*ฉันเห็นแม่สามีแอบใส่อะไรบางอย่างลงในเครื่องดื่มของฉันในวันแต่งงาน เธอคิดว่าฉันจะเป็นคนดื่มมัน… แต่ฉันสลับแก้วของเราทันที และเมื่อเธอเริ่มรู้สึกถึงความร้อนแผดเผาจากภายในร่างกาย ฉันก็ได้แต่ยิ้ม เพราะมีบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดกำลังจะเกิดขึ้น…**
### พิษลับต่อหน้าพิธีวิวาห์
งานแต่งงานของฉันงดงามราวกับเทพนิยาย
กุหลาบขาวนับพันดอกและกล้วยไม้ราคาแพงประดับอยู่ทั่วห้องบอลรูมหรูของโรงแรมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ โคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่ส่องประกายระยิบระยับจากเพดาน วงออร์เคสตราซิมโฟนีบรรเลงเพลงคลาสสิกสด ๆ และแขกผู้มีเกียรติจากตระกูลมหาเศรษฐีต่างยิ้มแย้มด้วยความยินดี
แต่ภายใต้ภาพอันสมบูรณ์แบบนั้น กลับมีความลับดำมืดซ่อนอยู่ และมันกำลังจะระเบิดออกมาในอีกไม่กี่นาที
ฉันชื่อคลารา เป็นครูโรงเรียนรัฐบาลธรรมดาคนหนึ่ง
ผู้ชายที่ฉันแต่งงานด้วยคือเลอันโดร บุตรชายคนเดียวและทายาทแห่งอาณาจักรธุรกิจตระกูลเดอ ซิลวา ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท
ตั้งแต่แรกเริ่ม แม่ของเขา คุณหญิงเฮเลนา คัดค้านความสัมพันธ์ของเราอย่างหนัก
ในสายตาของเธอ ฉันเป็นเพียงผู้หญิงยากจนที่หวังเกาะความร่ำรวยของครอบครัวเธอ
ตลอดหกเดือนของการเตรียมงานแต่งงาน เธอทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายความสัมพันธ์ของเรา
ตั้งแต่ส่งหญิงสาวสวย ๆ มายั่วยวนเลอันโดร ไปจนถึงดูถูกพ่อแม่ของฉันต่อหน้าผู้คนมากมาย
แต่ความรักของเรายังคงมั่นคง
เพราะเหตุนี้ ฉันจึงคิดว่าเมื่อแหวนแต่งงานถูกสวมลงบนนิ้วของฉันแล้ว เธอคงยอมแพ้ในที่สุด
แต่ฉันคิดผิด
ขณะที่ทุกคนกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน และเลอันโดรกำลังสนทนากับบรรดาพันธมิตรทางธุรกิจของครอบครัว ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพีอย่างเงียบ ๆ
สายตาของฉันจับจ้องไปที่คุณหญิงเฮเลนา ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล
ฉันเป็นคนสายตาดี
ฉันเห็นมือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะเหลือบมองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น
ทันทีที่พนักงานเสิร์ฟหันหลังให้โต๊ะ และความสนใจของแขกทั้งหมดถูกดึงไปยังอีกฟากหนึ่งของห้อง
เธอก็รีบหยิบขวดแก้วสีเข้มขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าแอร์เมสใบหรู
จากนั้นก็เทผงสีขาวละเอียดลงในแก้วแชมเปญของฉัน
หัวใจของฉันเต้นแรงทันที
ยาพิษงั้นหรือ?
ยานอนหลับฤทธิ์แรง?
หรือบางทีอาจเป็นสิ่งที่จะทำให้ฉันอาเจียนต่อหน้าคนชั้นสูงนับร้อย เพื่อทำให้ฉันอับอายขายหน้า?
ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่ฉันมั่นใจว่าเธอต้องการทำลายวันสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน และพิสูจน์ว่าฉันไม่คู่ควรกับการเป็นภรรยาของลูกชายเธอ
เมื่อเลอันโดรและแม่ของเขาเดินกลับมาที่โต๊ะ
ฉันสูดหายใจลึก
ฉันต้องคิดให้เร็ว
ฉันไม่สามารถก่อเรื่องโดยไม่มีหลักฐานได้
หากพลาดแม้แต่นิดเดียว เธออาจพลิกสถานการณ์และทำให้ฉันกลายเป็นฝ่ายผิดเสียเอง
เมื่อทั้งสองมาถึงโต๊ะ ฉันหยิบพัดลูกไม้ที่ถืออยู่ขึ้นมา และแกล้งทำตกลงใกล้เท้าของคุณหญิงเฮเลนา จนมันไปเกี่ยวกับชายกระโปรงของเธอ
“ขอโทษนะคะคุณแม่ หนูซุ่มซ่ามจริง ๆ” ฉันพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน ราวกับไม่รู้อะไรเลย
“ก็จริง ตั้งแต่แรกเธอก็ไม่เคยมีชาติตระกูลอยู่แล้ว” คุณหญิงเฮเลนาพึมพำอย่างหงุดหงิด พลางก้มลงดึงพัดออกจากชุดของตัวเอง
และในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น
ไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ
ฉันลงมือ
ทักษะนี้ฉันเรียนรู้จากคุณปู่ผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยเป็นนักมายากลเร่ชื่อดังในอดีต
เพียงการเคลื่อนไหวครั้งเดียวที่แทบไม่มีใครมองเห็น
ฉันจับก้านแก้วทั้งสองใบ
แล้วสลับตำแหน่งของมันอย่างแนบเนียน
ตอนนี้แก้วที่มีผงปริศนาอยู่ภายใน
ได้ถูกวางไว้ตรงหน้าคุณหญิงเฮเลนาแล้ว
ส่วนแก้วแชมเปญที่ปลอดภัย
อยู่ตรงหน้าฉัน
ฉันนั่งลงอย่างสงบอีกครั้ง
ใบหน้ายังคงเรียบเฉย
แต่เลือดในกายกำลังสูบฉีดด้วยอะดรีนาลีนอย่างรุนแรง
ไม่กี่นาทีต่อมา
พนักงานเสิร์ฟยกแก้วขึ้นเพื่อเริ่มพิธีชนแก้วอวยพร

และโดยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น…
คุณหญิงเฮเลนายกแก้วที่เดิมทีตั้งใจให้ฉันดื่ม
แล้วจิบมันลงไป
ฉันเพียงมองเธอเงียบ ๆ
หยาดแชมเปญสีทองอำพันไหลผ่านริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดของคุณหญิงเฮเลนา เธอวางแก้วลงพลางเหยียดยิ้มเยาะส่งมาให้ฉัน สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสะใจราวกับกำลังนับถอยหลังรอเวลาที่ฉันจะล้มลงไปชักดิ้นชักงอต่อหน้าผู้คน
เธอยังไม่รู้… ว่าสิ่งที่เธอกำลังนับถอยหลัง คือเวลาชีวิตของตัวเธอเอง
ความร้อนที่แผดเผา
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของคุณหญิงเฮเลนาก็เริ่มแข็งค้าง
ฉันสังเกตเห็นดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย มือหรูหราที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตเริ่มสั่นเทาจนแทบประคองแก้วแชมเปญไว้ไม่อยู่ ผิวแก้มที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำสลับซีดเผือด
“เฮเลนา คุณเป็นอะไรไปหรือเปล่า?” พ่อของเลอันโดรที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยถามเมื่อเห็นภรรยาเริ่มหายใจหอบ
“ฉัน… ฉันแค่รู้สึกร้อน…” เสียงของเธอแหบพร่า มือของเธอเลื่อนขึ้นมากุมที่ลำคออย่างทรมาน
เธอไม่ได้คิดไปเอง ความร้อนแผดเผาราวกับไฟนรกกำลังลุกโชนอยู่ในอกของเธอ มันไม่ใช่ยาพิษที่จะพรากชีวิตในทันที แต่มันคือ “สารสกัดจากรากพืชพิษตระกูลเบลลาดอนนาเข้มข้น” ที่ผสมกับสารเคมีเร่งปฏิกิริยา ซึ่งหากรับประทานเข้าไป มันจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นรำระรัว และทำให้เกิดอาการคุ้มคลั่ง ขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้
เธอตั้งใจจะใช้สิ่งนี้ทำให้ฉันอับอาย ทำให้ฉันกรีดร้องและทำตัวเหมือนคนบ้าในงานแต่งงาน เพื่อให้ทุกคนตราหน้าว่าผู้หญิงรากหญ้าอย่างฉันมีอาการป่วยทางจิตและไม่คู่ควรกับตระกูลเดอ ซิลวา
แต่ตอนนี้ พิษร้ายนั้นกำลังแผลงฤทธิ์ในร่างกายของคนที่เป็นเจ้าของมัน
“อ๊ากกก! ร้อน! มันร้อนเหลือเกิน!”
จู่ ๆ คุณหญิงเฮเลนาก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง เธอปัดข้าวของบนโต๊ะวีไอพีตกกระจาย เสียงแก้วคริสตัลแตกเพล้งดังสนั่นหวั่นไหว ดึงสายตาของแขกเหรื่อและสื่อมวลชนนับร้อยในห้องบอลรูมให้หันมามองเป็นตาเดียว
“แม่ครับ! เกิดอะไรขึ้น?!” เลอันโดรหน้าถอดสีรีบเข้าไปประคองแม่ของเขา
แต่คุณหญิงเฮเลนาในตอนนี้ขาดสติโดยสิ้นเชิงจากฤทธิ์ยา เธอผลักลูกชายออกอย่างแรง พลางใช้มือเล็บยาวฉีกทึ้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมของตัวเองจนขาดวิ่น เธอพยายามจะถอดชุดราตรีออกกลางงานแต่งงานเพราะความร้อนที่เผาไหม้จากภายใน
“ปล่อยฉัน! อีคลารา! แกใส่ร้ายฉัน! แกสลับแก้ว!” เธอกรีดร้อง ชี้หน้ามาที่ฉันด้วยนิ้วที่สั่นเทา ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่า
ความลับยี่สิบปีที่ถูกเปิดโปง
แขกในงานต่างซุบซิบนินทาด้วยความตกใจ เสียงแฟลชจากกล้องของนักข่าวรัวใส่ร่างของคุณหญิงที่นอนดิ้นรนอยู่บนพื้นราวกับคนเสียสติ พ่อของเลอันโดรพยายามเข้าไปห้าม แต่ในจังหวะนั้นเอง… ประตูใหญ่ของห้องบอลรูมก็ถูกผลักออกอย่างแรง
ผู้มาเยือนใหม่ไม่ใช่หมอหรือหน่วยแพทย์
แต่เป็นชายชราในชุดสูทภูมิฐานคนหนึ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสามนาย
เมื่อคุณหญิงเฮเลนาเหลือบไปเห็นใบหน้าของชายชราคนนั้น ดวงตาของเธอที่เคยคลุ้มคลั่งก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ฤทธิ์ยาพิษดูเหมือนจะชะงักไปชั่วครู่ด้วยความช็อก
“คุณ… คุณพงษ์ศักดิ์…” พ่อของเลอันโดรพึมพำ ชื่อนั้นทำให้คนในตระกูลเดอ ซิลวาเก่าแก่ต่างตระหนก เพราะเขาคืออดีตทนายความประจำตระกูลที่หายสาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน พร้อมกับข่าวลือเรื่องการยักยอกเงิน
ทนายพงษ์ศักดิ์เดินตรงมาที่หน้าเวที ไม่ได้สนใจอาการคุ้มคลั่งของคุณหญิงเฮเลนา เขามองไปที่เลอันโดรและพ่อของเขา ก่อนจะชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้น
“ยี่สิบปีที่แล้ว ผมถูกคุณหญิงเฮเลนาข่มขู่และจ้างวานให้ทำลายหลักฐานพินัยกรรมฉบับจริงของท่านประธานคนก่อน…” เสียงของทนายดังผ่านไมโครโฟนที่เขาหยิบมาจากโต๊ะพิธีกร “พินัยกรรมที่ระบุว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเดอ ซิลวา แท้จริงแล้วต้องถูกส่งมอบให้กับลูกสาวของ ‘คุณผู้หญิงลดา’ ภรรยาคนแรกที่ถูกคุณหญิงเฮเลนาวางยาจนเสียชีวิต!”
คนทั้งงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ
“และลูกสาวคนนั้น… สายเลือดที่แท้จริงของเดอ ซิลวา เจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านนี้…” ทนายพงษ์ศักดิ์หันมาทางฉัน น้ำตาของเขาคลอเบ้า “คือคุณหนูคลารา คนที่คุณหญิงเฮเลนาพยายามจะกำจัดมาตลอดชีวิตเพราะความกลัว!”
หัวใจของเลอันโดรกระตุกวูบ เขาหันมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสับสน
ใช่แล้ว… นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ฉันไม่ได้แต่งงานกับเลอันโดรเพราะหวังรวย และฉันไม่ได้เพิ่งรู้ความจริงในวันนี้ ฉันรู้มาตั้งแต่หกเดือนก่อนตอนที่ทนายพงษ์ศักดิ์ติดต่อฉันมาพร้อมหลักฐานดีเอ็นเอและการตรวจพิสูจน์สารพิษในศพของคุณแม่ของฉัน
การที่ฉันยอมทนให้คุณหญิงเฮเลนาโขกสับ ดูถูก และพยายามทำลายชีวิตตลอดหกเดือน ไม่ใช่เพราะฉันอ่อนแอ… แต่เพราะฉันกำลังรอให้ถึงวันนี้ วันที่เธอจะลงมือทำร้ายฉันต่อหน้าพยานหลักฐานและสื่อมวลชน เพื่อที่ฉันจะได้ลากเธงลงมาจากแท่นหน้ากากการกุศลจอมปลอม
บทสรุปใต้แสงไฟ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้าไปควบคุมตัวคุณหญิงเฮเลนาที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น แขนของเธอถูกใส่กุญแจมือในขณะที่เธอยังคงพึมพำคาดโทษและกรีดร้องอย่างไร้สติจากฤทธิ์ยาที่เธอเป็นคนปรุงเอง
เลอันโดรมองแม่ของเขาถูกลากตัวออกไป ก่อนจะหันกลับมามองฉัน มือของเขาสั่นเทา
“คลารา… นี่มันเรื่องจริงงั้นหรือ? คุณ… คุณคือเจ้าของที่นี่ทั้งหมด?”
ฉันไม่ตอบ แต่ค่อย ๆ ถอดถุงมือลูกไม้ออก วางมันลงบนโต๊ะข้างแก้วแชมเปญที่ยังคงใสสะอาด ฉันเดินเข้าไปหาเลอันโดร ยิ้มบาง ๆ ให้กับผู้ชายที่ฉันรัก—ผู้ชายที่เป็นผู้บริสุทธิ์ในเกมแค้นนี้
“ฉันรักคุณนะเลอันโดร และนั่นคือเรื่องจริงเรื่องเดียวที่ฉันไม่เคยโกหก” ฉันกระซิบ “แต่ต่อจากนี้ไป… ตระกูลเดอ ซิลวา จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป”
งานแต่งงานในเทพนิยายจบลงพร้อมกับเสียงไซเรนของรถตำรวจและรถพยาบาล แขกเหรื่อทยอยกลับด้วยความตื่นตระหนก แต่สำหรับฉัน… นี่ไม่ใช่จุดจบของชีวิตแต่งงาน
มันคือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของฉันอย่างชอบธรรมต่างหาก