Posted in

ขณะที่ฉันกำลังจะรูดบัตรจ่ายค่าผ่าตัดหัวใจของพ่อสามีเป็นเงิน 10 ล้านบาท สามีกลับส่งใบหย่ามาให้—ฉันจึงเก็บบัตรกลับเข้ากระเป๋า ขณะที่ใบหน้าของพ่อเขาค่อย ๆ ซีดเผือดอยู่บนรถเข็น

ขณะที่ฉันกำลังจะรูดบัตรจ่ายค่าผ่าตัดหัวใจของพ่อสามีเป็นเงิน **10 ล้านบาท** สามีกลับส่งใบหย่ามาให้—ฉันจึงเก็บบัตรกลับเข้ากระเป๋า ขณะที่ใบหน้าของพ่อเขาค่อย ๆ ซีดเผือดอยู่บนรถเข็น

บัตรธนาคารของฉันอยู่ในมือเจ้าหน้าที่การเงินแล้ว

เหลือเพียงรูดอีกครั้งเดียว…

ค่าผ่าตัดหัวใจของคุณพ่อเฮนดรา ซานโตโซ จำนวน **10 ล้านบาท** ก็จะได้รับการชำระครบถ้วน

แต่ข้อความจากสามีของฉัน อาร์กา ปราตามา ทำให้มือของฉันหยุดค้างกลางอากาศ

“เซ็นเถอะ… ฉันไม่ได้รักเธออีกแล้ว ตอนนี้ฉันเจอผู้หญิงที่คู่ควรกับฉันจริง ๆ”

ไม่นานหลังจากนั้น ไฟล์ PDF ก็ถูกส่งเข้ามา

**ข้อตกลงการหย่า**

พยาบาลหลังเคาน์เตอร์มองหน้าฉัน เมื่อจู่ ๆ ฉันก็หัวเราะออกมา

ไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความสุข

แต่เป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เพิ่งตื่นจากการจมอยู่ใต้น้ำมานานห้าปี เพื่อครอบครัวที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะว่ายน้ำมาช่วยเธอ

“คุณผู้หญิงคะ พร้อมชำระเงินหรือยังคะ?” พยาบาลถามอย่างระมัดระวัง

ก่อนที่ฉันจะตอบ เสียงเย็นชาของคุณพ่อเฮนดราก็ดังขึ้นจากรถเข็นด้านหลัง

“ลิเวีย ทำไมช้าจัง? อาร์กาบอกว่าลูกจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าให้คิวผ่าตัดของพ่อหลุดนะ”

ฉันค่อย ๆ หันกลับไป

มือสั่นเล็กน้อย แต่เสียงยังคงนิ่ง

ฉันยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู

“คุณพ่อ… อ่านเองเถอะค่ะ”

หน้าผากของเขาขมวดเข้าหากัน

เขาอ่านข้อความของอาร์กา

ริมฝีปากค่อย ๆ อ้าออก

ก่อนที่สีหน้าจะซีดเผือดลงอย่างช้า ๆ

“เซ็นเสียเถอะ ตอนนี้ฉันอยู่กับซาบรีนาแล้ว เธอสง่างาม มีระดับ และรู้จักวางตัว ไม่เหมือนเธอ ที่ตอนนี้เหมือนแม่บ้านซึ่งเอาแต่คิดเรื่องเงิน”

คุณพ่อเฮนดรายกมือกุมหน้าอก

“ลูกชายฉัน… มันเสียสติไปแล้ว…” เขาพึมพำ

“ลิเวีย อย่าเพิ่งสนใจข้อความนั้น ช่วยจ่ายค่าผ่าตัดให้พ่อก่อน หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย พ่อจะไปคุยกับมันเอง”

ฉันยิ้มบาง ๆ

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา

ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคำว่า **‘ไว้ก่อน’**

ไว้ก่อน… ค่าเล่าเรียนของน้องชายอาร์กา

ไว้ก่อน… ค่าปรับปรุงบ้านพ่อแม่ของเขา

ไว้ก่อน… ซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ให้อาร์กา

ไว้ก่อน… ค่ารักษาของพ่อเขา

มีเรื่องที่สำคัญกว่าตัวฉันเองเสมอ

และในวันนั้น…

เป็นครั้งแรกในชีวิต

ที่ฉันเลือกจะไม่รออีกต่อไป

ฉันเก็บบัตรธนาคารกลับเข้ากระเป๋าสตางค์ แล้วรูดซิปกระเป๋าปิด

“คุณพ่อคะ เงิน **10 ล้านบาท** นั่น… ไม่ใช่เงินของอาร์กา”

“ฉันเก็บมันมาจากการทำงานล่วงเวลา รับงานเสริมทุกสุดสัปดาห์ และอดหลับอดนอนมาตลอดห้าปี”

คุณพ่อเฮนดรามองฉันตาโต

“แต่นั่นมันค่าผ่าตัดของพ่อนะ!”

“เมื่อก่อน… ใช่ค่ะ”

ฉันหันหลัง

“แต่ตอนนี้ คุณพ่อลองโทรหาลูกชายที่เจอเทพธิดาในฝันของเขาดูสิคะ บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นคนจ่ายให้ก็ได้”

ฉันเดินออกจากโถงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

ด้านหลังได้ยินเสียงล้อรถเข็นเสียดสีกับพื้น

“ลิเวีย!”

คุณพ่อเฮนดราตะโกนสุดเสียง

“อย่าทิ้งพ่อไว้! อาร์กา! ไอ้ลูกอกตัญญู! แกจะฆ่าพ่อของตัวเองหรือ!”

ฉันไม่หันกลับไปมอง

เมื่อเดินออกมานอกโรงพยาบาล แสงแดดยามบ่ายร้อนแรงเหลือเกิน

แต่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี…

ที่ฉันหายใจได้อย่างโล่งอก

เมื่อกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของเรา

รูปแต่งงานที่แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่นเป็นสิ่งแรกที่ฉันเห็น

ครั้งหนึ่ง…

ฉันเคยคิดว่ามันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ในฝัน

แต่ตอนนี้

มันเป็นเพียงภาพของความผิดพลาดที่แพงที่สุดในชีวิต

ฉันเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วเปิดลิ้นชักล่างสุดของโต๊ะข้างเตียง

ข้างในมีกล่องไม้เก่า ๆ ที่อาร์กาไม่เคยแตะต้อง

ไม่มีเครื่องประดับ

มีเพียงสมุดบัญชี ใบฝากเงิน ใบเสร็จ และรายการเดินบัญชี

เงินทุกบาทที่เข้าและออกตลอดชีวิตแต่งงาน ถูกจดบันทึกไว้อย่างละเอียด

**ปีที่ 1**

750,000 บาท — ค่าเล่าเรียนของดิมาส น้องชายอาร์กา

540,000 บาท — โน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ของอาร์กา

**ปีที่ 2**

1,670,000 บาท — ค่าปรับปรุงบ้านพ่อแม่ของเขา

625,000 บาท — เครื่องเล่นเกมใหม่ เพราะเขาบอกว่าเครียดจากงาน

**ปีที่ 3**

500,000 บาท — โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของอาร์กา

ส่วนโทรศัพท์ของฉัน…

หน้าจอแตกจนใช้งานลำบาก

แต่เขากลับบอกว่า

“ยังใช้ได้อยู่ เราต้องประหยัด”

**ปีที่ 4**

1,460,000 บาท — ค่ารักษาตัวครั้งแรกของคุณพ่อเฮนดรา

1,040,000 บาท — ค่าเลี้ยงลูกค้าของอาร์กา

**ปีที่ 5**

เป้าหมาย: **10 ล้านบาท** สำหรับการผ่าตัดหัวใจของคุณพ่อเฮนดรา

ตลอดห้าปี…

ฉันค่อย ๆ หมดสิ้นตัวตน

จากผู้หญิงที่เคยรักการแต่งตัว

กลายเป็นผู้หญิงที่มัดผมลวก ๆ ใส่เสื้อยืดเก่า ๆ และมีรอยคล้ำใต้ตา

แต่ผู้ชายที่ใช้ชีวิตบนความเสียสละของฉัน…

กลับเรียกฉันว่า “คนใช้”

ฉันหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ

แล้วโยนรองเท้าราคาแพง นาฬิกาหรู แกดเจ็ต และเสื้อผ้าแบรนด์เนมของอาร์กาลงไปทีละชิ้น

ฉันไม่แม้แต่จะพับให้เรียบร้อย

เขาไม่คู่ควรกับความอ่อนโยนจากมือที่เขาเอาเปรียบมาตลอด

ขณะหยิบเบลเซอร์ที่แขวนอยู่หลังโซฟา

มีบางอย่างหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

เป็นใบเสร็จที่พับไว้

ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพียงใบเสร็จร้านอาหาร

แต่เมื่อเปิดออก…

ทั้งร่างของฉันก็แข็งทื่อ

มันเป็นใบเสร็จจากร้านเครื่องประดับหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

และใต้ชื่อผู้ซื้อเขียนไว้ชัดเจนว่า

**ARGA PRATAMA**

ยอดชำระ: **8 ล้านบาท**

สินค้า: **แหวนหมั้นเพชร**

วันที่ซื้อ…

สองวันก่อนที่เขาจะสั่งให้ฉันนำเงินเก็บทั้งหมดไปโรงพยาบาล

ฉันทรุดตัวลงบนโซฟาช้า ๆ

แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่านั้น…

คือข้อความลายมือที่อยู่ด้านล่างใบเสร็จ

ลายมือที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืม

เป็นลายมือของสามีฉันเอง

“ให้ซาบรีนา ใช้บัตรของลิเวียไปก่อนก็พอ เธอไม่มีวันรู้หรอก”

และในวินาทีนั้น…

เป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

ที่ฉันไม่ร้องไห้

ฉันเพียงแค่ยิ้มเบา ๆ

เพราะในที่สุด…

ฉันก็รู้แล้วว่า

ใครกันแน่…

ที่จะร้องไห้หนักที่สุด

เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย

ตอนจบ

เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้นรัว ๆ เป็นสายเรียกเข้าจากอาร์กา เขาคงเพิ่งรู้เรื่องจากโรงพยาบาล ฉันกดรับสายด้วยความใจเย็นที่สุดในชีวิต

“ลิเวีย! เธอทำบ้าอะไรของเธอฮะ?!” เสียงอาร์กาแผดลั่นมาตามสายด้วยความกราดเกี้ยว “พ่อโทรมาบอกว่าเธอเก็บบัตรกลับแล้วเดินหนีไป! เธอรู้ไหมว่าพ่อกำลังจะหัวใจล้มเหลว! รีบไสหัวกลับมาชำระเงินเดี๋ยวนี้!”

“ทำไมฉันต้องจ่ายล่ะอาร์กา?” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ในเมื่อเงินเก็บ 10 ล้านบาท ของฉัน มันเป็นเงินของ ‘แม่บ้านที่เอาแต่คิดเรื่องเงิน’ อย่างที่นายบอกไม่ใช่เหรอ?”

“ลิเวีย! อย่ามาเล่นแง่เวลานี้นะ! ถ้าพ่อเป็นอะไรไปเธอต้องรับผิดชอบ!”

“คนที่ต้องรับผิดชอบคือตัวนายต่างหาก อาร์กา” ฉันแค่นยิ้ม “อ้อ… ฉันเห็นใบเสร็จแหวนหมั้นเพชร 8 ล้านบาท ที่นายซื้อให้ซาบรีนาแล้วนะ นายบอกให้เธอใช้บัตรของฉันงั้นเหรอ? เสียใจด้วยนะที่ฉันรู้ทัน และตอนนี้ฉันได้ทำการอายัดบัตรและบัญชีธนาคารทุกใบที่เป็นชื่อของฉันเรียบร้อยแล้ว”

ปลายสายเงียบกริบไปในทันที เสียงลมหายใจของอาร์กาสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก “เธอ… เธอรู้ได้ยังไง…”

“นายคิดว่าฉันโง่มาตลอดห้าปีงั้นสิ? เงิน 10 ล้านบาท ของฉันยังอยู่ครบ และนายไม่มีวันได้แตะต้องมันแม้แต่สลึงเดียว ถ้าอยากให้พ่อรอด นายก็เอาแหวนเพชร 8 ล้านบาท วงนั้นไปคืนร้าน หรือไม่ก็พาเทพธิดาสุดสง่างามของนายมาช่วยจ่ายค่าผ่าตัดสิ” ฉันพูดจบก็กดวางสายทันทีโดยไม่รอฟังคำแก้ตัว แล้วจัดการบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขารวมถึงครอบครัวของเขาทุกคน

ฉันเดินไปที่ตู้เซฟ หยิบสมุดบัญชี เอกสารหลักฐานทางการเงินทั้งหมดตลอดห้าปี รวมถึงใบเสร็จแหวนเพชรใบนั้น ใส่ลงในกระเป๋าถือ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางสองใบที่อัดแน่นไปด้วยข้าวของหรูหราของอาร์กาเดินออกจากห้องไป

จุดหมายแรกของฉันคือสำนักงานกฎหมาย ฉันส่งมอบหลักฐานการยักยอกทรัพย์และการอุปการะเลี้ยงดูชู้สาวทั้งหมดให้กับทนายความ เพื่อดำเนินการฟ้องหย่า อาร์กาจะต้องคืนเงินทุกบาทที่เขาแอบยักยอกไปจากฉันตลอดห้าปี รวมถึงสินสมรสที่ฉันควรจะได้ และรองเท้าราคาแพง เสื้อผ้าแบรนด์เนมในกระเป๋าเดินทางสองใบนี้ จะถูกนำไปขายทอดตลาดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดคืนกลับมาให้ฉัน

สามวันต่อมา คดีความถูกยื่นฟ้องอย่างรวดเร็ว อาร์กาพยายามติดต่อฉันผ่านทุกช่องทางแต่ไม่สำเร็จ สภาพของเขาในตอนนี้ตกต่ำถึงขีดสุด ร้านเครื่องประดับไม่ยอมรับคืนแหวนเพชรเนื่องจากเป็นสินค้าสั่งทำพิเศษ ทำให้เขาไม่สามารถนำเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดให้พ่อได้ ซาบรีนาผู้สูงศักดิ์เมื่อรู้ว่าอาร์กาแท้จริงแล้วไม่มีเงินและกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย ก็หอบแหวนเพชรหนีหายสาบสูญไปทันที

คุณพ่อเฮนดราถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลรัฐบาลเนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาเอกชน แม้จะรอดชีวิตมาได้ด้วยสิทธิ์การรักษาขั้นพื้นฐาน แต่ร่างกายก็ทรุดโทรมลงมาก และความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกก็ตัดขาดกันโดยสิ้นเชิง คุณพ่อเฮนดราสาปแช่งอาร์กาทุกวันที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

ในวันนัดไกล่เกลี่ยที่ศาล อาร์กาเดินเข้ามาในห้องพิจารณาคดีด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เคยใส่ดูยับย่น ใบหน้าซูบตอบและมีรอยคล้ำใต้ตา ผิดกับฉันที่แต่งตัวด้วยชุดเดรสตัวใหม่ ใบหน้าสดใสอิ่มเอิบจากการได้นอนหลับเต็มอิ่มเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

“ลิเวีย… ผมขอโทษ” อาร์กาทรุดเข่าลงตรงหน้าฉัน น้ำตาของเขาไหลอาบแก้ม “ผมผิดไปแล้ว ผมโดนซาบรีนาหลอก เงินเดือนของผมก็ถูกหักไปใช้หนี้ พ่อก็ไม่ยอมคุยกับผม… ได้โปรดถอนฟ้องเถอะนะ กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ”

ฉันมองผู้ชายที่เคยอยู่เหนือชีวิตฉันมาตลอดห้าปีด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความโกรธแค้น มีเพียงความสมเพช

“ห้าปีที่ผ่านมา ฉันทำหน้าที่ภรรยาและแม่บ้านอย่างดีที่สุดแล้ว อาร์กา” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “แต่นายกลับเหยียบย่ำความรักของฉัน ตอนนี้… นายควรร้องไห้ให้เต็มที่นะ เพราะนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่นายต้องเผชิญในชีวิตจริง”

ฉันหันหลังเดินออกจากห้องพิจารณาคดีโดยไม่หันกลับไปมองเสียงสะอื้นไห้อย่างบ้าคลั่งของเขาอีกเลย

เมื่อก้าวพ้นประตูศาล แสงแดดภายนอกสาดส่องลงมา กระทบกับใบหน้าของฉัน ลมสายหนึ่งพัดผ่านไปราวกับกำลังช่วยชะล้างอดีตอันขมขื่น เงิน 10 ล้านบาท ในบัญชีของฉันถูกนำไปลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่ที่ฉันเคยฝันอยากจะทำ และตอนนี้ ชีวิตใหม่ที่แท้จริงของฉัน… ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ชีวิตที่ไม่มีคำว่า ‘ไว้ก่อน’ สำหรับตัวเองอีกต่อไป