Posted in

ผู้จัดการไล่ชาวนาคนหนึ่งออกจากโชว์รูมรถ เพราะบอกว่าเขามีกลิ่นดินและไม่มีปัญญาซื้อรถ — แต่ทุกคนต้องตะลึง เมื่อชาวนาคนนั้นเทเงินสดหลายสิบล้านบาทลงบนโต๊ะ เพื่อซื้อรถกระบะคันที่แพงที่สุด

ผู้จัดการไล่ชาวนาคนหนึ่งออกจากโชว์รูมรถ เพราะบอกว่าเขามีกลิ่นดินและไม่มีปัญญาซื้อรถ — แต่ทุกคนต้องตะลึง เมื่อชาวนาคนนั้นเทเงินสดหลายสิบล้านบาทลงบนโต๊ะ เพื่อซื้อรถกระบะคันที่แพงที่สุด

ช่วงเที่ยงวัน ภายในโชว์รูม “Elite Motors” ดีลเลอร์รถชื่อดังที่สุดในเมือง พื้นเงาวับสะอาดเหมือนกระจก รถยนต์แต่ละคันถูกจัดเรียงราวกับอัญมณี — ทั้ง SUV รถสปอร์ต และรถกระบะราคาหลายล้านบาท พนักงานขายทุกคนแต่งตัวเนี้ยบ มีกลิ่นน้ำหอม และเฝ้ารอลูกค้าที่ดูร่ำรวย

ท่ามกลางความเงียบ ประตูกระจกถูกเปิดออก

ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามา

เขาชื่อ “ลุงกุสติง” อายุประมาณหกสิบปี สวมเสื้อโปโลสีซีดเปื้อนโคลน กางเกงพับถึงเข่า และรองเท้าแตะเก่า ๆ ผิวของเขาคล้ำแดด และถือกระบุงสานเก่าใบหนึ่ง

พนักงานขายหลายคนหันมามองทันที ก่อนจะเริ่มซุบซิบและหัวเราะ

“เฮ้ มีชาวนาหลงเข้ามา คงนึกว่าที่นี่เป็นตลาดแน่เลย!” พนักงานคนหนึ่งพูดล้อเลียน

“ปล่อยเถอะ เดี๋ยวก็ออกไปเอง พอรู้ว่าแอร์ฟรีอย่างเดียวที่นี่” อีกคนตอบพร้อมหัวเราะ

จากนั้น “คุณริกกี้” ผู้จัดการฝ่ายขายที่ขึ้นชื่อเรื่องความดูถูกคนจน เดินเข้ามา เขามองลุงกุสติงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตารังเกียจ

“เฮ้ ลุง! มาทำอะไรที่นี่?” เขาตวาด “ห้ามมานั่งเล่นในโชว์รูมนะ เห็นพื้นไหม? รองเท้าเลอะโคลนเต็มไปหมด ออกไปข้างนอกเลย ที่นี่ไม่ใช่ศาลารอรถ!”

ลุงกุสติงหยุดเดิน แล้วส่งยิ้มบาง ๆ

“สวัสดีครับ ผมแค่อยากมาถามเรื่องรถหน่อย อยากซื้อรถกระบะไว้ใช้ในไร่ที่ต่างจังหวัดครับ”

คุณริกกี้หัวเราะเสียงดัง จนก้องไปทั่วโชว์รูม

“ซื้อรถ? แกเนี่ยนะ?” เขาพูดเยาะ “แค่ราคายางรถที่นี่ แกก็หาไม่ได้ทั้งชีวิตจากการปลูกมันสำปะหลังแล้ว! ออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาลากตัวแก! แกเสียเวลาฉัน!”

ลุงกุสติงก้มหน้า

เขาชินกับการถูกดูถูกจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่คำพูดต่อหน้าคนมากมายแบบนี้ก็ยังทำให้เจ็บอยู่ดี

เขากำลังจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา

เธอชื่อ “อานา” พนักงานฝึกหัดที่เพิ่งเข้าทำงานได้แค่สองเดือน และยังขายรถไม่ได้สักคัน

“คุณริกกี้ อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ” เธอกระซิบเบา ๆ ก่อนหันไปยิ้มให้ลุงกุสติงอย่างจริงใจ “คุณลุงคะ ขอโทษแทนด้วยนะคะ เชิญนั่งตรงโซฟาก่อนค่ะ รับกาแฟหรือน้ำเปล่าดีคะ? ดูเหมือนจะเหนื่อยมากเลย”

“อานา! เธอทำอะไรน่ะ? อย่าให้เขาเข้ามาสิ!” ริกกี้ตะโกน

“แต่เขาก็ยังเป็นลูกค้านะคะ หน้าที่ของหนูคือดูแลลูกค้า” อานาตอบอย่างสุภาพแต่หนักแน่น

เธอหยิบน้ำเย็นมาแก้วหนึ่งแล้วยื่นให้ลุงกุสติง

เขาดื่มน้ำอย่างกระหาย ก่อนยิ้มให้อานา

“ขอบใจนะหนู ใจดีมาก ลุงหิวน้ำมานานแล้ว”

“คุณลุงกำลังมองหารถแบบไหนคะ?” อานาถาม

ลุงกุสติงชี้ไปที่รถกระบะ 4×4 คันใหญ่ที่สุดและแพงที่สุดกลางโชว์รูม สีแดงสด ยกสูง และติดอุปกรณ์ครบครัน มันคือรุ่นท็อปสุดของโชว์รูม

“ลุงอยากได้คันนั้น มันทนลุยโคลนไหม? ขนกระสอบข้าวขึ้นเขาไหวหรือเปล่า?”

คุณริกกี้รีบเดินเข้ามาอีกครั้ง

“อานา เขาแค่ปั่นหัวเธอเล่น!” เขาพูดเยาะ “รถคันนั้นราคา 2.5 ล้านเปโซฟิลิปปินส์นะ! ต้องจ่ายเงินสดหรือไม่ก็เครดิตผ่านธนาคาร คิดว่าตาแก่นี่มีบัญชีธนาคารหรือไง?”

ลุงกุสติงสูดหายใจลึก แล้วหันไปมองอานา

“หนู เมื่อกี้บอกว่าเท่าไหร่นะ? 2.5 ล้านเปโซ? ถ้าจ่ายสด มีส่วนลดไหม?”

“มะ-มีค่ะคุณลุง…” อานาตอบตะกุกตะกัก

ลุงกุสติงยิ้มอย่างอบอุ่น ก่อนจะยกกระบุงสานเก่า ๆ ที่เขาถือมาตลอดวางลงบนโต๊ะกระจกราคาแพงอย่างใจเย็น

เขารูดซิปผ้าใบหนาที่คลุมปากกระบุงออก เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน—มัดธนบัตรใบละ 1,000 เปโซฟิลิปปินส์ปึกใหญ่ที่ถูกมัดไว้อย่างเป็นระเบียบอัดแน่นอยู่จนเต็มกระบุง!

“งั้นลุงซื้อคันนี้แหละ… อานา ช่วยนับเงินหน่อยนะ ลุงเพิ่งขายที่ดินมรดกและผลผลิตในไร่ได้มา เงินสดทั้งหมดนี่น่าจะประมาณ 5 ล้านเปโซ ลุงกะว่าจะซื้อรถกระบะคันนี้หนึ่งคัน และรถ SUV ให้เมียลุงอีกหนึ่งคัน”

ตึง!

โชว์รูมทั้งโชว์รูมตกอยู่ในความเงียบกริบทันที พนักงานขายทุกคนที่เคยซุบซิบหัวเราะเยาะถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า

คุณริกกี้ หน้าถอดสีและซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ขาของเขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่ เงินสด 5 ล้านเปโซกองอยู่ตรงหน้าเขา เงินก้อนใหญ่ที่สามารถทำยอดทะลุเป้าของโชว์รูมได้ในพริบตา!

“คุณ… คุณลุงครับ! ผมขอโทษ!” ริกกี้รีบปรี่เข้ามาเปลี่ยนสีหน้าเป็นประจบสอพลอทันที “ผมแค่อล้อเล่นน่ะครับ! เชิญคุณลุงไปที่ห้อง VIP ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเอกสารและส่วนลดพิเศษสุดให้เอง!”

ลุงกุสติงยกมือขึ้นห้ามทันที สีหน้าของชายชราเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยและทรงพลัง

“ไม่จำเป็น” ลุงกุสติงพูดเสียงกร้าว “ฉันคุยกับหนูอานา และฉันจะซื้อรถกับเธอเท่านั้น คนที่มองคนแค่เปลือกอย่างแก ไม่คู่ควรแม้แต่จะจับเงินของฉัน”

ลุงกุสติงหันไปหาอานาที่กำลังยืนอึ้ง “หนูอานา ช่วยลุงทำสัญญาซื้อขายทีนะ คอมมิชชั่นรถสองคันนี้เป็นของหนูคนเดียว”

“ค… ค่ะคุณลุง! ขอบพระคุณมากค่ะ!” อานาน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ เงินคอมมิชชั่นจากรถรุ่นท็อปสองคันนี้มากพอที่จะช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวของเธอได้เลย

ขณะที่อานากำลังจัดการเอกสาร เจ้าของโชว์รูม “Elite Motors” ที่บังเอิญเข้ามาตรวจงานพอดีเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ และได้รับรู้พฤติกรรมทั้งหมดของคุณริกกี้จากกล้องวงจรปิดและคำบอกเล่าของพนักงานคนอื่น

“ริกกี้ แกถูกไล่ออก” เจ้าของโชว์รูมกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “โชว์รูมของเราไม่ต้อนรับคนที่ดูถูกลูกค้า และจากวันนี้ไป อานา… เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายคนใหม่แทน”

ริกกี้ได้แต่ยืนก้มหน้าร้องไห้ด้วยความสำนึกผิดและอับอาย เขาต้องสูญเสียทั้งงานและอนาคตเพียงเพราะนิสัยดูถูกคน

หลังจากวันนั้น ภาพของลุงกุสติงในชุดเปื้อนโคลนขับรถกระบะป้ายแดงคันหรูออกจากโชว์รูม โดยมีอานายืนโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนใจพนักงานทุกคนในโชว์รูมแห่งนั้นว่า… “อย่าตัดสินคุณค่าของใครจากเสื้อผ้าที่เขาซ่อนอยู่ข้างนอก เพราะเพชรแท้มักจะซ่อนตัวอยู่ในสิ่งธรรมดา ๆ เสมอ”