Posted in

วันที่แฟนไม่ทำตามสัญญาว่าจะพาฉันไปรักษาต่างประเทศ กลับไปอยู่ที่คลินิกฝากครรภ์กับผู้หญิงท้องคนหนึ่งแทน ฉันไม่ได้ร้องไห้… แค่เงียบๆ เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินของตัวเอง”**

วันที่แฟนไม่ทำตามสัญญาว่าจะพาฉันไปรักษาต่างประเทศ กลับไปอยู่ที่คลินิกฝากครรภ์กับผู้หญิงท้องคนหนึ่งแทน ฉันไม่ได้ร้องไห้… แค่เงียบๆ เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินของตัวเอง”**

**ตอนที่ 1**

12 ปี

นั่นคือเวลาที่ฉันอยู่กับ **แดเนียล**

ฉันมีโรคทางระบบประสาทมา 3 ปีแล้ว

มือของฉันสั่นอยู่บ่อยๆ

บางครั้งถึงขั้นจับแก้วน้ำแทบไม่ได้

หมอบอกว่าฉันมีโอกาสหายมากขึ้น ถ้าได้ไปทำกายภาพบำบัดที่ต่างประเทศ

แดเนียลจับมือฉันแน่นในวันนั้น

และสัญญาไว้ว่า

> **“ฉันจะไปกับเธอ จะไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว”**

ฉันเชื่อเขา

ฉันเป็นคนจัดการทุกอย่างเองทั้งหมด

วีซ่า

เอกสารทางการแพทย์

ตารางการรักษา

รวมถึงแผนฟื้นฟูที่หนาเกือบร้อยหน้า

แต่…

สองวันก่อนวันบิน

เขาไม่มางานเลี้ยงอำลาที่เพื่อนๆ ฉันจัดให้

แทนที่จะเป็นแบบนั้น…

ฉันกลับได้รับข้อความจากเขา

> **“อิซาเบลท้อง”**
> **“แต่เด็กไม่ใช่ลูกผม”**
> **“แต่ตอนนี้เธออาการหนัก ต้องมีผมดูแล”**
> **“เลื่อนการเดินทางของเธอไปก่อน”**
> **“อย่าติดต่อผม”**
> **“และขอร้อง อย่าให้ใครพูดไม่ดีกับอิซาเบล”**

ฉันจ้องหน้าจออยู่นาน

แล้วตอบกลับไปเพียงคำเดียว

> **“โอเค”**

แทบจะในเวลาเดียวกัน…

อิซาเบลโพสต์เฟซบุ๊ก

รูปมือสองข้าง

สวมแหวนคู่

จับกันแน่น

ฉากหลังคือห้องอัลตราซาวด์ในคลินิกฝากครรภ์

แคปชัน:

> **“เขาบอกว่าจะปกป้องเราสองแม่ลูกไปตลอดชีวิต”**

คอมเมนต์เต็มไปด้วยคำยินดี

หัวใจสีแดง

คำอวยพร

ไม่มีใครสักคนคิดถึงฉัน

แฟนสาวที่คบกันมา 12 ปี

เหมือนฉันไม่เคยมีตัวตนในชีวิตเขาเลย

ฉันกดไลก์โพสต์นั้นเงียบๆ

แล้วคอมเมนต์ว่า

> **“ยินดีด้วย ขอให้มีความสุขตลอดไปนะ”**

ไม่กี่วินาทีต่อมา…

แดเนียลโทรมา

“ลบคอมเมนต์นั้นซะ”

เสียงเขาไม่โกรธ

แค่เรียบๆ

เหมือนกำลังสั่งเด็ก

“อิซาเบลจะคิดมากถ้าเห็น”

ฉันตอบเบาๆ

“โอเค”

ในสาย…

ฉันได้ยินเสียงผู้หญิง

นุ่มนวล

“แดเนียล…หมอเรียกแล้วนะ”

เสียงเขาเปลี่ยนทันที

อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“โอเค เดี๋ยวไปนะ”

เขาวางสาย

ฉันมองคอมเมนต์ตัวเอง

แล้วกดลบมัน

ต่อมา…

เพื่อนสนิทของเขามางานเลี้ยงอำลาของฉัน

“ขอโทษนะ”

“แดเนียลบอกว่ามีเหตุฉุกเฉิน”

“คงต้องเลื่อนการรักษาไปก่อนหลายเดือน”

ฉันยิ้ม

“อืม ได้ค่ะ”

เขาไม่รู้เลยว่า…

เมื่อเดือนก่อน

นิ้วของฉันชาและเจ็บจนแทบจับแก้วน้ำไม่ได้

ฉันส่งข้อความหาแดเนียล

เขาตอบกลับหลัง 4 ชั่วโมง

เหตุผลคือ…

กำลังกล่อมให้อิซาเบลนอน

ตั้งแต่นั้นมา…

ฉันไม่เคยเล่าอาการของตัวเองให้เขาฟังอีกเลย

วันถัดมา…

ฉันไปโรงพยาบาลคนเดียว เพื่อเช็กอาการครั้งสุดท้ายก่อนเดินทาง

พยาบาลที่แผนกต้อนรับถาม

“คุณเอมิลี่ใช่ไหมคะ?”

“ยังให้คุณแดเนียลเป็นผู้ติดต่อฉุกเฉินอยู่หรือเปล่า?”

ฉันนิ่งไปเล็กน้อย

“ตอนนี้…”

“ยังค่ะ”

ระหว่างรอ…

ประตูคลินิกฝากครรภ์เปิดออก

อิซาเบลเดินออกมา

ถือผลอัลตราซาวด์ในมือ

ขณะเดิน เธอกำลังคุยโทรศัพท์

“แดเนียล…หมอบอกให้ตรวจเพิ่มอีกอย่าง”

“คุณมาได้ไหม?”

เธออยู่ห่างฉันไม่ถึงสิบเมตร

ฉันได้ยินทุกคำชัดเจน

เมื่อเธอวางสาย…

พยาบาลเรียกเธอ

“คุณอิซาเบลคะ”

“ช่วยยืนยันผู้ติดต่อฉุกเฉินอีกครั้งได้ไหมคะ”

เธอยิ้ม

รับเอกสารมา

แล้วเขียนชื่อหนึ่งลงไป

ฉันเผลอเหลือบมอง

และแค่เสี้ยววินาทีเดียว…

ฉันก็เห็นมันชัดเจน

ตอนจบ: ชื่อที่ถูกลบอย่างถาวร

…ชื่อบนกระดาษแผ่นนั้นคือ “แดเนียล” พร้อมเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่เขาไม่เคยยอมให้คนไข้คนไหนนอกจากฉัน

อิซาเบลหันมาสบตากับฉันพอดี เธอยิ้มอย่างผู้ชนะพลางลูบท้องตัวเองเบา ๆ “อ้าว พี่เอมิลี่ มาตรวจโรคเหรอคะ? พอดีเลย แดเนียลกำลังจะมาที่นี่ ถ้าพี่มีอะไรอยากให้เขาช่วย… ฝากหนูบอกได้นะค”

“ไม่ต้องหรอก” ฉันยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงนิ่งสนิท “ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”

ฉันเดินกลับไปที่แผนกต้อนรับของตัวเอง ยื่นบัตรประชาชนให้พยาบาลแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “คุณพยาบาลคะ ฉันขอเปลี่ยนข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉินค่ะ”

“ได้ค่ะ จะเปลี่ยนเป็นท่านไหนดีคะ?”

ฉันหยิบปากกามาขีดฆ่าชื่อ แดเนียล ออกด้วยมือที่สั่นเทาจากตัวโรค แต่มันกลับเป็นเส้นขีดที่มั่นคงที่สุดในชีวิต 12 ปีที่ผ่านมา ฉันเขียนชื่อ “สถานทูตและหน่วยงานส่งต่อผู้ป่วยต่างประเทศ” ลงไปแทน

12 ปีที่ฉันยอมเป็นของตาย ยอมเป็นคนข้างหลัง… วันนี้ฉันตื่นแล้ว แดเนียลอยากเป็นฮีโร่ใจบุญของคนอื่น ก็เชิญเป็นไป แต่อย่ามาเป็นตัวถ่วงในชีวิตของฉันอีกเลย

วันรุ่งขึ้น ณ สนามบินนานาชาติ

ฉันนั่งอยู่บนรถเข็นของสายการบินในโซนผู้โดยสารขาออกขาต่างประเทศ กระเป๋าเดินทางทุกใบถูกโหลดใต้เครื่อง เอกสารการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลศัลยกรรมประสาทชั้นนำของเยอรมนีถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ

ฉันไม่ได้เลื่อนวันบิน… ฉันกำลังจะไปตามกำหนดเดิม และไปคนเดียว

ครืด… ครืด…

โทรศัพท์ในมือสั่นรัว ชื่อของแดเนียลปรากฏบนหน้าจอ ฉันกดรับสาย

“เอมิลี่! เธออยู่ไหน?!” เสียงแดเนียลร้อนรนและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “ฉันมาหาเธอที่อพาร์ตเมนต์แล้วทำไมห้องว่างเปล่า? ข้าวของของเธอหายไปไหนหมด?!”

“ฉันกำลังจะขึ้นเครื่องไปเยอรมนีค่ะแดเนียล” ฉันตอบเรียบ ๆ

“เธอจะบ้าหรือไง?! ฉันบอกให้เลื่อนไปก่อนไง!” เขาตวาดกลับมา “อิซาเบลเพิ่งมีอาการครรภ์เป็นพิษเมื่อคืน ฉันต้องอยู่เฝ้าเธอที่โรงพยาบาลทั้งคืนจนไม่ได้นอน เธอจะเห็นแก่ตัวไปดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ใครจะดูแลเธอที่โน่น?!”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มีทีมแพทย์และพยาบาลส่วนตัวมารับฉันตั้งแต่ลงเครื่อง” ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก เห็นเครื่องบินลำใหญ่ที่กำลังจะนำฉันไปสู่ชีวิตใหม่

“เอมิลี่! อย่ามาประชดประชันกันแบบนี้ ถ้าเธอเดินขึ้นเครื่องไปวันนี้… เราจบกัน!” แดเนียลใช้ไม้ตายเดิม ๆ ที่เขาคิดว่าฉันต้องกลัวจนยอมก้มหัวให้

ฉันหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่โล่งอกที่สุดในรอบหลายปี

“มันจบตั้งแต่คำว่า ‘โอเค’ ของฉันเมื่อวานนี้แล้วค่ะ แดเนียล”

“เธอพูดเรื่องอะไร…”

“12 ปีที่ผ่านมา ฉันรักคุณมากพอที่จะยอมให้คุณเอาเปรียบ แต่ต่อจากนี้ไป ฉันรักตัวเองมากพอที่จะไม่ยอมอยู่กับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าฉัน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึกรักหรือโกรธแค้น “ส่วนเรื่องผู้ติดต่อฉุกเฉิน… ฉันเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วล่ะ คุณไปทำหน้าที่ผู้ติดต่อฉุกเฉินและพ่อทูนหัวของลูกอิซาเบลเถอะนะ”

“เอมิลี่! เดี๋ยว…”

ฉันกดวางสายทันที จากนั้นดึงซิมการ์ดออกจากเครื่องแล้วโยนมันทิ้งลงถังขยะข้างทางอย่างไม่ใยดี

หนึ่งปีต่อมา ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี

แดเนียลในสภาพที่ซูบผอมและเหนื่อยล้า นั่งอยู่ตรงข้ามกับเพื่อนสนิทของเขาในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชีวิตของเขาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเหมือนตกนรก อิซาเบลคลอดลูกออกมาและบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย แต่อีกไม่กี่เดือนต่อมา ผลตรวจ DNA กลับระบุชัดเจนว่าเด็กไม่ใช่ลูกเขา และเธอก็หอบเงินสินสอดหนีไปกับพ่อแท้ ๆ ของเด็ก ทิ้งให้แดเนียลแบกรับหนี้สินและกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว

“แกติดต่อเอมิลี่ได้บ้างไหม?” แดเนียลเอ่ยถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาเต็มไปด้วยความเสียใจและถวิลหา

เพื่อนสนิทถอนหายใจยาวพลางยื่นแท็บเล็ตให้แดเนียลดู “คงไม่ได้แล้วล่ะ… ล่าสุดฉันเห็นโพสต์ของโรงพยาบาลที่มิวนิก”

บนหน้าจอ… ปรากฏภาพของฉันในชุดเดรสสีขาวสวยงาม ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มือทั้งสองข้างนิ่งสนิทไม่มีอาการสั่นอีกต่อไป ฉันกำลังยืนยิ้มอย่างมีความสุขเคียงข้างกับคุณหมอหนุ่มเจ้าของไข้ชาวเยอรมันผู้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและเป็นผู้ติดต่อฉุกเฉินให้ฉันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

แคปชันใต้ภาพเขียนไว้ว่า: “ยินดีกับคุณเอมิลี่ที่หายดีเป็นปกติ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่งดงาม”

แดเนียลจ้องมองภาพนั้น น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย เขาเพิ่งรู้ซึ้งในวันที่สายเกินไปว่า… ผู้หญิงที่เคยรักและซื่อสัตย์กับเขาที่สุดตลอด 12 ปี ได้เดินจากชีวิตเขาไปไกลแสนไกล และจะไม่มีวันหันหลังกลับมาหาคนทรยศอย่างเขาอีกตลอดกาล