Posted in

ฉันเรียกเขาว่า “สามี” ในโลกออนไลน์ แต่ในโลกความจริง แค่จะเรียกเขาว่า “พี่” ฉันยังตัวสั่น—ไม่รู้เลยว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา เขาเฝ้ามองตัวตนทั้งสองด้านของฉันมาตลอด

ฉันเรียกเขาว่า “สามี” ในโลกออนไลน์ แต่ในโลกความจริง แค่จะเรียกเขาว่า “พี่” ฉันยังตัวสั่น—ไม่รู้เลยว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา เขาเฝ้ามองตัวตนทั้งสองด้านของฉันมาตลอด

ฉันเคยคิดว่าสิ่งที่น่าอายที่สุดในชีวิต คือการถูกจับได้ว่าทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ฉันเรียกว่า “สามี” ในแชตออนไลน์

แต่ฉันคิดผิด

สิ่งที่น่าอายยิ่งกว่านั้น คือการค้นพบว่า ผู้ชายที่คุณเรียกทุกวันว่า

“สามี”

“ที่รัก”

“เบบี๋”

ในแชต…

กลับเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่ในชีวิตจริง คุณไม่กล้าแม้แต่จะเรียกเขาว่า “พี่”

และสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดก็คือ

เขารู้ทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้ว

“ที่รัก ระหว่างฉันกับน้องสาว ใครสำคัญกว่ากัน?”

ฉันขดตัวอยู่บนเตียงหอพัก กุมโทรศัพท์ไว้ด้วยสองมือ พยายามทำเสียงให้ออดอ้อนมากกว่าปกติ

ถ้าเพื่อนมหาวิทยาลัยเห็นฉันตอนนี้ พวกเขาคงหัวเราะแน่

ที่มหาวิทยาลัย ฉันเป็นคนเงียบ

เวลาทำงานกลุ่มแทบไม่พูด

แต่หลังหน้าจอโทรศัพท์ เมื่อคุยกับ “ด็อกเตอร์บี”

ฉันกลายเป็นอีกคนหนึ่ง

ปลายสายหัวเราะเบา ๆ

เสียงของเขาฟังดูเหนื่อยล้า เหมือนเพิ่งจบเวรยาวที่โรงพยาบาล

แต่แม้ในความเหนื่อยนั้น ก็ยังมีความอ่อนโยนที่ทำให้ใจสงบ

“เธอสำคัญกว่า”

เขาพูด

“แต่เธอก็ยังเป็นน้องสาวของฉัน ฉันต้องดูแลเธอ”

“ฮึ่ม…”

ฉันแกล้งงอน

“คุณเข้าข้างเธอตลอดเลย”

“ฉันจะไม่ทิ้งเธอ”

“สัญญานะ?”

“สัญญา”

หัวใจฉันเต้นแรงทันที

ด็อกเตอร์บีคือแฟนออนไลน์ของฉัน

เราไม่เคยเจอกันจริง ๆ

แต่คุยกันทุกวันมาหกเดือนแล้ว

เขาบอกว่าเป็นศัลยแพทย์หัวใจในโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในจาการ์ตา

เรารู้จักกันครั้งแรกตอนเขาเข้ามาคอมเมนต์นิยายรักสั้น ๆ ที่ฉันเขียนลงอินเทอร์เน็ต

เขาแตกต่างจากคนอื่น

แทนที่จะพิมพ์ว่า

“ต่อค่ะ”

หรือ

“อัปเดตหน่อย”

เขากลับสังเกตรายละเอียดของเรื่อง

ชมบทสนทนาของตัวละคร

และยังถามด้วยว่า

“ทำไมนางเอกถึงกลัวความรักนัก?”

หลังจากนั้น บทสนทนาของเราก็เปลี่ยนเป็นแชต

จากแชตเป็นโทรศัพท์

และสุดท้ายกลายเป็นการโทรคุยกันทุกคืน

ฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาชัด ๆ

บางครั้งเขาเปิดกล้องให้เห็นแค่มือขณะดื่มกาแฟ

นิ้วยาว

เล็บสะอาด

เส้นเลือดบาง ๆ เห็นชัดบนหลังมือ

ครั้งหนึ่งระหว่างวิดีโอคอล ฉันเผลอพูดออกไปว่า

“โอ๊ย มือคุณสวยมากเลย นิ้วที่โค้งนิด ๆ แบบนั้นคือสเปกฉันเลยนะ แค่เห็นก็เขินจนจะตายแล้ว”

เขาเงียบไปหลายวินาที

ก่อนหัวเราะเสียงต่ำ

“จริง ๆ แล้วเธอกำลังทำอะไรกับฉันอยู่กันแน่ มายา?”

คืนนั้นฉันหน้าแดงทั้งคืน

ฉันชื่อ มายา เรเยส

อายุยี่สิบสองปี

นักเขียนสมัครเล่นที่ฝันอยากเป็นนักเขียนนิยาย

และเป็นคนขี้ขลาดตัวจริงในโลกแห่งความจริง

โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นเกี่ยวกับ

เอเดรียน วัลเดซ

พี่ชายของนิคา เพื่อนสนิทของฉัน

เอเดรียนคือฝันร้ายในวัยเด็ก

ตอนเด็กเราเคยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

เล่นด้วยกันบ่อย

ตอนนั้นเขาอ้วน หน้านิ่ง และชอบอมลูกอมตลอดเวลา

วันหนึ่งเขาแย่งลูกอมของฉันไป

แล้ววิ่งหนีพร้อมเรียกฉันว่า

“มันเทศน้อย”

เพราะฉันชอบหลบอยู่หลังแม่

ฉันร้องไห้เป็นชั่วโมง

ตั้งแต่นั้นมา

แค่ได้ยินชื่อเอเดรียน ฉันก็อยากมุดโต๊ะหนี

เพราะแบบนั้นเอง

คืนหนึ่งตอนนิคาโทรมา ฉันแทบทำโทรศัพท์ตกใส่หน้า

“มายา! หอพักน้ำท่วม! พวกเรานอนไม่ได้แล้ว ไปอยู่คอนโดพี่เอเดรียนที่ย่าน SCBD กันเถอะ ได้ไหม? ไปเป็นเพื่อนฉันนะ ฉันกลัวพี่ชายตัวเอง!”

ทั้งตัวฉันแข็งทื่อ

“ไม่ไป”

“มายา!”

เสียงเธอแทบร้องไห้

“ถ้าเธอไม่ไป ฉันต้องอยู่กับพี่คนเดียวเลยนะ! พี่เขาเหมือนผู้อำนวยการโรงเรียนที่ดุตลอดเวลา ฉันจะตายเพราะความกดดันแน่!”

สุดท้าย ฉันก็ยอมตกลง

ก่อนนอน ฉันส่งข้อความหาด็อกเตอร์บี

“ที่รัก อาทิตย์นี้ฉันอาจออนไลน์น้อยลงนะ ฉันจะไปพักที่คอนโดพี่ชายเพื่อนสนิท พี่เขาน่ากลัวมาก”

เขาตอบกลับทันที

“น่ากลัวยังไง?”

“เย็นชา ดุ แล้วก็เป็นปมวัยเด็กของฉัน”

“ปมวัยเด็ก?”

“ตอนเด็กเขาแย่งลูกอมฉัน แล้วเรียกฉันว่ามันเทศน้อย”

คราวนี้เขาเงียบไปนาน

ก่อนตอบกลับว่า

“บางทีตอนนั้นเขาอาจยังเป็นเด็กอยู่ก็ได้”

“ไม่หรอก เขานิสัยไม่ดีมาตั้งแต่เกิด”

ฉันไม่รู้เลยว่า

คนที่กำลังอ่านข้อความเหล่านั้นอยู่ปลายทาง

ก็คือ

เอเดรียน วัลเดซ

นั่นเอง

วันถัดมา ฉันกับนิคายืนอยู่หน้าคอนโดหรูเงียบสงบในย่าน SCBD

นิคากำลังจะกดรหัสประตู

“สบายใจได้ พี่เอเดรียนไม่อยู่ ปกติเขาเข้าเวรวันหยุด”

ประตูเปิดออก

และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น

เสื้อยืดสีขาว

แว่นกรอบทอง

รูปร่างสูง

ไหล่กว้าง

พร้อมแมวสีขาวตัวหนึ่งในอ้อมแขน

ฉันแข็งค้าง

นี่คือเอเดรียนจริงเหรอ?

เด็กอ้วนที่ชอบแย่งลูกอมในอดีต?

เป็นไปไม่ได้

ผู้ชายตรงหน้าดูเหมือนพระเอกซีรีส์เกาหลีมากกว่า

“พี่?”

นิคาเบิกตากว้าง

“ทำไมพี่อยู่บ้าน?”

เอเดรียนไม่ตอบทันที

สายตาของเขามองผ่านนิคา

แล้วหยุดตรงฉัน

เย็นชา

นิ่งสงบ

แต่มีบางอย่างซ่อนอยู่ตรงมุมปาก

มือฉันเย็นเฉียบ

ฉันโค้งตัวแทบเก้าสิบองศา

“สวัสดีค่ะ… พี่เอเดรียน”

บรรยากาศเงียบกริบ

แมวสีขาวกระโดดลงจากอ้อมแขนเขา

แล้วเดินมาถูขาฉัน

แต่ฉันไม่กล้าขยับเลย

“เข้ามา”

เอเดรียนพูดเพียงคำเดียว

แต่ฟังเหมือนคำสั่งของผู้พิพากษา

หลังอาหารเย็น นิคาไปอาบน้ำ

เหลือเพียงฉันกับเอเดรียนในห้องนั่งเล่น

ฉันนั่งกอดหมอนราวกับโล่ป้องกันตัว

ส่วนเขานั่งอ่านวารสารการแพทย์บนแท็บเล็ต

ทันใดนั้นโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้น

ด็อกเตอร์บี

หัวใจฉันแทบหลุดออกจากอก

ฉันรับสายไม่ได้ต่อหน้าเอเดรียน

จึงกดตัดสายแล้วส่งข้อความไป

“เดี๋ยวก่อนนะ ที่รัก ฉันอยู่ห้องนั่งเล่นกับพี่ชายเพื่อนที่น่ากลัวคนนั้น”

ทันใดนั้น

โทรศัพท์ของเอเดรียนที่อยู่อีกฝั่งโซฟาก็ดังขึ้น

เสียงแจ้งเตือนสั้น ๆ

เราสองคนชะงักพร้อมกัน

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

อ่านข้อความ

แล้วมุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น

จากนั้นเขาก็มองมาที่ฉัน

“มายา”

เขาเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบ

เลือดในร่างฉันแทบหยุดไหล

“คะ… คะ?”

เขายกโทรศัพท์ขึ้นเล็กน้อย

บนหน้าจอปรากฏชื่อแชตที่ฉันคุ้นเคยที่สุด

“Maya Summer”

และใต้ชื่อนั้นคือข้อความล่าสุดที่ฉันเพิ่งส่งไป

“เดี๋ยวก่อนนะ ที่รัก ฉันอยู่ห้องนั่งเล่นกับพี่ชายเพื่อนที่น่ากลัวคนนั้น”

อากาศรอบตัวเหมือนหายไปหมด

เอเดรียนยิ้ม

และครั้งนี้…

รอยยิ้มนั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนผู้อำนวยการโรงเรียนคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และซุกซน จนทำให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์ลงไปหลายปี

“แปลกจัง…” เขาวางแท็บเล็ตลง แล้วเอนหลังพิงโซฟา สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ฉัน “ที่รักของผมอยู่ห่างจากผมไม่ถึงสองเมตร แต่ทำไมถึงต้องพิมพ์บอกผมว่าผม ‘น่ากลัว’ ด้วยล่ะ?”

สมองของฉันว่างเปล่าไปชั่วขณะ ราวกับมีใครมาตัดสายไฟในหัวจนดับสนิท

“คุณ… ด็อกเตอร์บี… พี่เอเดรียน…?” ฉันตะกุกตะกัก ความกลัวเปลี่ยนเป็นความอับอายจนแทบจะร้องไห้ “นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกันคะ? ทำไมคุณไม่บอกฉัน!”

“ผมพยายามบอกหลายครั้งแล้ว” เขาตอบพลางลุกขึ้นยืน เดินข้ามพรมหนานุ่มตรงมาหาฉัน ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาสูงตระหง่านจนฉันต้องเงยหน้ามอง “แต่ทุกครั้งที่ผมเกือบจะเฉลย เธอก็จะพูดถึง ‘ไอ้มันเทศน้อย’ หรือบ่นเรื่องเพื่อนสนิทของเธอให้ผมฟัง… ผมสนุกที่ได้ฟังเธอระบาย และสนุกที่ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นคนแบบไหนเวลาอยู่กับผม”

เขาหยุดยืนตรงหน้าฉัน ระยะห่างระหว่างเราทำให้ฉันได้กลิ่นจาง ๆ ของน้ำหอมและกลิ่นสะอาดของโรงพยาบาล

“แล้วเรื่องที่ฉันบอกว่าคุณนิสัยไม่ดีตั้งแต่เด็ก…” ฉันพยายามเถียงแม้เสียงจะสั่น

“นั่นก็จริง” เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของฉัน “แต่ที่ผมแย่งลูกอมเธอในวันนั้น ก็เพราะผมแค่อยากให้เธอหันมาสนใจผมบ้าง… แม้แต่นิดเดียวก็ยังดี”

เขายื่นมือมาหยิบโทรศัพท์จากมือฉันที่สั่นเทา แล้วกดปิดหน้าจอแชทนั้นทิ้ง

“ตอนนี้ไม่ต้องพิมพ์แล้วนะ”

เอเดรียนเลื่อนมือไปแตะหลังมือของฉัน นิ้วที่ยาวและสวยงามเหมือนในวิดีโอคอลไม่มีผิดเพี้ยน เขาค่อย ๆ ถอดแว่นกรอบทองออก ทำให้ดวงตาคู่คมนั้นดูอบอุ่นและเปิดเผยมากขึ้น

“ในเมื่อโลกออนไลน์เธอเรียกฉันว่า ‘สามี’ มาหกเดือนแล้ว…” เขากระซิบพลางใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันอย่างอ่อนโยน “ในโลกความจริง… เรามาเริ่มฝึกหัดหน้าที่ของ ‘สามี’ ให้สมบูรณ์แบบกันดูไหม?”

ฉันนิ่งค้างไป หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความประหม่ารูปแบบใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

เสียงฝีเท้านิคาดังมาจากห้องน้ำ ทำให้นิคาเดินออกมาพร้อมกับถามด้วยความสงสัย

“คุยอะไรกันอยู่เหรอพี่? ทำไมมายาหน้าแดงขนาดนั้น?”

เอเดรียนไม่หันไปมองน้องสาวเลย เขาทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากให้ฉัน พร้อมกับกระซิบเบา ๆ ที่ทำให้ฉันเขินจนตัวแทบระเบิดว่า

“เอาไว้เราค่อยคุยกันต่อ ‘สองคน’ นะ… มายา”

คืนนั้น ในคอนโดที่ย่าน SCBD ฉันไม่ได้เป็นแค่ ‘มันเทศน้อย’ ที่ขี้ขลาดอีกต่อไป แต่ฉันคือผู้หญิงที่เพิ่งค้นพบว่า ‘ด็อกเตอร์บี’ ผู้แสนอบอุ่นในแชท… คือคนเดียวกับคนที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตจริงของฉันไปตลอดกาล