Posted in

คุณผู้หญิง… แม่ของหนูก็มีแหวนแบบเดียวกับอันนั้นเหมือนกันนะ” เด็กเร่ร่อนพูดออกมาอย่างไร้เดียงสา — ประโยคเดียวที่ทำให้หัวใจของมหาเศรษฐีนีหยุดเต้น และเปิดโปงความลับครอบครัวที่ถูกซ่อนมานานถึง 14 ปี!**

คุณผู้หญิง… แม่ของหนูก็มีแหวนแบบเดียวกับอันนั้นเหมือนกันนะ” เด็กเร่ร่อนพูดออกมาอย่างไร้เดียงสา — ประโยคเดียวที่ทำให้หัวใจของมหาเศรษฐีนีหยุดเต้น และเปิดโปงความลับครอบครัวที่ถูกซ่อนมานานถึง 14 ปี!**

### มหาเศรษฐีนีผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง

ในโลกธุรกิจ ชื่อของคุณผู้หญิงวิกตอเรีย มอนเตลิบาโน เป็นที่ทั้งเคารพและหวาดกลัว เธอคือเจ้าของเพียงผู้เดียวของ **Montelibano Group of Companies** อาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านรูเปียห์ ในสายตาสาธารณะ เธอคือผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เยือกเย็น และไร้ความปรานี คิดเพียงแต่การขยายความมั่งคั่งของตนเอง

แต่ภายใต้เครื่องประดับหรูหราและชุดดีไซเนอร์ราคาแพงที่เธอสวมใส่ทุกวัน กลับซ่อนหัวใจของแม่คนหนึ่งที่ถูกทรมานด้วยความคิดถึงอยู่ตลอดเวลา

ที่นิ้วนางข้างขวาของวิกตอเรีย มีแหวนหายากวงหนึ่ง—เพชรแซฟไฟร์สีน้ำเงินล้อมด้วยทองแกะสลักเป็นรูปนกพิราบสองตัว บนโลกนี้มีเพียงสองวงเท่านั้น หนึ่งอยู่กับเธอ และอีกหนึ่งถูกมอบให้ลูกสาวคนเดียวของเธอ เบียทริซ ในวันเกิดอายุครบ 10 ปี

เมื่อ 14 ปีก่อน รถที่เบียทริซโดยสารถูกโจมตีโดยกลุ่มคนไม่ทราบชื่อ จนเกิดการระเบิด และทุกคนในรถถูกประกาศว่าเสียชีวิต รวมถึงคนขับและพี่เลี้ยง

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้โศกนาฏกรรมนี้กลายเป็นปริศนา

ไม่เคยพบร่างของเบียทริซเลย

โลกของวิกตอเรียพังทลายในทันที

นับตั้งแต่นั้น หัวใจของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง เธอทุ่มชีวิตให้กับงานและสร้างกำแพงสูงล้อมรอบตัวเอง มีเพียงเอดูอาร์โด น้องเขยของเธอเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างและช่วยบริหารบริษัทมาตลอดหลายปี

### การพบกันหน้าหน้าโรงแรม

บ่ายวันหนึ่งที่ฝนตกหนัก วิกตอเรียเพิ่งออกจากการประชุมบอร์ดบริหารที่ประสบความสำเร็จในโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในมากาติ

ขณะรอรถกันกระสุนที่จอดอยู่หน้าล็อบบี้ เธอยืนอยู่ใต้ร่มที่บอดี้การ์ดกางให้

ทันใดนั้น เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งฝ่าแนวรักษาความปลอดภัยเข้ามา

อายุประมาณ 7 ปี

เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง

ใบหน้าสกปรก

ร่างกายสั่นเพราะความหนาว

ในมือของเธอมีดอกมะลิหลายช่อที่พยายามนำมาขาย

“คุณผู้หญิง… ช่วยซื้อดอกไม้หนูหน่อยค่ะ… เพื่อไปซื้อยารักษาแม่หนู” เด็กน้อยพูดด้วยเสียงสั่น

“ออกไป! คนขอทานไม่มีสิทธิ์เข้ามาในพื้นที่นี้!” หัวหน้ารปภ.ตวาด พร้อมจะผลักเด็กออกไป

“อย่าจับเธอ!”

เสียงเฉียบขาดของวิกตอเรียทำให้ทุกคนหยุดชะงัก

มีบางอย่างในแววตาใสซื่อของเด็กคนนี้ที่บีบหัวใจเธอ

วิกตอเรียหยิบเงินสดจากกระเป๋าหรูของเธอออกมา **2,000,000 รูเปียห์ (ประมาณ 4,400 บาท)**

เธอยื่นให้เด็กโดยไม่ลังเล

“เอานี่ไป กลับบ้านแล้วเอาไปซื้อยารักษาแม่เธอ”

เด็กหญิงรับเงินไว้

แต่ในจังหวะที่มือของเธอสัมผัสเงิน สายตากลับไปสะดุดเข้ากับแหวนบนนิ้วของวิกตอเรีย

ดวงตาเล็กๆ เบิกกว้าง

“คุณผู้หญิง…” เธอพูดเบาๆ พลางชี้ไปที่แหวน

“แม่ของหนูก็มีแหวนแบบเดียวกับอันนั้นเหมือนกัน…”

ในชั่ววินาทีเดียว หัวใจของวิกตอเรียเหมือนหยุดเต้น

ใบหน้าของเธอซีดเผือด

ลมหายใจติดขัด

เพราะเธอรู้สิ่งหนึ่งที่ไม่มีทางที่ใครจะรู้ได้

บนโลกนี้ มีแหวนแบบนั้นเพียงสองวงเท่านั้น

วงหนึ่งอยู่ที่นิ้วของเธอ

และอีกวงหนึ่ง…

เป็นของลูกสาวที่หายไปเมื่อ 14 ปีก่อน

ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ตกกระหน่ำ วิกตอเรียรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบงันลงทันตา เธอคุกเข่าลงบนพื้นซีเมนต์ที่เปียกแฉะโดยไม่สนว่าชุดหรูหราราคาแพงจะเปื้อนโคลน มือที่เคยนิ่งสนิทจับบ่าของเด็กหญิงตัวน้อยไว้แน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวังที่ปนเปไปกับความกลัว

“หนูพูดว่าอะไรนะ…?” เสียงของวิกตอเรียสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แม่ของหนู… มีแหวนแบบนี้เหรอ? ตอนนี้แม่ของหนูอยู่ที่ไหน!”

เด็กน้อยสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในดวงตาของผู้หญิงที่ดูสูงส่งคนนี้ เธอจึงชี้มือไปทางสลัมซอยแคบๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรม “แม่อยู่ที่กระท่อมท้ายซอยค่ะ… แม่ป่วยหนัก ลุกเดินไม่ไหวมาหลายวันแล้ว”

โดยไม่ฟังคำทัดทานของหัวหน้าบอดี้การ์ดหรือเสียงเรียกของเลขาส่วนตัว วิกตอเรียออกวิ่งทันที เธอวิ่งฝ่าสายฝนและโคลนตมเข้าไปในซอยแคบอันมืดมิด โดยมีเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งนำทาง ภาพมหาเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศกำลังวิ่งกระหืดกระหอบในย่านสลัม เป็นภาพที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็น

จนกระทั่งเด็กหญิงหยุดลงที่หน้ากระท่อมสังกะสีเก่าๆ หลังหนึ่ง

วิกตอเรียผลักประตูไม้ที่ผุพังเข้าไป สิ่งแรกที่เธอเห็นในความสลัวคือร่างของหญิงสาวคนหนึ่งนอนซูบผอมอยู่บนเสื่อเก่าๆ ใบหน้าของเธอซีดเซียวและมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่จากไฟไหม้ที่ซีกหน้าด้านหนึ่ง แต่เมื่อหญิงคนนั้นลืมตาขึ้นมาสบตาความมืด… แววตาคู่นั้นคือดวงตาที่วิกตอเรียจำได้แม่นยำ ไม่เคยลืมเลือนตลอด 14 ปี

“เบียทริซ… ลูกแม่…” วิกตอเรียโผเข้ากอดร่างนั้นทันที น้ำตาทะลักออกมาราวกับทำนบพัง

หญิงที่นอนป่วยอยู่เบิกตากว้าง น้ำตาไหลพราก “คุณแม่… คุณแม่จริงๆ ใช่ไหมคะ…”

ที่นิ้วมืออันผอมแห้งของเธอ มีแหวนเพชรแซฟไฟร์ล้อมรูปนกพิราบทองคำสวมอยู่จริงๆ มันเป็นสิ่งเดียวที่เธอรักษาไว้ด้วยชีวิต แม้ในวันที่หิวโหยที่สุดเธอก็ไม่เคยคิดจะขายมัน

เบียทริซในวัย 24 ปี เล่าความจริงทั้งน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อ 14 ปีก่อน เธอไม่ได้ตายในกองเพลิง แต่ถูกแรงระเบิดกระเด็นตกไปในแม่น้ำข้างทาง และได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสูญเสียความทรงจำไปนานหลายปี เธอถูกช่วยไว้โดยชาวบ้านแถบนั้นและเติบโตมาในสลัม จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ความทรงจำของเธอเริ่มกลับมาทีละน้อย เธอจำได้ว่าตัวเองชื่อเบียทริซและมีแม่ที่รักเธอมาก แต่เพราะสภาพร่างกายที่พิการและใบหน้าเสียโฉม ประกอบกับอิทธิพลที่ลึกลับบางอย่างที่คอยขัดขวางไม่ให้เธอเข้าใกล้ตระกูลมอนเตลิบาโน ทำให้เธอต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่

“อิทธิพลลึกลับงั้นเหรอ…?” วิกตอเรียทวนคำ เสียงของเธอเริ่มแปรเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความเย็นเยียบ

“ค่ะ…” เบียทริซพยักหน้าอย่างหวาดกลัว “ทุกครั้งที่หนูพยายามจะไปที่ตึกบริษัท… จะมีคนของ คุณอาเอดูอาร์โด มาขับไล่และขู่ฆ่าหนูกับลูกซ้ำๆ… เขาบอกว่าถ้าหนูยังอยากมีชีวิตอยู่ ห้ามปรากฏตัวให้คุณแม่เห็นเด็ดขาด”

คำสารภาพนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของวิกตอเรีย

ความลับ 14 ปีถูกเปิดโปงในวินาทีนั้น… เอดูอาร์โด น้องเขยที่เธอไว้ใจที่สุด คนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอในวันที่โศกเศร้า แท้จริงแล้วคือผู้บงการอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนั้น! เขาต้องการกำจัดเบียทริซเพื่อไม่ให้มีทายาทสืบทอดมรดก และเมื่อแผนฆ่าไม่สำเร็จ เขาจึงคอยใช้อำนาจปิดปากและกักขังเบียทริซไว้ในความมืดมิด เพื่อที่วันหนึ่งเมื่อวิกตอเรียเป็นอะไรไป อาณาจักรมูลค่าแสนล้านจะตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

วิกตอเรียค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความอ่อนแอของผู้เป็นแม่มลายหายไป สัญชาตญาณของ “นางสิงห์แห่งมอนเตลิบาโน” ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเธอคมกริบและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่สามารถแช่แข็งทุกสิ่ง

เธอกดโทรศัพท์สายตรงถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทันที เสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงด้วยกระแสอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว

“ฉัน วิกตอเรีย มอนเตลิบาโน… ฉันต้องการส่งหลักฐานพยายามฆ่า และสมคบคิดฆาตกรรมโดยเจตนา นำกำลังคนทั้งหมดของคุณไปล้อมที่คฤหาสน์มอนเตลิบาโนเดี๋ยวนี้ จับกุมเอดูอาร์โด… และจำไว้ อย่าให้เขาฆ่าตัวตายเด็ดขาด ฉันต้องการให้มันชดใช้กรรมในคุกอย่างทรมานที่สุด”

วิกตอเรียหันกลับมามองลูกสาวและหลานสาวตัวน้อยของเธอ เธอย่อตัวลงกอดทั้งสองคนไว้แน่นด้วยความอบอุ่นทั้งหมดที่มี

“หมดเวลาของความทุกข์ทรมานแล้วลูกรัก… แม่มารับกลับบ้านของเราแล้ว”

ค่ำคืนนั้น แสงไฟที่คฤหาสน์มอนเตลิบาโนสว่างไสวพร้อมเสียงไซเรนของรถตำรวจที่เข้าจับกุมคนทรยศ ขณะที่กำแพงน้ำแข็งในหัวใจของวิกตอเรียได้ละลายลงจนหมดสิ้น อาณาจักรมอนเตลิบาโนไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความไร้ความปรานีอีกต่อไป แต่จะถูกส่งต่อให้กับทายาทที่แท้จริง—ผู้ที่รอดชีวิตมาจากความมืดมิดด้วยแหวนแห่งความรักของแม่