า…

สามวันก่อน ฉันได้รับอีเมลลับจากสำนักงาน Villanueva Group

ข้อความสั้นมาก:

“เราพบตัวทายาทที่แท้จริงแล้ว”

และชื่อที่อยู่ด้านล่าง…

คือชื่อของฉัน

— ฉันจะไป ฉันตอบเสียงนิ่ง

เช้าวันถัดมา เรือยอชต์สีขาวลำใหญ่เทียบท่าที่ Puerto Princesa

เซเลสเตลงมาก่อน

เธอสวมชุดผ้าไหมราคาแพง

และสร้อยมุกที่เคยเป็นของฉันอยู่ที่คอเธอ

แม่เดินตามมาด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

ส่วนฉัน…

ใส่แค่เดรสสีครีมเรียบ ๆ กับรองเท้าเก่าจาก Quiapo

แม่มองฉันแล้วขมวดคิ้วทันที

— ไม่มีเสื้อผ้าดีกว่านี้หรือไง?

เซเลสเตหัวเราะเบา ๆ

— ปล่อยเถอะค่ะแม่ เดี๋ยวคนจะคิดว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟ

ฉันไม่ตอบ

ฉันชินแล้ว

ในห้องบอลรูมใหญ่ของ Villanueva Resorts ผู้คนระดับนักธุรกิจและนักการเมืองกำลังดื่มฉลองใต้โคมไฟระย้าขนาดใหญ่

กลางเวที…

ชายชราถือรายชื่อผู้สืบทอดบริษัท

Chairman Alejandro Villanueva

ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์

เขามองมาทางเรา

แล้วหยุดนิ่ง

สายตาของเขาจับอยู่ที่ฉัน

ไม่ใช่เซเลสเต
ไม่ใช่แม่

แต่เป็นฉัน

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั้งห้อง

— ทำไม Chairman ลุกขึ้น?

— ผู้หญิงคนนั้นคือใคร?

เซเลสเตเริ่มหน้าซีด

ขณะที่ Chairman เดินเข้ามาใกล้

มือเขาสั่นเล็กน้อย

ก่อนจะถึงตัวเรา—

จอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีสว่างขึ้นทันที

ข้อความปรากฏขึ้น:

“THE LOST HEIRESS OF VILLANUEVA GROUP…”

และวินาทีนั้น—

ภาพของฉันปรากฏเต็มจอท่ามกลางสายตาทุกคนในห้อง

ภาพใบหน้าของฉันบนจอ LED ขนาดยักษ์สว่างวาบไปทั่วทั้งห้องบอลรูม ท่ามกลางความเงียบกริบที่เข้าปกคลุมแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและนักการเมืองนับร้อยชีวิต ทุกสายตาจับจ้องสลับไปมาระหว่างภาพผู้หญิงบนจอกับตัวฉันที่ยืนอยู่ชายนิทรรศการในชุดเดรสเรียบ ๆ จากกีอาโป (Quiapo)

แม่เบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายแข็งทื่อคล้ายถูกสาป ส่วนเซเลสเตที่เคยยืนเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจบัดนี้หน้าซีดเผือด มือที่ลูบสร้อยมุกบนคอของเธอเริ่มสั่นระริกจนสังเกตเห็นได้ชัด

“นั่น… นั่นมันรูปแกได้ยังไง?!” แม่พึมพำเสียงสั่นสะท้าน พยายามคว้าแขนฉัน “แกทำบ้าอะไร! แกแฮกข้อมูลระบบของ Villanueva Group เพื่อมาพังงานของเซเลสเตใช่ไหม?!”

เซเลสเตน้ำตาคลอเบ้าทันทีตามสัญชาตญาณการแสดงของเธอ “พี่คะ… ถ้าพี่โกรธหนูเรื่องเบเกอรี่ พี่ตบหนูตรงนี้ก็ได้ แต่อย่าทำลายอนาคตของหนูกับตระกูลบียานูเอบา (Villanueva) แบบนี้เลยนะคะ…”

แต่ก่อนที่แม่จะอ้าปากด่าฉันต่อ ประธานอเลฮันโดร บียานูเอบา (Chairman Alejandro Villanueva) ในวัยชราทว่ายังคงเปี่ยมด้วยบารมี ก็เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเรา บอดี้การ์ดในชุดสูทนับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวฉันทันที แต่ไม่ได้เข้ามาล้อมเพื่อจับกุม… หากแต่เป็นการตั้งแถวอารักขาอย่างสมเกียรติ

“ประธานบียานูเอบาคะ! อย่าไปเชื่อมันนะคะ!” แม่รีบถลันตัวเข้ามาขวางหน้า “ยายเด็กคนนี้มันเป็นแค่ลูกอกตัญญู มันขโมยข้อมูลขึ้นจอเพื่อสร้างความอับอายค่ะ! คนที่จะสืบทอดและแต่งงานกับลูกชายท่านคือเซเลสเต ลูกสาวของดิฉันคนนี้ต่างหาก!”

ประธานอเลฮันโดรไม่ได้ชายตา มองแม่หรือเซเลสเตแม้แต่น้อย ดวงตาที่ผ่านโลกมาอย่างยาวนานของเขามีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ขณะที่จ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน มือที่สั่นเทาของชายชรายื่นออกมาแตะที่ใบหน้าของฉันอย่างทะนุถนอม

“เหมือนเหลือเกิน… หน้าของหนูเหมือนแม่ของหนูไม่มีผิด” เสียงของประธานสั่นเครือ ก่อนจะหันไปประกาศก้องผ่านไมโครโฟนที่บอดี้การ์ดยื่นให้ เสียงนั้นดังกังวานไปทั่วห้องบอลรูม “ทุกท่านครับ… นี่คือลูกสาวเพียงคนเดียวของ ‘กาเบรียล บียานูเอบา’ ลูกชายคนโตของผมที่ล่วงลับไป และเธอคือทายาทโดยชอบธรรมเพียงคนเดียวของ Villanueva Group!”

เสียงฮือฮาดังสนั่นไปทั้งห้องราวกับระเบิด

“อะ… อะไรนะคะ?!” แม่ร้องเสียงหลง ร่างกายแทบทรุดลงไปกองกับพื้น “กาเบรียล… พ่อของแกเนี่ยนะ เป็นลูกชายของประธาน?!”

ฉันมองแม่ด้วยสายตาที่เรียบเฉย ทว่าลึก ๆ ข้างในกลับเต็มไปด้วยความสมเพช “ใช่ค่ะแม่… พ่อตัดขาดจากตระกูลมหาเศรษฐีที่ปาลาวันเพื่อมาแต่งงานกับแม่ ยอมทิ้งชีวิตหรูหรามาเปิดร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ในตากิก (Taguig) เพราะพ่อรักแม่มาก… แต่แม่กลับไม่เคยเห็นค่าของพ่อ และไม่เคยเห็นค่าของฉันเลย”

ประธานอเลฮันโดรส่งสัญญาณให้ทนายความส่วนตัวก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมเอกสารสิทธิ์และพินัยกรรมฉบับจริง ทนายความเปิดไมค์อ่านรายละเอียดให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน

“พินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนว่า หุ้นทั้งหมด 65% ของ Villanueva Resorts และทรัพย์สินทั้งหมดในปาลาวัน ถูกโอนย้ายพ้นจากชื่อของกาเบรียล บียานูเอบา และสืบทอดให้แก่บุตรสาวแท้ ๆ ของเขาแต่เพียงผู้เดียว… และจากผลการตรวจสอบดีเอ็นเอที่ทางเราแอบดำเนินการจากเส้นผมในเบเกอรี่เก่า ทายาทคนนั้นคือคุณครับ” ทนายความหันมาก้มศีรษะให้ฉันอย่างนอบน้อม

เซเลสเตส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง สร้อยมุกที่คอของเธอเปลี่ยนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำความละโมบ “ไม่จริง! ฉันต่างหากที่จะได้เป็นสะใภ้ตระกูลนี้! ฉันมีความสามารถ ฉันเรียนจบจากเซบู (Cebu) ด้วยโปรเจกต์โรงแรมนั้น!”

“โปรเจกต์โรงแรมนั้นที่คุณขโมยไปจากโน้ตบุ๊กของฉันน่ะเหรอ เซเลสเต?” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทรงพลัง “ฉันส่งไฟล์ต้นฉบับและหลักฐานการสร้างไฟล์ทั้งหมดให้สำนักงานใหญ่ของ Villanueva Group ดูตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว… และนั่นคือเหตุผลที่ปู่ยอมรับในตัวฉัน ไม่ใช่แค่เรื่องสายเลือด แต่เพราะ ‘ความสามารถ’ ที่คุณพยายามขโมยไปตลอดเจ็ดปี แต่มันไม่มีวันเป็นของคุณจริง ๆ”

ในวินาทีนั้น ลูกชายของตระกูลบียานูเอบา—ชายหนุ่มที่เซเลสเตพยายามจับเพื่อยกระดับตัวเอง—เดินเข้ามาในวงล้อม เขามองเซเลสเตด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะถอดแหวนหมั้นที่เซเลสเตเคยหวังว่าจะได้สวม วางลงบนพานของบอดี้การ์ด

“งานหมั้นทั้งหมดถูกยกเลิก” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเย็น “ตระกูลเราไม่ต้อนรับคนขี้ขโมยและสิบแปดมงกุฎ”

แม่ทรุดตัวลงร้องไห้โฮ พยายามจะเข้ามาเกาะขาฉัน “ลูก… แม่ขอโทษ แม่ทำไปเพราะอยากให้เซเลสเตมีอนาคต แม่ไม่ได้ตั้งใจตบแก… กลับบ้านเรานะลูก เบเกอรี่ของพ่อแก แม่ยกให้แกคนเดียวเลย!”

ฉันก้าวถอยหลังออกมาจากการเกาะกุมของแม่ มองดูผู้หญิงสองคนที่เคยพรากทุกอย่างไปจากฉัน บัดนี้พวกเธอไม่มีอะไรเหลือเลย แม้กระทั่งศักดิ์ศรี

“เบเกอรี่ของพ่อ… ฉันจะส่งทนายความไปรับสิทธิ์คืนค่ะแม่ เพราะนั่นเป็นของพ่อ ไม่ใช่ของแม่ที่จะเอาไปประเคนให้ใครก็ได้” ฉันพูดพลาดยื่นมือไปดึงสร้อยมุกที่คอของเซเลสเตกลับคืนมาอย่างแรงจนสายสร้อยขาด เม็ดมุกร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น เปรียบเสมือนความสัมพันธ์เจ็ดปีที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี

“ส่วนเรื่องกลับบ้าน… ฉันไม่มีบ้านในตากิกอีกต่อไปแล้วค่ะ” ฉันหันไปหาประธานอเลฮันโดรที่ยิ้มให้ฉันด้วยความอบอุ่นและภาคภูมิใจ

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ความรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ตลอดเจ็ดปีมลายหายไปกับสายลมแห่งปาลาวัน ต่อจากนี้ไป… จะไม่มีผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมเสียสละในร้านเบเกอรี่เก่า ๆ อีกแล้ว มีเพียง ‘ทายาทหญิงแห่งบียานูเอบา กรุ๊ป’ ผู้ครอบครองอาณาจักรรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์!