Posted in

เมื่อผู้หญิงที่เป็นชู้ผลักลูกสาวของฉันกลางห้างสรรพสินค้า ฉันจึงตัดสินใจทวงคืนเครือร้านอาหารที่ฉันมอบความไว้วางใจให้อดีตสามีดูแลมาตลอดหกปี

เมื่อผู้หญิงที่เป็นชู้ผลักลูกสาวของฉันกลางห้างสรรพสินค้า ฉันจึงตัดสินใจทวงคืนเครือร้านอาหารที่ฉันมอบความไว้วางใจให้อดีตสามีดูแลมาตลอดหกปี

ลูกสาวของฉันอายุเพียงสี่ขวบ

เธอกอดกระต่ายตุ๊กตาตัวโปรดไว้แน่น ขณะวิ่งไปหาพ่อของเธอในวันเปิดสาขาใหม่ของร้านอาหาร

ทันทีที่เปิดประตูห้อง VIP

เธอเห็นพ่อของตัวเองนั่งอยู่บนโซฟาใกล้ชิดกับผู้จัดการสาวคนหนึ่ง

ผู้หญิงคนนั้นตกใจเมื่อเห็นเธอ จึงรีบลุกขึ้นอย่างกะทันหัน

และเผลอผลักลูกสาวของฉันจนล้มไปกระแทกขอบโต๊ะ

หน้าผากของเด็กน้อยแดงขึ้นทันที

เธอนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น

แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับขมวดคิ้วแล้วพูดว่า

“เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักเคาะประตูก่อนเข้าหรือไง?”

เมื่อฉันมาถึงโรงพยาบาล

แพทย์กำลังพันผ้าพันแผลให้ลูกสาวของฉันอยู่พอดี

ทันทีที่เห็นฉัน

เธอก็ร้องไห้ออกมา

“คุณแม่… หนูขอโทษค่ะ… หนูไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอโกรธ…”

ฉันยืนเงียบอยู่ข้างเตียง

หน้าผากของลูกสาวมีแผลเล็ก ๆ

มือของเธอยังคงกอดกระต่ายตุ๊กตาที่เริ่มเก่าและเปื้อนเล็กน้อย

ฉันเดินเข้าไปกอดเธอ

“ใครทำลูกเจ็บ?”

เธอตอบทั้งน้ำตา

“หนูแค่อยากเอารูปวาดไปให้คุณพ่อดู…”

“คุณครูบอกว่าหนูวาดสวย…”

“หนูคิดว่าคุณพ่อจะดีใจ…”

ทุกคำพูดไร้เดียงสาของเธอ

กลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก

ฉันพยายามรักษาความสงบ

“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?”

“หนูขึ้นไปหาคุณพ่อข้างบน…”

“พี่พนักงานต้อนรับรู้จักหนู เลยให้หนูเข้าไปได้…”

“หนูเห็นคุณพ่ออยู่กับคุณ Bianca…”

ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น

สายตาของฉันก็เย็นลง

Bianca

ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างอดีตสามีของฉันในทุกงานธุรกิจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ฉันเคยได้ยินคนพูดกันว่า

เธออาจจะเป็น “คุณนายคนใหม่” ในไม่ช้า

แต่ตอนนั้นฉันยังไม่ลงมือทำอะไร

เพราะยังมีสัญญาหลายฉบับที่ดำเนินการไม่เสร็จ

และสุขภาพของอดีตแม่สามีก็ไม่ค่อยดี

ฉันไม่อยากให้เรื่องบานปลาย

แต่ดูเหมือนความเงียบของฉัน

ทำให้พวกเขาคิดว่าฉันอ่อนแอจนสามารถเหยียบย่ำได้

ลูกสาวของฉันกำผ้าห่มแน่น

“พอหนูเปิดประตูเข้าไป…”

“เธอผลักหนู…”

“หนูชนเข้ากับโต๊ะ…”

“คุณพ่อกลับไปช่วยคุณ Bianca ก่อน…”

มือของฉันชะงัก

“แล้วลูกล่ะ?”

เธอกัดริมฝีปาก

“หนูนั่งอยู่บนพื้นคนเดียว…”

“คุณพ่อบอกว่าอย่าทำตัววุ่นวาย…”

“แล้วก็ให้คนขับรถพาหนูกลับบ้าน…”

หลังจากพูดจบ

เธอก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม

“คุณแม่… คุณพ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ…?”

ฉันหันหน้าหนีไปอีกทางอยู่หลายวินาที

ความรู้สึกหนักอึ้งถาโถมเข้ามาในอก

ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะปกป้องเราสองแม่ลูกไปตลอดชีวิต…

วันนี้ลูกสาวของเขาได้รับบาดเจ็บต่อหน้าต่อตา

แต่คนแรกที่เขาห่วง

กลับเป็นชู้รักของตัวเอง

ฉันจัดผ้าห่มให้ลูก

“ไม่ได้แปลว่าพ่อไม่รักลูก”

“เขาแค่ลืมไปแล้วว่าการเป็นพ่อที่ดีควรเป็นอย่างไร”

เธอมองฉันอย่างสับสน

ฉันลูบผมของเธอเบา ๆ

“นอนพักก่อนนะ”

“เรื่องที่เหลือ แม่จะจัดการเอง”

หลังจากลูกสาวหลับ

ฉันเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย

ทางเดินเงียบสงัด

ฉันยืนอยู่หน้ากระจก

มองเงาสะท้อนของตัวเอง

หกปี

ฉันมอบหมายให้เขาดูแลธุรกิจร้านอาหารทั้งหมดหลังจากคลอดลูก

ทุกคนคิดว่าเขาคือเจ้าของตัวจริง

แต่ไม่มีใครรู้…

ว่าฉันยังคงถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัท

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

แล้วโทรหาทนายความของฉัน

ทันทีที่เขารับสาย

ฉันพูดตรงประเด็น

“เปิดใช้เงื่อนไขเพิกถอนสิทธิ์ทันที”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

“แน่ใจนะว่าจะทำตอนนี้เลย?”

“คืนนี้”

ฉันมองสายฝนที่ตกอยู่ด้านนอกหน้าต่าง

“แล้วก็อีกเรื่อง”

“ระงับสิทธิ์การเข้าถึงบริษัททั้งหมดของเขา”

ทนายความสูดหายใจลึก

“เข้าใจแล้ว”

“ผมจะแจ้งคณะกรรมการบริหาร”

หลังจากวางสาย

โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นทันที

ชื่อของอดีตสามีปรากฏบนหน้าจอ

ฉันรับสาย

เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ

“คุณทำอะไรลงไป?”

“บัตรทุกใบของผมถูกระงับ”

“ผมเข้าใช้บัญชีบริษัทไม่ได้ด้วย”

ฉันหัวเราะเบา ๆ

“อ้อ”

“เพิ่งรู้ตัวเหรอ?”

เขาเงียบไปชั่วครู่

ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักขึ้น

“แค่เด็กหกล้ม คุณจะทำเรื่องให้ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?”

“Bianca ไม่ได้ตั้งใจ”

“เด็กซนก็ต้องเจ็บตัวเป็นธรรมดา”

ฉันหลับตาลง

ภาพใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของลูกสาวผุดขึ้นมาในหัว

จากนั้นจึงพูดช้า ๆ

“พูดจบหรือยัง?”

“Angela—”

“คุณมีเวลาอีกสามสิบนาที”

“พา Bianca มาที่นี่”

“แล้วให้เธอขอโทษลูกสาวของฉัน”

“ถ้าไม่อย่างนั้น…”

ฉันหยุดพูดกะทันหัน

เพราะในเวลาเดียวกันนั้น

มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์อีกเครื่องของฉัน

ผู้ส่งคืออดีตผู้ช่วยของอดีตสามี

ฉันเปิดดูทันที

มีเพียงรูปถ่ายรูปเดียว

ในภาพ Bianca กำลังยิ้มอย่างมีความสุข

พร้อมถือเอกสารโอนหุ้นอยู่ภายในห้องทำงานของประธานบริษัท

และที่มุมล่างสุดของเอกสาร…

มีลายเซ็นของฉันอยู่

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ…

ลายเซ็นปลอมที่ถูกเลียนแบบโดยใช้ชื่อของฉัน

อ่านตอนต่อไปของเรื่องได้ในส่วนความคิดเห็น

ตอนต่อไป: บัลลังก์ที่ถล่มทลาย กับความจริงใต้หน้ากาก

ความโกรธที่เคยเดือดพล่านในอกพลันเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ลายเซ็นปลอมบนเอกสารโอนหุ้นฉบับนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอดีตสามีของฉัน—พีระ—และชู้รักของเขา ไม่เพียงแต่ไร้หัวใจ แต่ยังโง่เขลาและโลภโมทนจนกล้าก้าวขาเข้าคุก

ฉันกดวางสายจากพีระโดยไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ แล้วหันไปส่งข้อความหาทนายความทันที: “ตรวจสอบการยักยอกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ เพิ่มข้อหาอาญาเข้าไปด้วย”

สามสิบนาทีต่อมา…

ประตูห้องพักผู้ป่วยไม่ได้เปิดออก แต่เป็นเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากโถงทางเดินของโรงพยาบาล พีระเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง โดยมี Bianca เดินนวยนาดตามหลังมา เธอยังคงแต่งตัวจัดเต็มและกอดอกมองฉันด้วยสายตาจิกกัด ราวกับว่าการมาที่นี่คือการลดตัวลงมาอย่างถึงที่สุด

“Angela! คุณบ้าไปแล้วหรือไง?!” พีระตวาดเสียงต่ำ “ระงับบัตรเครดิต ระงับบัญชีบริษัทไม่พอ นี่ทนายของคุณยังส่งเอกสารแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารมาที่อีเมลฉันอีก! คุณคิดจะเล่นสงครามประสาทอะไร?”

ฉันยืนนิ่ง กอดอกพิงเคาน์เตอร์พยาบาลด้านนอกห้องพัก เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนลูกสาวที่กำลังหลับ

“สงครามประสาทงั้นเหรอ?” ฉันเหยียดยิ้ม มองไปที่ Bianca “เอกสารโอนหุ้นที่พวกคุณแอบทำกันในห้องทำงานประธานบริษัทเมื่อบ่ายนี้… คิดว่าฉันจะไม่รู้เหรอ?”

Bianca หน้าซีดไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดดี “รู้แล้วไงคะ? พี่พีระบริหารร้านอาหารนี้มาหกปีจนรุ่งเรือง มันก็ควรเป็นของเขาครึ่งหนึ่ง และในเมื่อเขาให้ฉัน ฉันก็มีสิทธิ์! แค่ลายเซ็นใบเดียวจะอะไรนักหนา!”

“Bianca! เงียบก่อน!” พีระรีบห้าม แต่สายเกินไปแล้ว คำสารภาพของเธอหลุดออกมาต่อหน้าพนักงานและพยาบาลที่อยู่แถวนั้นเรียบร้อย

ฉันหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดไฟล์เอกสารบางอย่าง แล้วยื่นไปตรงหน้าพีระ

“หกปีที่คุณบริหาร… คุณคิดว่าคุณเก่งนักเหรอ พีระ? ร้านอาหาร 20 สาขาทั่วประเทศ ขยายตัวได้เพราะเงินทุนจากบริษัทแม่ของตระกูลฉัน และสัญญาร่วมทุนระบุไว้ชัดเจนว่า ‘หากผู้บริหารมีพฤติกรรมเสื่อมเสีย ทุจริต หรือทำให้บริษัทเสียหาย สิทธิ์การบริหารทั้งหมดจะถูกริบคืนทันทีโดยไม่มีข้อเงื่อนไข’ และที่สำคัญ…”

ฉันเลื่อนหน้าจอไปที่รูปถ่ายเอกสารปลอมแปลงหุ้นที่ Bianca ถือ

“สูตรอาหาร ระบบซัพพลายเชน และแบรนด์ทั้งหมด เป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาในชื่อของฉันคนเดียว หุ้นที่พวกแกปลอมแปลงลายเซ็นโอนไป… มันคือหุ้นของบริษัทโฮลดิ้งเปล่าๆ ที่มีแต่หนี้สินขยายสาขาที่ฉันโยกไปไว้ให้พวกแกขย้ำเล่นยังไงล่ะ”

พีระเบิกตากว้าง มือที่จับแท็บเล็ตสั่นเทาจนแทบประคองไว้ไม่อยู่ “ไม่… ไม่จริง… คุณหลอกฉัน!”

“ฉันไม่ได้หลอก แต่พวกแกโลภจนตาบอดเอง” ฉันก้าวเข้าไปใกล้พีระ สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “คนขับรถส่งคลิปหน้ารถและกล้องวงจรปิดในห้อง VIP ให้ฉันหมดแล้ว ภาพที่ Bianca ผลักลูกสาวฉันล้มกระแทกโต๊ะ แล้วแกเดินข้ามร่างลูกที่ร้องไห้เพื่อไปประคองชู้… มันชัดเจนพอที่จะทำให้แกสิทธิ์ขาดจากการเป็นพ่อ และติดคุกข้อหาละเลยผู้เยาว์ร่วมด้วย”

“Angela… ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นฉันแค่ตกใจ!” พีระทรุดเข่าลงทันที ความโอหังหายไปสิ้นเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเงิน อำนาจ และชื่อเสียง

Bianca เห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปกระชากแขนพีระ “พี่พีระ! ลุกขึ้นสิคะ จะไปกลัวมันทำไม!”

“หุบปาก!!” พีระหันไปตวาดใส่ Bianca ด้วยความโมโห “เพราะเธอนั่นแหละ! ถ้าเธอไม่ผลักลูก ถ้าเธอไม่คิดโลภอยากได้หุ้น เรื่องมันคงไม่พังขนาดนี้!”

คนสองคนที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน บัดนี้กำลังยืนกัดกันเองเหมือนสุนัขจนตรอกกลางโถงโรงพยาบาล

บทสรุป: ทวงคืนความยุติธรรม

เช้าวันรุ่งขึ้น…

ข่าวการปลดประธานบริหารเครือร้านอาหารชื่อดังสายฟ้าแลบกลายเป็นข่าวดังในแวดวงธุรกิจ พีระและ Bianca ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวไปสอบสวนทันทีในข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ ร่วมกันฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์สินบริษัท ทรัพย์สินทั้งหมดที่เป็นชื่อของพีระ รวมถึงรถหรูและคอนโดที่เขาใช้เปย์ชู้รัก ถูกอายัดเพื่อตรวจสอบตรวจสอบเส้นทางเงิน

ที่ห้องพักผู้ป่วย แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่ส่องเข้ามา

ลูกสาวตัวน้อยของฉันลืมตาตื่นขึ้นมา แผลที่หน้าผากเริ่มแห้งลงแล้ว เธอมองซ้ายมองขวา ก่อนจะเห็นกระต่ายตุ๊กตาตัวโปรดที่ถูกซักจนสะอาดเอี่ยมวางอยู่ข้างหมอน พร้อมกับกล่องสีไม้ชุดใหม่เอี่ยม

“คุณแม่ซักพี่กระต่ายให้หนูเหรอคะ?” เด็กน้อยถามเสียงใส

ฉันเดินเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความรักทั้งหมดที่มี “ใช่ค่ะ… ต่อจากนี้ไป พี่กระต่ายจะสะอาดและปลอดภัย และไม่มีใครหน้าไหนมารังแกหนู หรือทำให้หนูต้องร้องไห้ได้อีกแล้วนะลูก”

เธอยิ้มกว้างกอดคอฉันแน่น โลกใบเก่าที่เต็มไปด้วยความหลอกลวงและความเห็นแก่ตัวของผู้ชายคนนั้นได้ถูกฉันทำลายลงด้วยมือของฉันเอง และนับจากนี้ไป… ฉันจะสร้างอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อปกป้องรอยยิ้มของลูกสาวคนนี้ตลอดไป