Posted in

ตลอดเจ็ดปี ฉันดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคไตวาย แต่เขากลับโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมมูลค่ากว่า ฿390,000 ให้ผู้ช่วยของเขา เมื่อฉันยื่นตารางฟอกไตให้ผู้หญิงคนนั้น ทั้งครอบครัวของเขาก็เงียบกริบทันที*

*ตลอดเจ็ดปี ฉันดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคไตวาย แต่เขากลับโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมมูลค่ากว่า ฿390,000 ให้ผู้ช่วยของเขา เมื่อฉันยื่นตารางฟอกไตให้ผู้หญิงคนนั้น ทั้งครอบครัวของเขาก็เงียบกริบทันที**

## ตอนที่ 1: คอนโดมิเนียมมูลค่า ฿390,000 และประโยคที่เย็นชากว่าห้องฟอกไต

ในวันครบรอบ 10 ปีของบริษัทที่เมืองมากาติ ฉันสวมชุดเดรสเก่าที่ผ่านการซ่อมมาแล้วสามครั้ง และยืนเงียบอยู่มุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง

สามีของฉัน เออร์เนสโต เรเยส นั่งอยู่บนรถเข็นกลางเวที

เขาถือไมโครโฟนไว้ในมือ

แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่ในน้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง

“วันนี้ ผมมีการตัดสินใจสำคัญที่อยากประกาศให้ทุกคนทราบ”

ทั้งห้องปรบมือขึ้นทันที

ข้างกายเขาคือ เบียนกา ซานโตส ผู้ช่วยผู้บริหารส่วนตัว

เธอสวมชุดเดรสสีครีม ผมจัดทรงอย่างประณีต และดวงตาแดงระเรื่อราวกับกำลังจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

เออร์เนสโตหันไปหาเธอแล้วกล่าวว่า

“ผมจะโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในเมืองปาซิกให้เบียนกา พร้อมส่วนแบ่งกำไร 15% จากโครงการคลังสินค้าแช่เย็นแห่งใหม่ มูลค่ารวมประมาณ ฿390,000”

เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วห้อง

ขณะที่ร่างกายของฉันเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง

ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา

ฉันคือคนที่พาเขาไปฟอกไตก่อนพระอาทิตย์ขึ้น

ฉันคือคนที่จัดยาใส่กล่องแบ่งรายสัปดาห์

ฉันคือคนที่ขายเครื่องประดับแต่งงาน จำนองโฉนดบ้านที่แม่ทิ้งไว้ให้ และแม้แต่ยืมเงินจากพี่ชายที่ทำงานอยู่ดูไบ เพียงเพื่อให้เออร์เนสโตยังมีชีวิตอยู่

แต่คำขอบคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

กลับมอบให้ผู้หญิงอีกคนต่อหน้าทุกคน

ฉันเดินขึ้นไปบนเวที

“พูดอีกครั้งสิ ว่าคุณจะให้อะไรเธอ?”

เออร์เนสโตขมวดคิ้ว

“อานา อย่าทำให้ผมขายหน้าต่อหน้าพนักงาน”

“ฉันถามว่าคุณจะให้อะไรเธอ?”

เขาถอนหายใจยาว และน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เบียนกาช่วยผมสร้างบริษัทนี้ ตอนที่ผมป่วย เธอดูแลลูกค้า คลังสินค้า และระบบขนส่งทั้งหมด ผลงานของเธอมีค่ามากจนบริษัทนี้ยังยืนอยู่ได้จนถึงวันนี้”

ฉันมองเขา

“แล้วฉันล่ะ?”

เขานิ่งไปหลายวินาที ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ

“คุณเป็นภรรยาของผม การดูแลผมมันก็เป็นหน้าที่ของคุณอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”

ทั้งห้องเงียบกริบ

เบียนการีบเช็ดน้ำตา

“พี่อานา อย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแย่งอะไรจากพี่เลย คุณเออร์เนสโตแค่สงสารฉัน หลังจากเห็นว่าฉันต้องต่อสู้หนักแค่ไหน”

เธอก้มหน้า

น้ำเสียงหวานละมุนราวกับกาแฟที่ใส่น้ำตาลมากเกินไป

“ฉันก็แค่พนักงานคนหนึ่ง จะไปเทียบกับภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของท่านได้ยังไงคะ”

ฉันหัวเราะเบา ๆ

“ถ้าเธอเป็นแค่พนักงาน งั้นฉันจะส่งต่องานที่เธอยังไม่ได้รับไปให้”

เบียนกาเงยหน้าขึ้นทันที

ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมา และเปิดตารางการรักษาของเออร์เนสโต

“ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 05.00 น. ต้องฟอกไตที่เมืองเกซอน”

“หลังฟอกไต ต้องวัดความดันทุกสามชั่วโมง”

“เขาห้ามกินอาหารเค็ม และดื่มน้ำได้ไม่เกินวันละหนึ่งลิตร”

“แทบทุกคืนเขาจะเป็นตะคริว บางครั้งมีไข้ ต้องเช็ดตัว โทรหาหมอ และจดบันทึกผลตรวจทุกอย่าง”

ฉันยื่นโทรศัพท์ให้เบียนกา

“ตั้งแต่วันนี้ เธอเป็นคนดูแลเขา”

ใบหน้าของเบียนกาซีดเผือดทันที

“พี่อานา… ฉัน… ฉันยังต้องบริหารบริษัทนะคะ”

“ตอนรับคอนโดมูลค่า ฿390,000 ดูไม่เห็นยุ่งเลยนี่”

ฉันหันไปหาเออร์เนสโต

“คุณบอกว่าเธอคือคนที่ช่วยบริษัทไว้ งั้นก็ให้เธอช่วยชีวิตคุณด้วยสิ”

เออร์เนสโตทุบที่วางแขนของรถเข็น

“อานา ลิซา เรเยส! หยุดสร้างเรื่องได้แล้ว!”

“ฉันไม่ได้สร้างเรื่อง”

ฉันถอดแหวนแต่งงานที่บางจนเห็นรอยสึกกร่อนจากกาลเวลา แล้ววางลงบนโต๊ะ

“ฉันแค่เพิ่งตาสว่างเสียที”

กรามของเออร์เนสโตเกร็งแน่น

“ผมจะไม่ยอมให้คุณทำลายการตัดสินใจครั้งนี้”

“ถ้างั้น เราก็แยกทางกันตามกฎหมายเถอะ”

ฉันพูดช้า ๆ

“คอนโดนั้นเป็นของเธอ”

“ส่วนแบ่งกำไรก็เป็นของเธอ”

“แม้แต่ผู้ชายที่รู้จักขอบคุณเธอมากกว่าภรรยาของตัวเอง ก็ให้เป็นของเธอไปด้วย”

เบียนกาเริ่มร้องไห้

“พี่อานา อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ ปีหน้าลูกชายฉันจะเข้าโรงเรียนเอกชนที่ปาซิก ฉันแค่ต้องการที่อยู่ที่มั่นคงเท่านั้น”

ฉันมองเธอ

“ฉันเข้าใจ เธอต้องการบ้านให้ลูก”

จากนั้นฉันหันไปหาเออร์เนสโต

“แล้วฉันล่ะ?”

“เคยมีสักครั้งไหมที่คุณถามว่าฉันต้องการอะไร?”

เออร์เนสโตหลบสายตา

และในจังหวะนั้นเอง

โทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้น

ข้อความใหม่จากคุณโทมัส อดีตนักบัญชีของบริษัท

“อย่าเซ็นอะไรทั้งนั้น คอนโดห้องนั้นไม่ได้มาด้วยเงินสะอาด และคอนโดก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เบียนกาได้รับ”

(เรื่องราวตอนต่อไปอยู่ในความคิดเห็น หากต้องการอ่านต่อ โปรดกด “ดูความคิดเห็นทั้งหมด”

หากเรื่องนี้ทำให้คุณได้คิดอะไรบางอย่าง อย่าลืมกดถูกใจและพิมพ์คำสั้น ๆ ไว้ในช่องแสดงความคิดเห็น

นี่คือบทสรุปและบทส่งท้ายของเรื่องราวนี้ เพื่อปิดฉากความทรยศหักหลังและให้บทเรียนที่สาสมกับคนที่เห็นแก่ตัวครับ

ตอนที่ 2 (ตอนจบ): ความจริงเบื้องหลังคอนโดมิเนียม และจุดจบของคนทรยศ

ข้อความจากคุณโทมัสทำให้อานามือสั่น แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว… มันคือความโกรธที่ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด

อานาจ้องมองสามีที่นั่งอยู่บนรถเข็นและผู้ช่วยสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ เธอไม่รอช้าที่จะกดโทรศัพท์เปิดลำโพงเสียงดังลั่นกลางห้องจัดเลี้ยง เพื่อให้ทุกคนในงานได้รับรู้ความจริงพร้อมกัน

“คุณอานาครับ” เสียงของคุณโทมัสดังผ่านลำโพง “ผมทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว คอนโดมิเนียมห้องนั้น เออร์เนสโตไม่ได้ใช้เงินส่วนตัวซื้อ แต่เขาโยกย้ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานและเงินภาษีของบริษัทไปซุกซ่อนไว้ในชื่อของเบียนกามานานกว่าสองปีแล้ว! ไม่ใช่แค่คอนโด… แต่เบียนกายังแอบยักยอกเงินส่วนกลางไปใช้จ่ายส่วนตัวอีกรวมแล้วหลายล้านบาท โดยที่เออร์เนสโตเป็นคนเซ็นอนุมัติเองทั้งหมด!”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง พนักงานทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้น เงินที่พวกเขาควรจะได้ กลับถูกนำไปปรนเปรอให้ชู้รักในคราบผู้ช่วย

ใบหน้าของเออร์เนสโตเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีเขียวคล้ำ เขาพยายามจะคว้าไมโครโฟนลนลาน “ไม่จริง! โทมัสแกโกหก! อานา… ปิดโทรศัพท์เดี๋ยวนี้!”

ขณะที่เบียนกาทรุดเขลงลงกับพื้น ร้องไห้โฮและปฏิเสธพัลวัน “ไม่ใช่นะคะ! ฉันไม่ได้ทำ คุณเออร์เนสโตให้ฉันเอง!”

อานายิ้มอย่างสมเพช เธอไม่ได้แสดงความเสียใจเลยสักนิด ท่าทีของเธอเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นราวกับคนละคน

“ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ฉันยอมทนทุกข์เพราะคิดว่าคุณเป็นคนดีที่โชคร้าย” อานากล่าว น้ำเสียงนิ่งสนิท “แต่ตัดภาพมาวันนี้ คุณไม่เพียงแต่ทรยศความรักของฉัน แต่คุณยังโกงพนักงาน โกงบริษัท และใช้เงินสกปรกเพื่อชุบเลี้ยงผู้หญิงคนนี้”

บทสรุป: กฎแห่งกรรมทำงานเร็วกว่าที่คิด

หลังจากคืนนั้น อานาไม่หันหลังกลับไปมองอีกเลย เธอแต่งตั้งทนายความยื่นฟ้องหย่าทันที พร้อมทั้งส่งหลักฐานการทักยอกเงินทั้งหมดให้แก่กรมสรรพากรและตำรวจเศรษฐกิจ

เนื่องจากหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ทรัพย์สินทั้งหมดของเออร์เนสโต รวมทั้งคอนโดมิเนียมมูลค่า ฿390,000 ในปาซิก และส่วนแบ่งกำไร จึงถูกศาลสั่งอายัดเพื่อเข้าสู่กระบวนการชดใช้ความเสียหายและค่าปรับทางภาษี

หนึ่งปีต่อมา…

  • เบียนกา ซานโตส: ถูกไล่ออกจากบริษัทและถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์และร่วมกันฉ้อโกง เธอไม่เพียงแต่ไม่ได้คอนโดมิเนียมตามที่ฝัน แต่เงินเก็บทั้งหมดต้องหมดไปกับค่าทนาย และเธอยังต้องโทษจำคุก ลูกชายของเธอไม่ได้เข้าโรงเรียนเอกชนหรูหราอย่างที่หวัง และเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องขังแคบ ๆ แทนคอนโดหรู
  • เออร์เนสโต เรเยส: เมื่อไม่มีอานาคอยดูแล ร่างกายของเขาก็ดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว บริษัทที่เขาเคยภาคภูมิใจล้มละลาย ทรัพย์สินถูกยึดทรัพย์จนหมดสิ้น เขาต้องย้ายไปอยู่โรงพยาบาลรัฐขนาดเล็ก ไร้คนดูแล ไร้เงินทอง ไม่มีทั้งเมียหลวงที่จริงใจและชู้รักที่แสนดี ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เขาต้องนั่งรถเข็นไปฟอกไตอย่างโดดเดี่ยว ร่างกายผอมแห้ง และตระหนักได้ในที่สุดว่าประโยคที่ว่า “มันเป็นหน้าที่ของคุณอยู่แล้ว” คือประโยคที่ทำลายชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี

ส่วน อานา… หลังจากตัดเนื้อร้ายออกไปจากชีวิต เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินก้อนสุดท้ายที่ได้จากการแบ่งสินสมรสตามกฎหมายและเงินที่พี่ชายช่วยเหลือ เธอเปิดร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ในชนบทที่เงียบสงบ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มและดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ต้องแบกรับภาระและจิตใจที่แตกสลายอีกต่อไป

เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง สูดอากาศบริสุทธิ์ และคิดในใจว่า… การปล่อยมือจากคนที่ไม่เห็นค่า คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เธอเคยให้ตัวเอง

ข้อคิดจากเรื่องนี้: หน้าที่ของ “ภรรยา” คือการร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ใช่การเป็นทาสรองรับอารมณ์และตึกตักความเห็นแก่ตัวของใคร เมื่อใดที่ความดีของเรากลายเป็นของตาย และความซื่อสัตย์ถูกตอบแทนด้วยความทรยศ… การเดินออกมาคือคำตอบที่ดีที่สุด

หากเรื่องนี้ทำให้คุณได้คิดอะไรบางอย่าง อย่าลืมกดถูกใจและพิมพ์คำสั้น ๆ ไว้ในช่องแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนที่กำลังต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองค่ะ