Posted in

“ฉันจัดงานดินเนอร์สุดหรูเพื่อฉลองครบรอบแต่งงาน 5 ปีกับมาร์กสามีของฉัน สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดคือ เขากลับพา ‘ของขวัญ’ ชิ้นใหญ่มาด้วย—นั่นคือชู้รักที่กำลังตั้งครรภ์! เขาตั้งใจจะตอกย้ำใส่หน้าฉันว่ามีคนสืบทอดสายเลือดให้เขาได้แล้ว และจะบังคับให้ฉันแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งเพื่อแลกกับการหย่า แต่เขาไม่มีวันรู้เลยว่า… มีเอกสารอะไรบางอย่างถูกซ่อนอยู่ใต้จานอาหารของเขา…”

“ฉันจัดงานดินเนอร์สุดหรูเพื่อฉลองครบรอบแต่งงาน 5 ปีกับมาร์กสามีของฉัน สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดคือ เขากลับพา ‘ของขวัญ’ ชิ้นใหญ่มาด้วย—นั่นคือชู้รักที่กำลังตั้งครรภ์! เขาตั้งใจจะตอกย้ำใส่หน้าฉันว่ามีคนสืบทอดสายเลือดให้เขาได้แล้ว และจะบังคับให้ฉันแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งเพื่อแลกกับการหย่า แต่เขาไม่มีวันรู้เลยว่า… มีเอกสารอะไรบางอย่างถูกซ่อนอยู่ใต้จานอาหารของเขา…”

### แขกรับเชิญหน้าด้าน

ฉันจัดงานดินเนอร์สุดหรูขึ้นที่คฤหาสน์ของเรา แขกที่มาร่วมงานมีทั้งพ่อแม่ของฉัน พ่อแม่ของมาร์ก และญาติสนิทอีกสองสามคน ทุกคนต่างมีรอยยิ้มและคาดหวังว่าจะได้ร่วมเฉลิมฉลองวันครบรอบปีที่ห้าของชีวิตคู่ของเราอย่างมีความสุข

ฉันชื่อ **เอลินา (Elena)** อายุ 30 ปี เป็นทายาทเพียงคนเดียวของเครือโรงแรมหรูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วน **มาร์ก (Mark)** มาจากครอบครัวธรรมดาๆ แต่เพราะความรักบังตา ฉันจึงมอบตำแหน่งรองประธานบริหารในบริษัทของฉันให้เขา ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเราพยายามอย่างหนักที่จะมีลูกด้วยกัน แต่ก็ล้มเหลวมาโดยตลอด

เวลาสองทุ่มตรง ประตูบานใหญ่ของห้องอาหารเปิดออก มาร์กเดินเข้ามา… แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายของเขามีผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงรัดรูปเกาะแขนเขาอยู่ ชุดนั้นเน้นให้เห็นหน้าท้องที่นูนออกมาอย่างชัดเจน—เธอตั้งท้องได้ประมาณห้าเดือนแล้ว

ห้องอาหารทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ แม่สามีของฉันถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนพ่อแม่ของฉันจ้องมองไปด้วยสายตาที่โกรธจัดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ

“สวัสดีตอนเย็นครับทุกคน” มาร์กเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเยาะ โดยไม่มีแววความละอายใจอยู่บนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เขากระชับอ้อมแขนประคองผู้หญิงคนนั้นไปยังเก้าอี้ว่างข้างๆ ตัวเขา “ผมขอแนะนำให้รู้จัก ‘ลิซ่า’ ครับ… และเด็กในท้องของเธอ ก็คือผู้สืบทอดคนต่อไปของผม ลูกของผมเอง”

### ความหนาของหน้ากาก

เสียงสูดหายใจด้วยความตกใจดังระงันไปทั่วโต๊ะอาหาร

“ม-มาร์ก! แกบ้าไปแล้วเหรอ?!” แม่ของเขาร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

แต่มาร์กยังคงยืนตัวตรง เขาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความทะนงตัว “ห้าปีแล้วนะเอลินา ห้าปีที่ผมรอให้คุณมีลูกให้ผม แต่คุณมันเป็นหมัน! ผมต้องการคนมาสืบทอดสายเลือดของผม และลิซ่าก็ให้สิ่งนั้นกับผมได้”

ลิซ่ายิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้ เธอเอามือลูบหน้าท้องของตัวเองพลางมองมาที่ฉัน ราวกับว่าเธอคือราชินีคนใหม่ของบ้านหลังนี้

“เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมขอฟ้องหย่า” มาร์กพูดต่อ “และเนื่องจากผมเป็นคนช่วยบริหารและขยายบริษัทของคุณตลอดห้าปีที่ผ่านมา ผมจะขอหุ้นครึ่งหนึ่งของโรงแรม คฤหาสน์หลังนี้สำหรับครอบครัวใหม่ของผม และรถสปอร์ตอีกสามคัน ถ้าคุณยอมยกให้แต่โดยดี ผมจะจากไปเงียบๆ และจะไม่เอาเรื่องที่คุณเป็นหมันไปประจานกับพวกสื่อมวลชน”

ลิซ่าหัวเราะคิกคัก “เสียใจด้วยนะเอลินา พอดีลูกของฉันจำเป็นต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่ มากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีปัญญาเป็นแม่คนน่ะค่ะ”

พ่อของฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้าและทำท่าจะลุกขึ้นไปชกมาร์ก แต่ฉันยกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้ามท่านไว้ก่อน

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ฉันไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของฉันเลยสักหยด ในทางกลับกัน รอยยิ้มที่ราบเรียบแต่ชวนขนลุกกลับผุดขึ้นบนริมฝีปากของฉันแทน

“อย่างนั้นเหรอ มาร์ก?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะดีดนิ้วกลางอากาศ “ป้ามินดาคะ… ช่วยยก ‘เมนูจานพิเศษ’ ออกมาให้สามีสุดที่รักของฉัน กับ… แขกของเขาหน่อยค่ะ”

02: เมนูจานพิเศษ

ป้ามินดา หัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ก้าวเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับถาดเงินหรูหรา บนถาดนั้นไม่มีอาหารเลิศรสราคาแพงอย่างที่ทุกคนคาดคิด หากแต่มีเพียงจานเซรามิกเปล่าสองใบที่มีฝาครอบเงินปิดไว้อย่างมิดชิด

ป้ามินดาวางมันลงตรงหน้ามาร์กและลิซ่าอย่างเบามือ ท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงสงสัยของคนทั้งโต๊ะอาหาร

“นี่แกกำลังเล่นตลกอะไร เอลินา?” มาร์กขมวดคิ้ว แววตาเริ่มฉายความหงุดหงิด “คิดว่าเอาอาหารตบตามาเสิร์ฟแล้วจะถ่วงเวลาไม่หย่าได้งั้นเหรอ? เซ็นเอกสารแบ่งสมบัติมาซะดี ๆ อย่าให้ต้องขึ้นศาลให้ตระกูลแกอับอายขายขี้หน้าเลย”

ลิซ่าเบ้ปาก ยื่นมือที่แต่งเล็บสีแดงสดไปเปิดฝาครอบเงินออกเป็นคนแรก “อุ๊ย… มีแต่กระดาษเปล่าเหรอคะ? หรือว่าเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้ว…”

ทว่า คำพูดของลิซ่ากลับกลืนหายลงคอไปทันทีเมื่อเธอเห็นข้อความหัวกระดาษตราครุฑของโรงพยาบาลชั้นนำ

มาร์กรีบเปิดฝาครอบจานของตัวเองออกเช่นกัน ข้างใต้จานของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกซ่อนอยู่ เขาขมวดคิ้วพลางกระชากกระดาษข้างในออกมาอ่าน สายตาของเขาไล่อ่านข้อความทีละบรรทัด ก่อนที่รูม่านตาของเขาจะขยายกว้างด้วยความช็อก ใบหน้าที่เคยทะนงตนซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ราวกับเลือดในกายถูกสูบออกไปจนหมด

“น-นี่มัน… ข้อมูลบ้าอะไรกัน! แกไปเอาเรื่องโกหกพวกนี้มาจากไหน?!” มาร์กตวาดลั่น มือที่ถือกระดาษสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้

ฉันจิบไวน์แดงในแก้วอย่างใจเย็น ก่อนจะปรายสายตามองสุนัขจนตรอกทั้งสองตัว

03: ความจริงใต้จานอาหาร

“โกหกงั้นเหรอ มาร์ก?” ฉันแค่นหัวเราะ เสียงของฉันนิ่งสนิททว่าทรงพลังไปทั้งห้องอาหาร “เอกสารในจานของแก คือผลการตรวจสเปิร์มและระบบสืบพันธุ์ของแกอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามสถาบัน ที่ฉันแอบเอาตัวอย่างของแกไปตรวจเมื่อปีที่แล้ว… แกต่างหากที่เป็นหมัน! แกมีภาวะไม่สามารถมีบุตรได้ร้อยเปอร์เซ็นต์มาตั้งแต่เกิด!”

“อะไรนะ?!” แม่ของมาร์กร้องอุทานลั่นห้อง พ่อแม่ของฉันเริ่มเปลี่ยนจากความโกรธเป็นรอยยิ้มสมเพช

“และกระดาษในจานของชู้รักแก…” ฉันหันไปจ้องลิซ่าที่ตอนนี้นั่งตัวสั่นเทา “มันคือรายงานการสืบทรัพย์และพฤติกรรมเชิงลึกของเธอ ลิซ่าไม่ได้ท้องกับแกหรอกมาร์ก… ผลดีเอ็นเอเด็กในท้องที่ฉันให้คนไปสืบมา มันระบุชัดเจนว่าพ่อของเด็กคือเสี่ยคนหนึ่งที่เธอแอบคบซ้อนอยู่ย่านทองหล่อ เธอแค่หาคนโง่มาเซ็นรับเป็นพ่อเด็กเพื่อปอกลอกสมบัติ และคนโง่คนนั้นก็คือแก!”

“ไม่จริงนะมาร์ก! ยายบ้านี่มันใส่ร้ายลิซ่า! มาร์กอย่าไปเชื่อมันนะ!” ลิซ่ากรีดร้องลนลาน พยายามจะเกาะแขนสามีของฉัน แต่บัดนี้มาร์กกลับสะบัดเธอออกอย่างแรงจนเธอเกือบตกเก้าอี้

มาร์กหันไปคว้าคอเสื้อลิซ่า แววตาเต็มไปด้วยความคลั่ง “แกหลอกฉันเหรอลิซ่า?! แกบอกว่านี่ลูกของฉัน! แกบอกว่าฉันมีน้ำยา!”

“ฉันไม่ได้หลอก… ฮึก…” ลิซ่าหน้าถอดสีเมื่อเจอหลักฐานมัดตัวแน่นหนา

ฉันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอาหารเพื่อเรียกความสนใจจากพวกหน้าด้านทั้งสองคน

“ยังไม่หมดแค่นั้นหรอกนะ มาร์ก… ห้าปีที่ผ่านมาแกคิดว่าแกบริหารบริษัทจนรุ่งเรืองงั้นเหรอ? ป่าวเลย ทุกโปรเจกต์ที่แกทำพัง ฉันเป็นคนตามล้างตามเช็ดข้างหลังให้ตลอด และเอกสารแผ่นสุดท้ายใต้จานของแก… คือหลักฐานการยักยอกเงินบริษัทซาน กาเบรียล กรุ๊ป เข้าบัญชีส่วนตัวของแกและชู้รักรวมกว่าแปดสิบล้านบาท!”

04: คืนครบรอบที่ไม่มีวันลืม

ทนายความส่วนตัวของฉันก้าวเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับหมายศาลและตำรวจในเครื่องแบบสามนาย

มาร์กทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นคฤหาสน์ทันที ความโอหังในตอนแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวขั้นสุด เขาพยายามคลานเข้ามาเกาะขาฉัน ทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างที่เคยมี

“เอลินา… ผมขอโทษ! ผมมันตารสบเองที่โดนผู้หญิงคนนี้หลอก! ผมรักคุณนะเอลินา อย่าส่งผมเข้าคุกเลยนะ ผมยอมหย่า! ยอมหย่าโดยไม่เอาสมบัติแม้แต่บาทเดียวเลยครับ!” มาร์กร้องไห้ฟูมฟาย

ฉันมองดูชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ยื่นเท้าหลบจากการเกาะกุมอันสกปรกของเขา

“แกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น มาร์ก” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ “แกจะถูกไล่ออกจากตำแหน่งรองประธานทันที ทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นชื่อแกจะถูกอายัดเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่แกโกงบริษัทไป… แบรนด์เนม รถสปอร์ต หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่แกใส่อยู่ ฉันก็จะยึดคืนให้หมด!”

ฉันหันไปหาทนายความและตำรวจ

“คุมตัวทั้งสองคนออกไปค่ะ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่มีข้อตกลง ไม่มีการยอมความ”

“รับทราบครับคุณเอลินา” ตำรวจก้าวเข้ามาล็อกกุญแจมือมาร์กและลิซ่าทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงอ้อนวอนอันน่าเวทนาของทั้งคู่ที่ค่อย ๆ ดังห่างออกไปจากห้องอาหาร

เมื่อความอบอ้าวของคนหน้าด้านพ้นไปจากบ้าน ฉันหันไปหาพ่อแม่ของฉันและพ่อแม่ของมาร์กที่นั่งอึ้งอยู่ ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นฉลองด้วยรอยยิ้มที่สง่างาม

“เอาล่ะค่ะทุกคน… ดินเนอร์ฉลองวันครบรอบ 5 ปี และ ‘วันสิ้นสุดชีวิตคู่’ ของฉันเริ่มขึ้นแล้วค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ”