Posted in

“ขโมย! นั่นคือสร้อยคอของภรรยาผู้ล่วงลับของฉัน!” — มหาเศรษฐีตะโกนใส่สาวใช้… แต่คำตอบของเธอกลับพลิกโลกทั้งใบของเขา!**

“ขโมย! นั่นคือสร้อยคอของภรรยาผู้ล่วงลับของฉัน!” — มหาเศรษฐีตะโกนใส่สาวใช้… แต่คำตอบของเธอกลับพลิกโลกทั้งใบของเขา!**

ดอน อาร์ตูโร เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอำนาจและเย็นชา

เขาคือบุคคลที่ผู้คนในวงการธุรกิจต่างหวาดกลัว—เด็ดขาด โหดเหี้ยม และไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นแม้แต่น้อย

แต่เบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างขึ้น มีบาดแผลหนึ่งในชีวิตที่ไม่เคยหายดี

ยี่สิบปีผ่านไปแล้วนับตั้งแต่ เอเลนา ภรรยาสุดที่รักของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์อันน่าเศร้า

โศกนาฏกรรมครั้งนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขามาจนถึงทุกวันนี้

ทุกคนต่างบอกว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ

แต่สำหรับดอน อาร์ตูโร เรื่องราวทั้งหมดไม่เคยเรียบง่ายเช่นนั้น

ทุกค่ำคืนยามอยู่ลำพังในคฤหาสน์อันโอ่อ่า ความทรงจำมักพาเขาย้อนกลับไปยังวันสุดท้ายที่ได้พบเอเลนา

รอยยิ้มของเธอ

สัมผัสมืออันอบอุ่นของเธอ

และสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยถูกพบหลังอุบัติเหตุนั้น—

สร้อยคอมรกตสั่งทำพิเศษที่เขาออกแบบให้ภรรยาด้วยตัวเอง

สร้อยคอที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

นับจากวันนั้น ราวกับมีช่องว่างขนาดใหญ่ในหัวใจของเขาที่ไม่มีวันเติมเต็มได้

เขาไม่เคยแต่งงานอีก

และไม่เคยกลับไปเป็นคนเดิมอีกเลย

กระทั่งวันธรรมดาวันหนึ่งในคฤหาสน์ของเขา…

### การพบกันที่สั่นสะเทือนทุกสิ่ง

ภายในห้องสมุดอันกว้างใหญ่และเงียบสงบของคฤหาสน์

พนักงานใหม่คนหนึ่งกำลังทำความสะอาดอย่างขยันขันแข็ง

เธอชื่อ มายา

หญิงสาววัยยี่สิบปี รูปร่างผอมบาง แต่งกายเรียบง่าย และทำงานอย่างเงียบ ๆ ในฐานะสาวใช้ที่เพิ่งได้รับการว่าจ้าง

เธอไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

ขณะที่เธอก้มลงเช็ดฝุ่นตามซอกชั้นหนังสือ ความเหนื่อยล้าทำให้เหงื่อเริ่มซึมผ่านชุดเครื่องแบบ

ระหว่างการเคลื่อนไหว กระดุมเสื้อของเธอแง้มออกเล็กน้อย

และในวินาทีนั้นเอง—

ประกายสีเขียวส่องวาบออกมาจากลำคอของเธอ

สร้อยคอมรกตอันงดงามห้อยอยู่ตรงนั้น

ในเวลาเดียวกัน ประตูห้องสมุดก็เปิดออก

ดอน อาร์ตูโร เดินเข้ามา

เดิมทีเขาตั้งใจจะเดินผ่านอย่างเงียบ ๆ

แต่เมื่อสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่สร้อยคอเส้นนั้น…

ฝีเท้าของเขาก็หยุดนิ่งทันที

ดวงตาเบิกกว้าง

ราวกับเวลาทั้งหมดภายในห้องสมุดหยุดหมุน

เขาไม่มีทางมองผิด

เขาจำรายละเอียดทุกอย่างได้

รูปทรงของมรกต

ลวดลายทองคำอันเป็นเอกลักษณ์

รวมถึงลายสลักเล็ก ๆ ข้างจี้

เพราะเขาเป็นคนออกแบบมันด้วยตัวเอง

นั่นคือสร้อยคอของภรรยาผู้ล่วงลับ

สร้อยคอที่หายไปนานถึงยี่สิบปี

และตอนนี้…

มันกลับอยู่บนลำคอของสาวใช้ธรรมดาคนหนึ่ง

### ความจริงอันขมขื่น

ในพริบตาเดียว

ความเงียบในห้องสมุดก็ถูกทำลาย

“ขโมย!”

เสียงตะโกนของดอน อาร์ตูโรก้องไปทั่วห้อง

มายาสะดุ้งตกใจและถอยหลังด้วยความหวาดกลัว

แต่มหาเศรษฐีกลับก้าวเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

เขาคว้าแขนของหญิงสาวไว้แน่น

“โอ๊ย! คุณท่านคะ เจ็บนะคะ!”

มายาร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือใกล้จะร้องไห้

แต่ดอน อาร์ตูโรไม่สนใจ

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่สร้อยคอเพียงอย่างเดียว

เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“เธอขโมยมันมาจากไหน?!” เขาตะโกน

“ถอดมันออกเดี๋ยวนี้! นี่คือสร้อยคอของภรรยาผู้ล่วงลับของฉัน!”

มายาตัวสั่น

มือของเธอยกขึ้นจับสร้อยคอที่คอเอาไว้แน่น

“ห-หนูไม่ใช่ขโมยนะคะ…” เธอสะอื้น

“นี่เป็นมรดกที่แม่ของหนูมอบให้ค่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มหาเศรษฐียิ่งเดือดดาล

“โกหก!”

เขาคำรามเสียงดัง

“สร้อยเส้นนี้หายไปตั้งแต่ภรรยาของฉันเสียชีวิตเมื่อยี่สิบปีก่อน! แล้วของสิ่งนี้จะมาอยู่กับคนอย่างเธอได้ยังไง?!”

น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มของมายา

แต่แทนที่จะถอยหนีด้วยความหวาดกลัว

เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง

และคำพูดที่หลุดออกจากปากของเธอในวินาทีต่อมา

ก็เพียงพอที่จะทำลายทุกความเชื่อที่ดอน อาร์ตูโรยึดถือมาตลอดยี่สิบปี

“สร้อยเส้นนี้เป็นของภรรยาคุณจริงหรือคะ?”

เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่น

“ถ้าอย่างนั้น…”

“ทำไมแม่ของหนูถึงบอกว่า สามีของเธอพยายามฆ่าเธอล่ะคะ?”

“…ทำไมแม่ของหนูถึงบอกว่า สามีของเธอพยายามฆ่าเธอล่ะคะ?”

คำพูดนั้นเหมือนอัสนีบาตฟาดลงมากลางห้องสมุด มือของดอน อาร์ตูโรที่เคยบีบแขนมายาไว้แน่นพลันสลัดออกทันทีราวกับถูกของร้อน ร่างสูงใหญ่ของมหาเศรษฐีผู้ทรงอำนาจถึงกับก้าวถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือด

“เธอ… เธอพูดเรื่องบ้าอะไร?” อาร์ตูโรเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เอเลนาเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถคว่ำตกเหวเมื่อยี่สิบปีก่อน! ศพของเธอ… แม้จะไหม้เกรียมจนจำไม่ได้ แต่ผลตรวจทุกอย่างบอกว่าเป็นเธอ!”

มายาเช็ดน้ำตาบนแก้มช้า ๆ แววตาของสาวใช้ตัวเล็ก ๆ ในตอนนี้ไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่เลย มีเพียงความเจ็บปวดอันลึกซึ้งที่ส่งตรงมาถึงเขา หญิงสาวเอื้อมมือไปปลดตะขอสร้อยคอมรกตเส้นนั้นออก แล้วยื่นมันมาตรงหน้าเขา

“คุณลองดูรอยสลักที่ด้านหลังจี้มรกตสิคะ” มายาพูดเสียงสั่น “แม่บอกหนูว่า มันมีรอยบุบแผลเป็นลึกที่เกิดจากแรงกระแทกของคอนโซลรถ… รอยที่เกิดขึ้นในวินาทีที่รถของเธอกำลังจะพุ่งดิ่งลงเหว แต่เธอกระโดดรอดออกมาได้ทัน!”

ความจริงจากนรกเมื่อยี่สิบปีก่อน

อาร์ตูโรหยิบสร้อยคอมาด้วยมือที่สั่นเทา พลิกดูด้านหลังจี้มรกต… และตรงนั้น มีรอยบิ่นลึกอันเกิดจากแรงกระแทกของแข็งจริง ๆ รอยบิ่นที่เขาไม่เคยรู้เพราะไม่เคยได้เห็นสร้อยเส้นนี้อีกเลยนับจากวันเกิดเหตุ

“เป็นไปไม่ได้… ถ้าเอเลนายังไม่ตาย แล้วเธออยู่ที่ไหน? ทำไมเธอต้องหนีไปจากฉัน?” อาร์ตูโรกุมขมับ สมองหมุนคว้างจนแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่

“แม่ไม่ได้หนีไปจากคุณค่ะ… แม่หนีไปจาก ‘คนของตระกูลคุณ’ ต่างหาก”

มายาสูดหายใจลึกก่อนจะเปิดเผยความจริงที่ถูกฝังไว้ตลอดยี่สิบปี

“แม่เล่าว่า วันนั้นสายเบรกรถถูกตัด และคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘อับราฮัม’ น้องชายร่วมสายเลือดของคุณเอง! เขาต้องการกำจัดแม่เพื่อฮุบมรดก และหวังจะให้คุณตรอมใจตายตามไป หลังจากแม่รอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ในสภาพบาดเจ็บสาหัส แม่พยายามจะกลับมาหาคุณ… แต่เธอกลับไปเจออับราฮัมกำลังขู่ฆ่าพ่อแม่แท้ ๆ ของแม่เพื่อปิดปาก แม่ถึงได้รู้ว่าตราบใดที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนที่เธอรักรวมถึงตัวคุณจะต้องตกอยู่ในอันตราย”

น้ำตาของอาร์ตูโรร่วงเผาะลงบนจี้มรกตในมือ

“แม่เลยเลือกที่จะ ‘ตาย’ ไปจากชีวิตคุณ… เธอหนีไปกบดานในหมู่บ้านห่างไกล เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนประวัติ และคลอดหนูออกมา แม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและยากลำบากมาตลอดยี่สิบปี จนกระทั่งแม่จากไปด้วยโรคโรคร้ายเมื่อสามเดือนก่อน… คำสั่งเสียสุดท้ายของแม่คือให้หนูเอาสร้อยเส้นนี้มาสมัครงานที่นี่ เพื่อส่งมันคืนให้ถึงมือคุณ และบอกให้คุณระวังตัวจากคนใกล้ชิด!”

ตื่นจากฝันร้ายสู่วันพิพากษา

ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องสมุด

“พี่อาร์ตูโร? เกิดอะไรขึ้นน่ะ เสียงดังไปถึงข้างนอก…” อับราฮัม น้องชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูหราเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ แต่ทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นสร้อยคอมรกตในมือของอาร์ตูโร และใบหน้าของมายาที่ถอดแบบมาจากเอเลนาราวกับพิมพ์เดียวกัน รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าของเขาก็ดับวูบลงทันที

“นั่นมัน…” อับราฮัมอุทาน เสียงหลง ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ

ดอน อาร์ตูโร ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยโศกเศร้าบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอันน่าสะพรึงกลัว ดุดันราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ยี่สิบปีที่เขาจมอยู่กับความทุกข์ระทม ยี่สิบปีที่ภรรยาของเขาต้องซ่อนตัวอย่างทุกข์ทรมาน… ทั้งหมดเป็นเพราะงูเห่าที่เขาเลี้ยงไว้ข้างกาย!

“อับราฮัม…” อาร์ตูโรเค้นเสียงต่ำ ทรงพลัง “แกจำสร้อยเส้นนี้ได้ไหม? และแกจำลูกสาวของเอเลนาได้หรือเปล่า?”

“พ-พี่ครับ… มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะ นังเด็กนี่มันโกง! มันสร้างเรื่อง!” อับราฮัมหน้าซีดตัวสั่น พยายามจะวิ่งหนีออกจากห้อง

“ปิดประตู!” อาร์ตูโรตะโกนลั่น

วินาทีต่อมา บอดี้การ์ดชุดดำสี่คนก็ก้าวเข้ามาปิดทางออกพร้อมล็อกตัวอับราฮัมกดลงกับพื้นทันที อาร์ตูโรเดินเข้าไปหาน้องชายช้า ๆ ก่อนจะโยนสร้อยคอมรกตลงตรงหน้าเขา

“ฉันหลับตาข้างหนึ่งให้แกบริหารบริษัทมาตลอดยี่สิบปีเพราะคิดว่าแกคือน้องชายคนเดียวที่เหลืออยู่… แต่แกกลับทำลายชีวิตของผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด ยัดเยียดฝันร้ายให้ผู้บริสุทธิ์ต้องหนีตาย!” อาร์ตูโรคำรามพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดต่อสายตรงถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “ผู้การครับ… ผมมีหลักฐานชิ้นสำคัญคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อยี่สิบปีก่อน ส่งคนมาลากตัวฆาตกรที่คฤหาสน์ผมด่วน”

สายเลือดที่เหลืออยู่

หลังจากอับราฮัมถูกลากตัวออกไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องอ้อนวอน ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่ห้องสมุดอีกครั้ง

ดอน อาร์ตูโร หันกลับมามองมายา เด็กสาวที่เขาเพิ่งตะโกนใส่ว่าเปลี่ยนเป็น ‘ขโมย’ เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขามองดูดวงตา โครงหน้า และแววตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้น… มันคือสายเลือดของเขากับเอเลนาอย่างไม่ต้องสงสัย ลูกสาวที่เขาไม่เคยรู้เลยว่ามีอยู่บนโลกใบนี้

มหาเศรษฐีผู้แข็งแกร่งคุกเข่าลงต่อหน้าสาวใช้ตัวเล็ก ๆ น้ำตาแห่งความตื้นตันและสำนึกผิดไหลนองหน้า เขายื่นมืออันสั่นเทาไปกุมมือของมายาไว้

“พ่อขอโทษ… พ่อขอโทษที่ปล่อยให้หนูกับแม่ต้องลำบากมาตลอด ยี่สิบปีที่ผ่านมาพ่อมันตาบอดจริง ๆ”

มายามองชายผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังร้องไห้อยู่แทบเท้าของเธอ ความขมขื่นในใจเริ่มละลายหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมานาน หญิงสาวทรุดตัวลงโอบกอดผู้เป็นพ่อไว้แน่น

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ… แม่บอกเสมอว่าคุณพ่อเป็นคนดี และตอนนี้… แม่คงหมดห่วงแล้วล่ะค่ะ”

อาร์ตูโรกระชับอ้อมกอดลูกสาวไว้แน่น สร้อยคอมรกตในมือส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง ราวกับดวงวิญญาณของเอเลนากำลังรับรู้และอวยพรให้แก่พวกเขา วันนี้อาณาจักรธุรกิจของเขาอาจสั่นคลอนจากการจับกุมครั้งใหญ่… แต่หัวใจที่เคยตายไปแล้วตลอดยี่สิบปีของ ดอน อาร์ตูโร ได้ถูกเติมเต็มและเริ่มต้นใหม่อีกครั้งร่วมกับ ‘ลูกสาว’ ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ