Posted in

ฉันหายไปจากชีวิตของคู่หมั้นมหาเศรษฐี หลังจากที่เขาปฏิเสธเด็กในท้องของฉัน

ฉันหายไปจากชีวิตของคู่หมั้นมหาเศรษฐี หลังจากที่เขาปฏิเสธเด็กในท้องของฉัน

ไม่มีใครรู้ว่าฉันคลอดลูกเพียงลำพังในคืนพายุฝนกระหน่ำที่ปาซิก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกสาวของฉันบังเอิญได้เผชิญหน้ากับเขา…

สามปีก่อน อเลฮานโดร บียาร์เรอัล มองมาที่ฉันตรง ๆ เป็นครั้งแรกในงานกาลาการกุศลที่ย่าน BGC

เขาชี้มาที่ฉันต่อหน้าผู้คนทั้งหมด แล้วพูดว่า

“ผมอยากมีลูก”

ทั้งห้องเงียบกริบ

ก่อนที่เขาจะยิ้มอย่างเย็นชา

“แต่ไม่ใช่กับคุณ”

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากคืนนั้น

จนกระทั่งสองปีต่อมา…

เมื่อลูกสาวตัวน้อยของฉันบังเอิญมองไปที่เขาภายในศูนย์การค้า

พร้อมดวงตาสีฟ้าแบบเดียวกับตระกูลบียาร์เรอัล

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นในบ่ายวันฝนตกที่กรุงมะนิลา

สายฝนกระหน่ำใส่หลังคากระจกของห้างราวกับเสียงกลองนับร้อยใบ

รถหรูจอดเรียงรายด้านนอก

แสงไฟสะท้อนบนถนนเปียกชื้นเหมือนกระจกเงา

ภายในห้าง กำลังมีงานประมูลการกุศลของบริษัทบียาร์เรอัล โฮลดิงส์

เหล่ามหาเศรษฐียกแก้วแชมเปญ

นักข่าววิ่งวุ่นแข่งขันกันเก็บภาพ

ดาราและคนดังหัวเราะภายใต้แสงไฟสีทองอันหรูหรา

ส่วนฉัน…

นั่งอยู่มุมหนึ่งของโซนเด็กเล่น กำลังจัดมงกุฎกระดาษให้ลูกสาว

“แม่คะ…”

เธอดึงแขนเสื้อฉันเบา ๆ

“หนูอยากดูผีเสื้อ”

ฉันมองตามนิ้วเล็ก ๆ ของเธอ

ผีเสื้ออิเล็กทรอนิกส์กำลังบินวนอยู่เหนือสวนจำลองกลางล็อบบี้

“ได้สิ” ฉันยิ้มบาง ๆ “แต่ดูอย่างเดียวนะ”

เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย

ชื่อของเธอคือ โซเฟีย เรเยส

อายุสองขวบครึ่ง

ผมหยิกสีดำ

แก้มแดงระเรื่อ

และดวงตาสีฟ้าคู่นั้น…

ดวงตาที่ทำให้หัวใจฉันปวดทุกครั้งที่มอง

เพราะดวงตาเหล่านั้น

ไม่ได้มาจากฉัน

“แม่ อุ้มหนูหน่อย”

ฉันกำลังก้มลงจะอุ้มเธอ

แต่จู่ ๆ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นด้านหลัง

“คุณบียาร์เรอัลมาแล้ว!”

ฝูงชนเคลื่อนไหวทันที

แฟลชจากกล้องสว่างวาบต่อเนื่อง

ร่างกายของฉันแข็งทื่อ

ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมบอดี้การ์ดในชุดดำ

อเลฮานโดร บียาร์เรอัล

CEO อายุน้อยที่สุดของกลุ่มบริษัท

ชายผู้เคยขึ้นปกนิตยสารธุรกิจหลายครั้ง

และเป็นคนที่ทั้งเมืองเรียกว่า

“ราชาไร้หัวใจ”

รวมถึงเป็นคนที่ทำลายชีวิตฉันด้วย

สามปีผ่านไป

เขาแทบไม่เปลี่ยนเลย

สูทสีดำไร้ที่ติ

ใบหน้าเย็นชา

สายตาเฉียบคมที่ทำให้คนทั้งห้องเงียบได้

แต่เมื่อเขาเดินผ่านใกล้โซนเด็กเล่น…

โซเฟียก็หันไปมอง

เธอจ้องเขา

ก่อนจะยิ้ม

“แม่คะ…”

เธอชี้ไปที่เขา

“คุณลุงคนนั้นหน้าเหมือนหนูเลย”

เลือดในกายฉันเหมือนจับตัวเป็นน้ำแข็ง

อเลฮานโดรหยุดเดิน

แล้วค่อย ๆ หันมา

สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของโซเฟีย

แก้วแชมเปญในมือชะงักค้างกลางอากาศ

ราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ

หนึ่งวินาที

สองวินาที

จากนั้น…

เพล้ง!

แก้วตกกระแทกพื้นหินอ่อนแตกละเอียด

ทั้งห้องเงียบสนิท

พิธีกรสาวรีบเดินเข้ามา

“คุณบียาร์เรอัลคะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

แต่เขาไม่ตอบ

เขาเพียงจ้องมองโซเฟีย

ไม่กะพริบตา

และเป็นครั้งแรก…

สีหน้าเย็นชาของเขาแตกสลาย

เพราะเด็กหญิงตรงหน้า

มีดวงตาสีฟ้าของตระกูลบียาร์เรอัล

สีเดียวกับพ่อของเขา

สีเดียวกับปู่ของเขา

และเป็นสีที่ไม่มีทางจำผิด

โซเฟียเอียงศีรษะอย่างไร้เดียงสา

“ของที่ลุงถืออยู่ตกแล้วนะ”

ฉันรีบอุ้มลูกขึ้นมา

“อย่ามองเลยลูก”

แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

อเลฮานโดรเดินเข้ามาหา

หนึ่งก้าว

อีกหนึ่งก้าว

ช้า ๆ

แต่น่าหวาดหวั่น

หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก

สามปีก่อน ฉันเคยรักผู้ชายคนนี้มากกว่าชีวิตตัวเอง

เราเจอกันตอนฉันยังเป็นแพทย์ประจำบ้าน

วันนั้นบริษัทของเขาบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาล

ทุกคนพยายามเอาใจเขา

มีเพียงฉันที่พูดขึ้นกลางห้องประชุม

“เครื่องมือแพงแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย ถ้าพ่อแม่คนไข้ยังไม่มีที่นอน”

ห้องทั้งห้องเงียบลง

และเป็นครั้งแรก

อเลฮานโดรมองฉันราวกับฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่งจริง ๆ

จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เข้ามาในชีวิตฉัน

เริ่มจากการโต้เถียง

กลายเป็นมื้อดึกหลังเลิกงาน

และคืนที่ฉันเผลอหลับบนโซฟาในเพนต์เฮาส์ของเขา

เขาไม่เคยเป็นคนโรแมนติก

แต่จำได้เสมอว่าฉันชอบช็อกโกแลตร้อนมากกว่ากาแฟ

ส่งรถมารับฉันตอนตีสามหลังเลิกกะ

และรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินทุกครั้งที่ฉันเข้าเวร

ฉันเคยคิด…

ว่าฉันเป็นข้อยกเว้นของเขา

จนกระทั่งแม่ของเขารู้ว่าฉันท้อง

ฉันถูกเรียกไปพบที่คฤหาสน์ของครอบครัว

เช็คมูลค่า 50 ล้านเปโซถูกวางตรงหน้า

“ออกไปจากชีวิตลูกชายฉัน”

ฉันตอบกลับว่า

“ฉันไม่ต้องการเงิน”

เธอเพียงยิ้มเย็นชา

“คิดจริงหรือว่าอเลฮานโดรจะแต่งงานกับหมอธรรมดาคนหนึ่ง?”

ฉันเดินออกมา

และในคืนนั้นเอง

อเลฮานโดรมาหาฉันท่ามกลางสายฝน

ฉันคิดว่าเขาจะปกป้องฉัน

แต่ไม่ใช่

เขามองตรงไปที่ท้องของฉัน

แล้วพูดว่า

“ผมอยากมีทายาท”

หัวใจฉันสั่นไหว

ฉันคิดว่าเขาจะยอมรับลูก

แต่เขากลับพูดต่อ

“แต่ไม่ใช่กับคุณ”

โลกทั้งใบพังทลายลงในวินาทีนั้น

เขาถอดนาฬิกาออก

“เด็กคนนี้จะถูกสื่อเล่นงาน”

“ครอบครัวผมจะไม่ยอมรับ”

“และผม…”

เขามองฉันเหมือนกำลังบังคับตัวเองให้ใจร้าย

“ไม่สามารถแต่งงานกับคนอย่างคุณได้”

คืนนั้น ฉันหายไปจากชีวิตเขา

ไม่มีคำอธิบาย

ไม่มีที่อยู่

ไม่มีใครรู้ว่าฉันคลอดลูกที่ไหน

ไม่มีใครรู้ว่าฉันเกือบเสียชีวิตจากการตกเลือด

ไม่มีใครรู้ว่าฉันกอดโซเฟียทุกคืนในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่ปาซิก แล้วร้องไห้จนไม่มีน้ำตาเหลือ

และตอนนี้…

อเลฮานโดร บียาร์เรอัล กำลังยืนอยู่ต่อหน้าลูกสาวของตัวเอง

โซเฟียกะพริบตา

ก่อนยื่นผีเสื้อกระดาษในมือให้เขา

“ให้ลุงค่ะ”

มือเล็ก ๆ ยื่นค้างอยู่กลางอากาศ

อเลฮานโดรจ้องมัน

ไม่มีใครในห้างกล้าพูดอะไร

ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในเมือง…

กำลังมือสั่น

ฉันดึงลูกเข้ามากอด

“เรากลับกันเถอะ”

แต่เขาพูดขึ้น

เสียงแหบพร่า

“…เธอชื่ออะไร?”

ฉันกอดลูกแน่นขึ้น

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้”

เขามองฉัน

ดวงตาแดงก่ำ

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ที่ฉันเห็นอเลฮานโดรสูญเสียการควบคุม

“แคลร์…” เขาเรียก

ฉันตัดบททันที

“ฉันชื่อคลารา”

เขานิ่งค้าง

เพราะสิ่งที่เจ็บที่สุด

ไม่ใช่การที่ฉันหายไป

แต่เป็นการที่ฉันเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ราวกับไม่เคยรักเขาเลย

โซเฟียซบไหล่ฉัน

“แม่คะ หนูง่วงแล้ว…”

ฉันหันหลังเดินจากมา

แต่ในจังหวะนั้นเอง

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น

“อเลฮานโดร”

ฉันชะงัก

ผู้หญิงในชุดราตรีสีขาวหรูหราเดินลงมาจากบันได

แหวนเพชรเม็ดโตส่องประกายบนมือ

รอยยิ้มสมบูรณ์แบบของชนชั้นสูง

คามิลล์ อาราเนตา

คู่หมั้นของอเลฮานโดร

และว่าที่คุณนายบียาร์เรอัล

เธอเดินเข้ามาจะจับแขนเขา

แต่แล้วก็เห็นโซเฟีย

รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหายไปทันที

สายตาหยุดอยู่ที่ดวงตาสีฟ้าของเด็กน้อย

แล้วใบหน้าก็ค่อย ๆ ซีดเผือด

“เป็นไปไม่ได้…”

ฉันเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

เพราะแทนที่จะตกใจ

เธอกลับดูเหมือนคนที่หวาดกลัวช่วงเวลานี้มานานแล้ว

และในวินาทีนั้นเอง

อเลฮานโดรค่อย ๆ หันไปมองคู่หมั้นของเขา

สายตาเย็นเยียบจนน่ากลัว

“คามิลล์…”

น้ำเสียงของเขาต่ำและหนักแน่น

“เธอรู้เรื่องนี้ใช่ไหม?”

อ่านตอนต่อไปได้ในส่วนความคิดเห็น

[ตอนจบ] แผนการร้ายที่พังทลาย และอ้อมกอดของพ่อที่แท้จริง

คามิลล์ก้าวถอยหลังจนส้นรองเท้าแบรนด์เนมเกือบพลิก ใบหน้าของเธอไร้สีเลือด แฟ้มเอกสารข้อตกลงการหมั้นหมายที่เธอถืออยู่สั่นระริกจนสังเกตได้ชัด ความลับอันดำมืดที่เธอร่วมมือกับแม่ของอเลฮานโดรเมื่อสามปีก่อนกำลังจะถูกลากออกมากลางแสงไฟ

“ฉัน… ฉันไม่รู้เรื่องนะอเลฮานโดร! นังหมอนี่มันแค่พาลูกนอกสมรสมาเรียกร้องความสนใจ!” คามิลล์พยายามตะโกนกลบเกลื่อน แต่เสียงของเธอกลับสั่นเครือ

บอดี้การ์ดส่วนตัวของอเลฮานโดรก้าวเข้ามาทันที พร้อมยื่นแท็บเล็ตที่เพิ่งได้รับรายงานด่วนจากทีมสืบข้อมูลส่วนตัวของเขา

เมื่อสามปีก่อน คำพูดที่แสนใจร้ายของอเลฮานโดรที่บอกว่า “ผมอยากมีทายาท… แต่ไม่ใช่กับคุณ” แท้จริงแล้วเป็นเพียงแผนการที่คามิลล์และแม่ของอเลฮานโดรจัดฉากขึ้น! พวกเธอส่งข้อความขู่ฆ่าและใช้เกียรติยศทางการแพทย์ของฉันมาบีบอบังคับอเลฮานโดร โดยโกหกเขาว่าฉันรับเงิน 50 ล้านเปโซและทำแท้งเด็กในท้องไปแล้ว พร้อมทั้งสร้างหลักฐานเท็จว่าฉันหนีไปแต่งงานใหม่กับชายอื่น

อเลฮานโดรยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องฉันจากอิทธิพลมืดของแม่เขาในตอนนั้น เขาทำตัวเป็นคนไร้หัวใจเพราะคิดว่าฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปแล้ว… แต่ความจริงที่เขาเพิ่งได้รู้ในวันนี้คือ เงิน 50 ล้านเปโซนั้นไม่เคยถึงมือฉัน และฉันต้องคลอดโซเฟียออกมาอย่างยากลำบากเพียงลำพัง!

อเลฮานโดรหันไปมองคามิลล์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจและเคียดแค้นดั่งอสูรร้าย

“สามปี… สามปีที่เธอและแม่ของฉันร่วมมือกันโกหกฉัน!” อเลฮานโดรคำราม เสียงของเขาต่ำและทรงพลังจนคนทั้งห้างตัวสั่น “พวกเธอทำให้ฉันต้องกลายเป็นพ่อที่ทอดทิ้งลูก และทำให้แคลร์ต้องทนทุกข์ทรมาน!”

“อเลฮานโดร… ฟังฉันก่อน!” คามิลล์กรีดร้องเมื่ออเลฮานโดรสะบัดมือเธอออกอย่างไม่ใยดี

“ยกเลิกงานหมั้น และถอนหุ้นทั้งหมดของตระกูลอาราเนตาออกจากบริษัทของฉันภายในวันนี้” อเลฮานโดรประกาศกร้าวต่อหน้าสื่อมวลชนและแขกไฮโซนับร้อยในงาน “และเตรียมรับหมายศาลข้อหาข่มขู่คุกคาม และบิดเบือนข้อมูลที่ทำให้ครอบครัวของฉันต้องแยกจากกันด้วย!”

คามิลล์ทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อน ร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ ชื่อเสียงและอนาคตว่าที่คุณนายบียาร์เรอัลพังทลายลงในพริบตาต่อหน้ากล้องของนักข่าวทุกสำนัก

ฉันที่กำลังจะอุ้มโซเฟียเดินหนีออกจากความวุ่นวาย กลับถูกมือหนาอันอบอุ่นของอเลฮานโดรคว้าข้อมือไว้เบา ๆ

ชายผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาที่สุดในเมือง ค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้นห้างเปียก ๆ ต่อหน้าฉันและลูกสาว น้ำตาของลูกผู้ชายที่เขาเคยสะกดกลั้นไว้ไหลอาบแก้ม แววตาของเขาไม่มีเหลือความโอหังอีกต่อไป มีเพียงความเจ็บปวดและการสำนึกผิดอย่างสุดหัวใจ

เขาไม่ได้มองฉันในฐานะมหาเศรษฐี… แต่มองในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา

“แคลร์… ผมขอโทษ” เขาสะอื้นพลาวมองหน้าฉัน “ผมขอเวลาทั้งชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อชดเชยให้คุณกับลูกได้ไหม… อย่าเดินจากผมไปอีกเลยนะ”

โซเฟียเอียงคอ มองชายที่หน้าเหมือนตัวเองร้องไห้ ก่อนจะใช้มือเล็ก ๆ เอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างไร้เดียงสา “คุณลุงอย่าร้องไห้นะคะ…”

คำพูดของลูกสาวทำให้หัวใจที่เคยเยือกแข็งของฉันละลายลงในที่สุด แม้ความเจ็บปวดในอดีตจะยิ่งใหญ่ แต่แววตาสีฟ้าของอเลฮานโดรในวันนี้เต็มไปด้วยความจริงใจและปกป้องอย่างที่เขาไม่เคยทำได้ในอดีต

อเลฮานโดรรวบตัวฉันและโซเฟียเข้ามากอดไว้แน่น ท่ามกลางสายลมหนาวและพายุฝนภายนอกห้าง… แต่ในอ้อมกอดของเขาครั้งนี้ ฉันรู้แล้วว่า พายุในชีวิตของเราสามคนพ่อแม่ลูกได้ผ่านพ้นไปแล้วตลอดกาล