**ลูกสาวของฉันติดสติกเกอร์หมีไว้ที่หน้าห้อง 1806 เพื่อให้พ่อของเธอไม่หลงทาง—ฉันไม่รู้เลยว่ามันจะกลายเป็นสัญญาณแห่งฝันร้ายตลอดทั้งคืน**
ลูกสาวของฉันติดสติกเกอร์รูปหมีตัวเล็ก ๆ ไว้ที่ประตูห้อง 1806
เธอบอกว่า
“แม่คะ แบบนี้แด๊ดดี้จะได้ไม่หลงตอนมาหาเรา”
ตอนนั้นฉันแค่ยิ้ม
ฉันไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สติกเกอร์ธรรมดาแผ่นนั้นจะกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันแทบหายใจไม่ออกด้วยความหวาดกลัว
วันนั้นเป็นวันเด็ก
ยานา ลูกสาววัยหกขวบของฉัน ตื่นเต้นมาก เพราะพ่อของเธอ มาร์ก ดิซอน สัญญาว่าจะพาพวกเราไปพักที่โรงแรมสำหรับครอบครัวในเมืองปาไซ ใกล้บริเวณเบย์วอล์กที่มีการแสดงดอกไม้ไฟในตอนกลางคืน
มาร์กเป็นคนส่งบัตรกำนัลโรงแรมมาให้ฉันเอง
สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเรากำลังเย็นชา
ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เขาไม่กลับบ้านในตอนกลางคืนบ่อยครั้ง
ทุกครั้งที่ฉันถาม เขาก็มีข้ออ้างเดิม ๆ
ทำงานล่วงเวลา
ทานอาหารกับลูกค้า
ประชุมด่วน
แต่ฉันไม่ใช่เด็กเล็กที่จะไม่รู้สึกได้ว่าสามีกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
เราทะเลาะกันอย่างรุนแรง
หลังจากนั้น เขาก็ไม่กลับมาที่อพาร์ตเมนต์อีก
นาน ๆ ครั้งจึงจะวิดีโอคอลมาหายานา
เพราะแบบนั้น เมื่อจู่ ๆ เขาส่งข้อความมาก่อนวันเด็กหนึ่งวัน ฉันจึงประหลาดใจมาก
“ลิซ่า อย่าเอาปัญหาระหว่างเรามาเกี่ยวกับยานาเลยนะ ผมจองห้องพักสำหรับครอบครัวให้คุณสองคนแล้ว ทุกอย่างจ่ายเรียบร้อย คุณไปก่อน เดี๋ยวผมตามไปตอนกลางคืน”
ตอนแรกฉันไม่เชื่อ
แต่เมื่อเห็นยานากอดกระเป๋าสะพายสีลาเวนเดอร์ใบเล็กด้วยความดีใจ ใจของฉันก็อ่อนลง
ฉันถึงกับบอกเธอว่า
“แด๊ดดี้เป็นคนจองให้เราเองนะ คืนนี้เขาจะพาเราไปดูดอกไม้ไฟ”
ตลอดทางไปโรงแรม ยานาถามไม่หยุด
“แม่คะ มีสระว่ายน้ำไหม?”
“พรุ่งนี้มีแพนเค้กไหม?”
“แด๊ดดี้จะซื้อสายไหมให้หนูไหม?”
ฉันได้แต่ยิ้ม แม้ในอกจะหนักอึ้ง
เมื่อเราไปถึงโรงแรม พนักงานต้อนรับคนหนึ่งชื่อมิกะมาต้อนรับเรา
เธอยังสาว ดูเป็นมิตร และมีรอยยิ้มอบอุ่น
ตอนตรวจบัตรประชาชนของฉัน ฉันสังเกตเห็นว่าเธอมองหน้าจอคอมพิวเตอร์นานผิดปกติ
จากนั้นเธอก็หันมาถามว่า
“คุณสามีของคุณมาช้าใช่ไหมคะ?”
ฉันชะงักทันที
ฉันยังไม่ได้พูดเรื่องนั้นเลย
แต่เธอรีบยิ้มแล้วตอบว่า
“เพราะมีหมายเหตุไว้ในข้อมูลการจองค่ะ”
ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก
หลังจากเช็กอินเสร็จ เธอยื่นกล่องสติกเกอร์เล็ก ๆ ให้ยานา
ในนั้นมีสติกเกอร์รูปดาว
พระจันทร์
มงกุฎ
ปลา
ดอกไม้
และสติกเกอร์รูปหมีทรงกลมหลายแผ่น
ตอนแรกยานาตั้งใจจะหยิบรูปดาว
แต่มิกะกลับหยิบสติกเกอร์หมีที่อยู่ด้านบนสุดแล้วยื่นให้เธอ
“คนเก่งเอ๊ย อันนี้น่ารักที่สุดเลยนะ เอาไปติดหน้าห้องสิ จะได้หาห้องเจอง่าย ๆ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่”
ยานาชอบมันทันที
พอเราไปถึงห้อง 1806 สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการติดสติกเกอร์นั้น
เธอเขย่งปลายเท้า พยายามเอื้อมให้ถึงใต้เลขห้อง
แล้วติดสติกเกอร์หมีเอียง ๆ ไว้ตรงนั้น
“แม่คะ ตอนนี้แด๊ดดี้จะไม่หลงแล้ว”
ฉันถ่ายรูปเธอไว้
ยานาชูสองนิ้ว ยิ้มกว้าง ขณะที่สติกเกอร์หมีติดเอียงอยู่ใต้เลข 1806
ฉันส่งรูปนั้นให้มาร์ก
เขาตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“สวยมากเลย คนเก่งของพ่อ”
ตอนนั้นฉันคิดว่า
บางทีครอบครัวของเราอาจยังมีความหวัง
แต่ฉันคิดผิดอย่างมหันต์
เวลาสี่ทุ่มครึ่ง
ยานาหลับไปแล้ว
เธอมุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กอดตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดแน่น
แต่มาร์กก็ยังไม่มา
ฉันนั่งอยู่ปลายเตียง เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ และหากิจกรรมสำหรับครอบครัวใกล้โรงแรมในเช้าวันรุ่งขึ้น
ตอนนั้นเอง ฉันก็เจอการไลฟ์สดรายการหนึ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าฟีด
หัวข้อคือ
**“Night Patrol Roleplay ในโรงแรมสำหรับครอบครัว”**
ไม่เห็นหน้าคนไลฟ์
กล้องเคลื่อนตัวช้า ๆ ไปตามทางเดิน
ไฟสีเหลืองนวล
พรมลายเมฆ
ประตูห้องเรียงรายทั้งสองฝั่ง
ตามปกติฉันคงเลื่อนผ่านไป
แต่จู่ ๆ กล้องก็หยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่ง
ห้อง 1806
และใต้เลขห้องนั้น
มีสติกเกอร์หมีที่ติดเอียงอยู่
ทั้งร่างของฉันเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็ง
นิ้วมือแข็งค้างอยู่เหนือหน้าจอ
ช่องแสดงความคิดเห็นไหลผ่านอย่างรวดเร็ว
“ถึง Bear Room แล้ว”
“ข้างในมีเด็กอยู่ใช่ไหม?”
“นี่ใช่ Bear Room ห้องนั้นหรือเปล่า?”
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
ฉันค่อย ๆ เงยหน้ามองประตูห้องของตัวเอง
ข้างประตูยังมีกระเป๋าสะพายใบเล็กของยานาแขวนอยู่
พร้อมพวงกุญแจลูกปัดสีชมพูที่เธอร้อยเองกับมือ
ลูกสาวของฉันกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง
เธอไม่รู้อะไรเลย
ฉันก้มกลับมามองไลฟ์สดอีกครั้ง
ทางเดินนั้นเหมือนกันทุกอย่าง
แม้แต่รอยเปื้อนเล็ก ๆ บนพรมที่ฉันเห็นตอนบ่าย ก็ยังปรากฏชัดในวิดีโอ
ฉันอยากกรีดร้อง

อยากเปิดประตูแล้ววิ่งหนี
แต่ยานาขยับตัวเบา ๆ บนเตียง
ก่อนพึมพำเสียงแผ่วว่า
“แม่…”
เสียงพึมพำของยานาดึงสติที่กระเจิดกระเจิงของฉันกลับมา ฉันพุ่งไปที่เตียง ตะครุบตัวลูกสาวเข้ามากอดไว้แน่น มือหนึ่งปิดปากเธอเบา ๆ เพื่อไม่ให้ส่งเสียง อีกมือหนึ่งยังคงกำโทรศัพท์ที่หน้าจอกำลังฉายภาพทางเดินหน้าห้องพักของเรา
ในไลฟ์สด กล้องนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูห้อง 1806
ความเห็นในช่องแชตหลั่งไหลมาไม่หยุดด้วยข้อความชวนขนลุก:
“เริ่มนับถอยหลังเลยไหม?” “พิกัดตรงตามที่แจ้ง ‘สายส่ง’ ทำงานดีมาก” “หมีตัวนี้ราคาเท่าไหร่?”
ทันใดนั้น ความจริงอันโหดร้ายก็สว่างวาบในหัวสมอง มาร์กไม่ได้อยากซ่อมแซมความสัมพันธ์… เขาคือคนส่งพวกเรามาที่นี่ บัตรกำนัลโรงแรม ข้อมูลการจองที่ระบุว่าเขาจะมาดึก พนักงานต้อนรับที่ชื่อมิกะที่เจาะจงยื่นสติกเกอร์หมีให้ยานา ทุกอย่างถูกวางแผนไว้หมดแล้ว สติกเกอร์หมีไม่ได้มีไว้เพื่อให้พ่อไม่หลงทาง แต่มันคือ “เครื่องหมายมาร์กหน้าห้องเป้าหมาย” สำหรับเครือข่ายค้ามนุษย์หรือพวกวิปริตบนโลกมืด!
ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านนอก หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น ฉันเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ ภาพในไลฟ์สดแสดงให้เห็นท่อนแขนของชายคนหนึ่งในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมกำลังเอื้อมมือมาเคาะประตู
“คุณผู้หญิงครับ มีบริการผ้าเช็ดตัวผืนใหม่มาส่งครับ” เสียงผู้ชายดังกดต่ำลอดผ่านประตูเข้ามา
ฉันตัวสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่สั่งให้ฉันต้องรอด ฉันรู้ดีว่าถ้าเปิดประตู หรือถ้าส่งเสียงกรีดร้องออกไป พวกมันที่อาจจะมีพวกพ้องอยู่ทั่วโรงแรมต้องพังเข้ามาแน่ และการโทรหาฟรอนต์ก็ไม่ใช่ทางเลือก เพราะมิกะก็เป็นพวกเดียวกับพวกมัน
ฉันพยายามบังคับมือที่สั่นเทา พิมพ์ข้อความส่งหาเบอร์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายอย่างเป็นทางการของตำรวจปาไซ พร้อมแนบลิงก์ไลฟ์สดและเลขห้องทันที
แก๊ก…
เสียงสลักประตูห้องพักดังกดลง! พวกมันไม่ได้แค่มารอให้เปิด แต่มันมีคีย์การ์ดสำรอง!
ในวินาทีแห่งชีวิตและความตาย ฉันตัดสินใจอุ้มยานาที่ยังสะลึมสะลือโผเข้าไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าไม้ใบใหญ่ที่อยู่มุมห้อง ล็อกกลอนด้านใน (ถ้ามี) หรือใช้มือดึงบานประตูไว้แน่นที่สุด ท่ามกลางความมืดมิดในตู้ ฉันได้ยินเสียงประตูห้องพักเปิดออกเบา ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ สองสามคู่ก้าวเข้ามาบนพื้นพรม
“อ้าว… ไม่อยู่บนเตียงว่ะ” เสียงชายคนหนึ่งกระซิบ
“หาดูในห้องน้ำซิ! รถตู้ข้างล่างสแตนบายรออยู่ รีบทำเวลา ไลฟ์กำลังยอดวิวขึ้น” อีกเสียงหนึ่งสั่งการ
เสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาทางตู้เสื้อผ้า ฉันกอดสวมกอดซบหน้ายานาไว้กับอก ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในชีวิต ยานาเริ่มร้องไห้กระซิกด้วยความกลัว ฉันต้องเอาอกตัวเองกดหน้าเธอไว้เพื่อซับเสียง
วิลี่-หว่อ… วิลี่-หว่อ…
จู่ ๆ เสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ของโรงแรมก็แผดเสียงดังลั่นสนั่นไปทั่วทั้งชั้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าโกลาหลของผู้เข้าพักห้องอื่น ๆ ที่ทุบประตูวิ่งหนีลงบันไดหนีไฟ
“ชิปหายแล้ว! สัญญาณไฟไหม้ดัง คนตื่นหมด ระบบล็อกประตูอัตโนมัติจะปลดล็อก ไปเร็ว! ยกเลิกภารกิจ!” เสียงพวกมันสบถอย่างหัวเสีย ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะวิ่งกรูดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
ฉันรออยู่เกือบห้านาที จนกระทั่งเสียงฝีเท้าตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่บุกเข้ามาตามพิกัดดังก้องไปทั่วทางเดิน ฉันถึงกล้าผลักประตูตู้เสื้อผ้าออกมา ทันทีที่ผู้กองตำรวจเห็นสภาพฉันกับลูก เขารีบเข้ามาคุ้มกัน
ตำรวจแจ้งว่า พวกเขาได้รับข้อความแจ้งเหตุพร้อมลิงก์ไลฟ์สด จึงประสานงานกดสัญญาณเตือนไฟไหม้ของโรงแรมทันทีเพื่อกดดันคนร้ายและสร้างความโกลาหลเปิดทางให้เจ้าหน้าที่บุกชาร์จ มิกะถูกจับกุมได้ที่เคาน์เตอร์ชั้นล่างพร้อมคีย์การ์ดสำรอง ส่วนมาร์ก… ถูกรวบตัวได้ที่ลานจอดรถในรถตู้คันที่จอดรอรับ “สินค้า”
ขณะที่ฉันอุ้มยานาเดินผ่านประตูห้อง 1806 ออกไป ฉันเหลือบมองสติกเกอร์หมีตัวนั้นเป็นครั้งสุดท้าย มันยังคงติดเอียง ๆ อยู่ตรงนั้น… รอยยิ้มใสซื่อของหมีบนสติกเกอร์กลายเป็นภาพจำสยองขวัญที่จะหลอกหลอนฉันไปตลอดชีวิต วันเด็กปีนี้เกือบจะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว และฉันจะไม่มีวันให้อภัยผู้ชายที่เธอเรียกว่า “แด๊ดดี้” ไปชั่วชีวิต