Posted in

เธอคุกเข่าท่ามกลางสายฝน ขอเพียงงานสักตำแหน่งเพราะลูกกำลังอดอยาก—แต่เมื่อมหาเศรษฐีเห็นใบหน้าของเธอ โลกทั้งใบของเขาก็เหมือนหยุดหมุน

เธอคุกเข่าท่ามกลางสายฝน ขอเพียงงานสักตำแหน่งเพราะลูกกำลังอดอยาก—แต่เมื่อมหาเศรษฐีเห็นใบหน้าของเธอ โลกทั้งใบของเขาก็เหมือนหยุดหมุน

**ดอน คาร์ลอส** คือหนึ่งในนักธุรกิจที่ร่ำรวยและเย็นชาที่สุดในประเทศไทย ด้วยวัยเพียงสี่สิบปี เขาสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศได้สำเร็จ

ผู้คนรู้จักเขาในฐานะนักธุรกิจผู้ไร้ความปรานี ตัดสินใจทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์

สำหรับเขา…

ความรู้สึกคือจุดอ่อน

แต่ภายใต้หัวใจที่เย็นชานั้น กลับซ่อนอดีตที่เขาพยายามลืมมาโดยตลอด

อดีตของผู้หญิงคนหนึ่ง…

ผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ

แต่จากเขาไป ในวันที่เขายังไม่มีอะไรเลย

คืนหนึ่ง ฝนตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ขบวนรถ SUV สีดำของดอน คาร์ลอส กำลังเดินทางกลับจากการประชุมสำคัญ แต่ต้องหยุดอยู่หน้าประตูสำนักงานใหญ่ของบริษัท เพราะการจราจรติดขัดและน้ำท่วมขัง

ขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง

เธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เปียกโชกไปทั้งตัว

อ้อมแขนของเธอกอดเด็กตัวเล็กไว้แน่น พร้อมใช้เสื้อแจ็กเก็ตเก่าคลุมร่างของเด็กเพื่อกันฝน

เธอยืนอยู่หน้าป้อม รปภ. ร้องไห้และอ้อนวอนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท

## คำวิงวอนท่ามกลางพายุฝน

ดอน คาร์ลอส ลดกระจกลงเล็กน้อย เพื่อฟังบทสนทนา

“ได้โปรดเถอะค่ะ… ขอแค่ได้งานทำ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ล้างห้องน้ำ หรืออะไรก็ได้ ฉันต้องการงานวันนี้จริง ๆ ลูกของฉันไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว และตอนนี้ก็มีไข้สูง…”

หญิงสาวร้องไห้ พลางจับแขนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้แน่น

“ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิง ตอนนี้ดึกแล้ว บริษัทปิดทำการ และเราไม่สามารถรับพนักงานได้ ถ้าท่านประธานมาเห็นเข้า ทั้งคุณทั้งผมอาจเดือดร้อน รีบกลับไปเถอะครับ”

เจ้าหน้าที่ตอบอย่างลำบากใจ

หญิงสาวค่อย ๆ ปล่อยมือ

เธอสั่นเทาด้วยความหนาว ขณะที่เด็กน้อยในอ้อมแขนร้องไห้อย่างอ่อนแรง

คนขับรถของดอน คาร์ลอส มองภาพนั้นด้วยความสงสาร

“ท่านประธานครับ… แม่ลูกคู่นั้นน่าสงสารมาก จะให้ผมเอาเงินไปช่วยพวกเขาสักหน่อยไหมครับ”

ดอน คาร์ลอส ถอนหายใจเบา ๆ

เขาไม่ชอบภาพแบบนี้

“ฉันไม่ให้เงินสงเคราะห์”

เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“บอก รปภ. ให้พาพวกเขาเข้าไปหลบฝนในล็อบบี้ แล้วเรียกผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่กำลังทำงานล่วงเวลาอยู่ ให้หาตำแหน่งแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาดให้เธอเริ่มงานพรุ่งนี้ และหาเครื่องดื่มร้อนกับอาหารให้เด็กคนนั้นด้วย”

“ครับ ท่านประธาน”

คนขับรถรีบลงจากรถ พร้อมถือร่มเดินไปหาแม่ลูกคู่นั้น

ดอน คาร์ลอส นั่งมองผ่านกระจกรถ

เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปอยู่ใต้แสงไฟสว่างภายในล็อบบี้ หญิงสาวยกมือปัดเส้นผมที่เปียกฝนซึ่งปิดบังใบหน้าออก ก่อนหันไปกล่าวขอบคุณคนขับรถ

และในวินาทีนั้น…

เมื่อดอน คาร์ลอส ได้เห็นใบหน้าของเธอ

โลกทั้งใบของเขาราวกับหยุดหมุน

ลมหายใจของเขาสะดุด

ดวงตาเบิกกว้าง

หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานหลายปี

เขาผลักประตูรถออกอย่างแรง

ก่อนวิ่งฝ่าสายฝนที่กระหน่ำลงมา มุ่งตรงเข้าสู่ล็อบบี้ของบริษัท…

“อีฟ…”

เสียงของดอน คาร์ลอส สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยมีใครในโลกธุรกิจเคยได้ยิน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เนื้อตัวของมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่เปียกโชกไปด้วยหยาดฝน แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวตรงหน้าราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปอีกครั้ง

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยในความทรงจำ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดหวั่น

“ค…คาร์ลอส?” อีฟอุทานแผ่วเบา เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ อ้อมแขนกระชับร่างของลูกน้อยที่กำลังสั่นเทาไว้แน่นขึ้น ราวกับต้องการใช้ร่างกายของเธอเป็นเกราะกำบัง

ห้าปีก่อน เธอเดินจากเขาไปโดยทิ้งไว้เพียงจดหมายบอกลาฉบับเดียว ในวันที่เขาเพิ่งเริ่มต้นสร้างตัวและยังไม่มีอะไรเลย เขากร่นด่าและเคียดแค้นเธอมาตลอดห้าปี คิดว่าเธอทิ้งเขาไปเพื่อหาความสุขสบาย แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าในตอนนี้—ผู้หญิงที่เขาเคยรักสุดหัวใจในชุดเสื้อผ้าเก่าขาด คุกเข่าขอเศษงานทำเพื่อประทังชีวิตลูก—มันทำลายทุกความแค้นในใจเขาจนหมดสิ้น

ความจริงที่ถูกซ่อนไว้

“ทำไม… ทำไมเธอถึงมาอยู่ในสภาพนี้?” คาร์ลอสถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาหมายจะสัมผัสเธอ แต่อีฟกลับเบือนหน้าหนี น้ำตาร่วงเผาะลงมากระทบแก้ม

“ฉันขอโทษ… ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือบริษัทของคุณ ฉันแค่ต้องการงาน…” อีฟสะอื้นไห้ “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้…”

“เดี๋ยวก่อนอีฟ! บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น!” คาร์ลอสคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ แต่สายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นใบหน้าของเด็กน้อยในอ้อมแขนของเธอ

เด็กผู้หญิงวัยประมาณสี่ขวบ ดวงตาคู่นั้น… จมูกรั้น ๆ แบบนั้น… มันถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!

หัวใจของคาร์ลอสกระตุกอย่างรุนแรง เขามองสลับระหว่างอีฟและเด็กน้อย “เด็กคนนี้… ลูกของใคร?”

อีฟเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด เธอพยายามจะปกปิด แต่ความอ่อนแอและไข้ที่ขึ้นสูงของลูกสาวทำให้เธอหมดแรงจะโกหกอีกต่อไป “ลูกของคุณ… คาร์ลอส เธอชื่ออลิซ”

“ห้าปีก่อนที่ฉันต้องทิ้งคุณไป… เพราะแม่ของคุณเอาเงินมาบีบบังคับฉัน ท่านบอกว่าฉันจะเป็นตัวถ่วงในชีวิตคุณ และตอนนั้นฉันเพิ่งรู้ตัวว่าท้อง… ฉันไม่อยากให้คุณต้องทิ้งอนาคตเพราะฉัน ฉันเลยเลือกที่จะเดินออกมา… แต่หลังจากนั้นไม่นาน ครอบครัวของฉันก็ล้มละลาย ฉันไม่เหลืออะไรเลย…” อีฟสารภาพทั้งน้ำตา

การปกป้องของพญามังกร

คำสารภาพนั้นทำให้คาร์ลอสรู้สึกเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบเข้ากลางอก ความจริงใจที่เธอมีให้เขา ความเสียสละที่เธอ ยอมแบกรับความทุกข์ทรมานเพียงลำพังเพื่ออนาคตของเขา… ขณะที่เขาเสวยสุขบนกองเงินกองทอง ลูกและเมียของเขากลับต้องอดอยากถึงขนาดไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสามวัน!

ความเย็นชาของดอน คาร์ลอส มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณของความเป็นพ่อและสามี

“เลขาฯ อานนท์!” คาร์ลอสตะโกนลั่นล็อบบี้ เสียงของเขาเฉียบขาดและทรงพลัง “เตรียมรถคันที่สบายที่สุด! โทรแจ้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดว่าฉันกำลังจะไป และเคลียร์ห้อง VVIP ที่ดีที่สุดให้ลูกสาวของฉันเดี๋ยวนี้!”

“ครับ ท่านประธาน!” เลขาฯ รีบจัดการตามคำสั่งทันที

คาร์ลอสไม่สนใจสายตาของพนักงานหรือ รปภ. คนไหนทั้งสิ้น เขาก้าวเข้าไปช้อนร่างของอีฟและลูกสาวตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขาพร้อมกัน

สู่อ้อมกอดที่ปลอดภัย

“คาร์ลอส… เสื้อผ้าของคุณจะเปื้อนนะ…” อีฟประท้วงเบา ๆ พยายามจะขยับตัวออก

“ช่างหัวเสื้อผ้าพรรค์นี้มัน!” คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย แววตาของเขาฉายประกายกร้าว “ห้าปีที่ผ่านมา ฉันยอมให้เธอเดินหนีไปเพราะฉันมันยังโง่และอ่อนแอ… แต่ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทำให้เธอและลูกต้องหลั่งน้ำตาอีก แม้แต่แม่ของฉันเองก็ตาม!”

เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น พาร่างของหญิงสาวที่เขาเคยสูญเสียและลูกสาวแท้ ๆ เดินฝ่าสายฝนขึ้นรถยนต์คันหรู รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปในความมืดพร้อมกับระบบการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด

คาร์ลอสมองดูเด็กน้อยที่เริ่มหลับใหลด้วยความอุ่นใจในอ้อมกอดของพ่อ และโอบไหล่ของอีฟเข้ามาแนบชิดอก… อาณาจักรแสนล้านที่เขาตั้งหน้าตั้งตาธุรกิจสร้างมา บัดนี้มันได้พบ “เจ้าของที่แท้จริง” แล้ว และเขาจะใช้ทุกสิ่งที่มีในชีวิตเพื่อชดเชยเวลาที่สูญเสียไป ให้พวกเธอได้อยู่อย่างราชินีในอาณาจักรของเขาชั่วนิรันดร์