ฉันดูแลสายสวนปัสสาวะของแม่สามีที่ติดเตียงมานานถึงห้าปี แต่ในวันที่สามีโยนเอกสารหย่าลงในชามซีเรียลของฉัน ฉันก็เปิดเผยความลับที่จะทำลายชีวิตพวกเขาทั้งหมด
ฉันชื่อมายา อายุยี่สิบแปดปี
เมื่อห้าปีก่อน ฉันยอมละทิ้งความฝันที่จะเป็นพยาบาล เพื่อดูแลสามีของฉัน เอนรีโก และแม่ของเขา คุณหญิงเลติเซีย
ครอบครัวซัวเรซเป็นตระกูลเศรษฐี
แต่หลังจากเราแต่งงานกันได้เพียงสามเดือน คุณหญิงเลติเซียก็เป็นโรคหลอดเลือดสมอง จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
เอนรีโกไม่ต้องการเสียเงินจ้างพยาบาลเอกชน เพราะบอกว่า
“ไม่มีใครไว้ใจได้เท่าเธอ”
สุดท้าย…
คนที่ต้องรับหน้าที่ดูแลแม่ของเขาทั้งหมดก็คือฉัน
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา
ฉันทำทุกอย่าง
ป้อนอาหาร
อาบน้ำ
และสิ่งที่หนักที่สุด…
คือการทำความสะอาด เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ และเปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้เธอทุกวัน
ฉันทนทั้งกลิ่น
ทนทั้งความเหนื่อย
รวมถึงคำพูดที่เจ็บปวดจากคุณหญิงเลติเซีย ในช่วงที่เธอยังพอพูดได้
เธอเรียกฉันว่า
“คนจน”
“คนใช้”
แต่เพราะฉันรักเอนรีโก
ฉันจึงอดทนอยู่ต่อ
ฉันคิดมาตลอดว่า
เอนรีโกมองเห็นและซาบซึ้งในสิ่งที่ฉันเสียสละ
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
วันที่ปลุกฉันให้ตื่นจากฝันร้ายอันยาวนาน
เช้าวันแห่งการทรยศ
เช้าวันศุกร์วันหนึ่ง
ฉันเหนื่อยแทบหมดแรง หลังจากเฝ้าดูแลคุณหญิงเลติเซียที่มีไข้ตลอดทั้งคืน
ฉันเดินเข้าครัวเพื่อหาอาหารเช้า
เทซีเรียลลงในชาม
แต่ก่อนที่ฉันจะได้กิน
เอนรีโกก็เดินเข้ามา
เขาสวมสูทราคาแพง
และบนเสื้อของเขา…
ยังมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ฉันคุ้นเคย
แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว
ซาแมนธา…
หัวหน้าฝ่ายขายสาวคนใหม่ของบริษัท
เดินตามเขาเข้ามา
เอนรีโกไม่ได้ตกใจ
ไม่ได้รู้สึกผิด
เมื่อเห็นฉันอยู่ตรงนั้น
เขาเดินมาที่โต๊ะ
หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนา ๆ ออกมา
แทนที่จะส่งให้ฉัน
เขากลับโยนมันลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี
ซองเอกสารตกลงไปตรงกลางชามซีเรียลของฉัน
นมกระเด็นเปื้อนเสื้อทั้งตัว
“นี่มันอะไร เอนรีโก…”
ฉันถามด้วยเสียงสั่น พร้อมมองซองเอกสารที่เปียกนม
เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เอกสารหย่า”
“เซ็นซะ”
“ฉันเบื่อแล้วที่ต้องกลับบ้านมาเจอเมียที่ตัวเหม็นกลิ่นปัสสาวะ กลิ่นยา แล้วก็แต่งตัวเหมือนคนใช้”
“เธอไม่เหมาะกับชีวิตแบบที่ฉันมีอีกต่อไป”
โลกทั้งใบของฉันเหมือนพังทลายลงตรงหน้า
ฉันหันไปมองซาแมนธา
เธอกำลังยิ้มเยาะ
พร้อมกับคล้องแขนสามีของฉันอย่างเปิดเผย
“เอนรีโก…”
“ฉันใช้เวลาตั้งห้าปี ทำความสะอาดอุจจาระกับปัสสาวะของแม่คุณ เพราะคุณไม่ยอมเสียเงินจ้างพยาบาล”
“ฉันดูแลเธอเหมือนแม่แท้ ๆ”
“นี่คือสิ่งตอบแทนที่ฉันได้รับอย่างนั้นเหรอ!”
ฉันร้องไห้ พร้อมมือที่สั่นไม่หยุด
ซาแมนธาหัวเราะเยาะ
“โอ๊ย มายา”
“เธอก็ทำหน้าที่นั้น เพราะเธออาศัยบ้านเขากิน”
“เธอไม่ได้ช่วยสร้างบริษัทของเอนรีโกเลย”
“เธอก็แค่คนใช้ที่ทำตัวเหมือนมีคุณค่า”
“รีบเซ็นเถอะ”
“ในซองมีเช็คอยู่”
1,000,000 เปโซฟิลิปปินส์ หรือประมาณ 600,000 บาทไทย
“เงินแค่นี้ก็พอให้เธอกลับไปอยู่บ้านนอกได้แล้ว”
ฉันมองเอนรีโก
หวังว่าเขาจะปกป้องฉัน
แต่เขากลับเพียงพยักหน้า
“ซาแมนธาพูดถูก”
“ตอนนี้คนที่ฉันต้องการ คือเธอ”
“เธอช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโตได้”

“สำหรับเธอ…”
“ทุกอย่างจบแล้ว มายา”
“เธอมีเวลาถึงคืนนี้ เก็บของแล้วออกไป”
นี่คือบทสรุปและตอนจบของเรื่องราวการแก้แค้นที่เจ็บแสบที่สุดครับ:
ความเสียใจที่เอ่อล้นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในพริบตา น้ำตาของฉันหยุดไหล ฉันมองดูชามซีเรียลที่เปื้อนขยะเอกสาร มองดูใบหน้าไร้ยางอายของเอนรีโกและซาแมนธา
ห้าปีที่ฉันทนตรากตรำ ห้าปีที่ฉันยอมทิ้งอนาคตพยาบาลเพื่อผู้ชายคนนี้… ในที่สุดฉันก็ตื่นจากฝันร้ายเสียที
ฉันยื่นมือไปหยิบเอกสารที่เปียกชุ่มขึ้นมา เซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะมองเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านเปโซนั่น ฉันฉีกเช็คใบนั้นเป็นชิ้นๆ แล้วโปรยมันลงบนโต๊ะ
“ได้… ฉันจะไป” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนเอนรีโกขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“แต่ก่อนที่ฉันจะไป เอนรีโก… มีบางอย่างเกี่ยวกับแม่ของคุณที่คุณควรรู้” ฉันลุกขึ้นยืน ดึงผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ออกแล้วโยนลงบนโต๊ะ
“รู้อะไร? แม่ฉันก็คือนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิมนั่นแหละ อย่ามาทำเป็นดึงเช็งหน่อยเลย” เอนรีโกพูดอย่างรำคาญ
ฉันยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาเอนรีโกและซาแมนธาถึงกับชะงัก
“ตลอดสามปีหลังมานี้ คุณหญิงเลติเซียไม่ได้เป็นอัมพาตจนพูดหรือขยับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว… เธอหายดีตั้งแต่นานแล้ว เอนรีโก”
เอนรีโอนิ่งไป ก่อนจะระเบิดหัวเราะ “เธอเพ้อเจ้ออะไร? หมบอกว่าแม่ฉันเป็นผู้ป่วยติดเตียงถาวร!”
“หมอคนไหน? อ๋อ… หมอประจำตัวที่คุณไม่เคยโผล่หัวไปเจอเลยตลอดห้าปีน่ะเหรอ?” ฉันสาวเท้าเข้าไปใกล้เขา “เมื่อสามปีก่อน ฉันทำกายภาพบำบัดให้เธอจนเธอกลับมาขยับร่างกายได้เกือบปกติ และเธอก็พูดได้ชัดเจน… แต่รู้ไหมว่าทำไมแม่ของคุณถึงเลือกที่จะแกล้งนอนเป็นผัก และสั่งให้ฉันปิดปากเงียบ?”
ฉันเว้นจังหวะ มองหน้าอดีตสามีที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มถอดสี
“เพราะแม่ของคุณแอบจ้างนักสืบเอกชน และเธอก็รู้มาตลอดว่าคุณยักยอกเงินกองกลางของกงสีตระกูลซัวเรซไปปรนเปรอชู้รัก และโอนสินทรัพย์ของบริษัทออกไปเป็นชื่อตัวเองอย่างผิดกฎหมาย! แม่ของคุณรู้ว่าถ้าเธอตื่นขึ้นมา คุณจะหาทางฮุบทุกอย่างและอาจทำร้ายเธอ เธอจึงเลือกที่จะแกล้งป่วย เพื่อใช้ฉันเป็นหูเป็นตา และแอบลงนามมอบอำนาจการจัดการมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลซัวเรซ… ให้กับฉัน”
“ไม่จริง! แกโกหก!” เอนรีโกตะคอกลั่น ร่างกายเริ่มสั่นเทา
“ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองเปิดดูทีวีสิ หรือไม่ก็เช็คอีเมลของบริษัทดู” ฉันพูดเรียบๆ
ซาแมนธาตาโต รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู ทันใดนั้นหน้าเธอซีดเผือดเหมือนคนเห็นผี “เอนรีโก… หุ้นส่วนใหญ่และธนาคาร… อายัดบัญชีบริษัททั้งหมดแล้ว! มีหนังสือสั่งฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์ส่งตรงมาจากทนายความประจำตระกูล!”
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากทางโถงทางเดิน
เอนรีโกและซาแมนธาหันไปมองด้วยความช็อก… คุณหญิงเลติเซียเดินออกมาจากห้องนอน! แม้จะดูซูบผอมและต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง แต่แววตาของเธอกลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยพลัง เธอไม่ได้อยู่ในสภาพผู้ป่วยติดเตียงที่ไร้ทางสู้อีกต่อไป
“แม่…” เอนรีโกอุทานเสียงหลง พยายามจะวิ่งเข้าไปหา “แม่หายแล้วเหรอ?! แม่ช่วยผมด้วย มายาคบคิดกับทนายจะโกงเรา!”
เพียะ!
ฝ่ามือของคุณหญิงเลติเซียฟาดลงบนใบหน้าของเอนรีโกอย่างแรงจนเขาหน้าหัน เป็นแรงตบจากคนเคยป่วยที่เต็มไปด้วยความแค้น
“แกมันสารเลว เอนรีโก!” คุณหญิงเลติเซียตวาด “ฉันนอนมองแกโกหก มองแกทำร้ายผู้หญิงดีๆ อย่างมายามาตลอดห้าปี มายาคือคนเดียวที่เช็ดอึเช็ดฉี่ให้ฉัน ในขณะที่ลูกแท้ๆ อย่างแกไม่เคยเข้ามาเหยียบในห้อง! แกลงทุนแต่งงานกับซาแมนธาเพื่อหวังเงิน แต่รู้ไว้ซะ… ตอนนี้แกไม่มีอะไรเหลือแล้ว!”
คุณหญิงเลติเซียหันมาหาฉัน แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดและตื้นตัน “มายา… แม่ขอโทษสำหรับทุกคำพูดร้ายๆ ในอดีต ขอบคุณที่หนูอดทนและช่วยแม่แก้แค้นไอ้ลูกทรพีคนนี้”
ฉันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปมองเอนรีโกและซาแมนธาที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
“อ้อ… อีกเรื่องนะเอนรีโก” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มส่งท้าย “ในเอกสารหย่าที่นายโยนใส่ชามซีเรียลของฉันเมื่อกี้ มันมีข้อตกลงเรื่องการแบ่งสินสมรสที่นายเขียนไว้เองว่า ‘ฝ่ายที่ผิดสัญญาต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด’ ตอนนี้นายถูกฟ้องล้มละลายและต้องติดคุกข้อหายักยอกทรัพย์ ทรัพย์สินทั้งหมดรวมถึงบ้านหลังนี้ตกเป็นของฉันและคุณหญิงเลติเซียตามกฎหมาย”
“พวกแกสองคน… มีเวลาถึงเย็นนี้ เก็บของเน่าๆ ของพวกแก แล้วไสหัวออกไปจากบ้านของฉัน!”
ซาแมนธาปล่อยโฮทรุดลงไปกับพื้น ส่วนเอนรีโกมองฉันด้วยแววตาอ้อนวอนและเต็มไปด้วยความสำนึกผิด แต่สำหรับฉัน… มันสายเกินไปแล้ว
ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่รู้ความจริง ห้าปีที่จมปลักกับคนใจดำได้จบลงแล้ว จากนี้ไปฉันจะกลับไปเรียนต่อพยาบาลและใช้ชีวิตในแบบที่ฉันต้องการ โดยมีเงินทุนก้อนโตและอิสรภาพที่ไม่มีใครแย่งชิงไปได้อีกตลอดกาล
…