Posted in

คนขับรถก้มหัวยอมรับคำดูถูก หลังถูกซีอีโอผู้หยิ่งผยองไล่ออก—แต่เมื่อการประชุมคณะกรรมการเริ่มขึ้น ซีอีโอแทบหัวใจวาย เมื่อเห็นว่าคนขับรถที่เขาเคยเหยียดหยาม กลับนั่งอยู่หัวโต๊ะในฐานะเจ้าของบริษัทคนใหม่!

ผมชื่อกาเบรียล อายุ 32 ปี หลายคนทั่วเอเชียรู้จักผมในฐานะมหาเศรษฐีผู้ลึกลับ ที่เชี่ยวชาญในการเข้าซื้อกิจการบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งกำลังประสบปัญหา แล้วพลิกฟื้นให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ไม่นานมานี้ บริษัทของผมได้เข้าซื้อหุ้น 75% ของ Zenith Global Holdings หนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศ

แต่ก่อนที่ผมจะเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการและเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการคนใหม่ ผมมีนิสัยอย่างหนึ่ง นั่นคือผมชอบศึกษาการบริหารงานจากระดับล่างสุด ผมอยากเห็นว่าบุคลากรระดับสูงปฏิบัติต่อพนักงานอย่างไร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมคือใคร

ด้วยความร่วมมือจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ได้รับค่าตอบแทนให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ผมจึงเข้าทำงานในตำแหน่งคนขับรถส่วนตัวของซีอีโอคนปัจจุบัน คุณริชาร์ด

ซีอีโอผู้หยิ่งยโสและความโหดร้ายของเขา

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผมทำหน้าที่เป็นคนขับรถของคุณริชาร์ด ผมได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา เขาเป็นคนโลภ หยิ่งทะนง ดูถูกคนที่ด้อยกว่า และไม่เคยเห็นคุณค่าของพนักงานธรรมดา

เขามักตะคอกใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ด่าพนักงานทำความสะอาด และยังนำเงินของบริษัทไปใช้กับความสุขส่วนตัว รวมถึงการท่องเที่ยวสุดหรูกับบรรดาหญิงคนสนิทของเขา

ผมอดทนต่อพฤติกรรมทั้งหมดนั้นอย่างเงียบ ๆ ทำหน้าที่ขับรถ เปิดประตูให้ และรับฟังทุกความลับ รวมถึงคำพูดนินทาและแผนการต่าง ๆ ที่เขาพูดระหว่างนั่งอยู่ในรถ

เช้าวันจันทร์ที่ฝนตกหนัก เป็นวันที่บริษัทจัดการประชุมคณะกรรมการครั้งสำคัญที่สุด เพราะวันนี้คือวันที่จะมีการเปิดตัว “เจ้าของบริษัทคนใหม่” อย่างเป็นทางการ

ขณะที่คุณริชาร์ดก้าวลงจากรถบริเวณหน้าล็อบบี้สำนักงานใหญ่ของ Zenith Global Holdings ลมแรงก็พัดจนละอองฝนกระเด็นเปื้อนรองเท้าหนังคู่หรูของเขา

ด้วยความโมโห เขาจึงหันมาระบายอารมณ์ใส่ผมทันที

“ไร้ประโยชน์จริง ๆ! ดูรองเท้าของฉันสิ! คู่นี้ราคาแสนบาทนะ แต่แกกลับทำให้มันเปื้อน เพราะกางร่มไม่เป็นหรือไง ไอ้โง่!”

เสียงตะโกนของเขาดังก้องไปทั่วล็อบบี้ พนักงาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้บริหารหลายคนที่กำลังเดินเข้าตึก ต่างหยุดมองเหตุการณ์ตรงหน้า

ผมยืนนิ่ง ถือร่มไว้ในมือ

“ขอโทษครับคุณริชาร์ด วันนี้ลมแรงมากจริง ๆ ครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

แต่คำตอบนั้นกลับยิ่งทำให้เขาเดือดดาล

เขาชี้หน้าผม ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ

“ยังกล้าเถียงอีกเหรอ! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ก็แค่คนขับรถกระจอก! ตัวถ่วง! ขยะ! วันนี้ยิ่งเป็นวันที่ประธานคนใหม่จะมาถึง ฉันยิ่งไม่อยากเห็นหน้าแก!”

เขาเดินเข้ามาตบไหล่ผมอย่างแรง

“แกถูกไล่ออก! เอากุญแจรถไปฝากไว้กับรปภ. แล้วไสหัวไปให้พ้น! ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนที่เหม็นกลิ่นข้างถนนอย่างแกอีก!”

ทั่วทั้งล็อบบี้ตกอยู่ในความเงียบ พนักงานหลายคนมองผมด้วยความเห็นใจ แต่ไม่มีใครกล้าพูด เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณริชาร์ดเป็นคนโหดร้าย

เขาคิดว่าผมจะร้องไห้ ขอร้อง และคุกเข่าขอคืนงาน

แต่สิ่งที่ผมทำกลับตรงกันข้าม

ผมค่อย ๆ โค้งคำนับอย่างสงบนิ่งและสุภาพ

“ได้ครับ คุณริชาร์ด ผมจะไปเดี๋ยวนี้ ขอบคุณสำหรับ… การปฏิบัติที่มอบให้ผม”

คุณริชาร์ดหัวเราะเยาะ ก่อนจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อย

“ดีแล้วที่รู้จักที่ของตัวเอง! รปภ. พาไอ้ขยะคนนี้ออกไป!”

ผมเดินออกจากอาคารอย่างเงียบ ๆ ส่งมอบกุญแจรถ ก่อนหายลับไปท่ามกลางสายฝน พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

เพราะผมรู้ดีว่า… เวลาที่เขาจะได้โอ้อวดและใช้อำนาจ กำลังจะหมดลงแล้ว…

บทสรุป: หน้ากากที่หลุดลุ่ย และเก้าอี้ตัวใหม่ของกาเบรียล

สามสิบนาทีต่อมา ณ ห้องประชุมคณะกรรมการชั้นสูงสุดของ Zenith Global Holdings บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดัน คุณริชาร์ดเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีมาดมั่น เขานั่งลงในตำแหน่งซีอีโอ พลางจัดเนกไทให้เข้าที่เพื่อเตรียมต้อนรับมหาเศรษฐีผู้ลึกลับที่เข้าซื้อหุ้น 75% ของบริษัท

“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม” ริชาร์ดพูดเสียงเข้ม “วันนี้ประธานคนใหม่จะมาถึง ฉันต้องการให้ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ อย่าให้เหมือนไอ้คนขับรถชั้นต่ำข้างล่างนั่น!”

เขายังไม่ทันพูดจบ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออก บรรดากรรมการบริหารต่างลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ริชาร์ดรีบผุดลุกขึ้น ยืดอก และโปรยรอยยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุดเพื่อต้อนรับผู้เป็นนายใหญ่

แต่แล้ว… รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาของเบิกกว้างด้วยความช็อกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาในชุดสูทสั่งตัดแบรนด์หรูระดับลักชัวรี ผมที่เคยยุ่งเหยfield ถูกเซตทรงอย่างเนี้ยบกริบ ท่าทางสง่างามและเปี่ยมไปด้วยทรงอำนาจ… ชายคนนั้นคือ กาเบรียล คนขับรถที่เขาเพิ่งไล่ออกและตราหน้าว่าเป็น “ขยะ” ที่หน้าล็อบบี้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน!

ริชาร์ดรู้สึกเหมือนหน้าชาจนขยับไม่ได้ หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวจนแทบจะวายตรงนั้น ลำคอแห้งผากจนเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือ

“กะ… กาเบรียล? แก… แกมาทำอะไรที่นี่?! รปภ. หลุดให้ไอ้คนขับรถคนนี้เข้ามาได้ยังไง?!” ริชาร์ดพยายามเค้นเสียงตะโกน แต่ความมั่นใจของเขาหายไปหมดแล้ว

ทนายความส่วนตัวของกาเบรียลที่เดินตามหลังมา ก้าวขึ้นมาข้างหน้าพร้อมเปิดแฟ้มเอกสารอย่างเป็นทางการ

“คุณริชาร์ด กรุณาสำรวมท่าทีด้วยครับ” ทนายความกล่าวเสียงเรียบ “นี่คือ คุณกาเบรียล มหาเศรษฐีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 75% และประธานกรรมการคนใหม่ของ Zenith Global Holdings… นายเหนือหัวคนใหม่ของคุณ”

คำประกาศนั้นเหมือนอัสนีบาตฟาดลงกลางใจของริชาร์ด เขาทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ หน้าถอดสีจนขาวซีดเหมือนคนตาย รอบห้องประชุมเกิดเสียงกระซิบกระซาบด้วยความตกตะลึง

กาเบรียลไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง เขาเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มเดียวกับที่เขาใช้ตอนเดินจากไปท่ามกลางสายฝน ชายหนุ่มเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังหัวโต๊ะประชุม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงอำนาจที่สุดในตึกแห่งนี้ และนั่งลงอย่างสง่างาม

“ไงครับ คุณริชาร์ด” กาเบรียลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้อีกฝ่ายเสียวสันหลัง “รองเท้าแสนบาทของคุณแห้งหรือยัง?”

“ค… คุณกาเบรียล… ผม… ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ!” ริชาร์ดละล่ำละลัก พูดจาไม่เป็นภาษา “มันเป็นความเข้าใจผิด! ผมแค่ล้อเล่น… ผมแค่…”

“ตลอดหนึ่งเดือนที่ผมขับรถให้คุณ” กาเบรียลพูดขัดขึ้น เสียงของเขาดังกังวานและทรงพลังจนทุกคนในห้องเงียบกริบ “ผมไม่ได้แค่นั่งฟังคุณด่าทอผู้คน แต่ผมได้เห็นงบการเงินที่ถูกยักยอก แผนการทุจริต และการใช้อำนาจมิชอบของคุณทั้งหมด หลักฐานทุกอย่าง… อยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว”

กาเบรียลโยนแฟ้มเอกสารหนาปึกลงบนโต๊ะอย่างแรง เสียงดังก้องระงับความหวังสุดท้ายของริชาร์ดจนหมดสิ้น

“เมื่อกี้คุณบอกให้ผม ‘ไสหัวไป’ ใช่ไหมครับ?” กาเบรียลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมกริบจ้องมองซีอีโอผู้ตกสวรรค์ “ตอนนี้ ผมขอใช้สิทธิ์ในฐานะเจ้าของบริษัท… คืนคำนั้นให้คุณ”

“คุณริชาร์ด คุณถูกไล่ออกอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น และเตรียมตัวรอรับหมายศาลเรื่องคดีทุจริตได้เลย… เชิญไสหัวออกไปจากบริษัทของผมครับ”

ริชาร์ดอ้าปากค้าง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและสิ้นเนื้อประดาตัวไหลพราก เขารู้ดีว่าอนาคตของเขาในวงการธุรกิจได้ดับวูบลงแล้ว และสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือคุกคามล้านเปอร์เซ็นต์ เขาลุกขึ้นอย่างหมดสภาพ ขาอ่อนแรงจนแทบจะคลานออกจากห้องประชุม ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามจากคณะกรรมการทุกคน—สายตาแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้มองคนอื่น

เมื่อความยุติธรรมถูกทวงคืน กาเบรียลหันไปมองคณะกรรมการที่เหลืออยู่ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

“เอาล่ะครับทุกท่าน” ประธานคนใหม่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เรามาเริ่มล้างบางสิ่งสกปรก และสร้าง Zenith Global Holdings ขึ้นมาใหม่กันเถอะ”