Posted in

ตอนที่ฉันใช้โทรศัพท์ของสามีเพื่อขอยืมเงินจำนวน 1,700 บาทจากแม่สามี แต่เธอกลับโอนมาให้ 17,000 บาท — และในวินาทีนั้นเอง ฉันก็ได้รู้ความลับที่ทั้งครอบครัวปกปิดมานานถึงสามปี*

ตอนที่ฉันใช้โทรศัพท์ของสามีเพื่อขอยืมเงินจำนวน 1,700 บาทจากแม่สามี แต่เธอกลับโอนมาให้ 17,000 บาท — และในวินาทีนั้นเอง ฉันก็ได้รู้ความลับที่ทั้งครอบครัวปกปิดมานานถึงสามปี*

ขณะที่สามีกำลังอาบน้ำ ฉันหยิบโทรศัพท์ของเขามาใช้เพื่อส่งข้อความขอยืมเงิน 1,700 บาทจากแม่สามี

สามวินาทีต่อมา

เงินเข้า

17,000 บาท

แล้วหลังจากนั้น ข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจนร่างกายฉันชาไปทั้งตัว

*”ลูกเอ๋ย ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ล่ะ? คอนโดของพวกลูกที่ BGC มูลค่า 300 ล้านบาทนั้น เป็นชื่อของลูกมานานแล้วนะ โฉนดอยู่ในลิ้นชักชั้นที่สองของห้องทำงาน”*

ฉันได้แต่นั่งจ้องหน้าจอ

จากในห้องน้ำ เสียงฝักบัวยังคงดังต่อเนื่อง ฉันยังได้ยินนิโก้ สามีของฉัน ร้องเพลงเพี้ยน ๆ อย่างสบายใจ ราวกับว่าไม่มีความลับครั้งใหญ่เพิ่งระเบิดขึ้นกลางห้องนั่งเล่นของเรา

เราแต่งงานกันมาแล้วสามปี

และตลอดสามปีนั้น ฉันเชื่อมาตลอดว่าแม่สามีของฉัน คุณไวโอเลตา บาเลนเซีย ไม่ชอบฉัน

เธอไม่ใช่คนดุ

แต่ก็ไม่ใช่คนอบอุ่น

เธอเป็นคนเฉย ๆ

ทุกวันคริสต์มาส เธอจะส่งอั่งเปามาให้ 420 บาทเสมอ ส่วนวันเกิดของฉัน เธอจะส่งเค้กพร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า

*”สุขสันต์วันเกิดนะ มารา ดูแลสุขภาพด้วย”*

เวลาเจอกัน เธอมักถามแค่

*”สบายดีไหม?”*

*”ทานข้าวหรือยัง?”*

*”จะดื่มอะไรไหม?”*

มีแค่นั้น

เธอไม่เหมือนแม่สามีคนอื่นที่ชอบกอด ถามว่าเหนื่อยไหม หรือทำอาหารมาให้กิน เธอเหมือนแขกคนหนึ่งที่รู้สึกไม่สบายใจแม้กระทั่งในครอบครัวของตัวเอง

เพราะอย่างนั้น ฉันจึงเชื่อคำพูดของแม่ฉัน

*”ลูกเอ๋ย ภายนอกเธออาจดูดี แต่ในใจอาจไม่ได้ชอบลูกก็ได้ เราเป็นคนธรรมดา บางทีเธออาจอยากได้ลูกสะใภ้ที่ร่ำรวยกว่านี้ให้ลูกชาย”*

ฉันไม่อาจโทษแม่ได้

ตอนที่ฉันถูกแนะนำให้รู้จักกับนิโก้ผ่านการนัดบอดในเมืองเกซอน เขาบอกว่าเขาเป็นเพียงผู้จัดการโครงการในบริษัทเอกชน

เงินเดือนประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน

เขาบอกว่าเป็นเจ้าของคอนโดเล็ก ๆ ใน BGC ที่ยังผ่อนอยู่ และมีรถ Honda City มือสองหนึ่งคัน

เขาไม่ได้ดูเหมือนคนรวยเลย

วันนั้นเขาสวมเสื้อโปโลสีขาว ไม่มีนาฬิการาคาแพง ไม่มีท่าทางโอ้อวด เขาเงียบ สุภาพ และดูเหมือนคนที่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอย่างประหยัด

นั่นคือเหตุผลที่ฉันแต่งงานกับเขา

ฉันคิดว่าเราต่างก็เป็นคนธรรมดาที่ต้องทำงานหนักทุกวัน

แต่ตลอดสามปีของชีวิตคู่ มีหลายอย่างที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็น

เวลาคุณไวโอเลตามาเยี่ยม เธอมักเรียก Grab หรือบางครั้งก็นั่งแท็กซี่มา นิโก้บอกว่าแม่ของเขาไม่ชอบใช้คนขับรถส่วนตัว

เสื้อผ้าของเธอก็เรียบง่าย แค่เสื้อสีครีม ผ้าพันคอสีเทา และรองเท้าส้นแบน

ไม่มีเครื่องประดับอะไรเลย นอกจากต่างหูมุกเม็ดเล็ก

ฉันยิ่งมั่นใจว่าพวกเขาเป็นเพียงครอบครัวธรรมดา

หรือไม่ก็แค่แสร้งทำเป็นไม่สนใจฉัน

วันนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นจากกลุ่มแชตครอบครัวของฉัน

ทริชา พี่สะใภ้ ส่งรูป SUV คันใหม่เข้ามา

สีดำเงาวับ พร้อมโบว์ผูกขนาดใหญ่บนฝากระโปรง

แคปชันเขียนว่า

*”โอ๊ย แม่สามีซื้อ Toyota Fortuner คันใหม่ให้ฉัน บอกว่าเป็นของขวัญที่ฉันกับพี่เปาโลขยันทำงานปีนี้”*

คำแสดงความยินดีหลั่งไหลเข้ามาทันที

*”ว้าว!”*

*”โชคดีมาก!”*

*”ขอมีแม่สามีแบบนี้บ้างเถอะ!”*

แล้วจู่ ๆ เธอก็แท็กชื่อฉัน

*”มารา แล้วของเธอล่ะ? แม่สามีให้อะไรบ้าง? ยังไม่เปลี่ยนรถอีกเหรอ? สงสารนิโก้ยังขับรถเก่าอยู่เลย”*

นิ้วของฉันหยุดนิ่งบนหน้าจอ

ฉันไม่ได้ตอบ

ฉันไม่ได้อิจฉารถ SUV คันนั้น

และก็ไม่ได้อยากได้ของขวัญราคาแพง

แต่การถูกใช้เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวมันเจ็บจริง ๆ

ราวกับพวกเขากำลังพูดว่า

*”ดูสิ แม้แต่แม่สามีของเธอยังไม่สนใจเธอเลย”*

ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโซฟา

บนโต๊ะห้องนั่งเล่นมีโทรศัพท์ของนิโก้วางอยู่

เขาไม่เคยตั้งรหัสผ่าน

เขาไม่เคยปิดบังอะไร อย่างน้อยฉันก็เคยคิดแบบนั้น

ฉันเปิดบทสนทนาระหว่างเขากับแม่

ข้อความล่าสุดเมื่อสามวันก่อน

*”แม่ครับ สุดสัปดาห์นี้พวกเรากลับบ้านไม่ได้ ผมต้องทำโอที”*

คุณไวโอเลตาตอบว่า

*”ได้ลูก พักผ่อนเยอะ ๆ นะ”*

สั้น

เย็นชา

เหมือนบันทึกข้อความในที่ทำงาน

ฉันไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวเองคิดอะไรอยู่

อาจจะน้อยใจ

อาจจะอับอาย

หรืออาจเป็นเพราะฉันอยากรู้มาตลอดว่าฉันมีที่ยืนในครอบครัวนี้จริงหรือไม่

ฉันพิมพ์ข้อความจากโทรศัพท์ของนิโก้

*”แม่ครับ ตอนนี้พวกเราค่อนข้างลำบาก ขอหยิบยืมเงิน 1,700 บาทได้ไหมครับ? สิ้นเดือนจะคืนให้”*

ทันทีที่กดส่ง หัวใจฉันเหมือนหล่นวูบ

หนึ่งวินาที

สองวินาที

สามวินาที

การแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา

**ได้รับเงินโอน: 17,000 บาท**

มือของฉันสั่น

ฉันคิดว่าตัวเองอ่านผิด

จึงนับเลขศูนย์อีกครั้ง

17,000 บาท

จากนั้นข้อความจากคุณไวโอเลตาก็ส่งเข้ามารัว ๆ

*”ลูกเอ๋ย ทำไมเพิ่งมาบอก?”*

*”ถ้าต้องการอะไร ก็บอกแม่ได้เลย”*

*”คอนโดของพวกลูกมูลค่า 300 ล้านบาทนั้น เป็นชื่อของลูกมานานแล้ว แม่แค่ขอให้นิโก้เก็บเรื่องโฉนดไว้ เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกกดดัน”*

*”โฉนดอยู่ในลิ้นชักชั้นที่สองของห้องทำงาน”*

*”ใช้เงิน 17,000 บาทนี่ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอก็บอกแม่”*

ฉันเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด

คอนโด?

300 ล้านบาท?

เป็นชื่อของฉัน?

คอนโดที่ฉันคิดมาตลอดว่านิโก้ยังผ่อนอยู่ทุกเดือน?

ที่เขาใช้เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องประหยัดเงิน?

ประตูห้องน้ำเปิดออก

นิโก้เดินออกมาพร้อมผมที่ยังเปียกและผ้าขนหนูพันรอบเอว

ตอนแรกเขายิ้มอยู่

แต่ทันทีที่เห็นโทรศัพท์ในมือฉัน สีหน้าของเขาก็แข็งค้าง

สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอ

เขาเห็นบทสนทนาทั้งหมด

สามวินาทีเต็ม ๆ ที่เราเงียบใส่กัน

ฉันถือความลับนั้นไว้ในมือ

ส่วนเขาดูเหมือนนักเรียนที่ถูกจับได้ว่าทุจริตในการสอบ

*”มารา…”* เขาพูดเบา ๆ

ฉันเงยหน้ามองเขา

*”นิโก้…”* ฉันกระซิบ เสียงแทบไม่เหมือนของตัวเอง *”นี่มันหมายความว่ายังไง?”*

เขากะพริบตา

*”ขอผมไปใส่เสื้อผ้าก่อนได้ไหม?”*

ฉันยิ้ม

แต่ไม่มีความอบอุ่นเลย

*”ไม่ได้”*

เขากลืนน้ำลาย

และก่อนที่เขาจะอธิบายอะไรได้ โทรศัพท์ของฉันที่วางอยู่บนโซฟาก็ดังขึ้น

กลุ่มแชตครอบครัว

ทริชาส่งข้อความมาอีก

*”มารา ทำไมเงียบจัง? หรือว่าแม่สามีไม่เคยให้อะไรเธอเลยจริง ๆ?”*

จากนั้นก็มีการแจ้งเตือนอีกอันเด้งขึ้นมา

**สายวิดีโอคอลจากคุณไวโอเลตา**

ฉันมองหน้าจอสลับกับสบตานิโก้ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก ฉันสูดหายใจลึกก่อนจะกดรับสายวิดีโอคอล ใบหน้าของคุณไวโอเลตาปรากฏขึ้นบนจอ เธอไม่ได้อยู่ในชุดเรียบง่ายเหมือนทุกที แต่ฉากหลังของเธอคือห้องทำงานหรูหราที่เต็มไปด้วยกรอบรูปครอบครัว… และหนึ่งในนั้นคือรูปวันแต่งงานของฉันกับนิโก้

“มารา… ลูกใช่ไหมที่ใช้เครื่องนิโก้ทักมา?” น้ำเสียงของเธอไม่ได้เย็นชาเหมือนในแชตอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ฉันอึกอัก เสียงสั่น “ค่ะแม่… มาราเองค่ะ มาราขอโทษที่โกหกเรื่องยืมเงินนะคะ มาราแค่…”

“แม่รู้แล้ว” คุณไวโอเลตารีบพูดแทรกด้วยรอยยิ้มละมุนที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน “แม่รู้ตั้งแต่วินาทีที่ข้อความส่งมาแล้วล่ะ นิโก้ไม่เคยพิมพ์คำว่า ‘หยิบยืม’ และเขาไม่มีทางขอเงินแม่แค่ 1,700 บาทแน่ ๆ… แม่ตั้งใจส่งข้อความเหล่านั้นให้ลูกเห็นเองแหละมารา”

ฉันหันไปมองนิโก้ที่ตอนนี้เดินมานั่งลงข้าง ๆ ฉัน เขากุมมือฉันไว้แน่น สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

คุณไวโอเลตาถอนหายใจยาวก่อนจะเล่าความจริงทั้งหมดผ่านหน้าจอโทรศัพท์

“สามปีที่ผ่านมา แม่ต้องขอโทษลูกจริง ๆ ที่ทำตัวห่างเหิน ครอบครัวของเราเคยผ่านวิกฤตหนักเพราะคนใกล้ชิดเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ นิโก้ขอลูกแต่งงานเพราะเขารักลูกที่ตัวตนของลูกจริง ๆ ไม่ใช่เพราะฐานะ และเขาก็กลัวว่าความร่ำรวยของครอบครัวเราจะทำให้ลูกรู้สึกกดดันหรืออึดอัด แม่เลยเสนอให้เขาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา พิสูจน์ตัวเองในฐานะหัวหน้าครอบครัว ส่วนเงินที่เขาบอกว่าผ่อนคอนโดทุกเดือน… จริง ๆ แล้วมันคือเงินที่เขาออมไว้ในบัญชีชื่อของลูกต่างหาก”

เธอยิ้มให้ฉัน ดวงตาตื้นตัน “ตลอดสามปีนี้ แม่เฝ้ามองลูกมาตลอด มารา… ลูกเป็นเด็กดี ประหยัด และรักลูกชายของแม่ด้วยใจจริง เงิน 420 บาทในวันคริสต์มาส? นั่นคือตัวเลขนำโชคของตระกูลเรา แม่แค่อยากให้สิ่งที่เป็นมงคลกับลูก ส่วนเค้กวันเกิด… แม่เป็นคนอบเองทุกก้อนนะ แม่แค่ม้วนรูปถ่ายโฉนดคอนโดใส่ไว้ในกล่องและคิดว่าลูกจะหาเจอ แต่ลูกดันกินแค่เค้กแล้วทิ้งกล่องไปทุกปีเลย”

คำสารภาพของคุณไวโอเลตาทำเอาฉันทั้งอึ้งและเกือบจะหลุดขำ ความเย็นชาที่ฉันเคยสัมผัส แท้จริงแล้วคือความประหม่าของคนรวยที่ไม่รู้วิธีการเข้าหาลูกสะใภ้ธรรมดา ๆ อย่างเป็นกันเอง

“แม่รักและภูมิใจในตัวลูกมากนะมารา โฉนดคอนโด 300 ล้านบาทที่ BGC รวมถึงสินทรัพย์อื่น ๆ แม่โอนเป็นชื่อลูกทั้งหมดตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว เพราะแม่รู้ว่าผู้หญิงที่ยอมสร้างตัวไปพร้อมกับลูกชายของแม่ในวันที่เขาแสร้งว่าไม่มีอะไร คือคนที่จะดูแลเขาได้ดีที่สุดตลอดชีวิต” คุณไวโอเลตาพูดทิ้งท้ายก่อนจะยิ้มกว้าง “เอาล่ะ… เคลียร์กับสามีต่อนะ ยัยสะใภ้แสนล้านของแม่”

สายตัดไป… ในห้องนั่งเล่นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง นิโก้หันมาหาฉันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“มารา… ผมขอโทษที่ปิดบังนะ” เขาพึมพำ “แต่ตอนนี้… คุณอยากไปดูลิ้นชักชั้นที่สองในห้องทำงานด้วยกันไหม?”

ฉันไม่ได้ตอบเขาในทันที แต่หยิบโทรศัพท์ส่วนตัวของตัวเองขึ้นมา เปิดเข้าไปในกลุ่มแชตครอบครัวที่ข้อความของทริชายังค้างอยู่ ฉันกดถ่ายรูปข้อความแชตล่าสุดของคุณไวโอเลตาที่ส่งมาว่า “ใช้เงิน 17,000 บาทนี่ไปก่อนนะลูก ถ้าไม่พอก็บอกแม่” พร้อมกับพิมพ์ข้อความตอบกลับไปในกลุ่มด้วยรอยยิ้มสะใจเล็ก ๆ

“พอดีแม่สามีเพิ่งโอนเงินขนมมาให้ใช้เล่น ๆ 17,000 บาทค่ะพี่ทริชา ท่านบอกว่าเห็นบ่นอยากเปลี่ยนรถ SUV คันใหม่พอดี ส่วนเรื่องรถของนิโก้… คงยังไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ เพราะเดือนหน้าเรากำลังจะย้ายไปอยู่คอนโดของเราเองที่ BGC มูลค่า 300 ล้านบาทแทนค่ะ พอดีคุณแม่โอนเป็นชื่อมารามาสามปีแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”

ฉันกดส่งข้อความเสร็จก็คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง ทิ้งให้กลุ่มแชตครอบครัวระเบิดไปด้วยความเงียบงันปนอิจฉา ก่อนจะหันไปสวมกอดนิโก้ที่ทำหน้าเหลอหลา

“ไปค่ะสามี…” ฉันหัวเราะเบา ๆ “ไปเปิดลิ้นชักชั้นที่สองกัน… แล้วพรุ่งนี้พาฉันไปกราบคุณแม่ด้วยนะ!”