Posted in

ฉันถูกเจ้าของหอพักบังคับให้ไปนัดบอด และเมื่อฉันล้อเล่นว่า “งั้นฉันแต่งงานกับลูกชายป้าเลยดีไหม” …ฉันไม่เคยคิดเลยว่าความลับที่ถูกเปิดเผยจะเปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล*

*ฉันถูกเจ้าของหอพักบังคับให้ไปนัดบอด และเมื่อฉันล้อเล่นว่า “งั้นฉันแต่งงานกับลูกชายป้าเลยดีไหม” …ฉันไม่เคยคิดเลยว่าความลับที่ถูกเปิดเผยจะเปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล**

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ฉันเช่าห้องเล็ก ๆ อยู่บนชั้นสองของบ้านเก่าแห่งหนึ่ง

เจ้าของหอพักชื่อป้าโรซา

หญิงม่ายวัยห้าสิบเก้าปี

เธอมีงานอดิเรกที่แปลกมากอย่างหนึ่ง

นั่นคือ…จับคู่ดูตัวให้ฉัน

เกือบห้าครั้งต่อเดือน

บางครั้งฉันเพิ่งกลับจากที่ทำงาน

ยังไม่ทันถอดรองเท้า

เธอก็ยืนรออยู่หน้าประตูพร้อมรอยยิ้มสดใส

“ลูกสาวเพื่อนป้านะ เป็นนักบัญชี”

“หนูไม่ไปหรอกค่ะ ป้าโรซา”

วันถัดมา

“คนนี้เป็นครูนะ”

“ก็ยังไม่ไปอยู่ดีค่ะ”

วันต่อมาอีก

“คนนี้มีร้านวัสดุก่อสร้างเป็นของตัวเอง”

ฉันแทบจะเป็นบ้า

ฉันชื่อมายา อายุยี่สิบเจ็ดปี

ทำงานคนเดียวในเมืองใหญ่

เงินเดือนของฉันเพียงพอให้ใช้ชีวิตอย่างสบาย

หลังเลิกงาน สิ่งเดียวที่ฉันอยากทำคือเอนตัวลงดูหนังเงียบ ๆ

แต่ป้าโรซามีความคิดต่างออกไป

สำหรับเธอ ผู้หญิงที่อยู่คนเดียวควรมีใครสักคนคอยดูแล

และในความคิดของเธอ

คนนั้นต้องเป็น…

สามี

คืนหนึ่ง

ฉันกลับบ้านอย่างเหนื่อยล้าหลังถูกลูกค้าตำหนิอยู่เกือบสองชั่วโมง

พอถึงบ้าน

ฉันเห็นป้าโรซาถือขนมหวานอุ่น ๆ ชามหนึ่ง

ทันทีที่เห็นรอยยิ้มของเธอ

ฉันก็รู้ว่าเธอกำลังจะจับคู่ดูตัวให้อีกแล้ว

“มายา สุดสัปดาห์นี้มีผู้ชายคนหนึ่งดีมากเลยนะ แล้วก็—”

“ป้าโรซา!”

ฉันแทบตะโกนออกมา

“ทำไมหนูไม่แต่งงานกับลูกชายของป้าไปเลยล่ะ จะได้จบเรื่องนัดบอดพวกนี้สักที!”

ทางเดินทั้งทางเงียบสนิท

เธอนิ่งไป

ฉันก็นิ่งไปเช่นกัน

สามวินาทีต่อมา…

ดวงตาของป้าโรซากลับเปล่งประกายขึ้นมา

ไม่ใช่รอยยิ้มธรรมดา

แต่เหมือนคนที่เพิ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่

“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?”

“หนูแค่ล้อเล่นค่ะ…”

“ห้ามถอนคำพูด!”

เธอรีบวิ่งเข้าห้องทันที

ฉันได้ยินเสียงเปิดปิดลิ้นชักดังลั่น

หนึ่งนาทีต่อมา

เธอเดินออกมาพร้อมโทรศัพท์มือถือ

“นั่งตรงนี้”

“ป้าจะโทรหาใครคะ?”

“ลูกชายป้า”

หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นทันที

ฉันแค่พูดเล่น

สิบห้านาทีต่อมา

รถสีดำคันหนึ่งมาจอดหน้าบ้าน

ไม่ใช่รถหรูหราจนน่าตกใจ

แต่เห็นได้ชัดว่าใหม่และได้รับการดูแลอย่างดี

ประตูรถเปิดออก

ชายคนหนึ่งก้าวลงมา

เขาสวมเสื้อโปโลสีขาว พับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย

สูง

สุขุม

และมีบรรยากาศบางอย่างที่ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูสงบลง

ฉันเผลอมองเขานิ่ง

เขามองกลับมา

สายตาเรียบเฉยและมั่นคง

“คือคนนี้เหรอครับ?”

ป้าโรซาพยักหน้าทันที

“ใช่ คนนี้แหละ”

“แม่แน่ใจนะ?”

“แน่ใจยิ่งกว่าพระอาทิตย์ขึ้นทุกเช้าอีก”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน

ใกล้พอที่จะได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขา

“สวัสดีครับ”

“อ๊ะ… สวัสดีค่ะ”

“ผมชื่อเอเดรียน”

ฉันกะพริบตา

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นลูกชายของป้าโรซา

สี่ปีที่ฉันอยู่ที่นี่

ไม่เคยเห็นเขาแม้แต่ครั้งเดียว

ฉันคิดว่าเขาอาจอยู่ต่างเมือง

หรือไม่ก็อยู่ต่างประเทศ

แต่ตอนนี้

เขายืนอยู่ตรงหน้าฉัน

ป้าโรซาผลักหลังฉันเบา ๆ

“ไปกินข้าวเย็นด้วยกันสิ”

“ป้าโรซา!”

“ไม่มีข้อปฏิเสธ”

แล้วเธอก็ปิดประตูทันที

ทิ้งพวกเราสองคนไว้ข้างนอก

ฉันยืนนิ่งราวกับรูปปั้น

เอเดรียนมองประตูที่ปิดสนิท

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่าเราจะไม่มีทางเลือกนะครับ”

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

เรานั่งตรงข้ามกันในร้านอาหารริมทะเล

เขาไม่เหมือนที่ฉันจินตนาการไว้เลย

เขาไม่ได้หยิ่ง

และก็ไม่ได้เย็นชา

เขาคุยสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่แปลกมาก

เขาลึกลับเกินไป

เมื่อฉันถามเรื่องงาน

เขาตอบสั้น ๆ

“ผมมีธุรกิจเล็ก ๆ นิดหน่อย”

เมื่อฉันถามเรื่องครอบครัว

เขาเพียงยิ้ม

“ก็ธรรมดาครับ”

หลังอาหารเย็น

ฉันสังเกตเห็นบางอย่าง

ดูเหมือนพนักงานทุกคนในร้านจะรู้จักเขา

และไม่ใช่แค่รู้จัก

แต่ให้ความเคารพอย่างมาก

ตอนที่เราเดินออกจากร้าน

ผู้จัดการร้านถึงกับมาเปิดประตูให้ด้วยตัวเอง

“ราตรีสวัสดิ์ครับ ท่าน”

ฉันมองเอเดรียนอย่างสงสัย

แต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยิน

วันแล้ววันเล่าผ่านไป

เขาปรากฏตัวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

บางครั้งนำอาหารเช้ามาให้

บางครั้งมาส่งฉันที่ทำงาน

บางครั้งพวกเราก็นั่งดื่มกาแฟหน้าบ้านกับป้าโรซา

ช้า ๆ ทีละน้อย

ฉันเริ่มรู้ตัวว่า

การมีเขาอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ทำให้ฉันรำคาญอีกต่อไป

ตรงกันข้าม

ฉันเริ่มเฝ้ารอที่จะได้เจอเขา

จนกระทั่งวันหนึ่ง

คืนนั้นฉันเลิกงานดึก

ขณะเดินผ่านศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

สายตาของฉันไปสะดุดกับจอ LED ขนาดยักษ์

กำลังมีรายการข่าวธุรกิจออกอากาศ

และเมื่อฉันเห็นชายคนบนหน้าจอ

โลกทั้งใบของฉันเหมือนหยุดหมุน

นั่นคือเอเดรียน

ฉันได้ยินผู้ประกาศข่าวพูดว่า

“ประธานบริษัทของหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คาดว่าจะประกาศโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีในเร็ว ๆ นี้…”

ฉันหยุดเดินกลางถนน

คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัว

ประธานบริษัท?

ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เพียงไม่กี่วินาที

บทความนับร้อยก็ปรากฏขึ้น

หน้าจอเต็มไปด้วยรูปของเอเดรียน

ผู้ชายที่ฉันคิดว่าเป็นเพียงนักธุรกิจธรรมดา

แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้นำอาณาจักรธุรกิจขนาดมหึมา

หัวของฉันเริ่มหมุน

คืนนั้น

เมื่อฉันกลับถึงบ้าน

ห้องนั่งเล่นมืดสนิท

ป้าโรซานั่งอยู่บนโซฟา

มีแฟ้มเอกสารหนา ๆ วางอยู่บนโต๊ะ

เมื่อเธอเห็นฉัน

เธอถอนหายใจยาว

“หนูรู้แล้วใช่ไหม?”

ฉันพยักหน้า

“ป้าโรซา… เขาเป็นใครกันแน่?”

เธอมองไปที่แฟ้มเอกสาร

ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน

หลังจากเงียบอยู่นาน

เธอค่อย ๆ เลื่อนแฟ้มมาทางฉัน

“ในเมื่อหนูรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร…”

“ก็คงถึงเวลาที่หนูต้องรู้ว่าทำไมป้าถึงพยายามให้พวกเธอสองคนใกล้ชิดกัน”

ฉันก้มลงเปิดแฟ้ม

หน้ากระดาษแรกเป็นรูปถ่ายเก่า ๆ

ในภาพนั้น

เด็กหญิงตัวเล็กอายุราวสามขวบกำลังอยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวคนหนึ่ง

เมื่อฉันมองใบหน้าของเด็กคนนั้น

ร่างกายทั้งร่างก็เย็นเฉียบ

เพราะเด็กคนนั้น…

คือฉัน

และหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ …

กำลังยืนอยู่กับป้าโรซา

ด้านหลังรูปถ่ายมีข้อความจาง ๆ เขียนเอาไว้ว่า

“หากวันหนึ่งเด็กคนนี้กลับมา จงบอกความจริงเกี่ยวกับคืนวันนั้นแก่เธอ…”

ในขณะนั้นเอง

ประตูบ้านก็เปิดออกกะทันหัน

เอเดรียนเดินเข้ามา

เป็นครั้งแรกที่สีหน้าสงบนิ่งของเขาหายไป

เขาเห็นแฟ้มในมือฉัน

สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที

“แม่!”

“ทำไมแม่ถึงเอาสิ่งนั้นให้เธอดู?”

ป้าโรซาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

“เพราะเราไม่สามารถปิดบังมันได้อีกแล้ว”

“คนที่ลูกตามหามาสิบห้าปี…”

“ตอนนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าลูกแล้ว”\

ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งห้องอย่างน่าอึดอัด ฉันมองสลับระหว่างป้าโรซาและเอเดรียน สมองของฉันตื้อชาไปหมด ภาพถ่ายเก่า ๆ ในมือสั่นตามแรงสั่นของนิ้วมือ

“ตามหามาสิบห้าปี… หมายความว่ายังไงคะ?” ฉันเค้นเสียงถามออกไป หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก

เอเดรียนเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความกังวลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก้มลงมองแฟ้มเอกสารในมือฉัน ก่อนจะถอนหายใจยาวและยอมรับความจริงในที่สุด

“มายา… คุณจำเรื่องราวตอนอายุสิบสองขวบได้ไหม? คืนที่เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานสิ่งทอท้ายเมือง” เอเดรียนเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นเครือ

ความทรงจำที่ฉันพยายามฝังลึกไว้ในส่วนที่มืดมนที่สุดของสมองเริ่มผุดขึ้นมาทันที คืนนั้น… เสียงไซเรน ควันไฟสีดำ และอ้อมกอดสุดท้ายของแม่ที่ผลักฉันให้ออกจากตัวอาคาร ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงมา หลังจากคืนนั้น ฉันกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องเติบโตมาในสถานสงเคราะห์ โดยจำได้เพียงว่าแม่จากไปในกองเพลิง

“จำได้ค่ะ… แม่ของฉันเสียชีวิตในคืนนั้น” ฉันตอบ น้ำตาเริ่มเอ่อล้น

“แม่ของคุณไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุธรรมดาหรอก มายา” ป้าโรซาพูดแทรกขึ้นมา น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม “แม่ของเธอชื่อ ‘มนทิรา’ เธอเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัทพ่อของเอเดรียนในตอนนั้น และเธอก็เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของป้า”

ป้าโรซาเดินเข้ามาจับมือฉันที่กำลังสั่นเทา “คืนนั้น แม่ของเธอค้นพบว่า หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทแอบทำบัญชีปลอมและยักยอกเงินจำนวนมหาศาล รวมถึงสับเปลี่ยนวัสดุก่อสร้างโรงงานให้ต่ำกว่ามาตรฐานเพื่อโกงเงินทอน มนทิราพยายามจะเปิดโปงเรื่องนี้… แต่พวกมันรู้ทัน คืนนั้นพวกมันจึงจงใจวางเพลิงเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด และปิดปากแม่ของเธอ”

ฉันเบิกตากว้างด้วยความช็อก “วางเพลิง… ปิดปากงั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ” เอเดรียนพูดต่อ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและเจ็บปวด “และหุ้นส่วนสารเลวคนนั้น… ก็คืออาแท้ ๆ ของผมเอง หลังจากพ่อของผมเสียชีวิตเพราะล้มละลายจากเหตุการณ์นั้น อาก็ฮุบสมบัติทุกอย่างไป ส่วนผมกับแม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน”

เอเดรียนคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน จับมือฉันไว้แน่น “ผมใช้เวลาสิบห้าปีในการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ ไต่เต้าจากศูนย์จนกลายเป็นประธานบริษัทอย่างในวันนี้ เพื่อสิ่งเดียว… เพื่อทวงคืนทุกอย่างและลากตัวคนที่ฆ่าแม่ของคุณและทำลายครอบครัวของผมเข้าคุก แต่สิ่งเดียวที่ผมตามหาไม่เจอคือคุณ… มายา หลังจากคืนนั้น คุณถูกส่งไปสถานสงเคราะห์และเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่ตามระเบียบ ป้าโรซาจำรูปถ่ายของคุณได้เมื่อสี่ปีก่อนตอนที่คุณมาขอเช่าห้อง”

ป้าโรซาพยักหน้าร้องไห้ “ป้าตื่นเต้นมากที่เจอหนู แต่เอเดรียนบอกป้าว่า ห้ามบอกความจริงกับหนูเด็ดขาด เพราะตอนนั้นเขากำลังรวบรวมหลักฐานฟ้องร้องอาของเขาอยู่ รอบตัวเขามีแต่ความอันตราย เขาไม่อยากให้หนูต้องพลอยโดนลูกหลงไปด้วย ป้าเลยทำได้แค่พยายามหาทางให้หนูย้ายออกไปอยู่ที่ปลอดภัย ด้วยการบังคับให้หนูไปนัดบอดกับคนดี ๆ ที่ป้ารู้จัก… ป้าอยากให้หนูมีครอบครัวที่ปลอดภัย”

“จนกระทั่งคืนนั้น…” เอเดรียนเงยหน้ามองฉัน ดวงตาของเขาไหวระริก “ที่คุณล้อเล่นว่าจะแต่งงานกับผม แม่เลยโทรหาผมทันที… และนั่นเป็นครั้งแรกในรอบสิบห้าปีที่ผมรู้ว่า ผู้หญิงที่ผมตามหาเพื่อจะชดเชยความยุติธรรมให้… อยู่ใกล้ผมแค่เอื้อม”

ฉันมองหน้าเอเดรียน น้ำตาไหลพราก ความจริงทั้งหมดกระจ่างชัด ที่เขาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ คอยดูแล เอาใจใส่ ไม่ใช่เพราะกระแสเกมจับคู่ของป้าโรซา แต่เป็นเพราะเขาต้องการปกป้องฉัน และ… แววตาของเขาที่มองฉันในตอนนี้ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่มันเต็มไปด้วยความรักที่ก่อตัวขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา

“ในแฟ้มนั้น…” ป้าโรซาชี้ “คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่แม่ของหนูซ่อนไว้ในกล่องนิรภัยที่ฝากไว้กับป้าก่อนเกิดเรื่อง บัญชีลับที่จะส่งคนร้ายเข้าคุก”

เอเดรียนกระชับมือฉันแน่นขึ้น “มายา… พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ผมประกาศโครงการใหญ่ และมันจะเป็นวันที่ผมยื่นหลักฐานนี้ต่อศาลเพื่อจับกุมคนที่ทำร้ายแม่ของคุณ คุณจะพร้อมก้าวผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันกับผมไหม? ผมสัญญา… ด้วยชีวิตของผม ว่าต่อจากนี้ไป คุณจะไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว”

บทสรุป

หนึ่งปีต่อมา…

หน้าศาลสถิตยุติธรรม ข่าวการจับกุมอดีตผู้บริหารระดับสูงข้อหาวางเพลิงและฆาตกรรมกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่ปิดฉากลงด้วยความยุติธรรม คนผิดถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดทรัพย์และคืนให้แก่ผู้เสียหาย

ในงานแต่งงานเล็ก ๆ ริมทะเลที่จัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว…

ไม่มีจอยักษ์ LED ไม่มีนักข่าว มีเพียงป้าโรซาที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต และชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

ฉันในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ มองดูแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้าย จากคำพูดเล่น ๆ ในคืนที่เหนื่อยล้า… ใครจะคิดว่ามันจะนำพาฉันไปสู่การเปิดเผยความลับในอดีต ทวงคืนความยุติธรรมให้แม่ และได้พบกับผู้ชายที่จะอยู่เคียงข้างฉันไปตลอดกาล

“ขอบคุณนะ… ป้าโรซา สำหรับนัดบอดครั้งที่ดีที่สุดในชีวิต” ฉันกระซิบบอกตัวเองพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวเข้าไปกุมมือเอเดรียน สามีของฉัน