แฟนของฉันไม่เคยมาฉลองวันเกิดกับฉันเลยสักครั้ง… จนถึงวันที่ฉันตัดสินใจเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ**
ผ่านไปเพียงสามนาที หลังจากแฟนของฉันส่งข้อความมา
> *”ขอโทษนะ วันนี้งานเยอะมากจริง ๆ ผมออกไปไม่ได้”*
> *”ไม่ต้องรอผมหรอก ไปฉลองกับเพื่อนก็ได้ เดี๋ยวค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมโอนให้”*
ฉันจ้องข้อความนั้นอยู่นาน
ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
วันนี้…
เป็นวันเกิดอายุ **29 ปี** ของฉัน
และก็เป็นเวลา **5 ปี** แล้ว
นับตั้งแต่เราจับมือกันออกจากต่างจังหวัด เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ
นี่ก็เป็นครั้งที่ **186**
ที่เขาผิดสัญญากับฉัน
ด้านนอก
ลานกลางเมืองเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรอชมการแสดงไฟยามค่ำคืน
ส่วนฉัน…
ก็ยังคงอยู่คนเดียวเหมือนเดิม
ไม่นานนัก
ฉันเห็นโพสต์ใหม่ของเด็กฝึกงานที่เขาเป็นคนดูแลด้วยตัวเอง
ช่อดอกไม้สีชมพู
เค้กสตรอว์เบอร์รี
และมือของผู้ชายคนหนึ่ง
ที่กำลังหั่นเค้กอย่างอ่อนโยน
ข้อความใต้ภาพเขียนว่า
> **”เมื่ออยู่กับคนที่ใช่… ทุกวันก็กลายเป็นวันพิเศษ”**
นาฬิกาที่ผู้ชายคนนั้นใส่อยู่…
เป็นเรือนที่ฉันเก็บเงินอยู่นาน
เพื่อซื้อให้แฟนเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว
ผู้ชายที่บอกฉันเสมอว่า
**”ไม่มีเวลา”**
กลับมีเวลาฉลองวันเกิดให้ผู้หญิงอีกคน
ในวันเกิดของฉันเอง
ฉันไม่รู้ว่าทำไม
แต่ในวินาทีนั้น
ความหวังทั้งหมดที่ฉันพยายามยึดไว้มาโดยตลอด
ก็พังทลายลงจนหมด
ฉันเดินออกมาเงียบ ๆ
ซื้อเค้กชิ้นเล็ก ๆ หนึ่งชิ้น
จุดเทียนวันเกิดให้ตัวเอง
แล้วเปิดอีเมล
จดหมายลาออกที่ร่างไว้ตั้งนานแล้ว
ครั้งนี้…
ฉันกด **ส่ง**
…
เกือบตีหนึ่ง
เขาจึงกลับถึงบ้าน
ในมือถือดอกไม้หนึ่งดอก
“ยังไม่นอนเหรอ”
“ผมเพิ่งเลิกงาน แวะซื้อดอกไม้มาให้ด้วย”
ฉันไม่ได้รับอ้อมกอดของเขา
ได้แต่มองดอกไม้นั้น
มันเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกับในรูปของเด็กฝึกงาน
ฉันถามอย่างใจเย็น
“วันนี้คุณยุ่งกับงานจริง ๆ…”
“หรือไปฉลองวันเกิดให้คนอื่นกันแน่”
เขาขมวดคิ้วทันที
“ผมเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“อย่าหาเรื่องได้ไหม”
ฉันยื่นรูปโพสต์ให้เขาดู
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบว่า
“วันเกิดเธอดันตรงกับวันเกิดคุณพอดี”
“ก็แค่จัดฉลองเล็ก ๆ ให้พนักงาน”
“ผมไม่รู้ว่าเธอจะโพสต์ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ลบ”
จากนั้น
เขาก็โอนเงินเข้าบัญชีฉัน
“ผมผิดเอง”
“อย่าโกรธเลยนะ”
“คราวหน้า…ผมจะชดเชยให้”
**คราวหน้า**
สองคำนี้
ฉันได้ยินมานานเหลือเกิน
ห้าปี
ห้าวันเกิด
และทุกครั้ง
ฉันก็ฉลองมันเพียงลำพัง
…
เช้าวันรุ่งขึ้น
มีเค้กก้อนเล็กกับดอกไม้พลาสติกวางอยู่หน้าห้อง
พร้อมใบเสร็จ
เค้ก **39 บาท**
ดอกไม้ปลอม **59 บาท**
เขาแต่งตัวเตรียมไปทำงาน
แล้วพูดว่า
“เมื่อคืนมันดึกแล้ว”
“คราวหน้าผมจะทำให้ดีกว่านี้”
ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้าน
ฉันเก็บของอย่างเงียบ ๆ
หลังจากอยู่ด้วยกันมาตลอดห้าปี
ทรัพย์สินทั้งหมดของฉัน
กลับมีเพียงกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ
กับกล่องกระดาษอีกหนึ่งกล่อง
ช่วงบ่าย
ฉันส่งของทั้งหมดออกไป
พอตกเย็น
เมื่อฉันกลับมาที่ห้อง
ฉันถึงกับหยุดนิ่ง
เด็กฝึกงานคนนั้น
กำลังสวมชุดลำลองของฉัน
ในครัว
แฟนของฉันสวมผ้ากันเปื้อน

กำลังทำอาหารจานโปรดของเธออย่างมีความสุข
หญิงสาวยิ้มให้ฉัน
ก่อนพูดอย่างเป็นธรรมชาติ
“เขาบอกว่า…ที่นี่ก็เหมือนบ้านของฉันแล้ว”
ฉันยืนเงียบอยู่หน้าประตู
เป็นครั้งแรกในรอบห้าปี…
ที่ฉันตระหนักได้ว่า
แท้จริงแล้ว…
ฉันได้หายไปจากหัวใจของผู้ชายที่ฉันรักมานานแล้ว
นี่คือบทสรุปและการเดินจากไปอย่างผู้ชนะที่แท้จริงครับ
ตอนจบ: อิสรภาพที่แท้จริง และบทเรียนของคนไม่รู้จักพอ
ฉันมองเด็กฝึกงานที่สวมชุดของฉัน และมองผู้ชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจกำลังยืนประคองจานอาหารอยู่ข้างหลังเธอ วินาทีนั้น… หัวใจของฉันกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่คิด แต่มันโล่งอย่างประหลาด ราวกับเชือกที่รัดคอฉันมานานห้าปีได้หลุดออกไปเสียที
“พี่คะ อย่าโกรธพวกเราเลยนะ” เด็กฝึกงานพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาแต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “หนูแค่มาช่วยเขาทำความสะอาดห้องน่ะค่ะ”
แฟนของฉันขมวดคิ้ว เขาวางจานอาหารลงแล้วเดินเข้ามาหาฉันด้วยท่าทางหงุดหงิด
“เธอพาคนอื่นเข้าห้องมาทำไมโดยไม่บอกฉัน?” ฉันถามนิ่ง ๆ
“อ้าว ก็เธอส่งข้อความมาบอกว่าจะย้ายออกไม่ใช่หรือไง?” เขาพูดจาประชดประชันพลางกอดอก “ฉันก็คิดว่าเธอแค่เรียกร้องความสนใจเหมือนทุกที เลยชวนพนักงานในทีมมากินข้าวที่ห้องประชดเธอซะเลย… เป็นไงล่ะ? จะขนกระเป๋าไปไหนอีกล่ะ คราวนี้เล่นใหญ่จังนะ”
เขายังคงคิดว่าฉันแค่ “เรียกร้องความสนใจ”
ฉันไม่ได้ตอบโต้ ฉันเพียงหยิบกุญแจห้องวางลงบนโต๊ะรองเท้าหน้าประตูอย่างแผ่วเบา
“ฉันไม่ได้เล่นใหญ่ค่ะ… และของทั้งหมดของฉัน ขนออกไปหมดแล้วตั้งแต่ช่วงบ่าย” ฉันเงยหน้าสบตาเขา แววตาของฉันนิ่งสนิทจนเขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ “ส่วนของที่เหลืออยู่ในห้องนี้ ทั้งหมดรวมถึงชุดที่เด็กคนนั้นใส่… ฉันยกให้ ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังที่ไม่มีราคาคุมก็แล้วกัน”
ความจริงที่ตามมาหลอกหลอน
ฉันหันหลังเดินออกจากห้องทันที สองมือลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าสู่ลิฟต์
“เดี๋ยวสิ! นี่เธอจะไปไหน?!” เสียงของเขาตะโกนไล่หลังมา คราวนี้กระแสเสียงของเขาไม่ได้ดูแคลนเหมือนเก่า แต่มันเริ่มมีความตระหนกปนอยู่ เขาเบียดตัวผ่านเด็กฝึกงานแล้ววิ่งตามฉันมาที่หน้าลิฟต์ “ฉันบอกแล้วไงว่าคราวหน้าจะชดเชยให้! เงินที่โอนให้ยังไม่พอใจอีกเหรอ?!”
ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันก้าวเข้าไปข้างในแล้วหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย
“ห้าปีที่ผ่านมา… สิ่งที่คุณให้ฉันมีแค่เงินตบหัวแล้วลูบหลัง เค้ก 39 บาท และดอกไม้ปลอม 59 บาท” ฉันยิ้มให้เขา ยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพช “ต่อจากนี้ไป… เชิญคุณใช้ ‘คราวหน้า’ ของคุณกับคนอื่นเถอะค่ะ”
ประตูลิฟต์ปิดลง พร้อมกับตัดขาดผู้ชายคนนี้ออกไปจากชีวิตของฉันตลอดกาล
วันที่เขาตื่นจากฝันร้าย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา…
หลังจากฉันย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัด พัฒนาที่ดินสวนผักของครอบครัว และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นไม่หยุด เป็นเบอร์ของเขาที่ฉันไม่ได้บล็อกไว้เพราะอยากให้เขาได้รับรู้ความพินาศของตัวเอง
ฉันกดรับสายด้วยความรำคาญ “มีอะไร”
“…คุณ อยู่ไหน” เสียงของเขาแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความทรมาน สิ่งที่เขาเพิ่งรู้หลังจากฉันเดินจากมาคือ:
- ค่าเช่าห้องและค่าส่วนกลาง: ทั้งหมดถูกหักผ่านบัญชีของฉันมาตลอดห้าปี เมื่อฉันแจ้งยกเลิกสัญญา เจ้าของห้องจึงสั่งให้เขาย้ายออกทันทีหากไม่มีเงินก้อนมาวางมัดจำใหม่
- จดหมายลาออกของฉัน: ฉันคือหัวหน้าทีมที่คอยแบกรับยอดขายและแก้งานสกปรกให้เขามาตลอด เมื่อไม่มีฉัน บริษัทจึงตรวจสอบพบความผิดพลาดในโปรเจกต์ล่าสุดที่เขาให้เด็กฝึกงานทำ ส่งผลให้เขาถูกคาดโทษและลดตำแหน่ง
- เด็กฝึกงานคนนั้น: พอเห็นว่าเขาไม่ได้ร่ำรวยและกำลังจะถูกไล่ออกจากคอนโดหรู เธอก็หอบของหนีไปคบกับผู้จัดการคนใหม่ทันที
*”ผมผิดไปแล้ว… กลับมาเถอะนะ”*เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นผ่านสาย “ไม่มีคุณ… ห้องมันว่างเปล่าไปหมด ผมเพิ่งรู้ว่าเค้กและดอกไม้พวกนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่คุณยอมทนเพื่อผมมาตลอดห้าปี”
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ตกกระทบแปลงผักสีเขียวขจี พ่อกับแม่กำลังหัวใจเราะอยู่หัวมุมสวน… นี่ต่างหากคือความอบอุ่นที่แท้จริง
“รู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงเลือกเดินจากมาในวันเกิดอายุ 29 ปี” ฉันพูดกรอกเสียงลงไปเบา ๆ “เพราะฉันอยากให้วันเกิดปีนี้… เป็นวันเกิดปีแรกที่ฉันได้มอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดให้กับตัวเอง”
“ของขวัญ… อะไรเหรอคุณ?” เขาสะอื้นถามหวังว่ายังมีโอกาส
“ของขวัญที่ชื่อว่า ‘การรักตัวเอง’ ค่ะ ลาก่อน”
ฉันกดวางสาย บล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา ลบทุกช่องทางการติดต่อ แล้วหันไปยิ้มรับเค้กวันเกิดก้อนโตที่พ่อกับแม่ตั้งใจอบให้ด้วยความรักที่แท้จริง ห้าปีที่ผ่านมาฉันอาจจะเคยฉลองมันอย่างโดดเดี่ยว… แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกวันของฉันจะเป็นวันพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องรอคอยเศษเวลาจากใครอีกเลย