Posted in

พี่สาวแท้ ๆ ของฉันแย่งสามีไปจากฉัน และทั้งคู่ยังไล่ฉันออกจากบ้านที่ฉันเป็นคนซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง พวกเขาคิดว่าฉันไม่มีทางสู้ และจะเหยียบย่ำฉันได้ง่าย ๆ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่ถูกโยนออกมาข้างถนนคนนั้น คือคนที่มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศตามหามานาน เพื่อมอบอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดให้เธอ”**

พี่สาวแท้ ๆ ของฉันแย่งสามีไปจากฉัน และทั้งคู่ยังไล่ฉันออกจากบ้านที่ฉันเป็นคนซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง พวกเขาคิดว่าฉันไม่มีทางสู้ และจะเหยียบย่ำฉันได้ง่าย ๆ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่ถูกโยนออกมาข้างถนนคนนั้น คือคนที่มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศตามหามานาน เพื่อมอบอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดให้เธอ”**

# งูร้ายในบ้านของตัวเอง

ฉันชื่อ **ลิรา** อายุ 26 ปี

เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่งที่ทำงานหนักมาหลายปี เพื่อซื้อบ้านสวย ๆ สำหรับฉันและสามีชื่อมาร์โก

หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ฉันก็รับพี่สาวของตัวเอง **วาเนสซา** มาอยู่ด้วย

วาเนสซาเป็นคนรักความหรูหรา ชอบใช้เงิน และมักพึ่งพาฉันอยู่เสมอ

ถึงแม้ว่าฉันจะลำบาก แต่ก็ยอมให้เธออยู่บ้าน เพราะเธอคือครอบครัว

แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า การให้คนทรยศเข้ามาอยู่ในบ้านตัวเอง จะกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

## วันที่โลกทั้งใบพังทลาย

วันหนึ่ง งานล่วงเวลาของฉันถูกยกเลิก ทำให้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ

ทันทีที่เปิดประตูบ้าน ฉันได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงกระซิบจากห้องนอนใหญ่

หัวใจของฉันเต้นแรงผิดปกติ

ฉันค่อย ๆ เดินไปที่ประตูห้องนอน และเปิดมันออกช้า ๆ

ภาพตรงหน้าทำให้โลกทั้งใบของฉันพังทลายลงในพริบตา

ฉันเห็นมาร์โก สามีของฉัน

และวาเนสซา พี่สาวแท้ ๆ ของฉัน

กำลังกอดและจูบกันอยู่บนเตียงของฉันเอง

“ม…มาร์โก?! พี่วาเนสซา?!” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

ทั้งคู่หยุดชะงัก

แต่แทนที่จะตกใจหรือรู้สึกผิด

วาเนสซากลับลุกขึ้นอย่างเฉื่อยชา หยิบเสื้อคลุมไหมราคาแพงของฉันมาสวม แล้วแสยะยิ้ม

“อ้าว… คนหาเลี้ยงพวกเรากลับมาแล้วเหรอ ที่รัก”

เธอพูดกับมาร์โกอย่างยั่วยวน

ส่วนมาร์โกเองก็ยิ้มเยาะ โดยไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความละอาย

## การทรยศที่โหดร้าย

“นี่มันหมายความว่ายังไง มาร์โก?! ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ! แล้วพี่ก็เป็นพี่สาวของฉัน!”

ฉันร้องไห้และพุ่งเข้าไปหา

แต่เขาผลักฉันอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น

“ภรรยาเหรอ?” มาร์โกตะโกน

“เธอเป็นแค่พนักงานเงินเดือนธรรมดา ไม่มีค่าอะไรเลย!”

เขาชี้ไปที่วาเนสซา

“วาเนสซาซื้อรถคันใหม่ให้ฉัน ซื้อของหรู ๆ ให้ฉัน แล้วเธอล่ะ? ให้อะไรฉันได้บ้าง? เงินนิดหน่อยงั้นเหรอ?”

“แต่ฉันเป็นคนซื้อบ้านหลังนี้นะ!”

ฉันร้องไห้

“เงินของฉันทั้งนั้น!”

วาเนสซาหัวเราะเสียงดัง

จากนั้นเธอหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก

“เธอนี่โง่จริง ๆ ลิรา”

“จำเอกสารที่มาร์โกให้เธอเซ็นเมื่อเดือนที่แล้วได้ไหม? ที่บอกว่าเป็นเอกสารประกันภัยน่ะ”

เธอยิ้มอย่างเย็นชา

“มันไม่ใช่ประกันภัยหรอก”

“มันคือเอกสารโอนกรรมสิทธิ์บ้าน”

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“เป็นไปไม่ได้…”

“เป็นไปแล้ว”

วาเนสซาตอบ

“บ้านและที่ดินหลังนี้ถูกโอนเป็นชื่อมาร์โกไปแล้ว และเมื่อเช้านี้ เขาก็โอนทั้งหมดมาเป็นชื่อของฉัน”

ร่างกายของฉันชาไปทั้งตัว

พวกเขาไม่ได้แค่หักหลังฉัน

แต่ยังขโมยทุกสิ่งทุกอย่างจากฉันไปด้วย

## ถูกไล่ออกกลางสายฝน

มาร์โกลากฉันออกจากห้อง

ผ่านห้องนั่งเล่น

จนถึงหน้าประตูรั้ว

ขณะเดียวกัน วาเนสซาก็โยนกระเป๋าเดินทางสองใบที่บรรจุเสื้อผ้าเก่า ๆ ของฉันออกมาตามหลัง

และในจังหวะนั้นเอง

ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก

“ไสหัวไปซะ!”

วาเนสซาหัวเราะ

“คนจนอย่างเธอไม่มีใครอยู่ข้างหรอก!”

“ไม่มีครอบครัว!”

“ไม่มีที่ไป!”

“ไปตายอยู่ข้างถนนซะ!”

จากนั้นประตูรั้วเหล็กบานใหญ่ก็ปิดลงเสียงดัง

ฉันคุกเข่าอยู่กลางถนน

เปียกโชกไปทั้งตัว

น้ำตาผสมกับสายฝน

หัวใจแตกสลายจากการทรยศของคนสองคนที่ฉันรักและไว้ใจที่สุด

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ…

ผู้หญิงที่พวกเขาเพิ่งโยนทิ้งอย่างไร้ค่า

กำลังจะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรมูลค่าหลายพันล้านบาท

และวันที่พวกเขาต้องคุกเข่าขอร้องฉัน

กำลังจะมาถึง…

รถลีมูซีนท่ามกลางสายฝน

เสียงฟ้าร้องครืนใหญ่ดังก้องไปทั่วฟ้า พร้อมกับแสงไฟหน้ารถคู่หนึ่งที่ส่องสว่างฝ่าสายฝนอันมืดมิด รถยนต์คันนั้นไม่ใช่รถธรรมดา แต่เป็นรถโรลส์-รอยซ์สีดำทมิฬคันหรูหราที่แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างทางตรงจุดที่ฉันคุกเข่าอยู่

ประตูรถเปิดออก ชายชราในชุดสูทภูมิฐาน ท่าทางทรงอิทธิพลและสง่างามก้าวลงมาพร้อมกับผู้ติดตามที่รีบกางร่มคันใหญ่ให้ ชายชราจ้องมองมาที่ฉัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื้นตันและสั่นเครือ

“ในที่สุด… ในที่สุดฉันก็เจอเธอ… ลิรา ลูกสาวของฉัน!”

ชายคนนี้คือ ท่านประธานอนันต์ บูรณทรัพย์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ เจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพลังงานมูลค่าแสนล้านบาท

เมื่อ 26 ปีก่อน ฉันถูกสลับตัวที่โรงพยาบาลตอนเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ และถูกครอบครัวยากจนรับไปเลี้ยงดู ท่านประธานอนันต์ใช้เวลาค่อนชีวิตพลิกแผ่นดินตามหาลูกสาวแท้ ๆ ของเขามาตลอด จนกระทั่งผลตรวจ DNA จากสถาบันนิติเวชเพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน และนำทางเขามาพบฉันในสภาพที่น่าเวทนาที่สุด

เกมกรรมที่เริ่มพลิกผัน

ฉันถูกประคองขึ้นรถหรูคันนั้น ทิ้งให้วาเนสซาและมาร์โกที่ยืนมองลงมาจากระเบียงชั้นสองผ่านกระจกหน้าต่างด้วยความงุนงง พวกเขาคิดว่าฉันคงไปขายตัวหรือพึ่งพารวมหัวกับเฒ่าหัวงู โดยไม่รู้เลยว่าหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตกำลังคืบคลานเข้าหา

เพียงสามวันหลังจากนั้น ลิราคนเดิมที่ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ได้ตายไปแล้ว บัดนี้ฉันคือ “คุณหนูลิรา บูรณทรัพย์” ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุด

และสิ่งแรกที่ฉันทำในฐานะรองประธานบริหารสูงสุดของบริษัท คือการ “ทวงคืน”

ฉันสืบจนรู้ว่า บริษัทสตาร์ทอัปและเงินที่วาเนสซานำมาอวดอ้างว่าซื้อรถหรูให้มาร์โกนั้น แท้จริงแล้วเป็นเงินกู้ยืมและเงินลงทุนจากบริษัทในเครือของตระกูลฉันเอง และบ้านหลังที่พวกเขาแย่งไป… ที่ดินผืนนั้นก็อยู่ภายใต้โครงการเวนคืนเพื่อสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทฉันเช่นกัน

วันที่คนทรยศต้องคุกเข่า

หนี่งสัปดาห์ต่อมา วาเนสซาและมาร์โกจัดงานปาร์ตี้ฉลองบ้านใหม่และรถใหม่ในบ้านที่เคยเป็นของฉัน พวกเขาเชิญเพื่อนฝูงมาร่วมยินดีอย่างคับคั่ง พร้อมกับพูดจาดูถูกเหยียดหยามฉันให้คนในงานฟังซ้ำ ๆ

แต่แล้ว เสียงรถตำรวจและรถบัสของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็นับสิบคันก็แล่นเข้ามาปิดล้อมบ้าน

ประตูรั้วที่พวกเขาเคยไล่ฉันออกไป ถูกพังเข้ามาอย่างง่ายดาย ฉันก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูในชุดเดรสสีแดงเพลิงหรูหรา สง่างามจนทุกคนในงานจ้องมองตาค้าง

“ลิรา?! แกเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง! ออกไปนะอีคนจน!” วาเนสซากรีดร้อง

ฉันไม่ตอบ แต่ส่งสัญญาณให้ทนายความส่วนตัวยื่นเอกสารปึกใหญ่ใส่หน้ามาร์โก

“บ้านหลังนี้… และที่ดินผืนนี้ ถูกเซ็นคำสั่งเวนคืนระบบเฉียบพลันโดยบริษัทเครือบูรณทรัพย์ตั้งแต่วันนี้ และที่สำคัญ… เงินทั้งหมดที่วาเนสซาฉ้อโกงและกู้ยืมไปซื้อรถ ซื้อของหรู ทางเราได้ทำการอายัดบัญชีทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว” ทนายความประกาศเสียงดัง

ใบหน้าของมาร์โกและวาเนสซาถอดสีจนกลายเป็นขาวซีด ลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กบัญชี ก่อนจะพบว่ายอดเงินกลายเป็นศูนย์ และมีหมายศาลคดีฉ้อโกงขั้นรุนแรงส่งตรงถึงชื่อของพวกเขาทั้งสองคน

“เป็นไปไม่ได้… แกเป็นแค่พนักงานออฟฟิศกระจอก ๆ ! แกเอาอำนาจพวกนี้มาจากไหน?!” มาร์โกตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

บอดี้การ์ดนับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมตัวฉันไว้ พร้อมกับท่านประธานอนันต์ที่เดินเข้ามาโอบไหล่ฉันอย่างทะนุถนอม

“เพราะเธอคือ ลิรา บูรณทรัพย์ ลูกสาวและทายาทเพียงคนเดียวของฉัน… พวกแกสองคนกล้าดีกรีมาจากไหน ถึงได้มาเหยียบย่ำแก้วตาดวงใจของตระกูลบูรณทรัพย์!” เสียงทรงพลังของท่านประธานทำเอาแขกในงานพากันก้มหน้าชิดอกด้วยความกลัว

วาเนสซาและมาร์โกเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นดินทันที พวกเขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ผู้หญิงที่พวกเขาเคยโยนทิ้งกลางสายฝนอย่างไร้ค่า บัดนี้อยู่สูงเกินกว่าที่พวกเขาจะเอื้อมถึงแม้เพียงปลายเล็บ

ทั้งคู่คลานเข่าเข้ามากอดขาฉัน ร้องไห้สะอึกสะอื้นขอความเมตตา

“ลิรา พี่ขอโทษ! พี่หน้ามืดตามัว พี่เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเธอนะ ยกเลิกฟ้องพี่เถอะ!” “ลิราจ๋า… มาร์โกผิดไปแล้ว มาร์โกรักลิราคนเดียวนะ กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะ!”

ฉันมองคนหน้าไม่อายทั้งสองคนด้วยสายตาที่เย็นชาและสมเพช ก่อนจะสะบัดขาออกจากการเกาะกุมอย่างไร้เยื่อใย

“ตอนที่พวกเธอร่วมมือกันหักหลังฉัน แย่งบ้านที่ฉันสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง และโยนฉันออกไปตากฝน… พวกเธอเคยคิดไหมว่าฉันเป็นน้องสาว? เคยคิดไหมว่าฉันเป็นภรรยา?”

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แสยะยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสะใจ

“พวกแกชอบความหรูหรานักใช่ไหม? ต่อจากนี้ไป… ไปเสวยสุขในคุก และใช้ชีวิตเร่ร่อนไม่มีที่ซุกหัวนอนเหมือนที่แกเคยแช่งฉันไว้ก็แล้วกันล่ะ”

ฉันหันหลังเดินกลับขึ้นรถหรู โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวคนทรยศทั้งสองคนไปดำเนินคดี เสียงหวีดร้องและเสียงร้องไห้อย่างหมดหนทางของวาเนสซาและมาร์โกดังไล่หลังมา… แต่อันตรธานหายไปทันทีเมื่อประตูกระจกกันเสียงของรถโรลส์-รอยซ์ปิดลง

จากนี้ไป ชีวิตของลิราคนเก่าได้จบลง และประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนางสิงห์แห่งอาณาจักรบูรณทรัพย์… กำลังเริ่มต้นขึ้น