ฉันแอบรักเขามาเจ็ดปี… เมื่อได้แต่งงานกับเขาภายใต้สัญญา คืนวันแต่งงานเขากลับยื่นเอกสารหย่าให้ฉันทันที แต่สิบเดือนต่อมา เมื่อเขาเปิดกระเป๋าเดินทางเก่าใต้เตียง เขากลับเป็นฝ่ายอ้อนวอนให้ฉันฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้ง**
**ตอนที่ 1**
เจ็ดปี
ฉันแอบรักเขามาตลอดเจ็ดปี
แต่ไม่เคย…
มีสักครั้งที่เขารู้
ทุกวันเกิดของเขา
ฉันจะเขียนจดหมายหนึ่งฉบับ
แต่ไม่เคยส่งออกไป
ฉันเก็บมันไว้อย่างเงียบ ๆ ในกระเป๋าเดินทางเก่าใบหนึ่ง
ฉันเคยคิดว่า…
ความลับทั้งหมดนี้
จะถูกเก็บไว้ตลอดชีวิต
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง…
กาเบรียลเดินมาหาฉันด้วยตัวเอง
“คุณอยากแต่งงานกับผมไหม”
ฉันคิดว่า…
เขาคงล้อเล่น
ฉันชื่อเอเลน่า ครูซ
อายุยี่สิบหกปี
ทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ในบริษัทโฆษณา
ส่วนกาเบรียล…
เป็นประธานกรรมการหนุ่มของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย
เราเคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน
เขาเป็นหนุ่มฮอตที่สุดในคณะ
ส่วนฉัน…
แทบไม่มีใครจำได้
โลกของเราต่างกันโดยสิ้นเชิง
ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย
เราแทบไม่เคยคุยกันเลย
แต่ในวันนั้น…
เขาวางสัญญาฉบับหนึ่งไว้ตรงหน้าฉัน
“หนึ่งปี”
“คุณจะเป็นภรรยาตามกฎหมายของผม”
“ไม่มีความรัก”
“ไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกัน”
“เมื่อครบสิบสองเดือน…”
“เราจะหย่ากัน”
พร้อมกับสัญญา
เขาวางเช็คอีกใบลงบนโต๊ะ
**20 ล้านบาท**
ฉันมองตัวเลขบนเช็คซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก่อนจะเงยหน้ามอง
ผู้ชายที่ฉันแอบรักมาตลอดเจ็ดปี
สมองบอกให้ปฏิเสธ
แต่หัวใจ…
กลับดังยิ่งกว่าเหตุผลทั้งหมด
สามสัปดาห์ต่อมา
เราจดทะเบียนสมรสกันอย่างเงียบ ๆ
ไม่มีพิธีใหญ่
ไม่มีสื่อมวลชน
ไม่มีงานเลี้ยงหรู
เมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่
ฉันคิดว่า…
อย่างน้อยเราคงได้นั่งทานอาหารเย็นด้วยกันในฐานะสามีภรรยา
แต่สิ่งแรกที่กาเบรียลวางลงบนโต๊ะ
ไม่ใช่ของขวัญ
ไม่ใช่ช่อดอกไม้
แต่เป็นเอกสารปึกหนา
“เอกสารหย่า”
“ผมเซ็นไว้เรียบร้อยแล้ว”
“ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่…”
“ก็เหลือแค่ลายเซ็นของคุณ”
ฉันยิ้ม
แต่เป็นรอยยิ้มที่ฝืนอย่างที่สุด
“ต้องรีบขนาดนี้เลยเหรอ”
เขาพยักหน้าอย่างสงบ
“นี่คือข้อตกลงของเรา”
ฉันกำเอกสารไว้แน่น
ราวกับหัวใจของตัวเองแตกสลายไปพร้อมกับกระดาษแผ่นนั้น
คืนนั้น
เรานอนแยกห้องกัน
หลังจากนั้น
ฉันแทบไม่ได้เจอเขาเลย
เขาเดินทางไปทำงานต่างประเทศตลอด
บางครั้งอยู่ญี่ปุ่น
บางครั้งอยู่สิงคโปร์
บางครั้งก็ยุโรป
มีหลายเดือน…
ที่ฉันเห็นเขาแค่ในข่าวธุรกิจ
ส่วนฉัน
ใช้ชีวิตเงียบ ๆ อยู่ในบ้าน
ดูแลต้นไม้
อ่านหนังสือ
และยังคงเขียนจดหมายถึงเขา
จดหมายที่ฉันไม่เคยคิดจะส่ง
ทุกฉบับ…
ยังคงถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางเก่าใบเดิม
ในนั้น…
มีทั้งความลับและความทรงจำตลอดช่วงวัยสาวของฉัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สิบเดือนแล้ว
อีกเพียงสองเดือน
การแต่งงานตามสัญญาของเราก็จะสิ้นสุดลง
คืนวันเสาร์วันหนึ่ง
ฉันไปงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนมหาวิทยาลัย
นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ดื่ม
คืนนั้น…
ฉันจึงดื่มมากเกินไป
ตอนกลับถึงบ้าน
ฉันแทบจำอะไรไม่ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเครื่องชงกาแฟ
ฉันรีบลุกขึ้นนั่ง
กาเบรียลกลับมาแล้ว
เขาเพิ่งกลับจากทริปธุรกิจที่กินเวลาร่วมหนึ่งเดือน
แล้วจู่ ๆ …
ฉันก็หน้าซีด
เมื่อคืน…
ตอนเมา
ฉันลากกระเป๋าเดินทางเก่าออกมาจากใต้เตียง
เปิดมันออก
แล้วนำทุกอย่างออกมาวาง
ทั้งจดหมาย
รูปถ่าย
ตั๋วหนังเก่า ๆ
ผ้าเช็ดหน้าที่เขาเคยลืมไว้ในห้องเรียน
สายคล้องบัตรนักศึกษาที่เคยหล่นลงในกระเป๋าฉัน
แม้แต่แหวนราคาถูกจากงานมหาวิทยาลัย
ที่ฉันเก็บรักษาไว้นานถึงเจ็ดปี
ทุกสิ่งทุกอย่าง…
ฉันทิ้งไว้บนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น
และเมื่อคืน…
กาเบรียลก็นอนอยู่ตรงนั้น
ฉันรีบวิ่งลงบันไดทั้งตัวสั่น
ทั้งบ้านเงียบสนิท
เขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง
ตรงหน้าเขา…
คือความลับทั้งหมดที่ฉันเก็บซ่อนไว้ตลอดเจ็ดปี
ในมือของเขา…
คือจดหมายฉบับแรกที่ฉันเคยเขียนถึงเขา

เขาค่อย ๆ เงยหน้ามองฉัน
ดวงตาแดงก่ำ
ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา
“เอเลน่า…”
“คุณตั้งใจจะเก็บทุกอย่างนี้เป็นความลับจากผม… ไปอีกนานแค่ไหน”
ตอนจบ: น้ำตาของประธานหนุ่ม และการฉีกสัญญาที่ไร้ความหมาย
หัวใจของฉันหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ความลับทั้งหมดที่ฉันปกป้องมาตลอดเจ็ดปี บัดนี้ถูกแผ่หลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ใจร้ายที่สุดในโลก เขาอ่านมันแล้ว… เขาได้รับรู้ถึงความโง่เขลาของฉันที่แอบรักเขาอยู่ข้างเดียวมาเนิ่นนาน
ฉันพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าหาญที่เหลืออยู่ เดินเข้าไปรวบจดหมายและข้าวของเหล่านั้นกลับเข้ากระเป๋าเดินทางด้วยมือที่สั่นเทา
“มันไม่มีความหมายอะไรหรอกค่ะ” ฉันเค้นเสียงพูด พยายามไม่ให้น้ำตาไหล “มันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันในอดีตของฉัน ตอนนี้เหลืออีกแค่สองเดือนก็จะครบสัญญาแล้ว คุณไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ฉันจะเซ็นใบหย่าให้คุณตามข้อตกลงแน่นอน”
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะปิดกระเป๋า กาเบรียลก็ถลาเข้ามาคว้าข้อมือของฉันไว้ แรงบีบของเขาไม่ได้รุนแรง แต่กลับสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมอง ฉันก็ต้องตกตะลึง…
ผู้ชายผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนนั้น บัดนี้น้ำตาไหลอาบแก้มสองข้าง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดอันมหาศาล
“ทำไมคุณไม่เคยบอกผมเลย เอเลน่า?!” กาเบรียลตะโกนออกมา เสียงของเขาสั่นเครือราวกับคนกำลังจะขาดใจ “ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา… คุณปล่อยให้ผมเข้าใจผิด คิดว่าคุณเกลียดผมมาตลอดได้ยังไง!”
ฉันเบิกตากว้าง “คุณพูดเรื่องอะไร…”
กาเบรียลปล่อยมือจากข้อมือของฉัน แล้วเอื้อมไปหยิบจดหมายฉบับหนึ่งในกระเป๋าเดินทางขึ้นมา มันคือจดหมายฉบับที่ฉันเขียนถึงเขาในวันเรียนจบ มหาวิทยาลัย
“คุณจำวันเรียนจบได้ไหม?” กาเบรียลพูดพลางสะอื้น “วันนั้นผมตั้งใจจะไปสารภาพรักกับคุณ… ผมแอบชอบผู้หญิงเงียบ ๆ ที่นั่งวาดภาพอยู่หลังห้องคนนั้นมาตลอดสี่ปี แต่เพื่อนของคุณบอกผมว่าคุณมีคนที่ชอบอยู่แล้ว และคุณเกลียดผู้ชายเพลย์บอยแบบผมที่สุด…”
เขาทรุดเข่าลงข้างเตียง กอดกระเป๋าเดินทางเก่าใบนั้นไว้แน่นราวกับมันเป็นสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต
“ที่ผมขอคุณแต่งงานด้วยสัญญาบ้า ๆ นี่… ที่ผมแกล้งทำเป็นเย็นชาและหนีไปทำงานต่างประเทศตลอดเวลา เพราะผมกลัว… กลัวว่าถ้าผมเข้าใกล้คุณมากเกินไป คุณจะรังเกียจผม ผมคิดว่าการใช้เงิน 20 ล้านบาทฉุดรั้งคุณไว้ข้างกายหนึ่งปี มันคือวิธีเดียวที่จะทำให้ผมได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้หญิงที่ผมรัก!”
ความจริงที่บรรจบกัน
ฉันยืนนิ่งราวกับถูกสาป โลกทั้งใบที่เคยคิดว่ามืดมนกลับสว่างไสวขึ้นมาในพริบตา ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่แอบรักเขา… แต่เราสองคนต่างแอบรักกันและกัน ทว่ากลับถูกกำแพงแห่งความเข้าใจผิดขวางกั้นไว้
“กาเบรียล…” ฉันคุกเข่าลงตรงหน้าเขา มือเรียวเอื้อมไปซับน้ำตาบนใบหน้าของหล่อเหลาอย่างอ่อนโยน “คุณ… รักฉันจริง ๆ เหรอ?”
“รักสิ… รักมาตลอดเจ็ดปี” กาเบรียลเงยหน้าขึ้น สายตาขอบตาแดงก่ำจับจ้องมาที่ฉันอย่างเว้าวอน เขาเอื้อมมือไปหยิบเอกสารหย่าที่ฉันเคยเก็บไว้ในลิ้นชักออกมา จากนั้น…
แคว่ก! แคว่ก!
เขาลงมือฉีกเอกสารหย่าฉบับนั้นออกเป็นชิ้น ๆ ต่อหน้าต่อตาฉัน ก่อนจะโยนเศษกระดาษเหล่านั้นทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
“ผมไม่หย่าแล้วเอเลน่า… ต่อให้ครบหนึ่งปี หรือร้อยปี ผมก็ไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว”
เขารวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่นแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาซุกอยู่ที่ลำคอของฉัน พร้อมกับแรงสะอื้นที่ค่อย ๆ สงบลง
“ยกโทษให้ผมนะ… ยกโทษให้ความโง่เขลาของผมที่ทำให้เราต้องเสียเวลาไปถึงเจ็ดปี จากนี้ไป… สัญญาบ้าบอนั่นไม่มีอีกแล้ว มีแค่ผมกับคุณ… ในฐานะสามีภรรยาที่รักกันจริง ๆ ได้ไหม?”
ฉันยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดที่สะสมมาตลอดเจ็ดปีมลายหายไปสิ้น ฉันกอดตอบเขาแน่น พลางพยักหน้าช้า ๆ
“ค่ะ… ไม่มีความลับระหว่างเราอีกต่อไปแล้วนะ กาเบรียล”
บนพื้นห้องนั่งเล่น เศษกระดาษของสัญญาหย่าขาดถูกทิ้งไว้อย่างไร้ค่า เหลือเพียงกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่บัดนี้ไม่ได้บรรจุแค่ความลับในอดีตอีกต่อไป แต่มันกำลังจะถูกเติมเต็มด้วยความรักและการเริ่มต้นใหม่อันแสนหวานของพวกเราทั้งสองคน