Posted in

พวกเขาดูหมิ่นแม่ผู้ล่วงลับของฉันกลางงานศพ เพื่อทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของเธอ

พวกเขาดูหมิ่นแม่ผู้ล่วงลับของฉันกลางงานศพ เพื่อทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของเธอ

ทั้งตระกูลเศรษฐีหัวเราะเยาะพวกเราแม่ลูกต่อหน้าผู้ร่วมงานนับร้อยคน

จนกระทั่งประตูบานใหญ่เปิดออก… และชายคนนั้นก็ปรากฏตัว

ฉันชื่ออิซาเบล เด เวรา

เมื่อสิบปีก่อน แม่ของฉันเคยเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในเมืองเซบู แต่หลังจากที่เธอตกหลุมรักพ่อของฉัน—นักธุรกิจผู้มั่งคั่งจากมากาติ—ครอบครัวของพ่อก็ไม่เคยยอมรับเธอเลย

พวกเขาเรียกแม่เสมอว่า

“ผู้หญิงจากบาร์”

ผู้หญิงชั้นต่ำที่ไม่คู่ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเด เวรา

ตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครกล้าปฏิบัติกับพวกเราอย่างเลวร้าย

แต่หลังจากอุบัติเหตุทางทะเลที่จังหวัดบาตังกัส ซึ่งทำให้พ่อหายสาบสูญไปอย่างกะทันหัน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ฉันกับแม่ถูกไล่ออกจากคฤหาสน์ในฟอร์บส์พาร์กท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา

ทรัพย์สินทั้งหมดตกไปอยู่ในมือของดอน เอมิลิโอ พี่ชายของพ่อ และลูกสาวคนเดียวของเขา เวโรนิกา

หลังจากเหตุการณ์นั้น แม่เริ่มล้มป่วย

เธอค่อย ๆ ขายเครื่องประดับที่เหลืออยู่ทีละชิ้น เพียงเพื่อส่งฉันเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองเกซอน

จนกระทั่งสามวันก่อน…

แม่เสียชีวิตในโรงพยาบาลรัฐเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในปาไซ

ก่อนจะหลับตาเป็นครั้งสุดท้าย เธอกุมมือฉันแน่น

“อย่าเกลียดพวกเขาเลยนะ…”

“ใช้ชีวิตให้ดี…”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายของเธอ

แต่แม้ในความตาย ครอบครัวเด เวราก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เธอจากไปอย่างสงบ

งานศพถูกจัดขึ้นในห้องจัดพิธีศพระดับหรูแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลา เพราะดอน เอมิลิโอบอกว่าเขาต้องการ “รักษาศักดิ์ศรีของตระกูล”

ฉันโง่เองที่คิดว่าเขายังเหลือความสำนึกอยู่บ้าง

จนกระทั่งคืนนั้น

ขณะที่ฉันกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังห้องรับรอง จู่ ๆ ประตูก็เปิดออก

เวโรนิกาเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนสาวไฮโซอีกสองคน

ในมือถือแชมเปญ ส่วนอีกมือถือโทรศัพท์ที่กำลังถ่ายวิดีโอ

“น่าสงสารจังนะ”

เวโรนิกามองชุดสีดำเก่า ๆ ของฉันก่อนหัวเราะอย่างเหยียดหยาม

“ลูกสาวของนักร้องบาร์… ตอนนี้ดูเหมือนคนรับใช้เข้าไปทุกที”

ฉันไม่ตอบโต้

ฉันไม่มีแรงเหลือพอจะทะเลาะกับใครอีกแล้ว

แต่เมื่อฉันหันไปมองโลงศพของแม่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง…

หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น

ภาพถ่ายขนาดใหญ่ของแม่หายไป

และสิ่งที่ถูกนำมาแทนที่…

คือจอภาพขนาดใหญ่ที่กำลังฉายรูปเก่า ๆ ของแม่สมัยยังร้องเพลงอยู่ในบาร์

แขกในงานเริ่มเงียบลงทีละคน

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วห้อง

มีรูปที่แม่สวมชุดสั้นยืนอยู่บนเวที

ยังมีวิดีโอเก่าที่ถูกตัดต่อให้ดูราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงไร้ศักดิ์ศรี

ฉันรีบวิ่งเข้าไป

“พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?!”

เวโรนิกาเพียงยักไหล่

“ก็แค่แสดงความจริงให้ทุกคนเห็น”

“ผู้หญิงแบบนั้นไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นภรรยาผู้ทรงเกียรติของตระกูลเด เวรา”

จากนั้นเธอก็โน้มตัวมากระซิบข้างหูฉัน

“อ้อ… แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง”

“สร้อยเพชรที่แม่ของเธอเก็บรักษามายี่สิบปี…”

“ตอนนี้มันเป็นของฉันแล้ว”

เธอใช้นิ้วแตะสร้อยเพชรที่สวมอยู่บนคอ

ร่างกายของฉันเย็นเฉียบ

นั่นคือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พ่อมอบให้แม่ก่อนจะหายตัวไป

แม่เก็บรักษามันราวกับเป็นชีวิตของตัวเอง

เสียงของฉันสั่น

“เธอเอามันมาจากไหน?”

เวโรนิกาหัวเราะ

“ต่อให้แม่เธอซ่อนไว้นานแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์”

“เพราะเธอไม่เคยเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของลุงฉันอยู่แล้ว”

บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง

“เธอหมายความว่ายังไง?”

ดอน เอมิลิโอเดินออกไปยืนต่อหน้าผู้ร่วมงานทุกคน

เขาชูแก้วไวน์ขึ้น

“ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้ว…”

“ผมก็มีเรื่องจะประกาศเช่นกัน”

สายตาเย็นชาของเขาหยุดอยู่ที่ฉัน

“อิซาเบลและแม่ของเธอ ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเด เวราอย่างแท้จริง”

“เพราะการแต่งงานครั้งนั้น…”

“เป็นของปลอม”

ทั้งห้องเงียบกริบ

เสียงในหูของฉันดังอื้ออึง

เวโรนิกายิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋า

“อยากดูกันไหม?”

“นี่คือทะเบียนสมรสปลอมที่พ่อของเธอใช้หลอกแม่ของเธอ”

ฉันยืนนิ่งอยู่ใต้แสงไฟเย็นเยียบของห้องจัดพิธี

ด้านหลังฉัน…

โลงศพของแม่นอนเงียบอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของผู้คน

แต่ในจังหวะที่เวโรนิกากำลังจะส่งเอกสารให้แขกดูนั้นเอง…

ประตูบานใหญ่ของห้องก็เปิดออกอย่างแรง

ชายคนหนึ่งในเครื่องแบบกองทัพเรือเดินเข้ามาจากสายฝนที่กำลังตกหนักด้านนอก

และทันทีที่ดอน เอมิลิโอเห็นหน้าเขา…

แก้วไวน์ในมือของเขาก็หลุดร่วงลงพื้น

แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ

นี่คือบทสรุปและจุดจบของเรื่องราวที่คุณสามารถนำไปใช้เป็น “ตอนต่อไปในส่วนความคิดเห็น” เพื่อสร้างความสะใจและคลี่คลายปมทั้งหมดครับ:

[ตอนจบ] ชายจากท้องทะเล และการล่มสลายของคนโฉด

แก้วไวน์ราคาแพงแตกกระจายเสียงดังบาดหู ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจัดพิธีทันที มีเพียงเสียงฝนตกหนักจากภายนอกและเสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายในเครื่องแบบกองทัพเรือติดยศระดับสูงที่กำลังก้าวเข้ามา

ใบหน้าของดอน เอมิลิโอ ซีดเผือดจนเข่าอ่อนทรุดลงไปเกาะพนักเก้าอี้ ปากสั่นพั่บ ๆ ราวกับเห็นผี

“อา… อาทูโร่?! เป็นไปไม่ได้… แกตายไปแล้วในทะเลบาตังกัสเมื่อสิบปีก่อน!” ดอน เอมิลิโออุทานเสียงหลง

น้ำตาของฉันไหลพรูออกมาทันทีเมื่อเพ่งมองใบหน้าของชายคนนั้นอย่างชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปสิบปีและมีรอยแผลเป็นเพิ่มขึ้น แต่แววตาที่อบอุ่นคู่นั้นคือคนคนเดียวกับที่ฉันถวิลหามาตลอด…

“พ่อ…” ฉันกระซิบเรียกเสียงเบา

พ่อเดินตรงเข้ามาหาฉัน ไม่แม้แต่จะหันไปมองดอน เอมิลิโอหรือเวโรนิกา พ่อถอดหมวกประดับยศออกแล้วก้มลงกอดฉันไว้แน่น อ้อมกอดที่คุ้นเคยทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ทะลักออกมา พ่อหันไปมองโลงศพของแม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอาลัย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับทั้งตระกูลเด เวรา ด้วยสายตาที่คมกริบดั่งใบมีด

“ฉันยังไม่ตาย เอมิลิโอ” พ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง “เรือของฉันถูกลอบวางระเบิด ฉันรอดชีวิตมาได้แต่ความจำเสื่อมและถูกช่วยเหลือโดยกองเรือลาดตระเวนสากล ฉันต้องใช้เวลาสิบปีในการฟื้นฟูความทรงจำและไต่เต้าขึ้นมา… เพื่อกลับมาทวงทุกอย่างคืน”

เวโรนิกาหน้าถอดสี มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทา เธอพยายามรวบรวมความกล้าตะโกนขึ้น “ต่อให้คุณลุงกลับมาแล้วยังไง? ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแค่นักร้องบาร์! ทะเบียนสมรสนี่มันของปลอม!”

พ่อแค่นยิ้มอย่างสมเพช ก่อนจะโบกมือให้ทหารเรือสองนายที่เดินตามเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารตราประทับของศาลฎีกา

“ทะเบียนสมรสในมือของแกน่ะ… ของปลอมที่พวกแกทำขึ้นมาเองหลังจากไล่เมียและลูกของฉันออกจากบ้านต่างหาก” พ่อประกาศก้อง “นี่คือใบทะเบียนสมรสของจริงที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องที่สถานทูต และที่สำคัญที่สุด…”

พ่อเดินเข้าไปหาเวโรนิกา สบตาเธอตรง ๆ จนเธอต้องก้าวถอยหลังด้วยความกลัว พ่อเอื้อมมือไปกระชากสร้อยคอเพชรคืนมาจากคอของเธออย่างแรงจนสายสร้อยขาด

“สร้อยเส้นนี้เป็นของภรรยาฉัน และทรัพย์สินทุกเปโซของตระกูลเด เวรา เป็นของฉันกับอิซาเบล… ไม่ใช่ของพวกปลงศพอย่างพวกแก!”

พร้อมกันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้เดินเข้ามาในงาน พ่อไม่ได้มาเพียงเพื่อทวงความยุติธรรมให้แม่ แต่มาพร้อมหลักฐานทั้งหมดที่ดอน เอมิลิโอ แอบยักยอกทรัพย์สินของบริษัท ยึดทรัพย์มิชอบด้วยกฎหมาย และหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงว่าดอน เอมิลิโอ มีส่วนรู้เห็นกับการลอบวางระเบิดเรือของพ่อเมื่อสิบปีก่อนด้วย!

“ดอน เอมิลิโอ และ เวโรนิกา เด เวรา คุณถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารราชการ และพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศพร้อมเข้าควบคุมตัวทั้งสองคน

เวโรนิกากรี้ดร้องลั่นห้องจัดพิธีศพพลางพยายามสะบัดตัวหนี ส่วนดอน เอมิลิโอ ถึงกับเป็นลมล้มพับไปกับพื้น แขกเหรื่อไฮโซนับร้อยคนที่เคยหัวเราะเยาะฉัน ต่างพากันก้มหน้าด้วยความอับอายและรีบเดินออกจากงานไปทีละคน จอภาพขนาดใหญ่ที่เคยเปิดคลิปประจานแม่ถูกทหารเรือสับสวิตช์ปิดลง และเปลี่ยนกลับเป็นภาพถ่ายอันงดงามและทรงเกียรติของแม่ดังเดิม

ความยุติธรรมที่มาถึงอาจจะสายเกินไปสำหรับชีวิตของแม่… แต่ศักดิ์ศรีของเธอได้รับการกอบกู้คืนมาอย่างหมดจด

ฉันประคองสร้อยเพชรชิ้นสำคัญจากมือของพ่อ นำไปวางไว้ที่หน้ากรอบรูปของแม่ น้ำตาของฉันไหลรินแต่เป็นน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ฉันมองภาพรอยยิ้มของแม่ในรูป… ตอนนี้เธอคงกำลังมองลงมาจากบนฟ้า และรับรู้แล้วว่าไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือดูหมิ่นเธอได้อีกต่อไป