Posted in

เธอเจาะรูเล็ก ๆ บนผนัง เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าสามีนอกใจหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอเห็นในคืนนั้น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

เธอเจาะรูเล็ก ๆ บนผนัง เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าสามีนอกใจหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอเห็นในคืนนั้น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

**ตอนที่ 1**

หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เอเลน่ายังคงเชื่อว่าบ้านของพวกเขาในเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

มันไม่ใช่บ้านหรูหรา

ไม่ใช่บ้านที่เหมือนในนิตยสาร

แต่ทุกเช้าจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ มีขนมปังปิ้งร้อน ๆ ทุกเช้าวันอาทิตย์ และเสียงหยอกล้อของสามี เมาริซิโอ ทุกครั้งที่เขากลับจากที่ทำงานในย่านสีลมด้วยความเหนื่อยล้า

เมาริซิโอทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัทโลจิสติกส์และขนส่ง ได้รับเงินเดือนประมาณ **72,000 บาทต่อเดือน**

ส่วนเอเลน่าขายขนมโฮมเมดทางออนไลน์

พวกเขาไม่ได้ร่ำรวย

แต่ก็มีชีวิตที่พออยู่พอกิน

หรืออย่างน้อย…

เอเลน่าก็เคยคิดแบบนั้น

คืนวันอังคารคืนหนึ่ง ขณะกำลังกินซุปกับขนมปัง เมาริซิโอวางช้อนลงกะทันหัน

ใบหน้าของเขาซีดเผือด

และจริงจังผิดปกติ

“เอเลน่า… ช่วงนี้ผมขอไปนอนห้องรับแขกสักพักนะ”

เอเลน่าชะงัก

“หมายความว่า… เราจะนอนแยกห้องกันเหรอ?”

เมาริซิโอไม่ยอมสบตา

“แค่ไม่กี่วัน ผมเหนื่อยมาก”

สำหรับเอเลน่า

นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก

แต่มันคือจุดเริ่มต้นของระยะห่าง

จุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่อาจไม่มีวันซ่อมแซมได้

“คุณไม่รักฉันแล้วใช่ไหม…” เสียงของเธอสั่นเครือ

“อย่าพูดแบบนั้น”

“ถ้าอย่างนั้นก็อธิบายสิ”

เมาริซิโอถอนหายใจยาว

“มันไม่เกี่ยวกับคุณ”

แต่ประโยคนั้นกลับยิ่งทำให้หัวใจของเอเลน่าแตกสลายมากกว่าเดิม

คืนนั้นเอง เมาริซิโอย้ายไปนอนห้องรับแขก

นับจากวันนั้น

ชีวิตของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป

ตอนเช้า…

เขายังคงเป็นสามีที่อ่อนโยน

ชงกาแฟให้

ลูบผมเธอเบา ๆ

ยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ทุกคืน…

เขาจะเดินเข้าไปนอนที่ห้องรับแขกเสมอ

เอเลน่าเริ่มสงสัย

เธอตรวจเสื้อผ้าของเขา

ดมกลิ่นน้ำหอม

แอบดูโทรศัพท์มือถือ

แม้แต่แอบฟังอยู่หลังประตูห้อง

แต่ก็ไม่พบอะไรเลย

และนั่นกลับยิ่งทำให้เธอแทบเป็นบ้า

บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เมาริซิโอออกไป “ตรวจสุขภาพตามนัด”

เอเลน่าจึงเรียกช่างเข้ามาที่บ้าน

“ช่วยเจาะรูเล็ก ๆ บนผนังตรงนี้ให้ฉันหน่อย”

รูเล็กมาก

เล็กพอที่จะสอดสายไฟได้

คืนนั้น

เอเลน่านั่งรอ

10 นาที

20 นาที

เมื่อเมาริซิโอเดินเข้าห้องรับแขกในที่สุด…

เธอค่อย ๆ เดินไปที่ผนัง

แล้วแอบมองผ่านรูเล็กนั้น

สิ่งที่เธอเห็น

ไม่ใช่การนอกใจ

ไม่มีผู้หญิงคนอื่น

แต่เป็นบางสิ่ง…

ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น

เมาริซิโอนั่งอยู่ริมเตียง

น้ำตาไหลเงียบ ๆ

เขากัดผ้าขนหนูไว้ในปาก

ก่อนจะใช้เข็มฉีดยาแทงเข้าที่หน้าท้องของตัวเอง

บนโต๊ะมีทั้งยา ผลตรวจทางการแพทย์ และแฟ้มเอกสารจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงถึงหลายแสนบาท

จากนั้นเขาหยิบรูปถ่ายวันแต่งงานของทั้งคู่ขึ้นมา

จูบมันเบา ๆ

แล้วกระซิบว่า

“ยกโทษให้ผมด้วยนะ เอเลน่า… ผมไม่อยากให้คุณเห็นผมค่อย ๆ ตายไปต่อหน้าต่อตา”

เอเลน่ารีบเอามือปิดปากตัวเอง

เพื่อไม่ให้กรีดร้องออกมา

เพราะในวินาทีนั้น…

เธอเพิ่งเข้าใจว่า

ความจริงที่เธอตามหา

ไม่ใช่เรื่องการนอกใจ

แต่คือการสูญเสีย

ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าของเธอเอง

ตอนจบ

เข่าของเอเลน่าทรุดลงกับพื้นห้องอันเย็นเฉียบ น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลทะลักออกมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เสียงสะอื้นที่พยายามสะกดไว้ทำให้อกของเธอเจ็บปวดจนแทบจะระเบิดออก

เขากำลังจะตาย… สามีที่รักเธอสุดหัวใจกำลังจะจากเธอไป และสิ่งที่เขาเลือกทำคือการเผชิญหน้ากับมัจจุราชเพียงลำพัง เพื่อปกป้องเธอจากความทุกข์ทรมาน

เอเลน่าไม่ได้วิ่งเปิดประตูเข้าไปในทันที เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ นึกถึงกลิ่นกาแฟในตอนเช้า นึกถึงรอยยิ้มที่เขาพยายามปั้นแต่งทั้งที่ร่างกายกำลังถูกโรคร้ายกัดกิน เงินเดือน 72,000 บาท ที่เคยคิดว่าเพียงพอ กลับกลายเป็นเศษเงินเมื่อต้องเทียบกับค่ารักษาพยาบาลหลักแสน และนั่นคือเหตุผลที่เขาแยกห้องนอน เพราะเขาไม่อยากให้เธอเห็นอาการทรุดหนักในตอนกลางคืน ไม่อยากให้เธอเห็นความอ่อนแอที่เขากำลังเผชิญ

เธอปาดน้ำตา ยืดอกขึ้น ความอ่อนแอในใจมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเด็ดเดี่ยว

‘ในเมื่อคุณเลือกที่จะปกป้องฉัน… ฉันก็จะเลือกที่จะสู้ไปพร้อมกับคุณ’

เอเลน่าเดินไปที่ประตูห้องรับแขก เธอไม่ได้เคาะ แต่มือเรียวค่อย ๆ บิดลูกบิดประตูเปิดเข้าไปอย่างเบามือ

เมาริซิโอสะดุ้งสุดตัว เขารีบซ่อนเข็มฉีดยาและแฟ้มเอกสารไว้ข้างหลังด้วยท่าทีลนลาน ใบหน้าซีดเผือดนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เอเลน่า… คุณเข้ามาทำไม? ผมบอกแล้วไงว่า—”

คำพูดของเขาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเอเลน่าเดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าเตียง เธอเอื้อมมือไปจับมือที่สั่นเทาของเขาไว้แน่น ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา ไม่มีแววตาแห่งความระแวงสงสัยอีกต่อไป มีเพียงความรักอันลึกซึ้งและหยาดน้ำตาที่ไหลริน

“ฉันรู้หมดแล้ว… เมาริซิโอ” เสียงของเธอสั่นแต่หนักแน่น

เมาริซิโอตัวแข็งทื่อ น้ำตาของลูกผู้ชายที่เขาพยายามซ่อนไว้ไหลพราก “คุณ… รู้?”

“อืม รู้หมดแล้ว” เอเลน่าดึงมือของเขาขึ้นมาแนบแก้ม “คุณคิดว่าฉันจะมีความสุขเหรอ ถ้าต้องตื่นมาในวันหนึ่งแล้วพบว่าคุณจากไปโดยที่ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย? บ้านหลังนี้ กลิ่นกาแฟตอนเช้า หรือชีวิตที่พออยู่พอกิน… มันไม่มีความหมายอะไรเลยนะถ้าไม่มีคุณ”

“แต่ค่ารักษา… มันแพงมากนะเอเลน่า ผมไม่อยากให้คุณต้องหมดตัว ไม่อยากให้คุณต้องลำบากตอนที่ผมไม่อยู่” เมาริซิโอสะอื้นไห้ซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ

“เราจะขายบ้าน เราจะขายทุกอย่างที่มี” เอเลน่ากอดเขาไว้แน่น ลูบหลังเขาเบา ๆ เหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ “ฉันขายขนมออนไลน์ได้ เงินแค่นั้นเราหาใหม่ได้ แต่สามีคนนี้… ฉันหาใหม่ไม่ได้อีกแล้วนะ”

เมาริซิโอปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็ก ๆ ความอึดอัดและโดดเดี่ยวที่แบกไว้หลายเดือนพังทลายลงในอ้อมกอดของภรรยา เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป

คืนนั้น เอเลน่าย้ายกลับมานอนเคียงข้างเขาในห้องรับแขกเล็ก ๆ ห้องนั้น มือของทั้งสองเกาะกุมกันไว้แน่นหนา

แม้หนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความมืดมนและโรคร้ายที่ยากจะหยั่งถึง แต่เอเลน่ารู้ดีว่า รูเล็ก ๆ บนผนังห้องในคืนนี้ ไม่ได้เปิดออกเพื่อพบกับความแตกแยก… แต่เปิดออกเพื่อให้เธอได้ก้าวเข้าไปเติมเต็มเวลาที่เหลืออยู่ของกันและกัน และสู้กับโชคชะตาจนถึงวินาทีสุดท้าย