Posted in

ขณะที่อุ้มลูกสาวแรกเกิดอยู่ในอ้อมแขน ฉันตัดสินใจขายบ้านที่สามีคิดว่าเป็นของเขา—โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ทันทีที่ฉันเซ็นชื่อ เอกสารปลอมและผู้หญิงที่เขาภูมิใจนักหนากำลังจะถูกเปิดโปง

ขณะที่อุ้มลูกสาวแรกเกิดอยู่ในอ้อมแขน ฉันตัดสินใจขายบ้านที่สามีคิดว่าเป็นของเขา—โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ทันทีที่ฉันเซ็นชื่อ เอกสารปลอมและผู้หญิงที่เขาภูมิใจนักหนากำลังจะถูกเปิดโปง

ฉันใช้มือเพียงข้างเดียวเซ็นเอกสารขายบ้าน

แขนซ้ายอุ้มลูกสาวแรกเกิด ส่วนมือขวาสั่นเทาเพราะความเจ็บปวด

เมื่อเจ้าหน้าที่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ถามว่าสามีของฉันยินยอมให้ขายบ้านหรือไม่ ฉันตอบอย่างสงบนิ่งว่า

“สามีของฉันเสียชีวิตไปแล้วค่ะ”

ทั้งที่จริงแล้ว เอเดรียน ซาลาซาร์ ยังมีชีวิตอยู่

สุขภาพแข็งแรง มีชื่อเสียง และได้รับการชื่นชมจากทั้งนักศึกษาและแฟนคลับมากมาย

แต่ในฐานะสามีของฉัน และพ่อของลูก เขาได้ตายจากชีวิตฉันไปนานแล้ว

ฉันอยู่ที่สำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในจาการ์ตา ตอนที่ลูกสาวของฉัน ลูน่า เริ่มร้องไห้ ฉันเคยชินกับการอุ้มเธอด้วยมือข้างเดียวพร้อมโยกเบา ๆ เพื่อปลอบ

ข้อมือของฉันปวดมาก

ปวดมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว

คุณหมอบอกว่านี่เป็นอาการปกติของคุณแม่มือใหม่ที่ต้องอุ้มลูกตลอดเวลาโดยไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ

ขณะที่ฉันกำลังจัดผ้าห่มให้ลูน่า โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เอเดรียนโทรมา

แต่ก่อนที่ฉันจะรับสาย ฉันกลับได้ยินเสียงผู้หญิงวัยสาวจากปลายสาย

“บ้านของอาจารย์เอเดรียนใหญ่มากเลยนะคะ!”

นั่นคือ เบียงกา เรเยส ผู้ช่วยคนใหม่ในสตูดิโอศิลปะของเขา

“รกจังเลยค่ะ ถ้าจะหาห้องครัวคงต้องใช้แผนที่”

เธอหัวเราะ

ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงรังเกียจ

“ทำไมมีกลิ่นผ้าอ้อมเต็มบ้านเลยคะ? ภรรยาของอาจารย์ไม่ทำความสะอาดบ้านเหรอ?”

ฉันได้ยินเอเดรียนถอนหายใจเบา ๆ

“เมื่อก่อนมาร่าไม่เป็นแบบนี้นะ”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ

“ตั้งแต่คลอดลูก เธอก็ไม่ดูแลตัวเองอีกเลย”

ฉันไม่ได้ร้องไห้

ฉันเพียงส่งสัญญาประกาศขายบ้านให้เจ้าหน้าที่อย่างเงียบ ๆ

ก่อนตั้งครรภ์ ฉันรักเอเดรียนสุดหัวใจ

แต่หลังจากคลอดลูก ฉันค่อย ๆ ตระหนักว่าคนที่ฉันเคยพึ่งพามากที่สุด กลับเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันรู้สึกไร้ค่า

ฉันโทรหาแม่ที่สุราบายา

“แม่คะ หนูซื้อตั๋วแล้ว หนูกับลูน่าจะกลับบ้าน”

แม่เงียบไปครู่หนึ่ง

“แน่ใจนะลูก? พวกหนูอยู่ด้วยกันมาตั้งสิบปี”

ฉันมองลูน่าที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน

“แม่คะ การอยู่ด้วยกันสิบปี ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับคนผิด”

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้นามสกุลของเอเดรียนให้ลูกสาว

สูติบัตรของเธอยังไม่ได้จดทะเบียน

ทันทีที่ถึงสุราบายา ฉันจะใช้นามสกุลของตัวเอง

วิลลานูเอวา

นามสกุลที่ไม่เคยทำให้ครอบครัวต้องอับอาย

นามสกุลที่ฉันละเลยมาตลอดเพราะความรักที่มีต่อเอเดรียน

เราคบกันมาสิบปีก่อนที่ฉันจะตั้งครรภ์

เราทั้งคู่เริ่มต้นจากการเป็นนักศึกษาคณะศิลปกรรม

ฉันคือคนแรกที่เชื่อในพรสวรรค์ของเขา

ฉันคือคนที่ช่วยจัดทำแฟ้มผลงาน

ฉันคือคนที่จัดนิทรรศการเล็ก ๆ ครั้งแรกให้เขา ในวันที่เรายังแทบไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าสถานที่

เมื่อเขาเริ่มมีชื่อเสียง ฉันภูมิใจในตัวเขา

เมื่อเขาได้เป็นอาจารย์และมีสตูดิโอของตัวเอง ฉันก็เป็นคนผลักดันให้เขาเดินตามความฝัน

วันที่รู้ว่าฉันท้อง เขากอดฉันแน่น

“มาร่า ผมสัญญา ผมจะเป็นพ่อที่ดี”

มือของเขาลูบท้องฉัน

“พอนิทรรศการใหญ่ครั้งนี้จบ เราจะแต่งงานกันอย่างสมเกียรติ ผมอยากมอบงานแต่งที่คุณคู่ควร”

ฉันเชื่อเขา

แม้เราจะยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ฉันคิดว่าความรักสิบปีคงเพียงพอแล้ว

แต่ฉันคิดผิด

เบียงกาเข้ามาเป็นผู้ช่วยของเขาตอนฉันตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน

สวย

สาว

และดูสมบูรณ์แบบเสมอ

ที่สำคัญ เธออยู่ข้างเอเดรียนตลอดเวลา

ชายที่เคยไม่ยอมให้ฉันกลับบ้านคนเดียว เริ่มยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาให้

ยุ่งกับการวาดภาพ

ยุ่งกับการให้สัมภาษณ์

ยุ่งกับการสอน

ยุ่งกับนิทรรศการ

ทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ ฉันนั่งอยู่คนเดียวในคลินิก ขณะที่หญิงตั้งครรภ์คนอื่นจับมือสามีไว้แน่น

วันที่น้ำเดิน ฉันเป็นคนโทรเรียกรถพยาบาลด้วยตัวเอง

คนที่เอากระเป๋ามาส่งที่โรงพยาบาลกลับเป็นเบียงกา

ข้างในมีเพียงผ้าอ้อมไม่กี่ชิ้นกับเสื้อผ้าเด็กสองชุด

“ขอโทษนะคะ คุณมาร่า” เธอยิ้มอย่างเก้อเขิน “ฉันไม่คุ้นกับเรื่องแบบนี้ค่ะ อาจารย์เอเดรียนเองก็ยุ่งมาก”

ขณะที่ฉันกำลังต่อสู้ในห้องคลอดจนเกือบเสียเลือดหมดตัว คนที่รออยู่ด้านนอกมีเพียงแม่ของเอเดรียนกับเบียงกา

เมื่อฉันถูกย้ายไปห้องพักฟื้น ฉันได้ยินเสียงแม่สามีพูดว่า

“เบียงกา ถ้าเธอเป็นภรรยาของลูกชายฉันก็คงดี เธอยังสาวและขยัน”

จากนั้นเธอเหลือบมองลูน่า

“ตัวเล็กจัง คงเพราะแม่แก่แล้วมั้ง”

ฉันเพิ่งอายุสามสิบปี

แต่ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะโต้ตอบ

“เอเดรียนอยู่ไหนคะ?” ฉันถาม

เบียงกายิ้มราวกับเธอมีสิทธิ์ตอบแทนเขา

“อาจารย์เอเดรียนกำลังได้แรงบันดาลใจสำหรับผลงานชุดใหม่ค่ะ ศิลปินไม่ควรถูกรบกวนตอนกำลังมีไอเดีย”

ราวกับการคลอดลูกของฉันเป็นเรื่องเล็กน้อย

ฉันนอนโรงพยาบาลอยู่ห้าวัน

เอเดรียนไม่เคยมาเลยสักครั้ง

มีเพียงข้อความเป็นครั้งคราว

“ขอบคุณที่ให้ลูกกับผม เธอน่ารักมากในรูป”

ในรูป

เขายังไม่เคยเห็นหน้าลูกตัวเองด้วยตาเปล่าเลย

เมื่อฉันกลับถึงบ้าน เอเดรียนก็อยู่ที่นั่น

ฉันนึกว่าเขารอรับฉัน

แต่ไม่ใช่

เขากำลังเก็บกระเป๋าเพื่อไปจัดนิทรรศการที่บาหลี

“ดูสิ นี่ลูกของเรา” ฉันพูดเบา ๆ

เขาแตะแก้มลูน่าเพียงไม่กี่วินาที

จากนั้นก็ขมวดคิ้วมองฉัน

“มาร่า ทำไมตัวคุณมีกลิ่นแบบนี้?”

ฉันตอบไม่ออก

ไม่มีใครนำเสื้อผ้าสะอาดมาให้ฉันที่โรงพยาบาล

ไม่มีใครถามว่าฉันต้องการสบู่ อาหาร หรือเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนหรือไม่

เอเดรียนพูดต่อ

“คุณน่าจะไปอาบน้ำ”

สายตาของเขาเลื่อนลงมาที่หน้าท้องซึ่งยังไม่กลับมาเหมือนเดิม

“แล้วก็เริ่มลดน้ำหนักเมื่อแข็งแรงแล้วนะ เมื่อก่อนคุณไม่เป็นแบบนี้”

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเบียงกาจากใกล้ประตู

แล้วทั้งคู่ก็ออกไปด้วยกัน

คืนนั้น แม่ของเอเดรียนอุ้มลูน่ามาส่งให้ฉัน

“คนคลอดก็ต้องเลี้ยงเอง”

หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเต้นแอโรบิกกับเพื่อนบ้าน

สุดท้ายฉันต้องจ้างแม่บ้านสองคนด้วยเงินเก็บของตัวเอง

คนหนึ่งช่วยดูแลลูน่า

อีกคนทำอาหารและทำความสะอาดบ้านในช่วงที่ฉันพักฟื้น

แม่ของเอเดรียนโกรธมากเมื่อรู้ว่าแม่บ้านไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อรับใช้เธอ

เอเดรียนโทรมาทันที

“มาร่า ทำไมคุณสร้างปัญหาให้แม่ผม? แม่ช่วยคุณนะ”

ฉันหลับตาลง

“เอเดรียน แม่คุณไม่ได้ช่วยฉัน”

“เมื่อก่อนคุณไม่เป็นแบบนี้” เขาพูดอย่างเย็นชา

ฉันมองข้อมือที่ยังสั่นเพราะความเจ็บ

“เมื่อก่อนคุณก็ไม่เป็นแบบนี้เหมือนกัน”

แล้วฉันก็กดวางสาย

เช้าวันต่อมา ฉันพาลูน่าไปที่สำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และเซ็นเอกสารขายบ้าน

บ้านหลังนั้นเป็นมรดกจากคุณยายก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต

ฉันเป็นคนจ่ายค่าปรับปรุงทั้งหมด

ชื่อของฉันอยู่ในโฉนด

แต่เอเดรียนกลับชอบบอกเพื่อนและลูกศิษย์เสมอว่ามันคือบ้านของเขา

ขณะที่กำลังจะกลับบ้าน เพื่อนสนิทของฉันซึ่งเป็นทนายความโทรมา

น้ำเสียงของเธอฟังดูรีบร้อน

“มาร่า อย่ากลับบ้านคนเดียว”

“ทำไม?”

“นายหน้าส่งเอกสารมาให้ฉันตรวจสอบ”

นิ้วมือของฉันเย็นเฉียบในทันที

“เจออะไร?”

“มีสัญญาซื้อขายพร้อมลายเซ็นของเธอ”

ตามเอกสารนั้น เอเดรียนได้ขายบ้านหลังนี้ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนให้บริษัทแห่งหนึ่งที่เป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง

ฉันกอดลูน่าแน่นขึ้น

“ใคร?”

ปลายสายเงียบไปไม่กี่วินาที

ก่อนที่เพื่อนจะตอบว่า

“เบียงกา เรเยส”

ก่อนที่ฉันจะทันเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เอเดรียน

ทันทีที่รับสาย เสียงตะโกนอย่างโมโหก็ดังลั่น

“มาร่า! ทำไมมีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่บ้าน? คุณทำอะไรกับบ้านของผม?”

ฉันมองลูน่าที่กำลังหลับอย่างสงบ

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“เอเดรียน กลับบ้านเถอะ”

“ฉันมีบางอย่างอยากให้คุณดู”

นี่คือบทสรุปและจุดจบของเรื่องราวทั้งหมด:

เมื่อฉันเปิดประตูเข้ามาในบ้าน บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความตึงเครียด เอเดรียนยืนกอดอกหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางห้องรับแขก ข้าง ๆ เขาคือเบียงกาที่พยายามทำท่าทางนอบน้อมแต่แววตากลับปิดความลนลานไว้ไม่มิด ส่วนแม่ของเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา

“มาร่า! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!” เอเดรียนตวาดทันทีที่เห็นหน้าฉัน “นายหน้าบอกว่าคุณขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว? คุณมีสิทธิ์อะไร! นี่มันบ้านของผม!”

ฉันไม่ได้ตอบในทันที ฉันเดินไปส่งลูน่าให้แม่บ้านอุ้มเข้าไปในห้องนอนอย่างเบามือ เมื่อประตูปิดลง ฉันจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจตลอดสิบปี

“บ้านของคุณงั้นเหรอ เอเดรียน?” ฉันยิ้มหยัน “โฉนดที่ดินเป็นชื่อของฉัน เงินปรับปรุงบ้านก็เป็นของฉัน คุณไม่เคยจ่ายแม้แต่เซ็นต์เดียว มีแค่ ‘น้ำลาย’ ของคุณเท่านั้นที่เที่ยวไปบอกใครต่อใครว่าคุณเป็นเจ้าของ”

“แต่ฉันเป็นเจ้าของแล้วค่ะ คุณมาร่า” เบียงกาแทรกขึ้นมาพลางยืดอกอย่างถือดี เธอดึงเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋า “อาจารย์เอเดรียนทำสัญญาซื้อขายบ้านหลังนี้ให้ฉันอย่างถูกต้องเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว และสัญญาก็มีลายเซ็นของคุณกำลองรับรองด้วย!”

เอเดรียนมองเบียงกาด้วยสายตาซาบซึ้งและภาคภูมิใจ เขาหันมาขู่ฉัน “ใช่! เบียงกาช่วยซื้อไว้เพื่อเอาไปทำแกลเลอรีให้ผม สัญญาฉบับนั้นมีลายเซ็นยินยอมจากคุณ มาร่า… คุณนั่นแหละที่กำลังทำผิดกฎหมายที่แอบเอาบ้านไปขายซ้อน!”

ฉันมองดูเอกสารในมือเบียงกา มันคือฉบับเดียวกับที่เพื่อนทนายของฉันเพิ่งส่งไฟล์มาให้ดู ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ จนเอเดรียนเริ่มหน้าเสีย

“เอเดรียน… ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าฉันยอมคุณเพราะฉันโง่เหรอ?” ฉันก้าวเข้าไปใกล้ทั้งคู่ “คุณยุ่งจนไม่มีเวลามาดูดำดูดีฉันกับลูก แต่คุณมีเวลาว่างพอที่จะร่วมมือกับผู้ช่วยของคุณ ปลอมลายเซ็นของฉันในสัญญาสินเชื่อและใบยินยอมซื้อขายฉบับนี้งั้นสินะ?”

คำว่า “ปลอมลายเซ็น” ทำให้เบียงกาหน้าถอดสีทันที

“คุณพูดเรื่องอะไร! นี่ลายเซ็นคุณชัด ๆ!” เบียงกาเสียงหลง

“ฉันสะกดนามสกุลตัวเองถูกเสมอ เบียงกา” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ในเอกสารปลอมพวกนี้ พวกคุณเซ็นชื่อฉันด้วยนามสกุล ‘ซาลาซาร์’ เพราะคิดว่าฉันใช้ครอบครัวของคุณเป็นโลกทั้งใบ… แต่ความจริงคือ ฉันไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับเอเดรียน และฉันไม่เคยเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของเขา เอกสารสิทธิ์ทุกอย่างของบ้านหลังนี้ ผูกติดอยู่กับนามสกุลเดิมของฉัน… วิลลานูเอวา

เอเดรียนเบิกตากว้าง ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาเมื่อความจริงกระแทกหน้า

“และที่สำคัญที่สุด…” ฉันดึงเอกสารสัญญาซื้อขายตัวจริงที่ฉันเพิ่งเซ็นร่วมกับนายหน้าเมื่อเช้าออกมาวางบนโต๊ะ “ฉันขายบ้านหลังนี้ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของอินโดนีเซียไปเรียบร้อยแล้ว เงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของฉัน และผู้ซื้อตัวจริงกำลังเดินทางมาพร้อมกับตำรวจ… เพื่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และฉ้อโกง กับพวกคุณทั้งสองคน”

“ไม่จริง! เอเดรียน คุณบอกฉันว่าบ้านหลังนี้เป็นชื่อคุณและภรรยาคุณยอมเซ็นให้แล้วไง!” เบียงกาสติหลุด เธอหันไปทุบตีและกรีดร้องใส่เอเดรียนทันที “ฉันเอาเงินเก็บทั้งชีวิตกับเงินที่โกงมาจากสตูดิโอมาจ่ายค่ามัดจำให้คุณนะ! ฉันไม่ยอมติดคุกนะ!”

“เบียงกา! หยุดนะ!” เอเดรียนพยายามห้าม แต่ความจริงที่พรั่งพรูจากปากผู้ช่วยสาวทำให้อาจารย์ผู้ทรงเกียรติกลายเป็นคนลวงโลกในพริบตา แม่ของเอเดรียนถึงกับเป็นลมล้มพับอยู่บนโซฟา

เอเดรียนคลานเข้ามาเกาะแขนฉัน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและอ้อนวอน “มาร่า… ผมขอโทษ ผมหน้ามืดตามัวไปเอง เราคบกันมาสิบปีนะ คุณรักผมไม่ใช่เหรอ? เห็นแก่ลูก… เห็นแก่ลูน่าเถอะนะ”

ฉันสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างรังเกียจ สายตามองข้อมือตัวเองที่เคยปวดร้าว… แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ลูน่าไม่มีพ่อชื่อเอเดรียน ซาลาซาร์ ค่ะ ในสูติบัตรของเธอ จะมีแค่ชื่อของฉัน และเธอจะใช้นามสกุลวิลลานูเอวา” ฉันพูดคำขาด “สิบปีที่ผ่านมา ฉันจ่ายให้คุณมากพอแล้วเอเดรียน จากนี้ไป… เชิญคุณเสพสุขกับ ‘แรงบันดาลใจ’ และ ‘ผู้หญิงที่คู่ควร’ ของคุณในคุกได้เลย”

เสียงไซเรนของรถตำรวจดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทของผู้ซื้อรายใหม่ที่เดินเข้ามาควบคุมสถานการณ์

ฉันหันหลังให้เสียงกรีดร้องอ้อนวอนของเอเดรียนและเสียงโวยวายของเบียงกา เดินเข้าไปอุ้มลูกสาวในห้องนอนอย่างทะนุถนอม กระเป๋าเดินทางของเราสองคนแม่ลูกถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว

เมื่อก้าวพ้นประตูบ้านหลังนั้นมา ฉันไม่ได้หันกลับไปมองอดีตที่พังทลายอีกเลย แสงตะวันของวันใหม่กำลังส่องสว่าง และปลายทางที่สุราบายา… ชีวิตใหม่ที่แท้จริงของฉันกับลูน่า กำลังเริ่มต้นขึ้น