คืนที่เขาบอกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน ฉันเองก็ได้รับคำสั่งย้ายไปทำงานต่างประเทศเช่นกัน
พวกเราแยกทางกันอย่างสงบ ราวกับเป็นคนแปลกหน้าสองคน
แต่ก่อนที่ฉันจะขึ้นเครื่องบิน ฉันกลับค้นพบความลับที่ถูกปิดบังมานานกว่ายี่สิบปี…
—
นี่คือปีที่หกที่ฉันคบหากับเอเดรียน บียานวยบา
ในวันเดียวกันนั้นเอง ฉันได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการย้ายไปประจำสาขาของบริษัทในต่างประเทศ
และในวันเดียวกันนั้น…
เขาก็บอกฉันว่าครอบครัวของเขาได้จัดการเรื่องคู่หมั้นไว้แล้ว
น่าแปลกที่ทุกอย่างกลับดูสงบนิ่งเหลือเกิน
“ฉันจะย้ายออกภายในสัปดาห์นี้”
ฉันวางกุญแจอพาร์ตเมนต์ลงบนโต๊ะ
เอเดรียนนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
แสงไฟสีเหลืองนวลสาดลงบนใบหน้าคมคายของเขา
เขานิ่งเงียบอยู่นาน
ก่อนจะพูดขึ้นในที่สุด
“อพาร์ตเมนต์นั้นยังเป็นของคุณ”
“รถคันปัจจุบันของคุณก็เก่าแล้ว ผมเตรียมรถคันใหม่ไว้ให้”
“แล้วก็มีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในบัญชีของคุณ ถ้าวันหนึ่งคุณลำบาก…”
เขาหยุดไปชั่วครู่
“…ติดต่อผู้ช่วยของผมได้เลย”
ฉันยิ้มบางๆ
การจากลาที่เตรียมไว้ด้วยเงินและทรัพย์สิน
ช่างเป็นสไตล์ของเขาจริงๆ
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่า…
ฉันเองก็เตรียมพร้อมสำหรับการจากลาเช่นกัน
เพราะคำร้องขอย้ายไปทำงานต่างประเทศที่ฉันแอบยื่นไว้เมื่อหกเดือนก่อน ได้รับการอนุมัติแล้ว
อีกเพียงสามวันเท่านั้น
ฉันจะจากประเทศนี้ไป
ตลอดกาล
…
ฉันพบกับเอเดรียนตอนอายุยี่สิบเอ็ดปี
ตอนนั้นฉันกำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย
ทุกอย่างเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ค่อนข้างน่าขัน
เพื่อนร่วมห้องชวนฉันไปงานประมูลเพื่อการกุศล
เธอบอกว่าจะมีนักธุรกิจชื่อดังมากมายมาร่วมงาน
จริงๆ แล้วฉันไม่ได้สนใจนัก
แต่ก็ไปเป็นเพื่อนเธอ
ฉันไม่คิดเลยว่า ระหว่างงานจะมีพนักงานเสิร์ฟเดินชนฉัน
น้ำผลไม้ทั้งแก้วหกใส่ชุดสีขาวของฉันทันที
ทุกคนในห้องโถงหันมามอง
ฉันยืนนิ่งด้วยความอับอาย
และในตอนนั้นเอง…
เสื้อโค้ตสีดำตัวหนึ่งก็ถูกคลุมลงบนไหล่ของฉัน
“ใส่นี่ไปก่อน”
เสียงของเขาทุ้มและนิ่งสงบ
เมื่อฉันเงยหน้าขึ้น…
นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเอเดรียน
เขาสูงกว่าฉันเกือบหนึ่งศีรษะ
หล่อเหลา
เย็นชา
และมีเสน่ห์ที่ยากจะมองข้าม
ภายหลังฉันจึงรู้ว่า เขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
ส่วนฉัน…
เป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง
สองโลกที่ไม่น่าจะมาบรรจบกันได้
แต่บางครั้ง โชคชะตาก็ชอบเล่นตลก
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เราพบกันอีกครั้งในห้องสมุด
สองสัปดาห์ต่อมา
เราพบกันอีกครั้งที่ร้านกาแฟ
หนึ่งเดือนต่อมา
การปรากฏตัวของเขาในชีวิตฉัน กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
กระทั่งวันหนึ่ง
เขายื่นกล่องขนมให้ฉัน
“ผมกำลังจีบคุณอยู่”
ฉันแทบทำช้อนที่ถืออยู่หลุดมือ
…
ตลอดหกปี
เอเดรียนดูแลฉันเป็นอย่างดี
ดีจนเพื่อนทุกคนคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
เขารู้ทุกอย่างที่ฉันชอบ
อาหารจานโปรดของฉัน
วันเกิดของฉัน
แม้กระทั่งความกลัวฝนตกหนักจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก
เวลาที่เขาเดินทางไปทำงานต่างเมือง
เขาจะโทรหาฉันทุกคืน
บางครั้งเขานอนเพียงสามชั่วโมง
แต่ไม่เคยลืมส่งข้อความว่า
“ราตรีสวัสดิ์”
ฉันเคยคิดว่า…
เขาคือผู้ชายที่จะอยู่เคียงข้างฉันไปตลอดชีวิต
จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อน
ฉันเห็นรูปถ่ายรูปหนึ่ง
ในภาพนั้นมีเอเดรียน
อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง
ทั้งคู่สวมเสื้อผ้าหรูหรา
และมีผู้คนนับพันร่วมแสดงความยินดี
“คู่รักที่สมบูรณ์แบบ”
“อนาคตของสองตระกูลใหญ่”
“รักกันมาตั้งแต่เด็ก”
ฉันจ้องภาพนั้นอยู่นาน
และเพิ่งได้รู้ในตอนนั้นว่า
แม้ก่อนจะรู้จักฉัน…
เขาก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว
การหมั้นหมายที่ถูกวางแผนไว้มานานกว่ายี่สิบปี
…
ฉันไม่ได้ถาม
และเขาก็ไม่ได้อธิบาย
พวกเราเหมือนนักแสดงสองคนในละครเรื่องเดียวกัน
จนกระทั่งคืนนี้
ในที่สุดเขาก็พูดออกมา
ครอบครัวของเขาได้ตัดสินใจแล้ว
อีกสองเดือนจะมีพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการ
และผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วย…
ไม่ใช่ฉัน
…
คืนนั้นฝนตกหนักมาก
ฉันลากกระเป๋าเดินทางออกจากอพาร์ตเมนต์ตอนเกือบเที่ยงคืน
เมืองยังสว่างไสว
แถวรถยนต์ยาวเหยียด
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของฉันก็สั่น
ข้อความจากบริษัท
“เที่ยวบินของคุณในเช้าวันพรุ่งนี้ได้รับการยืนยันแล้ว”
ฉันมองข้อความนั้นอยู่นาน
ก่อนจะปิดหน้าจอ
ทุกอย่างจบลงแล้ว
อย่างน้อยฉันก็คิดเช่นนั้น
แต่จู่ๆ รถยนต์สีดำคันหนึ่งก็จอดข้างฉัน
ประตูรถเปิดออก
และมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินลงมา
เธอสวยมาก
สง่างาม
น่าเกรงขาม
เป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหนก็ต้องดึงดูดสายตาผู้คน
ฉันจำเธอได้ทันที
เพราะเคยเห็นจากในรูป
อิซาเบลลา เรเยส
คู่หมั้นของเอเดรียน
เธอยิ้มให้ฉัน
“ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”
ฉันกำที่จับกระเป๋าเดินทางแน่น
“ขอโทษนะคะ แต่เราไม่รู้จักกัน”
เธอหัวเราะเบาๆ
“คุณอาจไม่รู้จักฉัน”
“แต่ฉันรู้จักคุณมานานแล้ว”
จากนั้นเธอก็หยิบซองเอกสารออกมา
แล้วยื่นให้ฉัน
“ฉันคิดว่าคุณควรได้เห็นสิ่งนี้”
ฉันเปิดซองเอกสาร
ข้างในมีเอกสารจำนวนมาก
และเมื่ออ่านหน้ากระดาษแผ่นแรก…
เลือดในกายฉันแทบเย็นเฉียบ
เพราะมันคือเอกสารการรับบุตรบุญธรรมเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน
และชื่อเด็กที่ระบุอยู่ในนั้น…
คือชื่อของฉันเอง
แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือสิ่งที่ฉันเห็นถัดมา
คนที่ลงนามในเอกสารรับบุตรบุญธรรมฉบับนั้น…
ไม่ใช่พ่อแม่ที่เลี้ยงดูฉันมา
แต่เป็น…
พ่อของเอเดรียน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
เสียงเบรกดังสนั่นก็ดังขึ้น
ฉันหันไปมอง
เอเดรียนลงมาจากรถที่เพิ่งมาถึง
เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นความหวาดกลัวขนาดนั้นบนใบหน้าของเขา
“อย่าอ่าน!”
เขาตะโกน
แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
หน้าสุดท้ายของเอกสารหล่นลงบนพื้น
สายลมพัดมันปลิวไป
และภายใต้แสงไฟริมถนน…
มีรายงานผลตรวจดีเอ็นเอปรากฏชัดเจน
99.99%
มือของฉันสั่นเทาขณะอ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น
จากนั้นจึงค่อยๆ เงยหน้ามองเอเดรียน
ส่วนเขา…

ได้แต่ยืนอยู่กลางสายฝน
ใบหน้าซีดเผือด
ราวกับคนที่สูญเสียโลกทั้งใบไปในพริบตา
นี่คือบทสรุปและฉากจบของเรื่องราวนี้ครับ…
ความเงียบงันโรยตัวลงมาระหว่างเรา มีเพียงเสียงสายฝนที่ตกลงกระทบพื้นถนน รายงานผลตรวจดีเอ็นเอในมือของฉันเปียกชุ่ม แต่ตัวอักษรบนนั้นยังคงเด่นชัดจนน่าใจหาย
ชื่อของฉัน… และชื่อของพ่อเขา
เราไม่ได้เป็นแค่คนรักที่ต้องแยกทางเพราะความต่างของชนชั้น แต่เราคือสายเลือดเดียวกัน… พี่น้องร่วมบิดาที่โชคชะตาเล่นตลกให้มาตกหลุมรักกันเอง
“มันไม่จริงใช่ไหม เอเดรียน…” เสียงของฉันสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
เอเดรียนไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาหาฉัน ก้าวแต่ละก้าวของเขาดูหนักอึ้งราวกับแบกโลกทั้งใบไว้ ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน หยาดน้ำตาไหลปนไปกับสายฝนที่สาดซัด
“หกปีที่ผ่านมา…” ฉันเค้นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง “ที่คุณดูแลฉัน รู้จักทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน แม้กระทั่งเรื่องที่ฉันกลัวฝนตกหนักเพราะอุบัติเหตุในวัยเด็ก… ไม่ใช่เพราะคุณรักฉันแบบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เพราะคุณรู้มาตลอดว่าฉันเป็นใครใช่ไหม!”
“ไม่ใช่นะ!” เอเดรียนโผเข้ามากุมมือฉันไว้ มือของเขาสั่นเทาและเย็นเยียบ “ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อสามเดือนก่อน! คืนที่ผมเห็นเอกสารนี้ในห้องทำงานของพ่อ… คืนเดียวกับที่มีข่าวเรื่องการหมั้นหมายของผมกับอิซาเบลลาหลุดออกไป!”
ฉันหันไปมองอิซาเบลลาที่ยืนอยู่ข้างรถ เธอยังคงรักษารอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้เอาไว้
“ตระกูลบียานวยบาไม่มีทางยอมรับลูกนอกสมรสที่เกิดจากหญิงแพศยาคนอื่น” อิซาเบลลาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พ่อของเอเดรียนส่งคุณไปให้ครอบครัวอื่นเลี้ยงดูตั้งแต่วันที่เกิด เพื่อรักษาชื่อเสียง และเมื่อเอเดรียนรู้ความจริง พ่อของเขาก็บังคับให้เขาแต่งงานกับฉันทันที เพื่อแลกกับการที่จะไม่ทำลายชีวิตของคุณ… และเก็บความลับนี้ไว้ใต้ดินตลอดกาล”
เอเดรียนคุกเข่าลงต่อหน้าฉันกลางสายฝน ละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดของทายาทผู้หยิ่งยโส
“ฉันขอโทษ…” เขาสะอื้น “ที่ผมทำเป็นเย็นชา ที่ผมบอกว่าจะแต่งงานกับคนอื่น ที่ผมเตรียมเงินและทรัพย์สินไว้ให้… เพราะผมรู้ว่าคุณยื่นเรื่องย้ายไปต่างประเทศ ผมแค่อยากให้คุณไป… ไปให้ไกลจากนรกตระกูลนี้ ไปมีชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย โดยไม่ต้องรับรู้ความจริงที่อัปยศที่สุดนี้!”
เขารู้ดีว่าหากเรายังดันทุรังคบกัน พ่อของเขาจะใช้ความจริงข้อนี้ทำลายฉันจนย่อยยับ การปล่อยให้ฉันเกลียดเขาในฐานะ “ผู้ชายที่ทิ้งเธอไปแต่งงานเพื่อธุรกิจ” ยังดีกว่าการให้ฉันรู้ว่า… เราได้ทำลายศีลธรรมอันดีงามไปแล้วตลอดหกปีที่ผ่านมา
ฉันมองผู้ชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ บัดนี้ความรักนั้นถูกแปรเปลี่ยนเป็นความหน่วงหนักในอก มันเจ็บปวดจนจุก แต่ในความเจ็บนั้น กลับไม่มีความโกรธแค้นเหลืออยู่ มีเพียงความเวทนาในโชคชะตาของเราสองคน
ฉันค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา ย่อตัวลงเก็บกระดาษรายงานผลดีเอ็นเอแผ่นนั้นขึ้นมา ก่อนจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ แล้วปล่อยให้สายลมพัดมันหายไปในความมืด
“ขอบคุณที่บอกความจริงนะ อิซาเบลลา” ฉันหันไปพูดกับเธอ “และขอบคุณที่คุณเลือกจะแต่งงานกับเขา… ดูแลเขาด้วย”
“คุณจะไปไหน?” เอเดรียนเงยหน้าขึ้น มองฉันด้วยแววตาที่แตกสลาย
ฉันเอื้อมมือไปลูบแก้มที่เปียกปอนของเขาเป็นครั้งสุดท้าย “ฉันกำลังจะไปในที่ที่ฉันควรจะไป… เอเดรียน หกปีที่ผ่านมา ถือซะว่าเป็นฝันตื่นหนึ่ง ตอนนี้เราตื่นจากฝันแล้ว”
ฉันลากกระเป๋าเดินทางหันหลังให้เขา เดินตรงไปยังแท็กซี่ที่จอดรออยู่
“อย่าไปเลย… ได้โปรด…” เสียงตะโกนของเอเดรียนดังฝ่าสายฝนมา แต่อิซาเบลลาเข้าไปรั้งตัวเขาไว้
ฉันไม่ได้หันหลังกลับไปมองอีก
สามปีต่อมา ณ กรุงลอนดอน
แสงแดดอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิส่องผ่านหน้าต่างร้านกาแฟ ฉันในชุดสูททำงานเรียบหรูกำลังนั่งตรวจเอกสารอย่างสบายใจ สามปีที่ผ่านมาในต่างประเทศ ชีวิตของฉันก้าวหน้าไปมาก ฉันกลายเป็นผู้จัดการภาคพื้นยุโรป และมีชีวิตที่สงบสุขอย่างที่เคยหวัง
บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับวันนี้วางอยู่ หน้าหนึ่งเป็นรูปของ เอเดรียน บียานวยบา ในชุดสูทสากลอย่างเป็นทางการ ข้างกายเขามีอิซาเบลลายืนเคียงคู่ ในเนื้อข่าวระบุว่าพวกเขากำลังจะจัดงานฉลองครบรอบแต่งงานสามปีอย่างยิ่งใหญ่
ฉันมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ สายตาของเอเดรียนในภาพยังคงนิ่งสงบและเย็นชาเหมือนวันแรกที่ฉันเจอเขา แต่มีเพียงฉันที่รู้ว่า ภายใต้เสื้อโค้ตตัวหนานั้น เขายังคงเก็บงำความลับที่มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่เข้าใจ
โทรศัพท์ของฉันสั่นเตือน มีอีเมลแจ้งเตือนเงินปันผลจากบัญชีลับที่เอเดรียนเคยเปิดไว้ให้ มันเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ฉันไม่เคยคิดจะแตะต้อง แต่เขาก็ยังคงโอนเข้ามาทุกปี… ในวันเกิดของฉัน
ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ หยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่ม แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมาในเมืองใหญ่
พวกเราแยกทางกันอย่างสงบ และใช้ชีวิตในโลกของตัวเอง ราวกับเป็นคนแปลกหน้าสองคนที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันในบางมุม… และนั่นคือตอนจบที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว
…