Posted in

“เขาลูบผมฉันเบาๆ แล้วกระซิบว่า ‘ฉันรักเธอ’ หลังจากที่เรามีความสัมพันธ์กัน มันเป็นประโยคที่หวานมาก… แต่กลับเพียงพอให้ฉันรู้สึกได้ว่า เขากำลังซ่อนความลับสกปรกบางอย่างมานาน”

“เขาลูบผมฉันเบาๆ แล้วกระซิบว่า ‘ฉันรักเธอ’ หลังจากที่เรามีความสัมพันธ์กัน มันเป็นประโยคที่หวานมาก… แต่กลับเพียงพอให้ฉันรู้สึกได้ว่า เขากำลังซ่อนความลับสกปรกบางอย่างมานาน”

**ตอนที่ 1**

หลังจากที่เรามีความสัมพันธ์กัน…

ฉันเหนื่อยมากจนเผลอหลับไปทันที

ฉันไม่รู้เลยว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งรู้สึกว่ามีมือหนึ่งค่อยๆ ลูบผมฉันอย่างแผ่วเบา

จากนั้นชายที่นอนอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยกระซิบ

*”ที่รัก… ฉันรักเธอมาก”*

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่เราเป็นสามีภรรยากัน…

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดคำสามคำนั้น

แต่ฉันกลับไม่รู้สึกดีใจเลย

เพราะฉันรู้จักเขาดีเกินไป

ทุกครั้งที่เขาอ่อนโยนผิดปกติ…

นั่นหมายความว่า เขาเพิ่งทำบางอย่างที่ไม่อยากให้ฉันรู้

สามีของฉันชื่อ “แดเนียล”

เขาเป็นหมอในคลินิกเสริมความงามเอกชนชื่อดังในเมือง

หล่อ

สุขุม

และพูดเก่งมากจนทำให้คนไว้ใจได้ง่าย

ลูกค้าผู้หญิงจำนวนมากมักจองคิวเพื่อให้เขาเป็นคนให้คำปรึกษาโดยตรง

ฉันไม่เคยหึงเขาเลย

เพราะฉันไว้ใจเขา

หรือจะพูดให้ถูกคือ…

ฉัน **เคย** ไว้ใจ

ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แดเนียลเปลี่ยนไปมาก

เขากลับบ้านดึกขึ้นเรื่อยๆ

มือถือของเขามักจะคว่ำหน้าจอไว้เสมอ

แม้หลังอาบน้ำ เขาก็ยังพกมันติดตัวเข้าห้องนอน

และแทบทุกคืน…

เขาอยากใกล้ชิดฉันมากขึ้น

ตอนแรกฉันคิดว่าเขาแค่เครียดจากงาน

เลยพยายามเข้าใจเขา

จนกระทั่งคืนนี้…

ตอนที่ฉันได้ยินคำว่า “ฉันรักเธอมาก”

ฉันถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ฉันหันไปมองเขา

แดเนียลหลับสนิทแล้ว

ลมหายใจสม่ำเสมอ

เหมือนไม่เคยพูดอะไรออกมาเลย

ฉันจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วหยิบมือถือของเขาขึ้นมา

รหัสผ่าน… ยังเป็นวันเกิดของลูกสาวเรา

เขาไม่ได้เปลี่ยนมันเลย

ในรายการแชต…

มีบัญชีหนึ่งอยู่บนสุด

ชื่อเป็นเพียง:

🌼

ดอกไม้หนึ่งดอก

ไม่มีชื่อ

ไม่มีรูปโปรไฟล์

มีข้อความเดียวที่ส่งเข้ามา เกือบเที่ยงคืน

*”Sleep well, Doc.”*

ไม่มีแชตอื่นด้านบนอีกเลย

ถูกลบไปหมดแล้ว

ฉันเปิดโปรไฟล์ดู

มีแต่โพสต์โปรโมตคลินิกเสริมความงาม

ไม่มีรูปส่วนตัว

ไม่มีครอบครัว

ไม่มีอะไรเลย

แต่ในฐานะผู้หญิง…

ลางสังหรณ์ของฉันบอกว่า…

คนที่ลบแชตทั้งหมดแบบนี้…

ต้องมีอะไรบางอย่างที่ปิดบังไว้มากแน่นอน

เช้าวันถัดมา

ตีห้าครึ่ง

ฉันตื่นตามปกติ

เตรียมอาหารเช้าให้สามี

จัดกระเป๋าอาหารกลางวันให้ลูก

เตรียมยาสำหรับแม่สามีที่เป็นเบาหวาน

จากนั้นไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกับเขา

เพื่อนบ้านยิ้มให้ฉันเสมอเมื่อเห็น

*”ครอบครัวของแดเนียลโชคดีจริงๆ ที่มีลูกสะใภ้แบบนี้”*

*”ไม่มีอะไรให้ติเลยจริงๆ”*

แม่สามีจับมือฉันแน่น

แววตาเต็มไปด้วยความภูมิใจ

*”เธอดูแลดีกว่าลูกแท้ๆ ของฉันอีก”*

*”ตอนฉันเส้นเลือดในสมองตีบปีที่แล้ว ถ้าไม่ได้เธอช่วยปฐมพยาบาลทัน คงไม่รอดแล้ว”*

ฉันยิ้ม

ไม่มีใครรู้เลยว่า…

เมื่อคืนที่ผ่านมา…

ฉันเริ่มสงสัยผู้ชายที่ฉันรักและดูแลมาตลอด 6 ปี

ช่วงบ่าย

หลังไปรับยาของแม่สามี

ฉันตรงไปที่คลินิกที่แดเนียลทำงานอยู่

ฉันเปิดมือถือขึ้นมา

ยื่นสกรีนช็อตบัญชี 

🌼

 ให้พนักงานต้อนรับดู

*”ขอทราบหน่อยได้ไหมคะ ว่าหมอคนนี้คือใคร?”*

เธอมองแค่แวบเดียวก่อนยิ้ม

*”อ๋อ… คุณกำลังหาคุณหมอผู้อำนวยการของเราสินะคะ?”*

*”พอดีเลย เขาอยู่ตรงนั้นค่ะ”*

ฉันหันไปตามที่เธอชี้

ผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดเดรสสีครีม

แต่งหน้าเรียบๆ

แต่ดูสง่า

แวบแรก…

คิดว่าอายุแค่สามสิบกว่า

พนักงานต้อนรับยิ้มอย่างภูมิใจ

*”ไม่เหมือนอายุจริงเลยใช่ไหมคะ”*

*”ปีนี้ผู้อำนวยการของเราอายุ 52 ปีแล้วค่ะ”*

ฉันนิ่งไปทันที

แดเนียลเคยพูดว่า…

*”ผู้หญิงที่สวยจริงๆ ต้องสาวๆ หน่อย”*

ถ้าอย่างนั้น…

ทำไมผู้หญิงที่เขาพยายามปิดบัง…

ถึงอายุไล่เลี่ยกับแม่ของเขา?

ในวินาทีนั้นเอง…

มือถือฉันสั่น

แจ้งเตือนจากกล้อง dashcam ของรถใหม่ที่แดเนียลเพิ่งซื้อเมื่อเดือนก่อน

**”Vehicle has been started.”**

ฉันจ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นค่อยๆ ใส่หูฟัง Bluetooth

เชื่อมเสียงสดจากกล้องในรถ…

และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา…

ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น…

และในทันทีนั้น…

ทั้งร่างของฉันก็เย็นวาบไปหมด…

นี่คือบทสรุปและฉากจบ (อันเข้มข้น ดุเดือด และหักมุมอย่างเจ็บแสบ) ของเรื่องราวนี้ค่ะ:

ตอนจบ: แผนซ้อนแผน… ของแถมที่คาดไม่ถึง

เสียงผู้หญิงในหูฟังไม่ได้หวานหยดย้อยเหมือนเอมม่าหรือโซเฟียในนิยายรักน้ำเน่า แต่มันคือเสียงที่แหบพร่า ทรงอำนาจ และคุ้นเคยจนน่าขนลุก

“แดเนียล… เรื่องยาล็อตใหม่เรียบร้อยไหม? ยายแก่นั่นกินเข้าไปหรือยัง?”

เสียงของแดเนียล สามีผู้แสนดีของฉันตอบกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงประจบสอพลออย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน “เรียบร้อยครับที่รัก ผมแอบเปลี่ยนยาเบาหวานของแม่ผมเป็นยาตัวใหม่ที่คุณให้มาแล้ว ยาตัวนี้จะค่อย ๆ ทำให้เส้นเลือดในสมองอุดตันซ้ำสองแบบจับมือใครดมไม่ได้ หมอคนไหนตรวจก็คิดว่าเป็นเพราะโรคประจำตัวกำเริบ”

“ดีมาก…” เสียงผู้อำนวยการวัย 52 ปีหัวเราะเบา ๆ “ถ้าแม่แกตาย เงินประกัน 50 ล้านเปโซกับบ้านหลังนั้นจะตกเป็นของแกทันที แล้วเราค่อยหาทางเขี่ยยัยเมียหน้าโง่ของแกออกจากบ้าน ทรัพย์สินทั้งหมดจะได้กลายเป็นของเราสองคน”

“ผมทนอยู่กับยัยนั่นมา 6 ปีก็เพื่อเงินก้อนนี้แหละครับ เมื่อคืนผมยังต้องแกล้งทำเป็นนอนมีอะไรกับมัน แล้วบอกรักมันเพื่อไม่ให้มันสงสัยเลย… ผมสะอิดสะเอียนจะแย่”

ทุกลมหายใจของฉันสะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปถึงปลายเท้า น้ำตาที่ควรจะไหลกลับแห้งเหือด เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นมาจนอกแทบระเบิด

ผู้ชายที่ฉันดูแลราวกับเจ้าชาย ผู้หญิงที่ฉันนับถือเป็นแม่… ทั้งคู่กำลังร่วมมือกัน ฆ่าแม่แท้ ๆ ของตัวเอง และวางแผนจะ ฮุบเงินพร้อมเขี่ยฉันทิ้ง

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ มือที่สั่นเทากดบันทึกเสียงจากกล้องหน้ารถทั้งหมดลงในคลาวด์ส่วนตัวทันที ลางสังหรณ์ของฉันถูกทั้งหมด แต่สิ่งที่ฉันได้เจอ… มันสกปรกและโหดเหี้ยมกว่าการนอกใจธรรมดาหลายเท่า!

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ บ้านตระกูลของแดเนียล

แดเนียลเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าท่าทางเศร้าหมองที่เขาพยายามแสดงออกมา วันนี้เขาตั้งใจจะป้อนยา “มรณะ” เม็ดสุดท้ายให้แม่ของเขาเพื่อปิดเกม

“ที่รัก… แม่หลับหรือยัง? ผมเอายามาให้” แดเนียลเอ่ยถามฉันที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น

“แม่ยังไม่หลับหรอกค่ะแดเนียล… และแม่ก็จะไม่กินยาเม็ดนั้นด้วย” ฉันหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

แดเนียลชะงัก คิ้วขมวดแน่น “คุณพูดเรื่องอะไรมีอา? อย่ามาล้อเล่นนะ เอามาให้ผม…”

ผลัก! ประตูห้องนอนของแม่สามีเปิดออก แม่สามีที่แดเนียลคิดว่านอนป่วยอัมพฤกษ์อยู่บนเตียง เดินก้าวออกมาด้วยร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ แววตาของท่านเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเกลียดชัง จ้องมองลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง

“ม… แม่?!” แดเนียลหน้าถอดสี ก้าวถอยหลังด้วยความช็อก “แม่เดินได้ยังไง? แล้ว…”

“แกอยากให้ฉันตายขนาดนั้นเลยเหรอแดเนียล?!” แม่สามีตวาดลั่นน้ำตานองหน้า “ถ้าไม่ได้มีอาเอายาที่แกเปลี่ยนไปตรวจที่โรงพยาบาลใหญ่ และคอยแอบสลับยาจริงให้ฉันกินตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันคงกลายเป็นศพเพราะฝีมือลูกในไส้ไปแล้ว!”

“ไม่จริง… แม่ครับ มันต้องมีเรื่องเข้าใจผิด!” แดเนียลลนลาน หันมาทางฉันทันที “มีอา! คุณทำบ้าอะไรของคุณ?!”

ฉันไม่ได้ตอบ แต่กดรีโมตเปิดทีวีจอยักษ์ในห้องนั่งเล่น หน้าจอไม่ได้ฉายละคร แต่ฉาย คลิปเสียงและวิดีโอจากกล้องหน้ารถ ที่แดเนียลนัดแนะวางแผนฆาตกรรมกับชู้รักวัย 52 ปีของเขาอย่างชัดเจนทุกคำพูด ไม่เพียงเท่านั้น หน้าจอยังแสดงเอกสารหลักฐาน การยักยอกเงินคลินิก ที่ฉันแอบเข้าไปสืบและดาวน์โหลดมาจากบัญชีลับในมือถือของเขาในคืนนั้นด้วย

“หลักฐานทั้งหมดนี้ ถูกส่งให้ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วค่ะ แดเนียล” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

วินาทีแห่งการล่มสลาย

เสียงไซเรนรถตำรวจดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าบ้าน ประตูถูกพังเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนายที่ก้าวเข้ามาล้อมตัวแดเนียลไว้

ในเวลาเดียวกัน ข่าวทีวีช่องใหญ่รายงานข่าวด่วน: บุกจับผู้อำนวยการคลินิกเสริมความงามชื่อดังวัย 52 ปี ข้อหาพยายามฆ่าและฉ้อโกงทรัพย์สิน

แดเนียลทรุดลงกับพื้นทันที บอดี้การ์ดและตำรวจเข้ามากดตัวเขาไว้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความสิ้นหวัง เขามองฉันราวกับมองปีศาจ

“มีอา… ผมขอโทษ! ผมผิดไปแล้ว อย่าทำแบบนี้กับผมเลยนะ! เรายังมีลูกสาวด้วยกันนะ!” เขาร้องไห้สะอึกสะอื้น วิงวอนขอความเมตตา

ฉันเดินเข้าไปใกล้เขา ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเขาด้วยประโยคเดียวกับที่เขาเคยพูดกับฉันในคืนนั้น… น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่อาบไปด้วยยาพิษ

“ที่รัก… ฉันรักเธอมากนะ”

ฉันผละออกมาและมองเขาถูกลากตัวออกไปจากบ้านในสภาพหมดรูป โดนยึดใบประกอบวิชาชีพแพทย์ และต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ทรัพย์สินทั้งหมดของเขาถูกศาลสั่งยึดและโอนเป็นของแม่สามีและลูกสาวของฉันแต่เพียงผู้เดียว

ฉันหันไปกอดแม่สามีและลูกสาวที่เดินเข้ามาหา ความจริงอันสกปรกถูกกวาดล้างออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว และต่อจากนี้… จะไม่มีความลับหรือคำโกหกใด ๆ มาทำร้ายครอบครัวที่แท้จริงของฉันได้อีกต่อไป