Posted in

“ตอนอายุ 45 ฉันตั้งครรภ์ลูกแฝด หลังต่อสู้กับภาวะมีบุตรยากมานานถึง 19 ปี เขากอดฉันทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ เพราะในที่สุดเราก็จะมีลูก… แต่เพียง 10 นาทีต่อมา ฉันกลับได้ยินเขาคุกเข่าขอร้องหมอว่า: ‘ได้โปรด อย่าบอกความจริงกับภรรยาผม’”

“ตอนอายุ 45 ฉันตั้งครรภ์ลูกแฝด หลังต่อสู้กับภาวะมีบุตรยากมานานถึง 19 ปี เขากอดฉันทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ เพราะในที่สุดเราก็จะมีลูก… แต่เพียง 10 นาทีต่อมา ฉันกลับได้ยินเขาคุกเข่าขอร้องหมอว่า: ‘ได้โปรด อย่าบอกความจริงกับภรรยาผม’”

ตอนที่ 1

ฉันชื่อ เอเลน่า ซานโตส

อายุ 45 ปี

ฉันแต่งงานกับ มาร์โก ซานโตส มา 18 ปีแล้ว

และตลอด 18 ปีนั้น เราวิ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งที่มะนิลา เซบู และดาเวา

แต่ก็ยังไม่มีลูก

ทุกครั้งที่ฉันเห็นเด็ก ๆ เล่นกันในสวนรีซัลพาร์ก

เหมือนมีอะไรบางอย่างบีบหัวใจฉันแน่น

มาร์โกจะคอยจับมือฉันเสมอ

“ถึงเราจะไม่มีลูก ก็ไม่เป็นไร แค่มีเธออยู่ก็พอแล้ว”

คำพูดนั้นทำให้ฉันยิ่งรักเขามากขึ้น

จนกระทั่งเมื่อ 3 เดือนก่อน

ประจำเดือนของฉันไม่มา

ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นวัยหมดประจำเดือน

แต่เมื่อฉันลองตรวจครรภ์…

ขีดสองขีดก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน

ฉันยืนอึ้งอยู่ในห้องน้ำ

มาร์โกเพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน

เมื่อฉันบอกข่าว เขาก็ชะงักไปทันที

เงียบไปเกือบนาทีเต็ม

ก่อนจะร้องไห้ออกมา

เหมือนเด็กที่รอคอยบางสิ่งมานานแสนนาน

“เราจะมีลูกแล้ว…”

“ในที่สุด…พระเจ้าก็ได้ยินเราแล้ว”

และเรายิ่งดีใจมากขึ้น เมื่อหมอบอกว่า ฉันท้องลูกแฝด

เด็กผู้ชายหนึ่งคน

และเด็กผู้หญิงหนึ่งคน

ครอบครัวซานโตสจัดงานฉลองเล็ก ๆ

เป็นครั้งแรกที่แม่สามีกอดฉันทั้งน้ำตา

ส่วนมาร์โกแทบอยู่ไม่สุขเพราะความดีใจ

เขาเลิกเดินทางธุรกิจทั้งหมด

กลับบ้านเร็วทุกวัน

เขาทำอาหารเอง

ดูแลฉันเองทุกอย่าง

ตอนนั้น ฉันรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในฟิลิปปินส์

จนถึงวันที่ไปตรวจครรภ์ตามนัด

โรงพยาบาล St. Luke’s Medical Center เต็มไปด้วยผู้คน

หลังจากตรวจเสร็จ เรานั่งรอผลอยู่ที่โถงทางเดิน

มาร์โกดูเครียดมากกว่าฉันเสียอีก

เขาเดินไปเดินมาไม่หยุด

เมื่อเขาได้ผลตรวจ เขารีบเปิดดูทันที

แล้วก็ยิ้มออกมา

“ที่รัก เด็ก ๆ ปลอดภัยดี”

ฉันรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

แต่ในวินาทีนั้นเอง…

คุณหมอ ดร. ครูซ เดินออกมา

“คุณมาร์โก ขอคุยด้วยแป๊บเดียวได้ไหมครับ…เป็นการส่วนตัว”

รอยยิ้มของมาร์โกแข็งค้างทันที

เพียงเสี้ยววินาที

แล้วเขาก็กลับมายิ้มเหมือนเดิม

เขาลูบผมฉันเบา ๆ

“เดี๋ยวผมออกมา มีแค่คำแนะนำเล็กน้อยเรื่องการดูแลคนท้อง”

ฉันพยักหน้า

เขาเดินเข้าไป

ประตูปิดลง

ห้านาที

สิบนาที

เขายังไม่ออกมา

ฉันเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

ฉันลุกขึ้น

และเดินไปที่ปลายทางเดิน

ประตูห้องตรวจเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย

และตรงนั้นเอง…ฉันได้ยินเสียงของมาร์โก

แผ่วเบา

แต่เต็มไปด้วยความกลัว

“หมอ…ผมขอร้องนะครับ”

“อย่าบอกผลตรวจนี้กับภรรยาผม”

“เธอห้ามรู้เด็ดขาด”

“ผมพร้อมจะเสียทุกอย่าง…”

“แต่ถ้าเธอรู้ความจริง…”

“ครอบครัวเราจะพังลงทั้งหมด”

ทั้งตัวฉันเย็นเฉียบ

และฉันยืนแข็งอยู่ตรงนั้น…เหมือนกลายเป็นหินทันที..

นี่คือบทสรุปและตอนจบของเรื่องราวนี้ครับ:

ตอนที่ 2 (ตอนจบ): ความจริงใต้รอยยิ้ม

หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงของมาร์โกที่สั่นเครืออยู่หลังบานประตูนั้นช่างห่างไกลจากผู้ชายที่แสนอบอุ่นคนเดิมที่ฉันรู้จัก ความคิดในหัวของฉันตีกันยุ่งเหยิง ‘เขามีคนอื่นใช่ไหม? ลูกในท้องไม่ใช่ลูกของเขา? หรือเขากำลังปิดบังโรคร้ายแรงของตัวเอง?’

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ผลักประตูเปิดออกทันทีโดยไม่สนมารยาทอีกต่อไป

“มีอะไรที่ฉันห้ามรู้เหรอคะ มาร์โก?” เสียงของฉันสั่นสะท้าน

ทั้งมาร์โกและดร.ครูซหันมามองฉันด้วยความตกใจ ใบหน้าของมาร์โกซีดเผือดราวกับคนเห็นผี เขารีบถลาเข้ามาจับไหล่ฉัน “เอเลน่า… ทำไมเธอเดินมาตรงนี้ กลับไปนั่งรอข้างนอกก่อนนะ”

“ไม่!” ฉันสะบัดตัวออก น้ำตาไหลพราก “บอกความจริงมา มาร์โก! คุณปิดบังอะไรฉัน? เด็ก ๆ เป็นอะไร? หรือคุณ…”

ดร.ครูซถอนหายใจยาว ก่อนจะมองหน้ามาร์โกแล้วพูดขึ้น “คุณมาร์โกครับ ปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์ หมอคิดว่าคุณเอเลน่ามีสิทธิ์ที่จะรับรู้ และต้องเป็นคนตัดสินใจร่วมกันครับ”

มาร์โกทรุดเข่าลงกับพื้นทันที เขากอดขาฉันไว้แล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายหมอ “เอเลน่า… ผมขอโทษ ผมแค่อยากให้เธอมีความสุข ฉันไม่อยากเสียเธอไป…”

ดร.ครูซยื่นแผ่นผลตรวจแล็บที่มาร์โกพยายามซ่อนไว้เบื้องหลังให้ฉัน มันไม่ใช่ผลตรวจสุขภาพของลูกแฝด… แต่เป็น ผลตรวจเลือดและเนื้อเยื่อขั้นสูงของฉันเอง พร้อมกับคำวินิจฉัยที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน

ภาวะมะเร็งปากมดลูกระยะรุนแรง (Advanced Cervical Cancer)

“คุณเอเลน่าครับ” ดร.ครูซอธิบายด้วยน้ำเสียงเห็นใจ “อาการเจ็บท้องและประจำเดือนที่ขาดหายไปในช่วงแรก ไม่ใช่เพราะวัยทองหรือเพราะการตั้งครรภ์โดยตรง แต่มันคือสัญญาณของโรคร้าย การที่คุุณตั้งครรภ์ลูกแฝดในตอนนี้คือปาฏิหาริย์… แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่โหดร้ายมาก”

“หมายความว่ายังไงคะหมอ?” ฉันถามทั้งน้ำตาที่นองหน้า

“เชื้อมะเร็งกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ หากคุณเลือกที่จะรักษาชีวิตตัวเอง คุณต้องยุติการตั้งครรภ์ทันทีเพื่อเข้ารับการคีโมและผ่าตัด… แต่ถ้าคุณเลือกที่จะเก็บลูกแฝดคู่นี้ไว้ คุณต้องปฏิเสธการรักษาทุกอย่าง และร่างกายของคุณอาจจะทนไม่ถึงวันที่จะคลอดพวกเขาออกมา”

ฉันยืนนิ่งงัน… ปาฏิหาริย์ที่ฉันรอคอยมา 19 ปี แลกมาด้วยความตายของฉันเอง

มาร์โกเงยหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมามองฉัน “เอเลน่า… ผมรอคอยลูกมาตลอด 19 ปีก็จริง แต่ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ! ผมยอมไม่มีลูก ยอมให้คนตราหน้า ยอมเสียทุกอย่าง… แต่ผมเสียเธอไปไม่ได้ ดร.ครูซบอกว่าถ้าเรายุติการตั้งครรภ์ตอนนี้ โอกาสรอดของเธอสูงถึง 80% นะที่รัก ได้โปรดเถอะ…”

นี่คือเหตุผลที่เขาคุกเข่าอ้อนวอนหมอ… ไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัว ไม่ใช่เพราะการทรยศ แต่เพราะเขา รักฉันมากกว่าลูกที่เขาเฝ้ารอมาทั้งชีวิต

ฉันมองลงไปที่หน้าท้องของตัวเองที่เริ่มนูนเด่นชัดขึ้นมา สลับกับมองผู้ชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ผู้ชายที่จับมือฉันเดินผ่านความเจ็บปวดมาตลอด 18 ปีแห่งการแต่งงาน

ฉันย่อตัวลงไปโอบกอดมาร์โกไว้แน่น เราสองคนร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจในห้องตรวจเล็ก ๆ นั้น

3 ปีต่อมา…

สายลมเย็น ๆ จากทะเลพัดผ่านสวนรีซัลพาร์ก ฉันนั่งอยู่บนวีลแชร์ มียกทรงผ้าพันแผลอยู่ที่ศีรษะจากการทำคีโมรอบสุดท้าย ร่างกายของฉันผอมซูบและอ่อนแรงเต็มที แต่บนตักของฉันมีเด็กหญิงและเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 2 ขวบเศษกำลังหลับปุ๋ยอยู่

ใช่แล้ว… ในวันนั้น ฉันเลือกทางสายกลางที่เสี่ยงที่สุด ฉันขอร้องให้ดร.ครูซยื้อเวลาให้ยาวนานที่สุดเท่าที่ร่างกายจะรับไหว ฉันยอมทนความเจ็บปวดเจียนตาย ยอมให้มะเร็งกัดกินร่างกายเพื่อประคองครรภ์นี้ไว้จนถึงสัปดาห์ที่ 30 จนกระทั่งคุณหมอต้องผ่าตัดทำคลอดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตเด็ก ๆ

วันนั้นลูกแฝดรอดชีวิตอย่างปลอดภัย ส่วนฉันเข้าสู่ห้องไอซียูทันทีและต่อสู้กับมะเร็งนับตั้งแต่วันนั้น

มาร์โกเดินกลับมาพร้อมกับไอศกรีมในมือ เขานั่งลงข้าง ๆ วีลแชร์ของฉัน นำมือหนา ๆ ที่คุ้นเคยมาจับมือฉันไว้ แล้วจูบที่หน้าผากแผ่วเบา

“ขอบคุณนะเอเลน่า ขอบคุณที่ยังอยู่กับพวกเรา” มาร์โกกระซิบด้วยรอยยิ้มที่มีน้ำตาคลอ

ฉันมองหน้าสามีและลูก ๆ ทั้งสองคน… แม้ว่าวันเวลาของฉันบนโลกนี้อาจจะไม่ได้ยืนยาวเหมือนคนอื่น และไม่รู้ว่าโรคร้ายจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ แต่ในวินาทีนี้ ฉันรู้แล้วว่า 19 ปีแห่งการรอคอยและการต่อสู้นั้นคุ้มค่าที่สุดแล้ว

เพราะฉันได้ทำหน้าที่แม่ และได้รู้ว่าฉันคือผู้หญิงที่ถูกรักมากที่สุดในโลก… ด้วยหัวใจของมาร์โก