Posted in

“ผมเหลือเวลาอีกแค่ 6 เดือน… แต่งงานกับผม มีลูกให้ผม แล้วครอบครัวคุณจะไม่ลำบากอีกต่อไป” เศรษฐีหนุ่มใหญ่กล่าวเด็กสาววัยเพียง 20 ปี ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลง แต่ในคืนเข้าหอคืนแรก กลับมีบางอย่างที่น่าหวาดกลัวเกิดขึ้น… บางอย่างที่ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ

“ผมเหลือเวลาอีกแค่ 6 เดือน… แต่งงานกับผม มีลูกให้ผม แล้วครอบครัวคุณจะไม่ลำบากอีกต่อไป” เศรษฐีหนุ่มใหญ่กล่าว
เด็กสาววัยเพียง 20 ปี ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลง แต่ในคืนเข้าหอคืนแรก กลับมีบางอย่างที่น่าหวาดกลัวเกิดขึ้น… บางอย่างที่ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ

เธอเป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านธรรมดา มือของเธอมีแต่กลิ่นนมวัวและฟางข้าว บูทของเธอมักจะเปื้อนโคลนอยู่เสมอ เธออาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ กับแม่ที่ป่วยหนัก ส่วนพ่อก็ติดคุกเพราะหนี้สินที่ท่วมหัว

คนในหมู่บ้านต่างพากันนินทา แต่ความจริงที่เธอต้องเผชิญนั้นโหดร้ายกว่านั้น… ในบ้านไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ ไม่มีเงิน และในบางวัน… พวกเธอก็ต้องทนหิวโหย

ทุกๆ เดือน อาการของแม่ยิ่งทรุดลง ค่ายานั้นแสนแพง เธอต้องตื่นก่อนตะวันขึ้น ทำงานหนักในไร่จนดึกดื่น แต่นั่นก็พอแค่ซื้อขนมปังมาประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น

วันหนึ่ง ขณะที่เธอนั่งเหม่อมองถนนอย่างไร้จุดหมาย ชายคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น…

เขาคือนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อผ้าหรูหรา ขับรถราคาแพง และมีสายตาของคนที่ “ไม่เคยถูกใครปฏิเสธ”

เขาเดินเข้ามาในบ้านและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้อารมณ์:

— “ผมจะช่วยพ่อคุณออกจากคุก จะใช้หนี้ให้ทั้งหมด ครอบครัวคุณจะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป… แค่แต่งงานกับผมและมีลูกให้ผมคนหนึ่ง เพราะยังไงซะ ผมก็จะตายในอีก 6 เดือนข้างหน้าแล้ว”

เขาพูดเหมือนกำลังเจรจาขอซื้อที่ดินผืนหนึ่ง

เด็กสาวนิ่งเงียบไป

เธอมองหน้าชายคนนั้น มองความมั่นใจของเขา… และจู่ๆ เธอก็รู้สึกสงสารขึ้นมา

อายุ 40 ปี ร่ำรวยมหาศาล… แต่กลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

เขาย้ำอีกครั้งว่าหมอบอกว่าเขาเหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือนเท่านั้น

และเธอก็ยอมตกลง…

ไม่ใช่เพราะเงิน—นั่นคือสิ่งที่เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขากำลังจะตายใน 6 เดือน พ่อของเธอจะได้รับอิสรภาพ และแม่ของเธอจะได้รับการรักษา

เธอมีอะไรจะเสียอีกล่ะ?

งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

ไม่มีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีรอยยิ้ม

มันดูเหมือนการทำสัญญาธุรกิจมากกว่า

แต่ในคืนเข้าหอคืนแรก…

กลับมีบางอย่างเกิดขึ้น สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน

บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกมวนท้องด้วยความประหลาดใจ

บางอย่างที่ทำให้เธอต้องวิ่งหนีออกจากบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้นด้วยความหวาดกลัว

เพราะในคืนนั้น…

สามีของเธอไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังรอความตายเลยสักนิด

เขาไม่ได้อ่อนแอ…

เขาไม่ได้ใกล้จะสิ้นใจ…

แต่เขากลับ…

ราวกับกำลังซ่อนความลับอันมืดมิดบางอย่างเอาไว้!

แสงไฟสลัวในห้องหอนั้นเย็นเยียบ ชายหนุ่มใหญ่ที่เคยดูซูบเซียวและเหนื่อยล้าในตอนกลางวัน กลับกลายเป็นคนละคนเมื่อบานประตูถูกล็อกลง เขาไม่ได้นอนรอความตายอย่างที่เธอก็จินตนาการไว้ แต่เขากลับยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์

สิ่งที่ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ ไม่ใช่สัมผัสอันป่าเถื่อน แต่เป็น “รอยแผลเป็น” และ “เสียง” ของเขา


ความจริงที่ถูกซ่อนไว้

เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตราคาแพงออก แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกของมีคมและรอยกระสุนนับไม่ถ้วน มันไม่ใช่ร่างกายของผู้ป่วยระยะสุดท้าย แต่มันคือร่างกายของ “นักรบ” หรือ “อาชญากร” ที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน

และที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือ เมื่อเขาหันมาสบตาเธอ ดวงตาที่เคยดูเรียบเฉยกลับวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณดิบ เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป—มันทุ้ม ต่ำ และทรงพลังจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดหมุน

“หกเดือน… คือเวลาที่ผมให้พวกมันคิดว่าผมตายแล้ว” เขาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ “ส่วนคุณ… คือ ‘เกราะบังหน้า’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีใครจะสงสัยมหาเศรษฐีที่กำลังสร้างครอบครัวกับเด็กสาวไร้เดียงสาหรอก”

คืนที่ไร้ทางหนี

ในคืนนั้น เขาไม่ได้มีท่าทีของคนป่วยที่ต้องการทายาทสืบสกุลเพื่อส่งต่อมรดก แต่เขาครอบงำเธอด้วยความปรารถนาที่เต็มไปด้วยความแค้น เขาเล่าความจริงออกมาทีละนิดระหว่างที่เธอนอนตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดที่แข็งแรงดุจคีมเหล็ก:

  • เขาไม่ได้ป่วย: อาการป่วยและใบรับรองแพทย์คือเรื่องลวงโลกที่เขาสร้างขึ้นเพื่อตบตา “ศัตรู” ที่จ้องจะยึดอำนาจในอาณาจักรธุรกิจของเขา
  • ลูกที่เขาต้องการ: ไม่ใช่โซ่ทองคล้องใจ แต่คือ “หมาก” ตัวสำคัญที่จะทำให้เขายังคงถือครองสิทธิ์ในกองมรดกมหาศาลตามพินัยกรรมของตระกูลที่ระบุว่าเขาต้องมีทายาทก่อนอายุ 41 ปี มิฉะนั้นทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของคนที่พยายามฆ่าเขา
  • ความตายที่แท้จริง: หกเดือนข้างหน้าไม่ใช่ความตายจากโรคภัย แต่เป็น “เส้นตาย” ที่เขาจะเริ่มสงครามล้างบางทุกคนที่ทรยศเขา และเธอ… ถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนฆาตกรรมระดับประเทศนี้โดยสมบูรณ์

เช้าวันรุ่งขึ้น: การหลบหนีที่ล้มเหลว

เมื่อแสงสว่างมาถึง เด็กสาวรีบวิ่งหนีออกจากคฤหาสน์หลังโตด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอต้องการกลับไปหาแม่ กลับไปหาโคลนและกลิ่นฟางที่แสนปลอดภัย แต่เมื่อเธอวิ่งไปถึงประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่ เธอกลับพบกับชายชุดดำนับสิบคนที่ยืนเรียงแถวอยู่

หนึ่งในนั้นยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอ ในหน้าจอคือภาพแม่ของเธอนอนอยู่ในโรงพยาบาลที่หรูหราที่สุด โดยมีชายฉกรรจ์ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง พร้อมกับเสียงของสามีหมาดๆ ดังผ่านลำโพงมาว่า:

“ไปไหนไม่ได้แล้วทูนหัว… หกเดือนนี้ คุณต้องอุ้มท้องลูกของผม และแสดงละครเป็นภรรยาผู้น่าสงสารให้ชาวโลกเห็น ถ้าคุณทำได้ดี หลังจบเรื่องนี้คุณจะเป็นมหาเศรษฐีนีที่รวยที่สุด… แต่ถ้าคุณคิดจะหนี แม่ของคุณจะเป็นคนแรกที่ ‘ตาย’ จริงๆ ก่อนผม”

เด็กสาวทรุดตัวลงบนพื้นหญ้าที่เปียกชื้น น้ำตาไหลพราก เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า… ปีศาจไม่ได้มาในรูปแบบของความตายเสมอไป แต่มันมักจะมาในคราบของ “ผู้ช่วยชีวิต” ที่ยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้!