Posted in

คืนวันแต่งงานของฉัน ฉันต้องยกเตียงเจ้าสาวให้แม่สามี เพราะทุกคนบอกว่าเธอ “เมาหนัก” — แต่เช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งที่ฉันเห็นบนผ้าห่มทำให้ฉันพูดไม่ออก…

คืนวันแต่งงานของฉัน ฉันต้องยกเตียงเจ้าสาวให้แม่สามี เพราะทุกคนบอกว่าเธอ “เมาหนัก” — แต่เช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งที่ฉันเห็นบนผ้าห่มทำให้ฉันพูดไม่ออก…

หลังจากงานเลี้ยงฉลองแต่งงานที่ยาวนานตลอดทั้งวัน ฉันเหนื่อยแทบหมดแรง จึงเดินขึ้นห้องนอน หวังเพียงว่าจะได้กอดสามีแล้วหลับพักผ่อนอย่างมีความสุขในคืนแรกของการเป็นสามีภรรยา

แต่ทันทีที่ฉันเพิ่งล้างเครื่องสำอางเสร็จ ประตูก็ถูกเปิดออก

“แม่เมามากเลย ให้แม่มานอนห้องนี้ก่อนนะ ข้างล่างเสียงดังเกินไป”

แม่สามีของฉัน ผู้หญิงที่ชอบควบคุมทุกอย่างและขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด เดินโซเซเข้ามาในห้อง กอดหมอนไว้แน่น กลิ่นแอลกอฮอล์โชยแรง เสื้อเบลาส์หลุดลุ่ย ใบหน้าแดงก่ำ

ฉันกำลังจะพาเธอไปนอนที่ห้องรับแขก แต่สามีกลับรั้งฉันไว้

“ให้แม่นอนที่นี่เถอะ แค่คืนเดียวเอง คืนเดียวจริง ๆ แม้จะเป็นคืนแต่งงานของเราก็ตาม”

ฉันรู้สึกเจ็บลึกในอก แต่ก็ได้แต่หยิบหมอนของตัวเองลงไปนอนที่โซฟาชั้นล่าง ไม่กล้าโต้เถียง เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นลูกสะใภ้ที่เสียมารยาทตั้งแต่วันแรก

คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเลย

ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นบน เสียงพื้นไม้ลั่นเป็นระยะ ก่อนทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ความเงียบ

ใกล้รุ่ง ฉันจึงเผลอหลับไปเพราะความอ่อนล้า

เมื่อลืมตาขึ้นก็เกือบหกโมงเช้าแล้ว

ฉันรีบขึ้นไปปลุกสามี เพื่อจะได้ลงไปต้อนรับญาติ ๆ ที่กำลังจะมาถึง

ฉันค่อย ๆ ผลักประตูห้องนอนออก…

แล้วก็ชะงักทันที

สามีนอนหันหลังให้ฉันอยู่บนเตียง

ส่วนแม่สามีนอนอยู่ข้าง ๆ เขา บนเตียงเดียวกันกับที่ฉันยอมยกให้เมื่อคืน

ฉันเดินเข้าไป ตั้งใจจะปลุกเขาเบา ๆ

แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผ้าห่ม…

ฉันก็หยุดนิ่ง

บนผ้าห่มสีขาวสะอาด…

มีบางสิ่งที่ทำให้ฉันไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?

ตอนที่ 2: ความจริงใต้ผ้าห่มผืนสีขาว

บนผ้าห่มผืนสีขาวสะอาดที่ฉันอุตส่าห์เลือกซื้อมาเพื่อใช้ในคืนเรือนหอ… มีรอยคราบเลือดหกกระจายเป็นวงกว้าง และใกล้ ๆ กันนั้น มีขวดแก้วเหล้าจินเปล่าซ่อนอยู่ใต้ฟูกนอน กลิ่นที่คละคลุ้งอยู่ในห้องไม่ใช่แค่กลิ่นเหล้า แต่เป็นกลิ่นคาวเลือดที่คละเคล้ากับกลิ่นความชั่วร้าย

ฉันยืนตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้น สามีของฉันก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาหันมาเห็นฉันแล้วรีบลนลานดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดรอยนั้นไว้ ใบหน้าของเขาซีดเผือด ไม่มีแววตาของเจ้าบ่าวผู้แสนดีเหลืออยู่เลย

“พะ…พลอย! เธอขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” เสียงเขาสั่นเครือ

เสียงของเขาทำให้แม่สามีที่แกล้งนอนหลับขยับตัวลืมตาขึ้นมา ทันทีที่เธอเห็นฉัน จิตวิญญาณของความ “เมามาย” เมื่อคืนก็หายวับไปกับตา เธอลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาเปลี่ยนเป็นเฉียบคมและเต็มไปด้วยความทะนงตนเหมือนปกติ

“จะโวยวายทำไมพลอย? ก็แค่เหล้าหก แล้วฉันก็แก้วบาดมือนิดหน่อย” แม่สามีเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับยกมือที่พันด้วยทิชชู่ลวก ๆ ขึ้นมาบังหน้า

แต่ฉันไม่ใช่คนโง่… ฉันเดินเข้าไปกระชากผ้าห่มผืนนั้นออกทันที สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รอยเลือดสีคล้ำนั้นคือ สัญญากรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นสินเดิมที่พ่อแม่ของฉันยกให้เป็นชื่อของฉันก่อนแต่งงาน เอกสารฉบับนั้นมีรอยปั๊มลายนิ้วมือด้วยเลือดสีแดงสด และรอยเซ็นปลอมแปลงชื่อของฉันที่ยังไม่แห้งดี!

แผนฮุบสมบัติในคืนเรือนหอ

ที่แท้… เรื่องราวทั้งหมดในคืนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาการเมาสุราเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือแผนการที่แม่สามีและสามีสารเลวของฉันร่วมมือกันวางเอาไว้

  • ฉากฆาตกรรมความเชื่อใจ: แม่สามีแกล้งทำเป็นเมาเพื่อยึดห้องนอนและไล่ฉันลงไปนอนข้างล่าง เพื่อที่เธอกับลูกชายจะได้มีเวลาแอบรื้อค้นกระเป๋าเดินทางและตู้เซฟของฉันเพื่อเอาโฉนดที่ดินและสัญญากรรมสิทธิ์ออกมา
  • รอยเลือดบนผ้าห่ม: ในตอนเช้ามืด พวกเขาพยายามจะปลอมแปลงลายเซ็นและบังคับปั๊มลายนิ้วมือ (ซึ่งขโมยพิมพ์ลายนิ้วมือซิลิโคนของฉันที่ทำเลียนแบบไว้ตอนฉันหลับ) แต่เกิดการโต้เถียงกันเรื่องส่วนแบ่ง ขรึมเหล้าจินที่ตั้งไว้คว่ำใส่เศษแก้วจนบาดมือแม่สามี เลือดจึงสาดกระจายเต็มเตียงเจ้าสาว

“พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไง?!” ฉันตะโกนลั่น น้ำตาแห่งความผิดหวังไหลอาบแก้ม “ฉันยอมแต่งงาน ยอมอดทนทุกอย่างเพราะคิดว่าคุณรักฉัน… แต่พวกคุณกลับวางแผนปล้นฉันตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา!”

สามีของฉันรีบลงจากเตียงมาคุกเข่ากอดขาฉันไว้ “พลอย… ผมขอโทษ แม่เขาบอกว่าถ้าเราไม่เอาบ้านหลังนี้ไปจำนอง บริษัทของครอบครัวเราจะเจ๊ง ผมไม่มีทางเลือก พลอยช่วยผมหน่อยนะ!”

“ช่วยเหรอ? ด้วยการโกงฉันเนี่ยนะ!” ฉันสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของเขาด้วยความรังเกียจ

แม่สามีลุกขึ้นยืน กอดอกมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม “แล้วจะทำไม? แต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลเราแล้ว ของ ๆ แกก็ต้องเป็นของลูกชายฉันสิ จะหวงไว้ทำไม ถ้าแกจะฟ้องร้องก็นึกถึงหน้าตาพ่อแม่แกด้วยนะ งานแต่งเพิ่งจัดเสร็จเมื่อวาน วันนี้จะหย่าเลยเหรอ? น่าอายขายขี้หน้า!”

บทเรียนราคาแพงของคนโลภ

เธอบอกว่าฉันจะอายงั้นเหรอ? เธอดูถูกความรักและความเด็ดเดี่ยวของฉันเกินไปแล้ว

ฉันถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ยิ้มทั้งน้ำตาแต่เป็นยิ้มที่ทำให้ทั้งสองคนต้องขนลุก ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือที่กด “บันทึกเสียงและวิดีโอถ่ายทอดสด (Live) ในกลุ่มปิดของครอบครัว” ตั้งแต่ตอนที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในห้องขึ้นมาโชว์ให้พวกเขามันดู

บนหน้าจอ… มีข้อความแจ้งเตือนจากพ่อและแม่ของฉัน รวมถึงญาติ ๆ หลายสิบคนที่กำลังเดินทางมาต้อนรับในตอนเช้า ทุกคนได้ยินและเห็นพฤติกรรมต่ำช้า รวมถึงหลักฐานการปลอมแปลงเอกสารและคราบเลือดบนเตียงอย่างชัดเจนผ่านกล้องมือถือ

“พ่อกับแม่กำลังตำรวจมาที่นี่ค่ะ… แม่สามี” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

ใบหน้าของแม่สามีที่เคยอวดดีกลับกลายเป็นสีเทาเหมือนคนตาย ส่วนสามีของฉันก้มหน้าร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนหมดสิ้นทุกอย่าง

ในเช้าวันรุ่งขึ้นของงานแต่งงาน ไม่มีพิธีต้อนรับญาติที่อบอุ่น มีเพียงรถตำรวจสองคันที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ควบคุมตัวแม่สามีและอดีตสามีของฉันไปดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์, พยายามฉ้อโกง และบุกรุกทรัพย์สิน

ฉันเดินกลับเข้าไปในห้องนอน หยิบผ้าห่มเปื้อนเลือดผืนนั้นโยนลงถังขยะอย่างไม่ใยดี คืนแต่งงานที่ฉันคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ แท้จริงแล้วมันคือจุดจบ… และเป็นบทเรียนราคาแพงที่สอนให้ฉันรู้ว่า ความเป็นคนไม่ได้วัดกันที่คำพูดแสนดีในงานฉลอง แต่เปิดเผยออกมาให้เห็นอย่างล่อนจ้อนในยามที่ความโลภครอบงำจิตใจ นับจากนี้ฉันเป็นอิสระ และคนใจร้ายพวกนั้นจะต้องชดใช้กรรมในคุก!