ในวันแต่งงานของเรา เจ้าบ่าวทิ้งฉันไว้กลางโบสถ์เพื่อวิ่งตามเลขาของเขา ที่เพิ่งโพสต์ข้อความบ่นว่าเหนื่อยบน Facebook เขารีบละทิ้งงานแต่งของเราแล้ววิ่งออกไปหาเธอทันที แต่เพียงยี่สิบนาทีต่อมา เขากลับเป็นฝ่ายคุกเข่าขอโทษฉัน…แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว”
ตอนที่ 1
ในวันแต่งงานของฉัน
เลขาสาวของคู่หมั้นฉันโพสต์ Facebook ขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“วันนี้เป็นวันแต่งงานของเขา”
“ฉันควรจะยินดีกับเขา”
“แต่ไม่รู้ทำไม ฉันกลับนอนไม่หลับทั้งคืน”
“รู้สึกหนักใจมาก”
เพียงสิบ นาทีหลังโพสต์นั้นถูกเผยแพร่ออกไป
งานแต่งของฉันก็กลายเป็นเรื่องน่าขันในทันที
เพราะเจ้าบ่าวของฉัน
ลูคัส เฟอร์นันเดซ
ทายาทเพียงคนเดียวของ Fernandez Group
จู่ ๆ เขาก็ปล่อยช่อดอกไม้ในมือ
แล้ววิ่งออกจากโบสถ์ต่อหน้าคนเป็นร้อย
ฉันตกใจและรีบวิ่งตามไปจับแขนเขาไว้
“ลูคัส ได้โปรด…”
“อย่างน้อยอยู่ให้จบพิธีได้ไหม”
“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบนี้”
แต่เขากลับมองฉันด้วยสายตาเย็นชา
แล้วสะบัดมือฉันทิ้งอย่างแรง
“เธอไม่เห็นโพสต์ของมีอาหรือไง?”
“หลายปีก่อน เธอเคยช่วยชีวิตฉันไว้”
“ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอตลอดไป”
“แล้วฉันจะมายืนแต่งงานตรงนี้ได้ยังไง ในเมื่อเธอกำลังไม่โอเค?”
เหมือนมีน้ำเย็นสาดใส่ทั้งตัวฉัน
แต่เขายังไม่หยุด
“ถ้าเธอกลัวขายหน้า ก็ไปหาเจ้าบ่าวคนใหม่เอาเอง”
“ฉันไม่สนหรอก”
พูดจบเขาก็หันหลัง
แล้วเดินออกไปโดยไม่เหลียวกลับมาเลย
ผ่านไปสามสิบนาที
ข่าวงานแต่งของฉันขึ้นเทรนด์ทั่วฟิลิปปินส์ทันที
“CEO ทิ้งงานแต่งตัวเองเพื่อเลขา”
คลิปถูกแชร์เต็ม Facebook, TikTok และทุกแพลตฟอร์ม
มีคนถ่ายทันเหตุการณ์ไว้ได้
เห็นลูคัสอยู่ที่ Manila Bay
กับมีอา ซานโตส
เธอสวมชุดแต่งงานสีขาว
ส่วนลูคัส?
เขาใช้เงินกว่า 40 ล้านเปโซ (ประมาณ 24 ล้านบาht) เพื่อจัดงานแต่งจำลองริมทะเลอย่างยิ่งใหญ่
เต็มไปด้วยดอกไม้
แสงไฟ
และฉากเหมือนงานแต่งจริงทุกอย่าง
ในคลิป
มีอาน้ำตาคลอ ขณะซบอกลูคัส
ส่วนลูคัสคอยเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
อินเทอร์เน็ตแทบคลั่งทันที
“นี่แหละความรักที่แท้จริง”
“เจ้าสาวตัวจริงคือเธอสินะ”
“เลขาชนะทุกอย่างเลย”
“สงสารเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางโบสถ์”
“อับอายมาก…”
แม้แต่ญาติทั้งสองฝ่ายก็เริ่มกระซิบกัน
แถวหน้าคือแม่ของฉัน
ดวงตาแดงก่ำ กลั้นน้ำตาไว้
ส่วนพ่อของฉัน กำมือแน่นจนแทบแตก
และฉัน…
คนที่ควรจะพังที่สุดในวันนั้น
กลับนิ่งสงบอย่างประหลาด
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
มองรูปของลูคัสที่กำลังกอดมีอา
ก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่งที่ไม่ได้ติดต่อมานานหลายปี
เพียงแค่ดังครั้งเดียว
ปลายสายก็รับทันที
ฉันยิ้มบาง ๆ
“ดูละครจบหรือยัง?”
ปลายสายเงียบไป
ฉันหันไปมองประตูใหญ่ของโบสถ์
แล้วพูดต่อ
“ถ้าดูพอแล้ว…”
“ตอนนี้คุณพร้อมจะมาที่นี่ แล้วแต่งงานกับฉันได้หรือยัง?”

ในวินาทีนั้นเอง—
ประตูโบสถ์บานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างแรง
และคนที่ก้าวเข้ามา…
ทำให้แขกทั้งงานลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
นี่คือบทสรุปและตอนจบของเรื่องราวครับ:
ตอนที่ 2 (ตอนจบ): เจ้าบ่าวตัวจริง
คนที่ก้าวเข้ามาในโบสถ์ไม่ใช่ชายหนุ่มไร้ชื่อเสียง แต่เป็น เนธาน เฟอร์นันเดซ พี่ชายต่างมารดาของลูคัส และทายาทคนโตตัวจริงผู้กุมอำนาจบริหารกว่า 70% ของ Fernandez Group ทั้งหมด เขาหายหน้าไปจากวงการธุรกิจฟิลิปปินส์เกือบสามปีเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ แต่ในวันนี้ เขากลับปรากฏตัวในชุดทักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ร่างสูงใหญ่สง่างามและทรงพลังจนสะกดสายตาทุกคู่ในโบสถ์
ลูคัสไม่เคยรู้เลยว่า คนที่ตระกูลเฟอร์นันเดซต้องการแต่งงานด้วยจริง ๆ ตั้งแต่แรกคือเนธาน เพราะครอบครัวของฉันและเนธานมีพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันมานาน แต่เป็นลูคัสที่พยายามแย่งชิงฉันไปเพื่อเอาชนะพี่ชาย และฉันเองก็เคยหลงผิดคิดว่าความจริงใจของลูคัสคือความรัก
เนธานเดินตรงมาที่แท่นพิธีอย่างมั่นคง สายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉันเพียงคนเดียว รอยยิ้มอบอุ่นที่ไม่เคยมีใครเห็นถูกส่งมาให้ฉัน
“โทษทีที่ปล่อยให้รอนะครับ เจ้าสาวของผม” เสียงทุ้มต่ำของเนธานดังผ่านระบบเครื่องเสียงของโบสถ์
พ่อและแม่ของฉันยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ในขณะที่ญาติฝั่งเฟอร์นันเดซหน้าถอดสี เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากเนธานแต่งงานกับฉัน อำนาจเบ็ดเสร็จของตระกูลจะตกอยู่ในมือของเนธานทันที และลูคัสจะกลายเป็นเพียงหมากที่ไร้ค่า
พิธีแต่งงานดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและยิ่งใหญ่กว่าเดิม ข่าวลือในโลกออนไลน์พลิกผันภายในสิบนาที จาก “เจ้าสาวผู้น่าสงสารที่ถูกทิ้ง” กลายเป็น “การเปิดตัวคู่ทองคำแห่งศตวรรษระหว่างเนธานและฉัน” ส่วนลูคัสและเลขากลายเป็นเพียงตัวตลกที่ถูกมองว่าถูกเฉดหัวออกจากตระกูลเพื่อไปอยู่กับชู้รัก
เพียงยี่สิบนาทีหลังจากพิธีสาบานตนสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโบสถ์
ลูคัสในสภาพชุดสูทสีขาวที่เปรอะเปื้อนคราบทรายและเหงื่อโซมกาย วิ่งพรวดพราดเข้ามา ใบหน้าของเขาซีดเผือด ข่าวการปรากฏตัวของเนธานและการแต่งงานสายฟ้าแลบถูกส่งไปถึงมือถือของเขาที่มะนิลาเบย์ พร้อมกับการแจ้งเตือนจากบอร์ดบริหารว่า “ลูคัส เฟอร์นันเดซ ถูกปลดจากทุกตำแหน่งในบริษัทและระงับบัตรเครดิตทุกใบเนื่องจากพฤติกรรมทำลายภาพพจน์ตระกูล”
มีอาไม่ได้ช่วยชีวิตลูคัสไว้จริง ๆ ในอดีต… นั่นเป็นแผนการที่เธอสร้างขึ้นมา และเนธานเพิ่งส่งหลักฐานความจริงทั้งหมดให้ลูคัสดูทางอีเมลในตอนที่เขาอยู่ที่ชายหาด ลูคัสถึงได้ตระหนักได้ว่าตัวเองโง่เง่าแค่ไหนที่ทิ้งเพชรล้ำค่าเพื่อไปคว้ากรวดก้อนเดียว
ลูคัสถลาเข้ามา พยายามจะจับมือฉัน แต่เนธานก้าวเอาตัวมาบังไว้ สายตาของพี่ชายเย็นชาจนลูคัสต้องชะงัก
“โคลอี้… ผมขอโทษ!” ลูคัสทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อยที่ยังคงอยู่ในงาน “ผมโดนมีอาหลอก ผมหลงผิดไป… ได้โปรดให้โอกาสผมนะ งานแต่งจำลองนั่นมันไม่มีผลทางกฎหมาย คุณคือเจ้าสาวของผมนะโคลอี้!”
เขาร้องไห้โฮ คุกเข่าอ้อนวอนอย่างหมดสภาพ CEO ผู้หยิ่งยโส
ฉันมองลงไปที่เขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความโกรธ มีเพียงความสมเพช
“นายพูดถูก ลูคัส… งานแต่งจำลองริมทะเลนั่นไม่มีผลทางกฎหมาย” ฉันพูดพร้อมกับชูมือซ้ายขึ้นมา แสงไฟในโบสถ์สะท้อนเข้ากับแหวนแต่งงานวงใหม่ที่เนธานเพิ่งสวมให้ “แต่งานแต่งในโบสถ์นี้… มีผลถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ”
“ไม่จริง… โคลอี้ คุณรักผมไม่ใช่เหรอ?!” ลูคัสครางเสียงสั่น
“ฉันเคยรักผู้ชายที่ฉันคิดว่าเขามีเกียรติ” ฉันตอบเสียงเรียบ “แต่นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ถ้าฉันกลัวขายหน้า ก็ให้หาเจ้าบ่าวคนใหม่เอาเอง… ฉันก็แค่ทำตามคำแนะนำของนาย และตอนนี้ ฉันก็ได้เจ้าบ่าวที่ดีกว่านายในทุก ๆ ด้าน”
เนธานโอบเอวฉันไว้หลวม ๆ ก่อนจะก้มลงมองน้องชายต่างมารดา “จากนี้ไป นายไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อภรรยาของฉันตรง ๆ และในฐานะประธานคนใหม่ของ Fernandez Group… ฉันขอสั่งให้นายเก็บข้าวของออกจากบ้านประจำตระกูลภายในเย็นนี้ ไปอยู่กับเลขาที่นายสัญญาจะปกป้องตลอดไปซะ”
ลูคัสเบิกตากว้างเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า เขานั่งแปะอยู่บนพื้นโบสถ์อย่างไร้เรี่ยวแรง หันไปมองญาติ ๆ แต่ไม่มีใครยอมสบตาหรือยื่นมือเข้ามาช่วยอดีตทายาทที่สิ้นเนื้อประดาตัวเลยแม้แต่คนเดียว
ฉันหันหลังให้เขาจับมือเนธานเดินออกจากโบสถ์เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองคนทรยศที่กำลังร่ำไห้อยู่เบื้องหลังอีกเลย ทุกอย่างมันสายเกินไปสำหรับเขาแล้วจริง ๆ