*สามีของฉันซื้อไก่ทุกวัน แต่ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาเอากลับบ้านมาให้เรากินแค่ตับและกึ๋น—จนวันหนึ่งฉันได้รู้ว่า มีอีกครอบครัวหนึ่งที่กำลังกินไก่ทั้งตัว**
สามีของฉันซื้อไก่ทุกวัน
แต่ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยได้กินเนื้อไก่สักครั้ง
สิ่งที่เขาเอากลับมาให้ฉันกับลูก มีแต่ตับ กึ๋น หัวใจ และไส้ไก่
และสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่านั้นคือ…
ไก่ทั้งตัวนั้น
ไม่ได้มีไว้สำหรับพวกเราเลย
“กินเยอะ ๆ นะ มิรา” คาร์โลพูดพลางตักตับและกึ๋นผัดจานใหม่ใส่จานของฉันอย่างระมัดระวัง “เธอด้วยนะ แก็บบี้ แม่ลูกต้องได้รับสารอาหารดี ๆ”
ฉันมองเขาขณะที่เรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตัวเล็กในอพาร์ตเมนต์ที่เมืองเกซอน
ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า
เสื้อโปโลชุ่มเหงื่อ
ก้มหน้ากินข้าวกับซีอิ๊วเพียงอย่างเดียว
“แล้วคุณล่ะ ทำไมไม่มีอะไรกับข้าวเลย?” ฉันถาม
เขายิ้ม
รอยยิ้มที่ฉันยึดเหนี่ยวมาตลอดสิบปีของชีวิตคู่
“ผมไม่เป็นไรหรอก อิ่มมาจากที่ทำงานแล้ว ตอนนี้ผมยังหาเงินได้ไม่มาก แต่สักวันหนึ่ง ผมจะซื้อของอร่อยกว่านี้ให้พวกคุณกิน ตอนนี้ผมทำได้แค่นี้จริง ๆ”
ความอบอุ่นแผ่ซ่านอยู่ในอกของฉัน
ฉันสงสารเขา
และรักเขามากขึ้น
ฉันคีบตับชิ้นหนึ่งไปวางในจานของเขา
“คุณก็กินบ้างสิ คาร์โล”
เขาส่ายหน้าทันที
“ไม่หรอก ของพวกเธอนั่นแหละ พวกเธอคือคนที่ผมต้องดูแล”
คืนนั้นฉันแทบร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง
ฉันคิดว่านี่แหละคือความรักของสามีที่ดี
ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อครอบครัว แม้ตัวเองจะไม่เหลืออะไรเลยก็ตาม
เพราะอย่างนั้น แม้เราจะมีเงินไม่พอใช้บ่อยครั้ง
แม้ฉันจะใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ
แม้จะต้องคำนวณค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอม และค่าใช้จ่ายของแก็บบี้อย่างละเอียดทุกเดือน
ฉันก็ไม่เคยบ่น
ฉันมีสามีที่รักครอบครัว
ลูกสาวของฉันมีพ่อ
และเรามีบ้านที่อบอุ่น
อย่างน้อย… ฉันก็เคยคิดแบบนั้น
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกับแก็บบี้กำลังกลับจากโรงเรียน
เราแวะตลาดกามูนิงเพื่อซื้อผัก
มีคนเรียกชื่อฉัน
“อ้าว มิรา! ใช่เธอหรือเปล่า?”
ฉันหันไปมอง
เป็นป้านีน่า แม่ค้าขายไก่สูงวัยที่แผงริมตลาด
เธอยิ้มกว้างพร้อมถือมีดสับไก่เล่มใหญ่ในมือ
“จำแทบไม่ได้เลย ลูกสาวโตขนาดนี้แล้วเหรอ!”
ฉันยิ้มตอบอย่างสุภาพ
“ใช่ค่ะป้า นี่แก็บบี้ค่ะ”
พวกเราเดินเข้าไปหาเธอ
รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อสด น้ำแข็ง และบรรยากาศของตลาด
จู่ ๆ เธอก็หัวเราะ
“เธอนี่โชคดีจริง ๆ นะลูก สามีของเธอมาซื้อไก่ทั้งตัวกับฉันทุกวันเลย ยังให้ฉันสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ อีกด้วย เขาบอกว่าภรรยาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงและไม่ถนัดชำแหละไก่ สามีแบบนี้หายากนะ รักภรรยาจริง ๆ”
เหมือนมีน้ำเย็นจัดถูกสาดใส่ทั้งตัวฉัน
ฉันนิ่งไป
“ไก่… ทั้งตัวเหรอคะ?”
“แน่นอนสิ บางวันซื้อถึงตัวครึ่งด้วยซ้ำ ถ้ามีแขกที่บ้าน เขายังเลือกแต่ตัวอ้วน ๆ ด้วยนะ ไม่เอาตัวเล็กเลย”
ลำคอของฉันตีบตัน
แก็บบี้ค่อย ๆ หันมามองฉัน
“แม่คะ” เธอกระซิบ “แต่ที่บ้านเรากินแต่เครื่องในไม่ใช่เหรอ?”
ฉันตอบไม่ได้
เพราะมันคือความจริง
ที่บ้านของเรา
ไม่เคยมีน่องไก่
ไม่มีปีกไก่
ไม่มีอกไก่
ไม่มีซุปที่มีเนื้อไก่ให้กิน
มีแค่ตับ หัวใจ กึ๋น และบางครั้งก็ไส้ไก่
ฉันพยายามยิ้มให้ป้านีน่า แม้นิ้วมือจะเริ่มสั่น
“ป้าคะ… ป้าขายแต่เครื่องในอย่างเดียวด้วยหรือเปล่า?”
เธอขมวดคิ้ว
“เครื่องในเหรอ? ไม่หรอกลูก ปกติฉันทิ้งหรือไม่ก็แจกฟรีเสียมากกว่า แต่คาร์โลเอากลับไปทุกครั้งหลังซื้อไก่ทั้งตัว เขาบอกว่าเสียดายของ”
ฉันรู้สึกเหมือนหูอื้อไปหมด
เขาเอาเครื่องในกลับบ้าน

ให้พวกเรากิน
แล้วเนื้อไก่ล่ะ…
เขาเอาไปให้ใคร?
“ป้าคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด “เราขอแอด Messenger กันได้ไหมคะ? ถ้าคาร์โลมาซื้อไก่อีก รบกวนส่งข้อความมาบอกฉันหน่อยนะคะ ฉันจะได้เตรียมผักไว้ทำกับข้าว”
นี่คือบทสรุปและตอนจบของเรื่องราว “เบื้องหลังไก่ทั้งตัว: ราคาของความภักดีสิบปี” ของคุณมิราค่ะ
ตอนจบ: โต๊ะอาหารที่สมบูรณ์แบบของคนอื่น และความจริงที่แหลกสลาย
สี่วันหลังจากนั้น เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน Messenger ก็ดังขึ้น ป้านีน่าส่งข้อความมาพร้อมภาพถ่ายแผ่นหลังของคาร์โลที่คุ้นตา เขากำลังยืนรอรับถุงไก่สดถุงใหญ่ที่สับเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“มิรา คาร์โลเพิ่งเดินออกไปจากร้านจ้ะ วันนี้ซื้อไก่ตัวใหญ่สองตัวเลย บอกว่าจะเอาไปทำฉลองงานสำคัญ”
ฉันไม่รอช้า คว้ากระเป๋าและจูงมือแก็บบี้ ลูกสาววัยเก้าขวบสะกดรอยตามเขาไปเงียบ ๆ หัวใจของฉันเต้นระรัวราวกับกลองรบ ฉันภาวนาในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าขอให้มันเป็นแค่การจัดเลี้ยงของออฟฟิศ หรือเขาเอาไปทำบุญที่ไหนสักแห่ง… อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันกำลังหวังลึก ๆ ในใจ
คาร์โลเดินขึ้นรถสองแถว ฉันกับลูกนั่งแท็กซี่ตามไปติด ๆ จนกระทั่งรถจอดสนิทที่หน้าหมู่บ้านจัดสรรแห่งใหม่ที่ดูหรูหราในแถบชานเมืองเกซอน คาร์โลเดินตรงไปยังบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังหนึ่งที่มีรั้วรอบขอบชิด เขาเปิดประตูรั้วเข้าไปอย่างคุ้นเคยราวกับเป็นเจ้าของบ้าน
ฉันกับแก็บบี้ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมรั้ว มองผ่านกระจกหน้าต่างบานกว้างของบ้านหลังนั้น… ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้น้ำตาของฉันไหลทะลักออกมาทันที และทำให้โลกทั้งใบที่ฉันสร้างร่วมกับเขามาสิบปีพังทลายลงในพริบตา
ภายในห้องอาหารที่ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ มีผู้หญิงวัยรุ่นหน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังยืนช่วยคาร์โลจัดโต๊ะ บนโต๊ะนั้นมีอาหารจานหรูที่ทำจากเนื้อไก่ล้วน ๆ ทั้ง ไก่อาโดโบเนื้อแน่น, ไก่ทอดกรอบสีเหลืองทอง และซุปไก่ถ้วยโต เด็กชายวัยประมาณห้าขวบคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดขาคาร์โลพลางร้องเรียกเสียงดัง:
“ปะป๊า! วันนี้มีน่องไก่ทอดของโปรดผมไหมครับ? ผมไม่ชอบกินเครื่องในสกปรกพวกนั้นเลย!”
คาร์โลยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นแบบเดียวกับที่เขาเคยให้ฉันและแก็บบี้ เขาอุ้มเด็กชายคนนั้นขึ้นมากอดและจูบแก้มอย่างรักใคร่
“มีสิครับลูกรัก ปะป๊าเลือกตัวที่อ้วนที่สุดมาให้เลย ส่วนไอ้เครื่องในสกปรกพวกนั้น… ปะป๊าเอาไปทิ้งให้หมาที่บ้านนู้นมันกินหมดแล้ว ลูกกินเนื้อไก่นุ่ม ๆ ให้เต็มที่เลยนะ”
บทเรียนราคาแพงของผู้ชายสองหน้า
คำว่า “ทิ้งให้หมาที่บ้านนู้นกิน” กรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของฉัน ตลอดสิบปีที่ฉันยอมทนทุกข์ สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ กินเศษเครื่องในที่เขาบอกว่าเป็นสารอาหารชั้นเลิศเพื่อประหยัดเงินให้เขา… ที่แท้พวกเราเป็นเพียง “ถังขยะ” ที่คอยรองรับของเหลือจากครอบครัวลับ ๆ ของเขา
แก็บบี้ร้องไห้สะอื้นเบา ๆ พลางดึงชายเสื้อฉัน “แม่คะ… พ่อมีบ้านใหม่เหรอคะ? พ่อบอกว่าไม่มีเงินซื้อน่องไก่ให้หนูนิคะ…”
ฉันเช็ดน้ำตา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักเปลี่ยนเป็นความสมเพชและเด็ดเดี่ยวในพริบตา ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ถ่ายรูปภาพความสุขของพวกเขาทั้งสามคนผ่านกระจกหน้าต่างไว้ทุกช็อต จากนั้นฉันเดินไปที่หน้าประตูบ้านและกดกริ่งรัว ๆ
อ๊อดดดดด! อ๊อดดดดด!
คาร์โลเป็นคนเดินมาเปิดประตู ทันทีที่เขาเห็นหน้าฉันและแก็บบี้ ใบหน้าของเขาถอดสีจนกลายเป็นสีเทาเหมือนคนตาย ถุงน้ำจิ้มในมือร่วงลงพื้น
“ม…มิรา… แก็บบี้… พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง?!” คาร์โลละล่ำละลัก ตัวสั่นเทา
“ฉันเอาเครื่องในไก่มาคืนค่ะ คาร์โล” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนผู้หญิงข้างในบ้านเดินออกมาดูด้วยความเลิกล่ำ
“สิบปีที่ผ่านมา ฉันซาบซึ้งมากนะคาร์โลที่เทิดทูนฉันกับลูกเป็นหมา คอยกินเศษเนื้อที่เมียน้อยกับลูกชู้ของคุณไม่ต้องการ” ฉันยื่นโทรศัพท์ที่มีรูปถ่ายหลักฐานทั้งหมดให้ผู้หญิงคนนั้นดู “เธอเองก็ดูไว้ซะนะ สามีผู้แสนดีของเธอ เงินทุกเปโซที่เอามาซื้อบ้านหลังนี้และซื้อไก่ให้ลูกเธอจับจ่าย… มันคือเงินสินสมรสที่เขาโกงไปจากฉันและลูกสาวตัวจริงของเขา!”
บทสรุป
คาร์โลทรุดเข่าลงแทบเท้าของฉัน พยายามจะเอื้อมมือมาจับขาแก็บบี้ แต่ลูกสาวของฉันถอยหนีด้วยความขยะแขยง
“มิรา ผมผิดไปแล้ว! ผมแค่หลงผิด! ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยนะ เงินเดือนทั้งหมดของผมหลังจากนี้ผมจะให้คุณหมดเลย!”
“ไม่จำเป็นหรอกคาร์โล” ฉันมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย “พรุ่งนี้เช้า ทนายความของฉันจะยื่นฟ้องหย่า ฟ้องชู้ และอายัดบ้านหลังนี้รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณยักยอกไป ฉันจะทวงคืนทุกเปโซที่คุณใช้ไปกับไก่ทั้งตัวของครอบครัวนี้”
ฉันหันหลังเดินจูงมือแก็บบี้ออกมาจากนรกแห่งนั้น เสียงคาร์โลทะเลาะกับเมียน้อยของเขาดังไล่หลังมาอย่างรุนแรง เพราะฝ่ายนั้นเพิ่งรู้ว่าบ้านหลังนี้กำลังจะโดนยึดและคาร์โลกำลังจะกลายเป็นคนหมดตัว
สิบปีที่ฉันกินตับและกึ๋นไก่ มันได้สร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมาในตัวฉัน… นั่นคือ “หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า” หลังจากนี้ ฉันและลูกสาวจะกินไก่ที่อร่อยที่สุด ตัวที่ใหญ่ที่สุด ด้วยเงินของเราเอง โดยไม่มีวันเหลียวหลังกลับไปมองเศษเดนผู้ชายคนนั้นอีกเลย