Posted in

ในวันถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของเรา ฉันสวมชุดเจ้าสาวและยืนรอท่ามกลางสายฝนนานเกือบห้าชั่วโมง… แต่เมื่อเขามาถึง ผู้หญิงที่สวมสูทของเขากลับเป็นรักแรกที่เพิ่งบินกลับมาจากลอนดอน*

*ในวันถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของเรา ฉันสวมชุดเจ้าสาวและยืนรอท่ามกลางสายฝนนานเกือบห้าชั่วโมง… แต่เมื่อเขามาถึง ผู้หญิงที่สวมสูทของเขากลับเป็นรักแรกที่เพิ่งบินกลับมาจากลอนดอน**

**ตอนที่ 1**

ในวันถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของเรา…

ตั้งแต่แปดโมงเช้า ฉันก็มาถึงประภาคารเก่าแล้ว

ฉันสวมชุดเจ้าสาวที่เฝ้าฝันอยากใส่มาหลายเดือน

แต่ยิ่งสายลมแรงขึ้นและฝนโปรยลงมา…

ความตื่นเต้นของฉันก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

ช่างแต่งหน้าคอยเติมเครื่องสำอางให้ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ส่วนช่างภาพก็มองนาฬิกาเป็นครั้งที่ห้าแล้ว

“คุณมีอาคะ…”

“เลื่อนวันถ่ายดีไหมครับ?”

ฉันเพียงยิ้มบาง ๆ

“เขากำลังมาแล้วค่ะ”

แต่แม้แต่ตัวฉันเอง…

ก็ไม่เชื่อคำพูดนั้นอีกต่อไป

เวลาผ่านไปเกือบห้าชั่วโมง

ในที่สุด รถ SUV สีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอด

หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นทันที

ฉันคิดว่า…

ในที่สุด คู่หมั้นของฉันก็มาถึงแล้ว

แต่…

คนแรกที่ลงจากรถไม่ใช่เขา

กลับเป็นหญิงสาวหน้าตาสวยคนหนึ่ง

ในมือเธอถือสูทของอีธาน

โซเฟีย

รักแรกที่อีธาน อัลวาเรซ ไม่เคยลืม

ทันทีที่เธอเห็นฉัน เธอก็ก้มศีรษะทันที

“ขอโทษนะคะ พี่มีอา”

“เที่ยวบินของหนูล่าช้าค่ะ”

“อีธานไปรับหนูที่สนามบิน เพราะกลัวว่าหนูจะหลง”

“ถ้าไม่ใช่เพราะหนู…”

“พวกพี่ก็คงถ่ายเสร็จไปนานแล้ว”

ฉันยังไม่ทันตอบ…

อีธานก็ถอดผ้าพันคอของตัวเองออก

แล้วค่อย ๆ คลุมไว้บนไหล่ของโซเฟียอย่างทะนุถนอม

จากนั้นเขาหันไปบอกช่างภาพ

“พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้ว”

“ถ่ายโซเฟียก่อนก็แล้วกัน”

ฉันชะงักไปทันที

“ทำไม?”

เขามองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ตาของคุณบวมแล้ว”

“เครื่องสำอางก็เลอะหมดแล้ว”

“ระหว่างที่เขาแต่งหน้าให้คุณใหม่…”

“เราลองเช็กแสงก่อน”

ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ฉันใช้เวลาหกเดือนกว่าจะเลือกได้…

กลับถูกสวมลงบนศีรษะของโซเฟียอย่างระมัดระวัง

สถานที่ที่อีธานเคยคุกเข่าขอฉันแต่งงาน…

ตอนนี้กลับเป็นโซเฟียที่ยืนอยู่ตรงนั้น

ฉันกำชายกระโปรงเจ้าสาวแน่น

แล้วก็ได้ยินเสียงกระซิบของทีมงานสองคน

“รู้อะไรไหม…”

“สองคนนั้นดูเหมือนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากกว่าอีก”

อีกคนหัวเราะเบา ๆ

“รักแรกมันมีเคมีที่ต่างกัน”

ฉันได้ยินทุกคำ

แต่อีธาน…

กลับไม่แม้แต่จะปฏิเสธ

เขาเพียงเดินเข้ามาหาฉัน

พร้อมแก้วกาแฟร้อนในมือ

“อย่าน้อยใจเลย”

“ทุกคนแค่เหนื่อยกันหมด”

ฉันมองไปที่แก้วกาแฟ

แล้วนึกถึงวันขอแต่งงาน

วันนั้นเขาเคยพูดว่า…

“ทุกสถานที่ที่สวยที่สุด…”

“ผมอยากมีแค่คุณอยู่ข้าง ๆ”

แต่ตอนนี้…

คนที่ยืนเคียงข้างเขากลับเป็นอีกคน

ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างเงียบ ๆ

“อีธาน…”

“วันนี้ ฉันยังเป็นเจ้าสาวจริง ๆ ใช่ไหม?”

เขาชะงักไปเล็กน้อย

“แน่นอนสิ”

ฉันหันไปมองโซเฟีย

เธอยังคงสวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของฉันอยู่

จากนั้นฉันก็ถามเบา ๆ

“ถ้าอย่างนั้น…”

“ทำไมเธอถึงเป็นคนสวมผ้าคลุมหน้าของฉัน?”

อีธานยังไม่ทันตอบ…

โซเฟียก็รีบเดินเข้ามา

แล้วค่อย ๆ ยื่นผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวคืนให้ฉัน

นี่คือบทสรุปและฉากจบ (อันน่าสะใจและทรงคุณค่า) ของเรื่องราวนี้ค่ะ:

ตอนจบ: ปลายทางที่ไม่มีเขา

โซเฟียยื่นผ้าคลุมหน้าคืนให้ฉันด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคู่สวยของเธอรื้นไปด้วยน้ำตาคล้ายจะบอกทุกคนว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ

“พี่มีอาคะ หนูขอโทษ… หนูแค่เห็นว่าแสงกำลังสวย เลยแค่อยากช่วยเช็กภาพให้เฉย ๆ ค่ะ”

อีธานรีบขยับตัวเข้ามาขวางระหว่างฉันกับโซเฟียทันที คิ้วของเขาขมวดแน่นด้วยความไม่พอใจ “มีอา คุณจะเอาอะไรอีก? โซเฟียก็คืนให้คุณแล้วไง เรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วย?”

เรื่องแค่นี้… คำพูดของเขาเหมือนใบมีดที่กรีดลึกแผลเดิมซ้ำ ๆ ห้าชั่วโมงที่ฉันยืนตากฝนจนตัวสั่น เทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในใจตอนที่เห็นเขาประคองผู้หญิงคนอื่น

ฉันมองผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวในมือของโซเฟีย มันเปียกละอองฝน และที่สำคัญ… มันถูกรอยเครื่องสำอางของเธอเปื้อนเป็นคราบจาง ๆ ไปแล้ว

ฉันไม่ได้ยื่นมือไปรับมันมา

“ไม่ต้องคืนหรอก” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดในชีวิต “ถ้าเธอชอบ… ฉันยกให้”

ทั้งอีธานและโซเฟียต่างชะงักไป ช่างภาพและทีมงานรอบข้างพากันเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งและเสียงสายฝน

“มีอา! อย่าประชดได้ไหม?” อีธานกดเสียงต่ำ พยายามควบคุมอารมณ์ “ผมบอกแล้วไงว่าเราแค่ลองไฟ ลองแสงกันเฉย ๆ รีบไปแต่งหน้าใหม่ได้แล้ว ทุกคนรอคุณคนเดียวจนเหนื่อยจะแย่”

“คนที่ไม่ควรให้รอ… คือคุณไม่ใช่เหรออีธาน?” ฉันเงยหน้ามองเขาตรง ๆ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักบัดนี้ว่างเปล่า “คุณให้ฉันรอห้าชั่วโมงท่ามกลางสายฝนเพื่อไปรับรักแรกของคุณ คุณเอาผ้าคลุมหน้าของฉันไปให้คนอื่นใส่ คุณให้เธอไปยืนในจุดที่คุณเคยคุกเข่าขอฉันแต่งงาน…”

“…”

“และคุณบอกว่าทุกคนรั้งรอเพราะฉัน?” ฉันแค่นยิ้มให้ความโง่เขลาของตัวเองในอดีต “ไม่ใช่หรอก… เป็นฉันต่างหากที่รั้งรอความรักที่มันไม่มีอยู่จริงมาตลอดหกปี”

“มีอา… คุณกำลังพูดเรื่องอะไร?” แววตาของอีธานเริ่มสั่นไหวเป็นครั้งแรกเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฉัน

ฉันไม่ตอบ แต่ค่อย ๆ เอื้อมมือไปถอดแหวนหมั้นเพชรเม็ดโตออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่ฉันเคยหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต ฉันจับมือของอีธานขึ้นมา แล้ววางแหวนวงนั้นลงบนฝ่ามือของเขาพร้อมกับแก้วกาแฟร้อนที่เริ่มเย็นชืด

“วันนี้… ฉันไม่ใช่เจ้าสาวของคุณอีกต่อไปแล้ว”

“มีอา! หยุดบ้าเดี๋ยวนี้ล่ะ!” อีธานคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ใบหน้าของเขาเริ่มถอดสี “แค่เรื่องถ่ายพรีเวดดิ้งพัง คุณถึงกับจะยกเลิกงานแต่งเลยเหรอ?!”

“มันไม่ได้พังเพราะสายฝนหรอกอีธาน… แต่มันพังเพราะใจของคุณไม่เคยมีฉันอยู่ต่างหาก” ฉันแกะมือเขาออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “ไปแต่งงานกับเคมีที่เข้ากันของคุณเถอะ ส่วนฉัน… ขอพอกันที”

ฉันหันหลังให้พวกเขาอย่างไม่ใยดี แล้วก้าวเดินออกจากประภาคารแห่งนั้น ชายกระโปรงชุดเจ้าสาวที่ยาวลากพื้นเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและหยาดฝน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกหนักเลยสักนิด ตรงกันข้าม… ไหล่ของฉันกลับเบาลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“มีอา! กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ มีอา!”

เสียงของอีธานตะโกนไล่หลังมาอย่างร้อนรน ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่พยายามจะวิ่งตาม แต่สุดท้ายก็ถูกเสียงของโซเฟียร้องเรียกไว้เพราะเธอแกล้งทำเป็นหน้ามืดล้มลงไปเสียก่อน และแน่นอน… อีธานเลือกที่จะหันกลับไปหาเธอเหมือนทุกครั้ง

นั่นคือภาพสุดท้ายของเขาที่อยู่ในสายตาของฉัน และเป็นภาพที่ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ในที่สุด… ยิ้มที่ฉันหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้เสียที

สามเดือนต่อมา

ในร้านกาแฟใจกลางเมืองอันอบอุ่น

ฉันในชุดเดรสเรียบง่ายกำลังนั่งตรวจเช็กไฟล์งานโปรเจกต์ใหม่ เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง

อีธาน… เขาดูลูกโซ่และซูบผอมลงไปมาก สายตาของเขาที่มองตรงมาที่ฉันเต็มไปด้วยความถวิลหาและรู้สึกผิด

เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามฉันโดยที่ฉันไม่ได้เชิญ

“มีอา… ในที่สุดคุณก็ยอมเจอผม” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน สามเดือนที่ผ่านมา… ไม่มีวันไหนเลยที่ผมมีความสุข”

ฉันปิดหน้าจอแล็ปท็อปลงแล้วมองเขาด้วยความนิ่งเฉย “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะคุณอัลวาเรซ? ฉันมีเวลาไม่มาก”

“มีอา… ผมเลิกติดต่อกับโซเฟียเด็ดขาดแล้ว วันนั้นผมแค่หน้ามืดตามัว ผมแค่อยากชดเชยเรื่องในอดีตให้เธอ แต่คนที่ผมรักและอยากแต่งงานด้วยคือคุณคนเดียว กลับมาหาผมนะ… งานแต่งงานของเรา ผมเตรียมทุกอย่างไว้เหมือนเดิมแล้ว” เขายื่นมือมาหมายจะกุมมือฉัน

ฉันชักมือกลับอย่างเป็นธรรมชาติ

“สูทตัวนั้น… โซเฟียคืนให้คุณหรือยังคะ?” ฉันถามเรียบ ๆ

อีธานชะงัก “…คืนแล้ว ทำไมเหรอ?”

“เสื้อผ้าที่คนอื่นใส่แล้ว… ถึงจะซักสะอาดแค่ไหน ฉันก็ไม่คิดจะเอามาใส่ต่อหรอกค่ะ” ฉันยิ้มบาง ๆ “ความรักและผู้ชายก็เหมือนกัน ในเมื่อคุณยอมให้คนอื่นเข้ามาแชร์พื้นที่ที่เป็นของฉัน วันนั้นฉันก็ได้ยกมันให้เธอไปแล้ว และฉันไม่เคยรับของเหลือจากใครคืน”

“มีอา…” แววตาของอีธานเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปอย่างไม่มีวันได้คืน

“ขอตัวนะคะ คู่เดทของฉันกำลังจะมาแล้ว”

ฉันลุกขึ้นยืน สะพายกระเป๋า แล้วเดินผ่านเขาไปโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย หน้าร้านกาแฟ แสงแดดอบอุ่นของวันใหม่ส่องสว่างลงมา ฝนที่เคยตกหนักในใจของฉัน… ได้ซาลงและจางหายไปนานแล้ว