ฉันจากไปหลังถูกตบหน้ากลางร้านอาหาร… แต่เบื้องหลังการตบนั้นกลับซ่อนแผนการสมคบคิดครั้งใหญ่เอาไว้!
หลังจากถูกตบในวันนั้น ฉันไม่หันกลับไปมองอีกเลย
ฉันปิดโทรศัพท์ ทิ้งสายที่ไม่ได้รับ 52 สายไว้เบื้องหลัง อุ้มลูกชายขึ้นมา แล้วตรงไปยังสนามบินนานาชาติไนโนย อากีโน ทันที
ภายนอก เมืองมะนิลายังคงดำเนินไปตามปกติ
แต่ภายในใจของฉัน มีบางอย่างแตกสลายลงอย่างถาวร
ฉันมองรายละเอียดเที่ยวบินบนหน้าจอมือถือ
เซบู
ตั๋วเที่ยวเดียว
ไม่มีวันหวนกลับ
ข้างกายฉัน หลุยส์กำลังหลับสนิท ใบหน้าเล็ก ๆ ซบอยู่บนไหล่ของฉัน มือเล็กกำเสื้อฉันแน่น ราวกับกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ฉันกอดเขาแน่นขึ้น
ที่ความสูงกว่าสามหมื่นฟุต โทรศัพท์ของฉันไม่มีสัญญาณอีกต่อไป
แต่ฉันรู้ดีว่า ณ เวลานี้ เอเดรียน ครูซ คงกำลังคลุ้มคลั่ง
เมื่อสิบสองชั่วโมงก่อน
ในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งกลางมากาตี
ต่อหน้ากลุ่มเพื่อน ลูกค้า และสมาชิกในครอบครัว
เขาตบหน้าฉันเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
อิซาเบลลา เรเยส
เสียงตบนั้นดังจนทั้งร้านเงียบกริบ
ดังจนยังคงก้องอยู่ในหูฉัน
และทิ้งรสชาติของเลือดไว้บนริมฝีปาก
แต่การตบครั้งนั้นเอง ที่ปลุกฉันให้ตื่นขึ้นอย่างแท้จริง
ตลอดสามปีที่เป็นภรรยาของเอเดรียน
ฉันยอมทิ้งโอกาสเรียนต่อในออสเตรเลียด้วยทุนการศึกษาเต็มจำนวน
เพื่ออยู่ที่ฟิลิปปินส์กับเขา
เขาบอกว่าอยากมีใครสักคนรออยู่ที่บ้านเมื่อกลับจากทำงาน
ฉันจึงรอ
เขาบอกว่าอิซาเบลลาเป็นแค่เพื่อน
ฉันจึงเชื่อ
เขาบอกว่าสายโทรศัพท์ดึก ๆ เป็นเรื่องงาน
ฉันจึงเงียบ
จนกระทั่งวันที่เขายกมือตบฉันโดยไม่ลังเล
หลุยส์ขยับตัวเบา ๆ ในอ้อมแขน ราวกับกำลังพึมพำอะไรบางอย่างในความฝัน
ฉันจูบหน้าผากเขาแล้วหลับตาลง
เอเดรียน ครูซ
ถ้าคุณคิดว่าฉันจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีคุณ
คุณคิดผิด
สิ่งที่คุณทำลาย ไม่ใช่ศักดิ์ศรีของฉัน
แต่คือความรักที่เหลืออยู่หยดสุดท้ายที่ฉันมีให้คุณ
ฉันไม่เคยต้องพึ่งคุณเพื่อมีชีวิตอยู่
ฉันเพียงเลือกที่จะอยู่
แต่ตอนนี้
ฉันเลือกที่จะจากไป
เมื่อเครื่องบินลงจอดที่เซบู
ฉันเปิดโทรศัพท์อีกครั้ง
52 สายที่ไม่ได้รับ
17 ข้อความ
ทั้งหมดมาจากเอเดรียน
ฉันจ้องข้อความสุดท้ายอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนลบทิ้งทั้งหมดโดยไม่ลังเล
“คุณอยู่ที่ไหน?”
“เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว”
“กลับบ้านเถอะ เรามาคุยกัน”
“มาเรีย คุณต้องการอะไรกันแน่?”
“คุณผู้หญิงคะ?”
เสียงผู้ช่วยของฉันดังขึ้นเบา ๆ จากด้านนอก
“ฉันจัดการเองค่ะ”
เธอรับสัมภาระของฉันไปโดยไม่ถามอะไร
เธอทำงานกับฉันมาสี่ปี
จึงรู้ดีว่า
เมื่อฉันเงียบถึงขนาดนี้
ทุกอย่างจบลงแล้ว
ฉันเดินออกไป
สายลมจากทะเลเซบูพัดสัมผัสใบหน้า
รถ SUV สีดำคันหนึ่งจอดลงตรงหน้า
ประตูเปิดออก
พ่อของฉันนั่งอยู่ข้างใน
เขามองฉันทันทีและสังเกตเห็นรอยบวมบนแก้ม
แต่ไม่ถามอะไร
“อย่าอยู่ข้างนอกนาน เดี๋ยวเด็กจะหนาว”
“ลูกไหวไหม?”
“ไหวค่ะ”
“ดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก”
เขาพยักหน้า
ก่อนบอกว่าบ้านและบริษัทเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาของฉันแล้ว
ฉันเอนตัวพิงเบาะ มองออกไปยังทะเล
พลางนึกถึงสามปีที่ผ่านมา
ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดของ Santos Group
และจนถึงวันนี้
ก็ยังไม่มีใครแทนที่ตำแหน่งนั้นได้
รถหยุดหน้าวิลล่าริมทะเล
ทุกสิ่งที่นี่เป็นของฉัน
ไม่ใช่ในฐานะภรรยาของใคร
แต่ในฐานะตัวฉันเอง
ฉันวางหลุยส์ลงบนเตียง
และมองดูเขาหลับอย่างสงบ
โทรศัพท์สั่นขึ้น
เป็นข้อความจากพ่อ
บอกว่าเอเดรียนกำลังตามหาฉัน แต่ยังไม่รู้อะไรเลย
ฉันตอบกลับสั้น ๆ
“ปล่อยเขาไป”
ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาไม่รู้
โดยเฉพาะความจริงที่ว่า
ฉันคือทายาทเพียงคนเดียวของ Santos Group
ก่อนแต่งงานกับเขา
ฉันปกปิดทุกอย่างไว้
เพราะเชื่อว่าความรักไม่ต้องการเงินหรืออำนาจ
ต้องการเพียงความจริงใจ
แต่ฉันคิดผิด
เพราะในสายตาของเขา
มีคนสำคัญกว่าฉัน
นั่นคืออิซาเบลลา
ฉันปิดไฟ
ปล่อยให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาในห้อง
พร้อมกับภาพความทรงจำวันแรกที่พบเขา
ตอนนั้นเขาเป็นทนายหนุ่มที่ดวงตาเต็มไปด้วยความฝัน
แต่แสงสว่างนั้นได้หายไป
ในวันที่อิซาเบลลากลับมา
และเขาทิ้งฉันไว้ในวันเกิดของฉัน
เพื่อไปรับเธอที่สนามบิน
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
หมายเลขแปลกหน้า
ฉันจ้องมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนกดรับ
“ฮัลโหล?”
ปลายสายเงียบอยู่พักหนึ่ง
ก่อนเสียงผู้ชายเย็นเยียบจะดังขึ้น
“มาเรีย ซานโตส”
“ในที่สุดคุณก็รับสาย”
ฉันขมวดคิ้ว
เพราะไม่ใช่เอเดรียน
และฉันไม่รู้จักเสียงนี้
ยังไม่ทันพูดอะไร
เขาก็พูดต่อ
“มีบางอย่างที่คุณควรรู้”
“เกี่ยวกับเมื่อคืนนี้”
“เหตุผลที่คุณถูกตบ”
“ไม่ใช่เพราะอิซาเบลลา”
หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นทันที
มือกำโทรศัพท์แน่น
“คุณหมายความว่าอะไร?”
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ
เสียงหัวเราะเย็นชาและน่าขนลุก
“ผมหมายความว่า…”
“คุณรีบจากมาเร็วเกินไป”
“เพราะเกมนี้…”
“เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
“พูดให้ชัดกว่านี้—”
ตู๊ด… ตู๊ด… ตู๊ด…
สายถูกตัด
ฉันนั่งนิ่งอยู่ในความมืด

ขณะที่ความหวาดกลัวเย็นเยียบค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาตามสันหลัง
ถ้าไม่ใช่อิซาเบลลา
แล้วใครกันแน่
ที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างนี้?
เสียงสัญญาณเตือนความจำในหัวของฉันดังก้อง สัญชาตญาณนักกลยุทธ์ที่เคยหลับใหลไปตลอดสามปีตื่นตัวขึ้นมาในทันที
ฉันไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำ แต่เปลี่ยนมันเป็นความนิ่งสงบ ฉันกดโทรศัพท์หาผู้ช่วยส่วนตัวทันที “เช็กเบอร์ล่าสุดที่โทรเข้ามาด่วน ตรวจสอบสัญญาณว่ามาจากไหน และ… ให้คนของเราเริ่มสืบเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ ครูซ โฮลดิ้งส์ อย่างลับ ๆ”
วันรุ่งขึ้น ความจริงเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อข้อมูลจากผู้ช่วยและเครือข่ายของ Santos Group ถูกส่งตรงถึงมือฉัน
เบื้องหลังการตบหน้ากลางร้านอาหารหรูในวันนั้น ไม่ใช่เรื่องของรักสามเส้าชู้สาวราคาถูก แต่มันคือ ละครฉากใหญ่ ที่ถูกเซ็ตขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
เอเดรียนไม่ได้หลงผิดเพราะอิซาเบลลา… แต่เขากำลังถูกต้อนให้จนมุม
ตระกูลเรเยสของอิซาเบลลากำลังเผชิญภาวะล้มละลาย และพวกเขาได้กุมความลับดำมืดบางอย่างเกี่ยวกับทุจริตในบริษัทของเอเดรียนไว้ ซ้ำร้ายกว่านั้น พวกเขาต้องการ “ฮุบ” ครูซ โฮลดิ้งส์ โดยใช้ความหึงหวงของฉันเป็นชนวนเหตุ แผนการของพวกเขาคือการบีบให้ฉันฟ้องหย่าและเรียกร้องสินสมรสจนบริษัทของเอเดรียนระส่ำระสาย เพื่อที่เรเยสจะเข้ามาช้อนซื้อหุ้นทั้งหมดในราคาถูก
และการตบหน้าในวันนั้น? มันคือการยั่วยุขั้นสุดเพื่อให้ฉันสติหลุด ขาดความยับยั้งชั่งใจ และเดินตามเกมที่พวกเขาวางไว้
แต่สิ่งที่พวกมันคำนวณพลาดไปอย่างมหันต์… คือพวกมันไม่รู้ว่าฉันคือใคร
ตกเย็น โทรศัพท์ของฉันดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์ของเอเดรียน ฉันกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
“มาเรีย! ในที่สุดคุณก็รับสาย!” เสียงของเอเดรียนสั่นเครือ ละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง “ผมขอโทษ… เรื่องวันนั้นผมไม่ได้ตั้งใจ ผมทำไปเพราะ—”
“เพราะคุณคิดว่าถ้าคุณตบฉันต่อหน้าอิซาเบลลาและคนของเรเยส พวกเขาจะตายใจว่าคุณเลือกฝั่งพวกเขา และยอมชะลอการแฉข้อมูลทุจริตของบริษัทคุณใช่ไหม เอเดรียน?” ฉันขัดขึ้น เสียงเย็นเฉียบจนปลายสายเงียบกริบ
“คุณ… คุณรู้ได้ยังไง?”
“ฉันบอกคุณแล้วไงเอเดรียน ว่าคุณคิดผิดมาตลอดที่คิดว่าฉันเป็นแค่แม่บ้านไร้ทางสู้” ฉันแค่นยิ้ม “คุณยอมลดเกียรติของตัวเองและทำลายศักดิ์ศรีของภรรยาเพื่อปกป้องบริษัทเฮงซวยนั่น แต่รู้ไหม… ข้อมูลทุจริตที่เรเยสใช้ขู่คุณ ฉันเป็นคนส่งให้พวกมันเองผ่านบุคคลที่สามเมื่อแปดเดือนก่อน ตอนที่ฉันเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของคุณ”
เสียงลมหายใจของเอเดรียนสะดุดกึก ความเงียบงันอันน่ากลัวเข้าปกคลุม
“เกมนี้พวกเรเยสไม่ได้เป็นคนเริ่ม… ฉันต่างหากที่เป็นคนเริ่ม” ฉันพูดต่ออย่างช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ “และตอนนี้ หุ้นส่วนใหญ่ของครูซ โฮลดิ้งส์ ที่กำลังจะโดนทุบจนดิ่งเหว ไม่ได้จะตกเป็นของเรเยส… แต่เป็นของ Santos Group ของครอบครัวฉัน”
“มาเรีย… ได้โปรด…” เสียงของเขาฟังดูเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ
“การตบวันนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่คุณมอบให้ฉัน ในฐานะเอเดรียน ครูซ ทนายหนุ่มผู้อ่อนโยนคนเดิมที่ฉันเคยรัก… เขาได้ตายจากไปแล้ว” ฉันเหลือบมองหลุยส์ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนหาดทรายขาวผ่านหน้าต่างวิลล่า
“เตรียมเซ็นใบหย่าและรอรับหมายศาลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูหลุยส์ได้เลย เอเดรียน ต่อจากนี้ไป… ยินดีต้อนรับสู่สงครามธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ”
ฉันกดวางสาย ตัดความสัมพันธ์สามปีทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี ลมทะเลเซบูลมพัดแรงขึ้น ราวกับกำลังประกาศชัยชนะครั้งใหม่ของฉัน
จากนี้ไป จะไม่มี มาเรีย ผู้หญิงที่ยอมก้มหัวให้ใครอีกแล้ว มีเพียง มาเรีย ซานโตส ทายาทหญิงแห่งอาณาจักรแสนล้าน ที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนที่กล้ามาแตะต้องศักดิ์ศรีของเธอและลูก!