Posted in

“แกมันไร้ค่า! ที่นี่ไม่เหมาะกับคนอย่างแก!” เสียงตวาดของมหาเศรษฐีหญิงผู้ทรงอิทธิพลดังสนั่นต่อหน้าแขกเหรื่อผู้มั่งคั่งนับร้อย เธอกระชากคอเสื้อยูนิฟอร์มของสาวใช้ขึ้นมาหมายจะไล่ตะเพิดออกไป แต่ทันทีที่สร้อยคอเส้นหนึ่งปรากฏแก่สายตา มหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งกลับทรุดตัวลงคุกเข่าและปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง

“แกมันไร้ค่า! ที่นี่ไม่เหมาะกับคนอย่างแก!” เสียงตวาดของมหาเศรษฐีหญิงผู้ทรงอิทธิพลดังสนั่นต่อหน้าแขกเหรื่อผู้มั่งคั่งนับร้อย เธอกระชากคอเสื้อยูนิฟอร์มของสาวใช้ขึ้นมาหมายจะไล่ตะเพิดออกไป แต่ทันทีที่สร้อยคอเส้นหนึ่งปรากฏแก่สายตา มหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งกลับทรุดตัวลงคุกเข่าและปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง

ราชินีเหล็กกับเงาในใจ
ฉันชื่อ โดนญ่า วิกตอเรีย วัลเดอรามา (Doña Victoria Valderama) อายุ 55 ปี ประธานบริหารอาณาจักรแฟชั่นและอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในโลกธุรกิจ ทุกคนรู้จักฉันในนาม “ผู้หญิงเหล็ก” ไร้อารมณ์ ไร้ความเมตตา และไม่เคยยอมสยบให้ใคร

แต่ความตายด้านของฉันมีสาเหตุที่ฝังรากลึก เมื่อ 20 ปีก่อน ออโรร่า (Aurora) ลูกสาวเพียงคนเดียวของฉันถูกลักพาตัวไปตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ เราจ่ายค่าไถ่ไปมหาศาล แต่ลูกสาวของฉันก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย ทางการประกาศว่าเธอเสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันนั้นหัวใจของฉันก็ตายตามไปด้วย สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำคือ ก่อนที่ออโรร่าจะหายตัวไป เธอสวมสร้อยคอที่ฉันเป็นคนออกแบบเอง เป็นรูปนกพิราบทองคำประดับด้วยเพชรสีน้ำเงินตรงกลาง

ภายในคฤหาสน์ของฉัน ฉันเข้มงวดกับพนักงานทุกคน แต่มีสาวใช้คนหนึ่งที่มักจะดึงดูดสายตาของฉันเสมอ เธอชื่อ มายา (Maya)

มายาอายุ 22 ปี เธอเติบโตมาในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เธอขยัน เงียบขรึม และมักจะก้มหน้าทุกครั้งที่คุยกับฉัน ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร ฉันมักจะรู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็นหน้าเธอ อาจเป็นเพราะใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาและแววตาที่อ่อนโยนของเธอ คอยย้ำเตือนถึงความรักที่ฉันพยายามลืมไปนานแล้ว ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงมักจะใจร้ายและตวาดใส่เธออยู่เสมอ

อุบัติเหตุในงานแกรนด์กาล่า
คืนหนึ่ง ฉันจัดงาน “การกุศลกาล่า” ครั้งยิ่งใหญ่ที่คฤหาสน์ มหาเศรษฐี นักการเมือง และคนดังทั่วประเทศได้รับเชิญมางานนี้ ห้องบอลรูมเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของเพชรและกลิ่นน้ำหอมราคาแพง

ขณะที่แขก VIP กำลังดื่มด่ำกับงาน ฉันสั่งให้มายาออกมาเสิร์ฟไวน์แดงราคาแพง

“ดูแลตัวเองอย่าให้ซุ่มซ่ามนะมายา ถ้าฉันต้องอายแขกเพราะแก ฉันจะไล่แกออกโดยไม่จ่ายเงินเดือนสักบาทเดียว!” ฉันขู่เธอก่อนที่เธอจะออกจากห้องครัว

“คะ… ค่ะ คุณผู้หญิง” มายาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

กลางงานเลี้ยง ขณะที่มายากำลังเดินถือถาดแก้วไวน์ใบใหญ่ แขกผู้เย่อหยิ่งคนหนึ่งกลับถอยหลังมาโดยไม่ดูทาง ทำให้ชนเข้ากับมายาอย่างจัง!

สาวใช้เสียการทรงตัว ถาดในมือหลุดร่วงลงพื้น

เพล้ง!

แก้วคริสตัลนับโหลแตกกระจายบนพื้นหินอ่อน และที่แย่ไปกว่านั้น ไวน์แดงสาดไปโดนสูทสีขาวราคาแพงของนักลงทุนชาวต่างชาติที่ฉันกำลังคุยด้วย!

“โอ๊ย! นี่มันอะไรกันเนี่ย?!” นักลงทุนตะโกนอย่างหัวเสีย พร้อมกับปัดเสื้อผ้าชุดหรูของเขา

เสียงดนตรีออเคสตราหยุดลง ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วห้องบอลรูม แขกเหรื่อนับร้อยต่างจ้องมองมาที่เราเป็นตาเดียว

ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวด้วยความโกรธและความอับอาย ฉันเดินตรงเข้าไปหามายาที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้น ร้องไห้พลางพยายามเก็บเศษแก้วด้วยมือเปล่า

การดูหมิ่นเหยียดหยามต่อหน้าสังคม…

ฉันเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อยูนิฟอร์มของมายาจนตัวเธอลอยขึ้นมาจากพื้น “แกมันไร้ค่า! ที่นี่ไม่เหมาะกับคนอย่างแก! ออกไปจากคฤหาสน์ของฉันเดี๋ยวนี้!” ฉันตวาดใส่หน้าเธออย่างรุนแรงจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน

มายาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนด้วยความหวาดกลัว แรงกระชากของฉันทำให้กระดุมเสื้อตัวบนของเธอหลุดออก และในวินาทีนั้นเอง… วัตถุชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อของเธอก็หลุดกระเด็นออกมาแกว่งไกวอยู่กลางแสงไฟระยิบระยับ

มันคือสร้อยคอนกพิราบทองคำ ที่มีเพชรสีน้ำเงินประดับอยู่ตรงกลางอย่างโดดเด่น

โลกทั้งใบของฉันเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ลมหายใจของฉันติดขัด มือที่เคยบีบคอเสื้อของเธออยู่นั้นเริ่มอ่อนแรงและสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ฉันจำมันได้… ฉันจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าใบหน้าของตัวเองเสียอีก เพราะนี่คือ “สร้อยคอออโรร่า” ที่ฉันเป็นคนลงมือวาดแบบและสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบให้ลูกสาวในวันที่เธออายุครบ 1 ขวบ

“สร้อยเส้นนี้… แกเอามาจากไหน?!” ฉันถามด้วยเสียงที่สั่นเครือจนเกือบจะหายไปในลำคอ

มายาเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมองฉัน “มะ… มันเป็นของชิ้นเดียวที่ติดตัวหนูมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่สถานสงเคราะห์ค่ะ… แม่ครูบอกว่ามันติดมากับเสื้อผ้าของหนูในวันที่หนูถูกพบทิ้งไว้ข้างถนน”

วินาทีนั้น ความโกรธแค้นและความจองหองของมหาเศรษฐีหญิงผู้ทรงอิทธิพลมลายหายไปสิ้น ฉันปล่อยมือจากคอเสื้อของเธอแล้ว ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อย โดยไม่สนเศษแก้วที่บาดผิวหนังหรือไวน์แดงที่เปื้อนชุดราตรีราคาแพง

“ออโรร่า… ลูกแม่…” ฉันโผเข้ากอดมายาไว้แน่นพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง ราวกับทำนบแห่งความทุกข์ทรมานที่กักเก็บมาตลอด 20 ปีได้พังทลายลง

แขกทั้งงานต่างยืนตกตะลึงในภาพที่เห็น “ราชินีเหล็ก” ที่เคยเหยียดหยามคนใช้ บัดนี้กำลังกอดสาวใช้คนนั้นไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับร่ำไห้อย่างเจ็บปวดและโหยหา ฉันไม่ได้กอดแค่คนใช้ที่ซุ่มซ่าม แต่ฉันกำลังกอดหัวใจที่หายไปของฉัน… และในที่สุด “ความลับ” ที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงาของความใจร้ายก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาในคืนที่มืดมิดที่สุดของชีวิตฉันเอง