Posted in

หลังจากแม่สามีของฉันทาครีมที่สามีซื้อเป็นของขวัญให้ลงบนใบหน้าของเธอ ฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้น ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของเรา ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่ควรจะตายในคืนนั้น… คือฉันเอง*

*หลังจากแม่สามีของฉันทาครีมที่สามีซื้อเป็นของขวัญให้ลงบนใบหน้าของเธอ ฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้น ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของเรา ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่ควรจะตายในคืนนั้น… คือฉันเอง**

“**ถ้าแม่ของฉันตาย ลีรา… เธอก็จะไม่มีวันรอดเหมือนกัน**”

นั่นคือเสียงตะโกนของเอ็นโซผ่านโทรศัพท์ในคืนครบรอบแต่งงานปีที่สามของเรา

เพียงสิบนาทีก่อนหน้านั้น ฉันเพิ่งพูดกับเขา ขณะนั่งอยู่บนขอบเตียง ผมยังเปียกอยู่

“ครีมราคาแพงที่คุณซื้อให้ฉันน่ะเหรอ? ฉันยังไม่ได้ใช้เลย แม่อิเมลดาเห็นเข้า เธอบอกว่าจะเอาไปใช้เอง จะได้ดูหน้าเด็กลง”

ปลายสายไม่มีน้ำเสียงของสามีที่กำลังหงุดหงิด

ไม่ใช่ความหึงหวง

ไม่ใช่การบ่น

และไม่ใช่คำหวาน

มีเพียงความเงียบ

ตามด้วยลมหายใจยาวที่สั่นสะท้าน

จากนั้น…

เสียงตะโกนของเขาแทบทำให้แก้วหูฉันแตก

“**เธอทำอะไรลงไป ลีรา? พระเจ้า… เธอทำอะไรลงไป!**”

ทั้งร่างของฉันแข็งทื่อในทันที

คืนนั้น เอ็นโซบอกว่าเขาอยู่ที่เมืองตากอากาศแห่งหนึ่งเพื่อเข้าร่วม “การประชุมด่วน” ของบริษัทเภสัชกรรมที่เขาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย

ตั้งแต่เช้า เขาดีกับฉันผิดปกติ

ฉันตื่นขึ้นมาและพบอาหารเช้าวางอยู่ข้างเตียง ทั้งกาแฟหนึ่งแก้ว ขนมปังอุ่น ๆ และกล่องกำมะหยี่สีแดงผูกริบบิ้นสีทอง

“ของขวัญวันครบรอบแต่งงานสำหรับเธอ ที่รัก” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ฉันไม่ได้เห็นมานาน

“ครีมบำรุงผิวกลางคืนจากสวิตเซอร์แลนด์ สูตรพิเศษ ไม่มีขายตามห้าง อาบน้ำเสร็จแล้วทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ปิดไฟ แล้วพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมา เธอจะกลายเป็นคนละคน”

ฉันควรจะมีความสุข

แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น

เพราะหลายเดือนที่ผ่านมา สายตาที่เอ็นโซมองฉัน เหมือนมองของเก่าที่หมดคุณค่าแล้ว

ต่อหน้าคนอื่น ชีวิตคู่ของเราดูสมบูรณ์แบบ

บ้านสวยในกรุงเทพฯ

งานของเอ็นโซมั่นคง

รถหรู

ส่วนฉัน ผู้หญิงธรรมดาจากต่างจังหวัด มักถูกเพื่อนบ้านพูดว่าโชคดีที่ได้แต่งเข้าตระกูลวิลลานูเอวา

แต่ไม่มีใครรู้ว่า…

ในบ้านหลังนั้น ฉันไม่ใช่ภรรยา

ฉันเป็นเพียงแขกคนหนึ่ง

ราชินีตัวจริงคือแม่สามีของฉัน

คุณอิเมลดา

เธอไม่เคยเคาะประตูห้องนอนของเรา

เธอเปิดเข้ามาเองทุกครั้ง

เปิดลิ้นชักของฉัน

หยิบน้ำหอมของฉัน

กระเป๋าถือ

วิตามิน

แม้แต่ของฝากที่แม่ส่งมาให้จากบ้านเกิด

“ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ลูกชายฉันเป็นคนซื้อ”

เธอพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“อย่าทำตัวเหมือนบ้านนี้เป็นของเธอ ถ้าไม่ได้เอ็นโซ ป่านนี้เธอคงยังขายของอยู่ในตลาด”

ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้ เอ็นโซจะเข้ามาลูบหลังแล้วพูดว่า

“ลีรา แม่แก่แล้ว เข้าใจหน่อย อย่าคิดมากเลย เธอดีกว่าแม่อยู่แล้ว”

ตอนแรกฉันเชื่อเขา

จนกระทั่งฉันเหนื่อย

ตลอดสามปี ฉันอดทนต่อคำดูถูกทุกอย่าง เพียงเพื่อรักษาครอบครัวนี้ไว้

เพราะเหตุนี้เอง เมื่อเห็นกล่องสีแดงวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ฉันจึงตั้งใจไม่เปิดมันทันที

ไม่รู้ทำไม ฉันมั่นใจว่าแม่สามีจะต้องเจอมัน

และก็เป็นอย่างที่คิด

ประมาณสามทุ่ม เธอกลับมาจากการไปเล่นบิงโกกับเพื่อน

ฉันได้ยินเสียงส้นรองเท้าของเธอดังมาตามทางเดิน

ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องก็เปิดออก

“โอ้โห ของหรูมาใหม่อีกแล้วสินะ”

สายตาของเธอจับจ้องไปที่กล่องสีแดงทันที

“เอ็นโซซื้อให้ค่ะ”

ฉันตอบเบา ๆ

“วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของพวกเรา”

เธอแสยะยิ้ม

“ครบรอบแต่งงานเหรอ? สามปีแล้วที่เธอสร้างภาระให้ลูกชายฉัน คนที่ควรซื้อของขวัญคือเธอต่างหาก”

เธอเปิดกล่องก่อนที่ฉันจะห้ามทัน

ข้างในเป็นกระปุกสีดำใบเล็ก

ไม่มีฉลาก

ฝาสีเงิน

ดูแพง

ดูเหมือนของลับบางอย่าง

“คงเป็นครีมไว้ล้างความบ้านนอกบนหน้าของเธอล่ะมั้ง”

เธอหัวเราะ ก่อนหยิบกระปุกแล้วเดินออกจากห้อง

ฉันไม่ได้ตามไป

ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว

ฉันอาบน้ำ

แล้วกลับมานั่งบนเตียง

พยายามบอกตัวเองว่า มันก็แค่ครีม

ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องในวันครบรอบแต่งงาน

เวลาสี่ทุ่มครึ่ง เอ็นโซโทรมา

ตอนแรกเสียงของเขายังอ่อนโยน

“อาบน้ำแล้วใช่ไหม”

“อาบแล้ว”

“ใช้ครีมหรือยัง”

ฉันหัวเราะเบา ๆ

เป็นเสียงหัวเราะที่ขมขื่น

“ยังเลย แม่ของคุณหยิบไปแล้ว ดูเหมือนเธอจะชอบมาก ตอนนี้คงกำลังบำรุงผิวอยู่”

และนั่นคือวินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

“อะไรนะ?”

“ฉันบอกว่า… คุณแม่อิเมลดาเป็นคนใช้”

เขาเงียบไปทันที

เป็นความเงียบที่ยาวนานเหลือเกิน

“ลีรา… ฟังฉันนะ รีบไปที่ห้องแม่เดี๋ยวนี้ ล้างหน้าของแม่ออก เดี๋ยวนี้!”

“ทำไม?”

“ทำตามที่ฉันบอก! อย่าถาม!”

มือของฉันเย็นเฉียบ

“เอ็นโซ… นั่นมันครีมจริง ๆ ใช่ไหม?”

เขาไม่ตอบ

และเป็นครั้งแรก…

ฉันได้ยินความหวาดกลัวที่แท้จริงในน้ำเสียงของเขา

“ถ้าแม่ของฉันเป็นอะไรไป ลีรา… ชีวิตของเธอจบแน่”

ฉันรีบลุกขึ้น

เท้าแทบลื่นเพราะยังเปียก

ฉันวิ่งไปยังห้องของคุณอิเมลดา

มีแสงสลัวลอดออกมาจากใต้ประตู

และ…

มีกลิ่นฉุนรุนแรง

ขม

เหมือนสารเคมีที่ไม่ควรสัมผัสผิวหนังมนุษย์

ฉันผลักประตูเข้าไป

คุณอิเมลดานอนกองอยู่บนพื้น

ร่างกายชักเกร็ง

หายใจลำบาก

มือกุมคอแน่น

ใบหน้าและลำคอถูกปกคลุมด้วยชั้นสีเทาหม่น

ฉันทนมองต่อไม่ไหว

รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ หยิบผ้าชุบน้ำ แล้วพยายามเช็ดของเหลวนั้นออกจากใบหน้าของเธอ ทั้งที่ตัวสั่นไม่หยุด

“คุณแม่! คุณแม่! ได้โปรดตื่นเถอะ!”

ข้างเตียง…

กระปุกสีดำยังเปิดค้างอยู่

และในวินาทีนั้นเอง…

เหมือนกำแพงมหึมาพังทลายลงในหัวของฉัน

นั่นไม่ใช่ของขวัญ

มันไม่ใช่ครีม

เอ็นโซไม่เคยรักฉันเลย

และคนที่ควรนอนใกล้ตายอยู่บนพื้นในคืนนั้น…

ก็คือฉัน

ขณะที่กำลังโทรเรียกรถพยาบาล โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เอ็นโซ

ฉันรับสายด้วยมือที่ยังสั่น

แต่ก่อนที่ฉันจะทันพูดอะไร…

ฉันได้ยินเขากระซิบกับผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะเอ็นโซ? นังบ้านนอกนั่นตายหรือยัง? เราจะได้เสวยสุขกับเงินประกันและใบหุ้นของตระกูลสักที”

เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวปริศนาดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ พร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างผู้ชนะ ตามด้วยเสียงกระซิบตอบของเอ็นโซที่เย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ

“น่าจะเรียบร้อยแล้วล่ะที่รัก สารพิษเข้มข้นที่ฉันผสมลงไปในครีมนั่น แค่ซึมเข้าสู่ผิวหนังไม่ถึงชั่วโมง ระบบทางเดินหายใจก็ล้มเหลวเฉียบพลัน ต่อให้ชันสูตรก็ตรวจเจอได้ยากมาก… ตอนนี้ลีราคงกลายเป็นศพเฝ้าห้องไปแล้ว”

ฉันยืนนิ่งค้าง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นสะท้าน แต่น้ำตาที่เคยไหลกลับแห้งเหือดไปในพริบตา ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความสมเพชอย่างถึงที่สุด

ฉันหันไปมองร่างของคุณอิเมลดาทีตากำลังเหลือกค้าง น้ำลายฟูมปาก และผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำจากการซึมซับสารพิษร้ายแรงที่ลูกชายสุดที่รักของเธอตั้งใจเตรียมไว้ให้ ‘เมีย’ ของเขา

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกรอกเสียงที่เรียบเฉียบและเยือกเย็นที่สุดในชีวิตลงไปในสาย

เอ็นโซ…

จุดจบของคนทรยศ

ปลายสายเงียบกริบไปทันที ลมหายใจของเอ็นโซสะดุดกึก ฉันได้ยินเสียงเขาลนลานปรับเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างรวดเร็ว

“ลีรา?! เธอ… เธอยังไม่ตายเหรอ? แล้วแม่… แม่ล่ะ?!”

“แผนของคณสมบูรณ์แบบมากเลยค่ะ” ฉันเค้นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสยดสยองไม่แพ้กัน “แต่คุณคงลืมไปว่า แม่ของคุณชอบแย่งของทุกอย่างที่เป็นของฉัน… รวมถึงครีมกระปุกนี้ด้วย”

“ไม่จริง… ไม่จริง!” เอ็นโซกรีดร้องเหมือนคนบ้าผ่านโทรศัพท์ “แม่! แม่ครับ!”

“ตอนนี้แม่ของคุณกำลังทรมานอย่างแสนสาหัสเลยล่ะ เอ็นโซ… และน่าเสียดายที่ฉันเพิ่งกดโทรศัพท์อัดเสียงที่คุณคุยกับชู้รักไว้ได้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”

ฉันกดวางสายทันทีโดยไม่รอฟังเสียงร้องอ้อนวอนหรือเสียงสบถของเขา

คืนครบรอบที่ไม่มีวันลืม

ไม่กี่นาทีต่อมา รถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงบ้านหลังใหญ่ในกรุงเทพฯ คุณอิเมลดาสิ้นใจระว่างทางไปโรงพยาบาล สารพิษในครีมนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายของหญิงชราจะรับไหว

หลักฐานทุกอย่างมัดตัวเอ็นโซอย่างดิ้นไม่หลุด:

  • กระปุกครีมสีดำ ที่พบสารเคมีต้องห้ามจากห้องแล็บของบริษัทเขา
  • คลิปเสียงบันทึกการสนทนา ที่ฉันอัดไว้ก่อนวางสาย
  • ประวัติการทำประกันชีวิต ชื่อฉัน โดยมีเขาเป็นผู้รับผลประโยชน์เพียงผู้เดียว ซึ่งถูกเปิดโปงในเวลาต่อมา

เอ็นโซและชู้รักของเขาถูกจับกุมที่รีสอร์ตในเช้าวันรุ่งขึ้น ภาพของอดีตผู้จัดการหนุ่มอนาคตไกลที่ถูกใส่กุญแจมือพร้อมใบหน้าซีดเผือดฉายซ้ำไปซ้ำมาในข่าวหน้าหนึ่ง

ฉันยืนมองบ้านหลังใหญ่ที่เคยมืดมนและเต็มไปด้วยความกดดัน ตอนนี้มันว่างเปล่า… และกลายเป็นของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในฐานะภรรยาเพียงคนเดียว

ฝันร้ายสามปีได้จบลงแล้ว พร้อมกับบทเรียนราคาแพงที่เอ็นโซต้องชดใช้ด้วยอิสรภาพทั้งชีวิตในคุก… โทษฐานที่เขาเป็นคนลงมือฆ่าแม่แท้ ๆ ของตัวเองด้วยน้ำมือของเขาเอง