Posted in

เจ็ดปีกับการเป็นพนักงานทำความสะอาดพาร์ทไทม์ในโรงพยาบาลเอกชนย่านสุขุมวิท

ไม่มีใครรู้เลยว่า…
เมื่อสามเดือนก่อน ฉันได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นบริหารคนใหม่ของเครือการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ หลังจากได้รับมรดกหุ้นส่วนใหญ่จากพ่อแท้ๆ ของฉัน

ฉันยังคงสวมชุดยูนิฟอร์มเก่าๆ ของพนักงานทำความสะอาด
ยังคงถูทางเดินในทุกๆ เช้า
ยังคงนั่งกินข้าวกล่องที่พกมาจากบ้านตรงบันไดหนีไฟ

เพราะฉันอยากจะเห็น…
ว่าผู้คนจะปฏิบัติต่อกันอย่างไรจริงๆ ในยามที่คุณไม่มีทั้งเงินและตำแหน่ง

จนกระทั่งคืนที่ลูกชายของฉันถูกส่งเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพราะไข้ขึ้นสูงมาก

และต่อหน้าคนไข้นับสิบคน หัวหน้าแพทย์หญิงก็พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า:

— คนระดับแก… ยังริอาจอยากจะใช้ห้อง VIP อีกเหรอ?

ไม่มีใครรู้เลยว่า…

เพียงสายโทรศัพท์เดียวในคืนนั้น ได้สั่นสะเทือนไปถึงบอร์ดบริหารสูงสุดของโรงพยาบาลทั้งเครือ!

### 01

ฉันชื่อ **เอลินา วิลลานูเอวา (Elena Villanueva)**
อายุ 38 ปี

และฉันคือผู้ถือหุ้นบริหารของ **ซาน กาเบรียล เมดิคัล กรุ๊ป (San Gabriel Medical Group)** ในกรุงเทพมหานคร

แต่ในสายตาของทุกคนที่โรงพยาบาลซาน กาเบรียล สาขาสุขุมวิท…
ฉันเป็นแค่พนักงานทำความสะอาดธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น

พ่อของฉันเป็นผู้ก่อตั้งเครือการแพทย์แห่งนี้
แต่ตอนที่ฉันอายุ 20 ปี ฉันได้หนีออกจากบ้านเพราะไม่ยอมรับการคลุมถุงชนที่พวกเขาบังคับ

หลายปีต่อมา หลังจากที่พ่อของฉันเสียชีวิต ทนายความของท่านถึงตามหาตัวฉันจนพบ
และในพินัยกรรมฉบับสุดท้าย…
ท่านได้ทิ้งสิทธิ์ในการควบคุมบริษัททั้งหมดไว้ให้ฉัน

ฉันตอบรับตำแหน่งนั้น

แต่ฉันไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้ใครรู้

ฉันอยากจะเห็นกับตาตัวเอง…
ว่าระบบที่พ่อเคยภาคภูมิใจนักหนา ในตอนนี้มันมีสภาพเป็นอย่างไร

ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ฉันจึงยังคงสวมชุดยูนิฟอร์มสีเทาเก่าๆ ของพนักงานทำความสะอาดมาทำงานทุกวัน

ไม่มีใครจำฉันได้เลย

คืนนั้น ฝนตกกระหน่ำไปทั่วกรุงเทพฯ
ฉันกำลังทำความสะอาดทางเดินบนชั้นสาม อยู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เป็นสายจากคุณครูประจำชั้นของลูกชาย

— คุณแม่เอลินาคะ รบกวนรีบมาหน่อยค่ะ ตอนนี้ “มิเกล” ไข้ขึ้นสูงมากเลยค่ะ

หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นในวินาทีนั้น
ฉันรีบบึ่งไปที่โรงเรียนทันที และพามิเกลขึ้นรถมายังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ซึ่งก็คือ ซาน กาเบรียล สาขาสุขุมวิท

ลูกชายของฉันตัวสั่นเทาด้วยพิษไข้ในขณะที่ฉันโอบกอดเขาไว้
ห้องฉุกเฉินเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
เรารอคิวอยู่เกือบสี่สิบนาที
แผ่นหลังของฉันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนและเหงื่อไคล

ในที่สุดก็นำชื่อของเราถูกเรียกซะที
แต่ทันทีที่พยาบาลเหลือบมองชุดยูนิฟอร์มที่ฉันสวมอยู่ เธอก็ขมวดคิ้วทันที

— บัตรประกันสุขภาพของคุณล่ะคะ?

ฉันยื่นบัตรสมาชิกภายในของเครือโรงพยาบาลให้เธอ
แต่เธอเพียงแค่เล่ตามองผ่านๆ ก่อนจะวางมันลงอย่างไม่ใส่ใจ

— บัตรนี้ใช้กับแผนก VIP ไม่ได้ค่ะ

— เชิญไปที่วอร์ดธรรมดานะคะ

ฉันกระชับอ้อมกอดรัดมิเกลที่แทบจะหมดสติอยู่รอมร่อให้แน่นขึ้น
— ลูกชายฉันไข้ขึ้นสูงมากเลยค่ะ คุณพยาบาล ช่วยให้คุณหมอตรวจดูอาการก่อนได้ไหมคะ?

พยาบาลถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด
— ใครๆ ที่นี่ก็ป่วยกันทั้งนั้นแหละค่ะ

— คิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนกัน?

ประจวบเหมาะกับตอนนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดแบรนด์เนมหรูเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวของเธอ
ท่าทีของพยาบาลเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที

— คุณนายเวโรนิกา เชิญทางนี้ค่ะ

— ห้อง VIP ของคุณนายเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วค่ะ

ฉันจำผู้หญิงคนนั้นได้ทันที
เธอคือ **แพทย์หญิงเวโรนิกา คาสติลโย (Dr. Veronica Castillo)**
หัวหน้าแผนกอายุรกรรม
และเธอยังเป็นหนึ่งในแพทย์ที่มักจะปรากฏตัวบนป้ายโฆษณาของโรงพยาบาลบ่อยๆ

เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน
สายตาเย็นชาจับจ้องมาที่ชุดยูนิฟอร์มที่ฉันสวม
จากนั้นก็เหลือบมองมิเกลที่กำลังตัวสั่นเพราะพิษไข้

— เดี๋ยวนี้มาตรฐานของห้องฉุกเฉินต่ำลงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

— แม้แต่ครอบครัวพนักงานทำความสะอาด ก็ยังริอาจอยากจะใช้ห้อง VIP งั้นเหรอ?

ฉันพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด
— คุณหมอคาสติลโยคะ ลูกชายของฉันไข้ขึ้นสูงมากจริงๆ ค่ะ—

— ถ้าอย่างนั้นก็นำเขาไปโรงพยาบาลรัฐบาลสิ

เธอพูดแทรกขึ้นมาทันที

— ที่นี่มันโรงพยาบาลเอกชน

— ไม่ใช่สถานที่สำหรับใครก็ได้ที่อยากจะมาทำตัวรวยที่นี่

ผู้คนรอบข้างต่างหันมามองเรา
บางคนส่งสายตาเห็นอกเห็นใจ
แต่ส่วนใหญ่กลับแอบเยาะเย้ยอยู่ในใจ

มิเกลกระตุกแขนเสื้อฉันเบาๆ
— แม่ครับ…

— ผมหนาวจังเลยครับ…

หัวใจของฉันเหมือนถูกบีบจนแหลกสลาย
แต่เวโรนิกาก็ยังไม่ยอมหยุด
เธอกอดอกพลางมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

— เป็นแม่ภาษาอะไร ปล่อยให้ลูกใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ซีดๆ แบบนี้…

— ดูท่าคงไม่มีปัญญาดูแลลูกให้ดีล่ะสิ

— การมีลูกทั้งที่รู้ว่าตัวเองยากจน แล้วปล่อยให้เด็กต้องมาลำบากแบบนี้ มันเห็นแก่ตัวสิ้นดีนะ

หูของฉันอื้ออึงไปหมด
หน้าถอดสีด้วยความโกรธจัด

มิเกลก้มหน้าลง ดวงตาของแกแดงก่ำ
ลูกชายของฉันอายุแค่ 8 ขวบเท่านั้น
แกยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเราถึงต้องโดนปฏิบัติด้วยท่าทีแบบนี้

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างช้าๆ
ฉันกดโทรหาผู้ช่วยฝ่ายกฎหมายของบริษัท
ปลายสายรับทันทีภายในไม่กี่วินาที

— ท่านประธานเอลินาใช่ไหมครับ?

ฉันจ้องมองไปที่เวโรนิกาตรงๆ
ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ:

— ภายใน 10 นาทีนี้…

— ฉันต้องการเห็นรายงานทางการเงินและเรื่องร้องเรียนภายในทั้งหมดของโรงพยาบาล ซาน กาเบรียล สาขาสุขุมวิท วางอยู่บนโต๊ะของฉัน

เวโรนิกาหลุดขำออกมา

— นี่แกกำลังเล่นละครตบตาใครอยู่เหรอ?

ฉันไม่ได้สนใจเธออีก
ฉันก้มลงโอบกอดมิเกลไว้

— ไม่เป็นไรนะลูก

— แม่สู้อยู่ตรงนี้แล้ว

12 นาทีผ่านไป

รถ SUV สีดำขลับสามคันแล่นมาจอดเทียบที่หน้าโรงพยาบาล
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉินทันที
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิ่งกระหืดกระหอบลงมาด้วยตัวเอง ใบหน้าของเขาซีดเผือด

และข้างหลังของเขานั้น…
คือหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของบริษัท พร้อมด้วยทีมผู้ตรวจสอบภายในอีกกว่าสิบคน

และก่อนที่เวโรนิกา คาสติลโย จะทันได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น…

โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังรัวขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง
มีเพียงข้อความเดียวที่ปรากฏบนหน้าจอ:

**“ผู้ถือหุ้นบริหารสูงสุดของเครือการแพทย์ทั้งหมด อยู่ที่โรงพยาบาลในคืนนี้!”**

02

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสาขาสุขุมวิทวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจนเนคไทเบี้ยว หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าที่ซีดเผือด เขากวาดสายตามองไปรอบห้องฉุกเฉินด้วยความลนลาน ก่อนจะหยุดนิ่งลงที่ฉัน… พนักงานทำความสะอาดพาร์ทไทม์ในชุดยูนิฟอร์มเปียกชื้นที่กำลังโอบกอดลูกชายไว้

เขาจำใบหน้าของฉันได้ดี เพราะเขาคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ถูกเรียกไปพบที่สำนักงานใหญ่เมื่อสามเดือนก่อนเพื่อเซ็นรับทราบการเปลี่ยนมือของผู้ถือหุ้นใหญ่

“ทายาทของท่านประธานใหญ่… คุณเอลินา!” ผู้อำนวยการอุทานเสียงสั่นเครือ เขารีบก้มศีรษะลงจนแทบจะขนานกับพื้นท่ามกลางสายตาตะลึงงันของคนทั้งห้องฉุกเฉิน

พยาบาลสาวที่เพิ่งปฏิเสธบัตรของฉันถึงกับปล่อยชาร์ตคนไข้หลุดมือดังก้องลั่นห้อง ส่วนแพทย์หญิงเวโรนิกา คาสติลโย ที่ยังคงถือโทรศัพท์ค้างอยู่ข้างหู ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งบัดนี้ถอดสีจนขาวซีดราวกับกระดาษ โทรศัพท์ในมือของเธอส่งเสียงเตือนข้อความด่วนจากบอร์ดบริหารสูงสุดไม่หยุด แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่ากับความจริงที่อยู่ตรงหน้า

“ผอ. คะ… นี่มันเรื่องอะไรกัน?” เวโรนิกาพยายามเค้นเสียงที่สั่นระริก “ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่คนทำความสะอาด…”

“หุบปากของเธอซะ เวโรนิกา!” ผู้อำนวยการตวาดกร้าวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “คนที่เธอกำลังดูถูกอยู่คือ คุณเอลินา วิลลานูเอวา ประธานบอร์ดบริหารสูงสุดและเจ้าของ ซาน กาเบรียล เมดิคัล กรุ๊ป ตัวจริง!”

คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนอัสนีบาตที่ฟาดลงมากลางห้องฉุกเฉิน แขกเหรื่อและคนไข้นับสิบคนที่เคยยืนดูเหตุการณ์ต่างพากันเบิกตากว้างและซุบซิบกันอื้ออึง

ฉันไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น ฉันค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ กลิ่นอายของพนักงานทำความสะอาดผู้ต้อยต่ำมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบารมีของผู้กุมชะตาอาณาจักรการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

03

หัวหน้าฝ่ายกฎหมายที่เดินตามหลังมา ยื่นแท็บเล็ตและเอกสารปึกใหญ่ให้ฉันทันที

“นี่คือรายงานการเงินล่วงเวลาและการจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังสามปีของสาขานี้ครับท่านประธาน รวมถึงเรื่องร้องเรียนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแพทย์ในสังกัด… โดยเฉพาะของดร. เวโรนิกา คาสติลโย ที่ถูกร้องเรียนเรื่องการปฏิเสธคนไข้ไร้สิทธิ์และรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทยารายใหญ่ แต่เรื่องถูกตีตกไปโดยบอร์ดบริหารชุดเก่า”

ฉันรับแท็บเล็ตมาเลื่อนดูครู่หนึ่ง ก่อนจะลดสายตาลงมองเวโรนิกาที่ตอนนี้แทบจะคุกเข่าลงกับพื้น

“มาตรฐานต่ำลงงั้นเหรอคะ คุณหมอคาสติลโย?” ฉันเอ่ยน้ำเสียงเรียบเยียบ “ใช่ค่ะ มาตรฐานของโรงพยาบาลที่พ่อฉันสร้างมากับมือมันต่ำลงจริง ๆ ต่ำลงเพราะมีบุคลากรที่ไร้จรรยาบรรณ จิตใจคับแคบ และมองคุณค่าของความเป็นมนุษย์เพียงแค่เปลือกนอกและเม็ดเงินแบบคุณ”

“คุณเอลินา… ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบจริง ๆ” เวโรนิกาน้ำตาไหลพราก พยายามจะเข้ามาเกาะชายเสื้อยูนิฟอร์มของฉัน “ดิฉันทำเพื่อชื่อเสียงของโรงพยาบาลนะคะ ห้อง VIP มีไว้เพื่อดึงดูดลูกค้าเกรดพรีเมียม…”

“โรงพยาบาลซาน กาเบรียล มีไว้เพื่อรักษาชีวิตคน ไม่ใช่มีไว้เพื่อแบ่งแยกชนชั้น” ฉันพูดขัดขึ้น เสียงของฉันเฉียบขาดจนไม่มีใครกล้าสบตา “คุณบอกว่าฉันเห็นแก่ตัวที่ปล่อยให้ลูกลำบาก… แต่ความจริงคือระบบที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัวแบบคุณต่างหากที่ทำให้เด็กบริสุทธิ์ต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอด”

ฉันหันไปหาหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและผู้อำนวยการ

“ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยและดำเนินคดีตามกฎหมายกับ ดร. เวโรนิกา คาสติลโย ทุกข้อหาที่เกี่ยวกับการทุจริตและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่… และสั่งพักงานเธอทันทีตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

“รับทราบครับท่านประธาน!” หัวหน้าฝ่ายกฎหมายน้อมรับคำสั่ง

เวโรนิกาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ป้ายชื่อสีทองอันทรงเกียรติบนอกเสื้อกราวน์ของเธอ บัดนี้ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป

04

“ส่วนเธอ…” ฉันหันไปมองพยาบาลสาวที่หน้าซีดจนยืนแทบไม่อยู่ “ย้ายไปอยู่แผนกคลังสินค้า ยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดที่ฉันสวมอยู่… ถ้าเธอคิดว่ามันต้อยต่ำนัก ก็ลองไปทำความเข้าใจความเหนื่อยยากของคนอื่นดูบ้าง”

ฉันก้มลงอุ้มมิเกลขึ้นมาในอ้อมแขน ลูกชายของฉันลืมตาขึ้นมามองอย่างสะลึมสะลือ พิษไข้เริ่มลดลงบ้างหลังจากที่ทีมแพทย์ฉุกเฉินชุดใหม่รีบเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ทันทีที่รับรู้ตัวตนของฉัน

“แม่ครับ…” เสียงเล็ก ๆ กระซิบ “แม่เท่ที่สุดเลยครับ”

ฉันยิ้มให้ลูกชายด้วยความอบอุ่น “หนูปลอดภัยแล้วครับมิเกล”

ผู้อำนวยการรีบก้าวเข้ามาข้างหน้า “คุณเอลินาครับ ทางเราเตรียมห้องเพรสซิเดนท์สูท VIP ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณหนูมิเกลแล้วครับ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางอันดับหนึ่งของประเทศ…”

“ไม่จำเป็น” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ “จัดห้องพักฟื้นมาตรฐานธรรมดาให้ลูกชายฉันก็พอ… เพราะต่อจากนี้ไป โรงพยาบาลซาน กาเบรียล ทุกสาขา จะต้องได้รับการรักษาและการบริการที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนไข้คนนั้นจะเป็นมหาเศรษฐี หรือเป็นเพียงพนักงานทำความสะอาดพาร์ทไทม์ก็ตาม”

ฉันกระชับอ้อมกอดอุ้มลูกชายเดินนำหน้าทีมผู้บริหารและบอดี้การ์ด มุ่งตรงไปยังตึกผู้ป่วยใน…

เจ็ดปีที่ฉันซ่อนตัวอยู่ในเงามืดสิ้นสุดลงแล้ว และนับจากคืนนี้เป็นต้นไป ฉันจะใช้สิทธิ์และอำนาจทั้งหมดที่มี ปัดกวาดความโสมมและคืนความยุติธรรมให้แก่ระบบการแพทย์แห่งนี้… ในฐานะ เอลินา วิลลานูเอวา ผู้ถือหุ้นบริหารสูงสุดตัวจริง!