Posted in

เมื่อรู้ว่าห้อง 502 คือสถานที่ที่สามีจะนัดพบกับผู้หญิงอีกคน เธอจึงไปถึงก่อนและนั่งรออย่างเงียบ ๆ แต่ทันทีที่สามีเปิดประตูเข้ามา… ทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ

**เมื่อรู้ว่าห้อง 502 คือสถานที่ที่สามีจะนัดพบกับผู้หญิงอีกคน เธอจึงไปถึงก่อนและนั่งรออย่างเงียบ ๆ แต่ทันทีที่สามีเปิดประตูเข้ามา… ทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ**

เวลาสามทุ่มตรง

โทรศัพท์มือถือของ **มาริสซา** สั่นขึ้น

ตอนนั้นเธอกำลังล้างจานอยู่ในครัว หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมข้อความจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก

มีเพียงประโยคเดียว

*”ถ้าคุณอยากรู้ว่าสามีของคุณจะไปไหนคืนนี้จริง ๆ ไปที่ Royal Crown Hotel ห้อง 502 เวลา 22.00 น. จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ”*

แนบมาด้วยรูปถ่ายหนึ่งใบ

ในภาพคือ **แดเนียล** สามีของเธอ กำลังนั่งหัวเราะอย่างสนุกสนานกับหญิงสาววัยรุ่นที่สวมชุดสีขาวในร้านกาแฟ

มาริสซาจ้องรูปนั้นอยู่นาน

ถ้าเป็นเมื่อสามเดือนก่อน…

เธอคงรีบโทรหาสามีเพื่อถามหาคำอธิบาย

แต่ตอนนี้…

เธอเพียงล็อกหน้าจอโทรศัพท์อย่างเงียบ ๆ

ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

แดเนียลเปลี่ยนไปมาก

เขาอ้างว่าต้องทำงานล่วงเวลาบ่อยขึ้น

แม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังมี “ลูกค้าคนสำคัญ”

บนเสื้อเชิ้ตของเขามักมีกลิ่นน้ำหอมที่เธอไม่คุ้นเคย

ที่สำคัญ โทรศัพท์มือถือที่เคยวางไว้ที่ไหนก็ได้ ตอนนี้กลับตั้งรหัสผ่าน และพกติดตัวแม้กระทั่งเวลาเข้าห้องน้ำ

มาริสซาพยายามบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า…

อย่าคิดมาก

จนกระทั่งข้อความนี้มาถึง

เวลา 21.20 น.

แดเนียลเดินออกมาจากห้องนอน พลางจัดเนกไทให้เรียบร้อย

“คืนนี้ผมมีนัดคุยเรื่องสัญญากับหุ้นส่วน”

มาริสซายิ้มบาง ๆ

“ค่ะ ขับรถดี ๆ นะ”

แดเนียลชะงักไปเล็กน้อย

ราวกับเขาเองก็แปลกใจกับความสงบของภรรยา

เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอ ก่อนจะเดินออกจากบ้าน

ทันทีที่ประตูปิดลง…

รอยยิ้มบนใบหน้าของมาริสซาก็หายไป

สิบนาทีต่อมา

แท็กซี่คันหนึ่งจอดหน้าทางเข้า **Royal Crown Hotel**

เธอไม่ได้ขึ้นไปทันที

แต่เลือกนั่งอยู่ในล็อบบี้ ดื่มน้ำหนึ่งแก้วจนหมด ก่อนเดินไปหาผู้จัดการโรงแรม

สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคือ

เธอไม่ได้โวยวาย

ไม่ได้ร้องไห้

และไม่ได้มาหาเรื่องใคร

เธอเพียงหยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋าถือ

แล้วพูดกับผู้จัดการด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า

“ฉันเป็นภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับคุณแดเนียลค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการให้โรงแรมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของแขก เพียงแต่อยากขอความกรุณา หากคืนนี้มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น รบกวนช่วยเป็นพยานให้ด้วย”

ผู้จัดการมองเธออย่างชื่นชม

ก่อนจะพยักหน้าเงียบ ๆ

มาริสซาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นห้า

ห้อง 502

ประตูไม่ได้ล็อก

เธอค่อย ๆ ผลักเข้าไป

ภายในห้องมืดสนิท

ไม่มีใครอยู่

เธอมองนาฬิกาข้อมือ

ยังเหลือเวลาอีกสิบห้านาทีก่อนสี่ทุ่ม

รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ได้เวลาเริ่มฉากแรกแล้ว…”

เธอปิดผ้าม่านทั้งหมด

ปิดไฟทุกดวง

จากนั้นนั่งลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่างอย่างเงียบสงบ

แต่เพียงเท่านั้นยังไม่พอ

เธอเปิดกระเป๋าถือที่เตรียมมา

ข้างในมี

กล่องของขวัญที่ห่ออย่างสวยงาม

เค้กก้อนเล็ก

และสำเนาเอกสารสินเชื่อบ้านที่เป็นชื่อของทั้งคู่

รวมถึงโฉนดห้องชุดที่เธอเป็นคนผ่อนชำระจากเงินเก็บของตัวเองเกือบทั้งหมดตลอดหลายปี

เธอจัดวางทุกอย่างไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ

22.00 น. ตรง

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดิน

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนหนึ่ง

แล้วเสียงของแดเนียลก็ดังขึ้น

“ไม่ต้องห่วงหรอก ภรรยาผมคิดว่าผมมาประชุมกับลูกค้า”

ลูกบิดประตูค่อย ๆ หมุน

ประตูเปิดออก…….

ประตูเปิดออก… แสงไฟจากทางเดินส่องเข้ามาเป็นลำสว่างวาบ เผยให้เห็นเงาของแดเนียลที่กำลังโอบเอวหญิงสาวในชุดสีขาว ทั้งคู่ยังคงหัวเราะคิกคักจนกระทั่งแดเนียลเอื้อมมือไปเปิดไฟในห้อง

“พรึ่บ!”

แสงไฟนีออนสว่างจ้า และภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เสียงหัวเราะของทั้งสองคนหยุดกึกราวกับถูกสับสวิตช์

มาริสซานั่งอยู่ตรงนั้น บนเก้าอี้ตัวใหญ่ข้างหน้าต่าง เธอสวมชุดเดรสสีเข้มที่ดูสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉย ไร้แววโกรธเคือง สายตาจับจ้องไปที่สามีและชู้รักอย่างนิ่งสนิท

“ม… มาริสซา! คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!” แดเนียลหน้าถอดสี มือที่โอบเอวหญิงสาวรีบชักกลับราวกับถูกของร้อน ส่วนผู้หญิงคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความเลิ่กลั่กเมื่อรู้ว่า “เมียหลวง” นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

มาริสซาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอยิ้มบาง ๆ แบบเดียวกับที่ให้เขาตอนออกจากบ้าน ก่อนจะผายมือไปยังโต๊ะตรงหน้า

“สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 ค่ะแดเนียล” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่ก้องกังวานในความเงียบ “คุณคงลืมไปแล้วว่าเราแต่งงานกันวันนี้… ฉันเลยเตรียมของขวัญมาให้”

แดเนียลมองไปที่โต๊ะอย่างสับสน บนนั้นมีเค้กก้อนเล็ก กล่องของขวัญ และปึกเอกสารหนา

“มาริสซา… ฟังผมก่อน มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ คือผม…” แดเนียลพยายามจะก้าวเข้ามาอธิบาย แต่ความสุขุมของภรรยาทำให้เขากลัวจนก้าวขาไม่ออก

“ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ ฉันเปิดกล่องของขวัญให้ดูดีกว่า” มาริสซาเอื้อมมือไปเปิดกล่องของขวัญที่ผูกโบว์ไว้อย่างประณีต สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่เนกไทหรือนาฬิกาหรู… แต่เป็นเครื่องอัดเสียงและปากกาไฮไลต์สีแดง

เธอกดปุ่มเล่นเครื่องอัดเสียง ทันใดนั้น เสียงของแดเนียลที่เพิ่งพูดหน้าห้องเมื่อครู่ก็ดังขึ้นชัดเจน: “ไม่ต้องห่วงหรอก ภรรยาผมคิดว่าผมมาประชุมกับลูกค้า”

หญิงสาวชุดขาวหน้าซีดเผือด รีบถอยหลังไปจนชิดประตู “ดอน… ไหนบอกว่าหย่ากับเมียแล้วไงคะ! ฉันไม่เกี่ยวด้วยนะ!” เธอหลุดปากพูดด้วยความลนลาน ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที โดยที่แดเนียลไม่มีแก่ใจจะรั้งไว้ด้วยซ้ำ

“ทีนี้… มาถึงของขวัญชิ้นชิ้นสำคัญ” มาริสซาหยิบปากกาไฮไลต์สีแดงขึ้นมาเปิดฝา แล้วลากเส้นหนา ๆ ลงบนเอกสารบนโต๊ะ

“นี่คือสำเนาเอกสารสินเชื่อบ้านและโฉนดห้องชุดที่เราช่วยกันซื้อ… ไม่สิ ต้องบอกว่าฉันเป็นคนผ่อนมันเกือบทั้งหมด ในขณะที่คุณเอาเงินไปเปย์ผู้หญิงคนอื่น” เธอยื่นเอกสารเหล่านั้นให้เขา “และแผ่นข้างล่างสุดคือ ‘หนังสือสัญญาหย่าและใบแบ่งสินสมรส’ ที่ฉันให้ทนายร่างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”

แดเนียลตัวสั่นเทา “มาริสซา… คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ! บ้านหลังนั้นมันชื่อร่วม!”

“ได้สิคะ” มาริสซาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ความสูงสง่าและแววตาที่เด็ดเดี่ยวของเธอข่มให้แดเนียลดูเล็กลงไปถนัดตา “หลักฐานการโอนเงินค่างวดทั้งหมดมาจากบัญชีของฉันคนเดียวตลอดสามปี และหลักฐานการคบชู้ของคุณในคืนนี้… ทั้งภาพถ่าย ไฟล์เสียง และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้จัดการโรงแรมด้านล่างที่พร้อมเป็นพยาน ว่าคุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้าห้องพักในฐานะชู้รัก”

เธอก้าวเดินผ่านแดเนียลที่ยืนแข็งทื่อเป็นก้อนหิน ไปหยุดอยู่ที่ประตูห้อง

“ฉันเซ็นชื่อในใบหย่าไว้แล้ว เซ็นชื่อของคุณซะ แล้วย้ายออกจากบ้านของฉันภายในพรุ่งนี้เช้า ถ้าคิดจะฟ้องร้องหรือยื้อไว้… ภาพถ่ายและคลิปกล้องวงจรปิดของโรงแรมคืนนี้ จะถูกส่งตรงไปยังบอร์ดบริหารที่บริษัทของคุณทันที มาดูกันว่าติตำแหน่งรองประธานที่คุณกำลังจะได้ จะยังเป็นของคุณอยู่ไหม”

มาริสซาหันมามองสามีที่เธอเคยรักสุดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีน้ำตาตกลงมาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงความสะใจและความโล่งใจอย่างที่สุด

“ขอบคุณสำหรับห้าปีที่ผ่านมานะแดเนียล… ลาก่อน”

เธอก้าวออกจากห้อง 502 ปิดประตูตามหลัง เสียงฝีเท้าของเธอสม่ำเสมอและมั่นคง ขณะเดินไปตามทางเดินของโรงแรม มาริสซาสูดหายใจเข้าลึก ๆ … คืนนี้ไม่ใช่จุดจบของชีวิตเธอ แต่มันคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีวันยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไป