ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนนับตั้งแต่เราแต่งงานกัน แต่สามีของฉันก็ยังไม่ยอมแตะต้องตัวฉันเลย… ทุกวันฉันได้แต่เงียบงัน แบกรับทั้งความสงสัย ความกลัว และความเจ็บปวดไว้คนเดียว ฉันคิดว่าเขาคงยังไม่สามารถมอบหัวใจให้ฉันได้… เพราะการแต่งงานครั้งนี้เกิดจากข้อตกลงของพ่อแม่ ไม่ใช่ความรัก
แต่แล้ววันหนึ่ง ฉันกลับจับได้ว่าเขากำลังทำสิ่งนี้…



“ที่รัก เราแต่งงานกันมาหนึ่งเดือนแล้วนะ ทำไมคุณยังไม่ยอมเข้าใกล้ฉันเลย?” ลาร่าถามด้วยเสียงแหบพร่า
เอเดรียนถอนหายใจ “ผมแค่เหนื่อยจากงานทั้งวัน ขอเป็นวันอื่นได้ไหม?” เขาพูดระหว่างเตรียมตัวเข้านอน
ลาร่าถอนหายใจเบา ๆ “ตามใจคุณเถอะ”
“คุณทั้งนิสัยดีและสวยมากนะ” เอเดรียนพูดพลางลูบผมเธอ
ลาร่ายิ้มขมขื่น ก่อนจะหันหลังให้ และไม่นานก็ได้ยินเสียงกรนแผ่วเบาของเขา
เธอนอนหันหน้าเข้าหาสามี มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างเงียบงัน
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่ เอเดรียน? เราแต่งงานกันมาหนึ่งเดือนแล้ว แต่คุณก็ยังไม่ยอมแตะต้องฉัน เพราะเราแต่งงานกันตามคำสั่งพ่อแม่ใช่ไหม? ถ้าคุณไม่ได้รักฉัน แล้วทำไมถึงยอมแต่งงานกับฉันล่ะ?” เธอกระซิบเบา ๆ
เธอลูบแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน พร้อมกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา
“ทุกคนบอกว่าคืนแรกของคู่แต่งงานเป็นเรื่องพิเศษ แต่ทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย? หรือว่าคุณมีคนอื่น? แต่พ่อแม่คุณก็บอกว่าคุณไม่เคยมีแฟนมาก่อน… ส่วนฉันถึงกับเลิกกับแฟนเก่าเพื่อมาแต่งงานกับคุณ เพราะทุกคนบอกว่าคุณดีกว่าเขา”
ลาร่าถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลง พยายามขับไล่ความสงสัยในใจ
**
ลาร่าจ้องมองชุดชั้นในสีแดงเลือดหมูตัวใหม่ของตัวเอง ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“เอเดรียน คืนนี้ฉันจะได้รู้ความจริงแล้ว” เธอพึมพำ
เธออาบน้ำ ทาโลชั่น และฉีดน้ำหอมที่ลำคอและข้อมือ
ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถของเอเดรียนเข้ามาในโรงรถ เขามีกุญแจบ้านของตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ปลุกเธอเวลาที่กลับดึกจากออฟฟิศ
ลาร่านอนลงบนเตียงและเริ่มนับ
“สาม… สอง… หนึ่ง!”
ประตูเปิดออก และเอเดรียนก็ชะงักทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“คุณทำอะไรอยู่ ลาร่า?” เขาถามด้วยเสียงแหบต่ำ
เธอยิ้มก่อนเดินเข้าไปหา
“ฉันแค่อยากทำให้คุณมีความสุข คุณเหนื่อยมาจากงานไม่ใช่เหรอ?”
เอเดรียนพยักหน้า “แต่ทำไมคุณแต่งตัวแบบนี้ล่ะ?”
ลาร่าดึงเนกไทของเขาออก ก่อนมองด้วยสายตาอ่อนหวาน
“ก็เพื่อทำให้คุณมีความสุขไง… หรือคุณไม่รู้สึกอะไรเลย?”
เธอโอบกอดเขาแน่น แต่แทนที่เขาจะตอบรับ กลับผลักเธอออกเบา ๆ
“ขอโทษนะ… ผมเหนื่อยมากจริง ๆ วันนี้มีลูกค้าเยอะมาก ขอโทษนะ” เขาพูดเหมือนกำลังอ้อนวอน
ลาร่าสูดหายใจลึก
“คุณจะปฏิเสธฉันคืนนี้ก็ได้… แต่ช่วยตอบคำถามฉันสามข้อก่อน”
เอเดรียนถอนหายใจ “อะไรอีกล่ะ? ผมแค่เหนื่อย แต่คุณกลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่”
“ตอบมาก่อนเถอะ”
“ก็ได้ อยากรู้อะไรล่ะ?”
“ข้อแรก… ฉันไม่สวยสำหรับคุณเหรอ?”
เอเดรียนมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“คุณสวยมาก ผิวขาว เนียน แล้วก็เซ็กซี่”
ลาร่ายิ้มออกมา
“ข้อสอง… คุณมีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า?”
“ผมสาบานเลยว่าไม่มี”
“ข้อสาม…” เธอค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อของเขา “คุณ… ไม่ใช่ผู้ชายปกติใช่ไหม?”
เอเดรียนชะงัก เขากลืนน้ำลายหลายครั้ง
“ผม… ผมไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร”
เขารีบแกะอ้อมกอดของลาร่าออก แล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที
ลาร่านิ่งอึ้ง เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เธอเปลี่ยนไปใส่ชุดนอนธรรมดา แล้วเดินไปนอนที่ห้องรับแขก
**
“ลาร่า ทำไมคืนนี้คุณมานอนที่นี่ล่ะ?” เอเดรียนถาม
“ฉันแค่อยากดูซีรีส์เกาหลี นอนที่นี่ก็คงไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เอเดรียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ได้สิ ถ้าคุณอยากน่ะ”
เขาปิดประตูห้อง
ประมาณเที่ยงคืน ลาร่าค่อย ๆ เดินออกมาและเข้าไปใกล้ห้องนอนใหญ่ เธอเปิดประตูอย่างแผ่วเบา เอเดรียนกำลังหันหลังให้
“ไม่ต้องกังวลนะที่รัก ผมไม่มีวันแตะต้องภรรยาของผมหรอก ผมแค่ต้องการเธอไว้สร้างภาพลักษณ์… และเพื่อไม่ให้พ่อแม่ผมช็อกจนหัวใจวาย อีกอย่าง ถ้าผมแต่งงาน บริษัทของพ่อก็จะตกเป็นของผม คุณต่างหากคือคนที่ผมรัก”

ดวงตาของลาร่าเบิกกว้าง
“ตอนนี้ยังไม่ได้ เราต้องแอบเจอกันไปก่อน พอทุกอย่างพร้อมแล้ว เราค่อยไปแต่งงานกันที่ต่างประเทศ ผมจะค่อย ๆ อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจ พวกท่านต้องช็อกแน่ถ้ารู้ว่าผมไม่สามารถรักผู้หญิงได้ รอผมก่อนนะ”
โลกทั้งใบของลาร่าราวกับพังทลายลงตรงหน้า
“ร้ายกาจจริง ๆ นะ เอเดรียน… คุณใช้ฉันเป็นแค่เครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ฉันจะเปิดโปงทุกอย่าง แล้วฟ้องหย่าคุณแน่” เธอกระซิบ ทั้งตัวสั่นด้วยความโกรธและเสียใจ
บทสรุป: หน้ากากที่หลุดร่วง
ลาร่าก้าวถอยหลังกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างเงียบเชียบ น้ำตาที่เคยไหลด้วยความเสียใจในตอนแรก บัดนี้ถูกแผดเผาด้วยความโกรธแค้นจนแห้งเหือด เธอไม่ได้ร้องไห้อีกต่อไป สมองของเธอเริ่มทำงานอย่างเยือกเย็นและเฉียบคม
‘ในเมื่อคุณกล้าใช้ชีวิตและหัวใจของฉันเป็นเครื่องมือ ฉันก็จะทำให้คุณสูญเสียทุกอย่างที่คุณต้องการ’
เช้าวันรุ่งขึ้น ลาร่าทำตัวปกติทุกอย่าง เธอยังคงยิ้มและส่งเอเดรียนไปทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทันทีที่ลับตาเขา ลาร่าเริ่มต้นแผนการทันที เธอติดต่อทนายความมือหนึ่ง แอบคัดลอกไฟล์เอกสารการเงิน และหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าเอเดรียนโยกย้ายสินสมรสบางส่วนเพื่อเตรียมไปสร้างอนาคตกับคนรักลับ ๆ ของเขา นอกจากนั้น เธอยังได้ไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ในคืนนั้นมาอย่างครบถ้วน
วันพิพากษา
สองสัปดาห์ต่อมา ณ คฤหาสน์ของพ่อแม่เอเดรียน บรรยากาศโต๊ะอาหารค่ำในวันรวมญาติเต็มไปด้วยความชื่นมื่น พ่อของเอเดรียนเอ่ยปากชมลูกชายที่ช่วงนี้ผลประกอบการบริษัทเติบโตขึ้น และเตรียมจะเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์บริหารทั้งหมดให้เอเดรียนอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้
“ผมต้องขอบคุณลาร่าครับพ่อ ตั้งแต่แต่งงานกันมา เธอช่วยเป็นกำลังใจให้ผมตลอด” เอเดรียนพูดพลางส่งยิ้มอบอุ่นและเอื้อมมือมาจับมือลาร่า
ลาร่ายิ้มตอบ แต่ดวงตาของเธอกลับเย็นเยียบ เธอดึงมือออกช้า ๆ ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลปึกใหญ่ลงบนโต๊ะอาหาร
“ลาร่า… นี่คืออะไรเหรอ?” แม่ของเอเดรียนถามด้วยความสงสัย
“ของขวัญครบรอบแต่งงานหนึ่งเดือนครึ่งค่ะคุณแม่” ลาร่าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “และเป็นใบเบิกทางสู่อิสรภาพของหนู”
เอเดรียนขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปเปิดซองนั้นออกดู และทันทีที่เห็นแผ่นกระดาษด้านใน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็ซีดเผือดลงทันที มันคือ หมายฟ้องหย่า ที่ระบุข้อหาการหลอกลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ พร้อมหลักฐานการทุจริตยักยอกเงินในบริษัท และคลิปเสียงสารภาพความจริงในคืนนั้น
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เอเดรียน?!” พ่อของเขาตบโต๊ะดังลั่นเมื่อได้อ่านรายละเอียด
“พะ… พ่อครับ มันไม่ใช่อย่างนั้น ลาร่าเข้าใจผิด!” เอเดรียนลนลานจนพูดติดอ่าง เขาหันไปหาลาร่าด้วยสายตาอ้อนวอน “ลาร่า อย่าทำแบบนี้ เราคุยกันได้นะ”
“ไม่มีอะไรต้องคุยค่ะเอเดรียน” ลาร่ายืนขึ้นอย่างสง่างาม “คุณบอกว่ากลัวพ่อแม่จะช็อกจนหัวใจวายถ้ารู้ว่าคุณรักผู้หญิงไม่ได้ แต่คุณกลับไม่เคยสนเลยว่าฉันจะเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องถูกขังไว้ในกรงแก้วที่มีชีวิตคู่จอมปลอมของคุณ”
เธอกวาดสายตามองพ่อแม่ของเอเดรียนที่นั่งอึ้งด้วยความผิดหวังและอับอาย
“หนูขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ แต่หนูจำเป็นต้องปกป้องตัวเอง สัญญาการโอนบริษัทในวันพรุ่งนี้คงต้องพับเก็บไปก่อน และเจอกันที่ศาลค่ะ เอเดรียน”
ชีวิตใหม่ที่ไม่มีวันหันหลังกลับ
ลาร่าเดินหันหลังออกจากคฤหาสน์หลังนั้นโดยไม่หันกลับไปมองเสียงโวยวายและเสียงทะเลาะเบาะแว้งที่ไล่หลังมา เธอสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าเต็มปอด ความอึดอัดที่สะสมมาตลอดหนึ่งเดือนเต็มได้อันตรธานหายไปสิ้น
ต่อจากนี้ไป เธอจะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าหรือใช้เธอเป็นหมากในเกมของใครอีก ลาร่าพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่เป็นของเธออย่างแท้จริง โดยไม่ต้องแบกรับความลับหรือความเจ็บปวดของคนอื่นอีกต่อไป