Posted in

วันที่ฉันรับเงิน 50 ล้านบาท เพื่อแลกกับลูกในท้อง: วันที่ฉันรู้ตัวว่าท้อง คือวันเดียวกับที่แม่ของเขาเอาเงิน 50 ล้านบาท มาฟาดตรงหน้า และสั่งให้ฉันไปทำแท้งซะ… ฉันรับเงินนั้นมา หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดสักคำ แต่ในวันที่ฉันคลอดลูก ฉันกลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง…

วันที่ฉันรับเงิน 50 ล้านบาท เพื่อแลกกับลูกในท้อง: วันที่ฉันรู้ตัวว่าท้อง คือวันเดียวกับที่แม่ของเขาเอาเงิน 50 ล้านบาท มาฟาดตรงหน้า และสั่งให้ฉันไปทำแท้งซะ… ฉันรับเงินนั้นมา หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดสักคำ แต่ในวันที่ฉันคลอดลูก ฉันกลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง…

ฉันจะไม่มีวันลืมวันที่น่าสะพรึงกลัวนั้นได้เลย

เช้าวันนั้น ขีดสองขีดปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนบนที่ตรวจครรภ์ หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น ทั้งดีใจ กลัว และกังวล ทุกความรู้สึกประโคมเข้ามาพร้อมกัน ฉันยังไม่ทันได้สูดหายใจลึกๆ เพื่อเตรียมบอกข่าวนี้กับ มิเกล แฟนหนุ่มที่คบกันมา 3 ปี เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น

เมื่อเปิดประตูออกมา ฉันก็พบกับแม่ของเขา—คุณหญิงเทเรซ่า เธอยืนตัวตรง สายตาเย็นชา ในมือถือกระเป๋าหนังสีดำใบหนึ่งที่สะท้อนแสงแวววาว

เธอไม่เสียเวลาอ้อมค้อม

“รับเงิน 50 ล้านบาทนี่ไปซะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่คมกริบราวกับใบมีด “แล้วไปเอาเด็กในท้องออกซะ อย่าให้ลูกของฉันต้องมีภาระ”

เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เปิดมันออก เผยให้เห็นปึกธนบัตรจำนวนมหาศาลที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เงียบเชียบ แต่หนักอึ้งในความรู้สึก

ตัวของฉันเย็นเฉียบไปหมด

ฉันกับมิเกลรักกันมา 3 ปี เราผ่านทั้งทุกข์และสุขมาด้วยกัน แต่ตั้งแต่ต้น ครอบครัวของเขาคัดค้านเรามาตลอด เพียงเพราะฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาจากต่างจังหวัด ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเงินทอง และเขาบอกว่าฉัน “ไม่คู่ควร” กับลูกชายของเขา

ฉันพยายามจะอ้าปากพูด พยายามจะอธิบาย แต่เธอก็ตัดบททันที:

“เธอไม่คู่ควร และอย่าบีบให้ฉันต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้เลย”

ฉันไม่ได้พูดอะไรอีก

ฉันก้มหน้ายอมรับเงินนั้นมาอย่างเงียบๆ
ไม่ไปเผชิญหน้ากับมิเกล
ไม่ทิ้งจดหมายหรือคำอธิบายใดๆ
ฉันหายไปจากชีวิตของเขาในทันที

ฉันย้ายไปอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก เงินก้อนนั้นเพียงพอที่จะทำให้ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ เช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ซื้อของใช้จำเป็น และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

จนกระทั่งวันที่ฉันเจ็บท้องคลอด—มันมาอย่างกะทันหันและรุนแรง

ฉันเกือบจะหมดสติเพราะความเจ็บปวดระหว่างทางไปโรงพยาบาล สิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้คือเสียงพยาบาลคนหนึ่ง พูดเบาๆ เกี่ยวกับกระดาษแผ่นหนึ่ง… ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลง

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ ความเจ็บปวดจากการคลอดลูกยังทิ้งรอยจางๆ ไว้ในร่างกาย แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจกระตุกคือจดหมายซองสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง พยาบาลบอกว่ามันถูกแนบมากับเอกสารยินยอมรับการรักษาที่ฉันเซ็นไปตอนกึ่งมีสติ

ฉันค่อยๆ เปิดมันออกด้วยมือที่สั่นเทา ภายในไม่ใช่คำสาปแช่งจากคุณหญิงเทเรซ่า แต่เป็นลายมือที่ฉันคุ้นเคยดี… ลายมือของ มิเกล


เนื้อความในจดหมาย:

“ถึง… ผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในชีวิต

ถ้าคุณกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าลูกของเราลืมตาดูโลกแล้ว และผมหวังว่าคุณจะปลอดภัย

ผมรู้เรื่องเงิน 50 ล้านนั่นตั้งแต่วันแรก จริงๆ แล้วเงินก้อนนั้นไม่ใช่เงินของแม่ผม แต่มันเป็นเงินจากกองมรดกส่วนตัวของผมที่ผมวางแผนจะมอบให้คุณอยู่แล้ว ผมรู้ดีว่าถ้าผมเป็นคนให้ คุณไม่มีวันรับมันไว้ และแม่ของผมก็คงไม่มีวันรามือจากเรา

ผมจึงทำข้อตกลงกับแม่… ให้ท่านเป็นคนเลวในสายตาคุณ เพื่อให้คุณยอมรับเงินก้อนนั้นแล้วหนีไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ที่แม่จะหาคุณไม่เจอและไม่สามารถทำร้ายลูกของเราได้

ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ผมไม่เคยหยุดตามหาคุณเลย และผมรู้ดีว่าคุณอยู่ที่ไหน ผมเฝ้ามองคุณอยู่ห่างๆ เห็นคุณเดินเล่นในสวน เห็นคุณเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็ก… ผมเจ็บปวดที่ไม่ได้เข้าไปกอดคุณ แต่ผมต้องอดทนเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ

ตอนนี้ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมสละตำแหน่งในบริษัท และตัดขาดจากพันธนาการของครอบครัวทั้งหมด

มองออกไปที่ประตูสิครับ… ผมมารับคุณกับลูกกลับบ้านของเราจริงๆ เสียที


ฉันเงยหน้าขึ้นจากกระดาษที่เปียกชุ่มด้วยหยดน้ำตา ทันใดนั้น ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักออกเบาๆ มิเกลยืนอยู่ตรงนั้น สภาพของเขาดูเหนื่อยล้าแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความรักที่ปิดไม่มิด

เขาก้าวเข้ามาหาฉัน คุกเข่าลงข้างเตียงแล้วกุมมือฉันไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองทารกน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในเปลข้างๆ

“50 ล้านนั่น แค่ค่าขนมของลูกเราครับ” เขากระซิบพลางจูบหน้าผากฉัน “ต่อจากนี้ไป… ความสุขของเราจะประเมินค่าไม่ได้อีกแล้ว”

ฉันกอดเขาไว้แน่น ความหวาดกลัวที่แบกมาตลอด 9 เดือนมลายหายไปสิ้น เงิน 50 ล้านนั้นไม่ใช่ค่าตัวของลูก แต่มันคือ “ค่าตั๋วสู่เสรีภาพ” ที่เขามอบให้ฉันและลูก เพื่อรอคอยวันที่เราจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันจริงๆ โดยไม่มีใครมาพรากเราจากกันได้อีก