Posted in

ในวันแต่งงานของฉัน เพื่อนสนิทวัยเด็กของเจ้าบ่าวฉีดถังดับเพลิงใส่หน้าฉัน—แต่เมื่อทุกคนบอกว่า “ก็แค่เรื่องล้อเล่น” การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวของฉันก็ทำลายพวกเขาจนไม่เหลืออะไร**

ในวันแต่งงานของฉัน เพื่อนสนิทวัยเด็กของเจ้าบ่าวฉีดถังดับเพลิงใส่หน้าฉัน—แต่เมื่อทุกคนบอกว่า “ก็แค่เรื่องล้อเล่น” การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวของฉันก็ทำลายพวกเขาจนไม่เหลืออะไร**

ตลอดยี่สิบวินาทีเต็ม ๆ

ฉันถูกฉีดผงจากถังดับเพลิงใส่ใบหน้า

ในวันแต่งงานของตัวเอง

เมื่อฉันลืมตาขึ้น

สิ่งที่เห็นมีเพียงหมอกสีขาวปกคลุมไปหมด

ฉันมองไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าของผู้ชายที่กำลังจะกลายเป็นสามีของฉัน

แต่แทนที่จะรีบพาฉันไปโรงพยาบาล

คู่หมั้นของฉันกลับหัวเราะต่อหน้าแขกกว่าสามร้อยคน

“ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ”

เขาพูดพร้อมรอยยิ้มฝืน ๆ

“เจ้าสาวของผมแค่ไม่ค่อยรับมุกตลกเท่าไร”

และในวินาทีนั้นเอง

ฉันถอดแหวนออกจากนิ้ว

เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี…

ที่ฉันเลิกเป็นคนที่ยอมทุกอย่าง

ตั้งแต่เช้า ห้องบอลรูมหรูของโรงแรมห้าดาวในจาการ์ตาก็เต็มไปด้วยดอกไม้

จากด้านนอกห้องเจ้าสาว

ฉันได้ยินเสียงไวโอลินบรรเลง

และเสียงทีมงานจัดงานแต่งเดินกันอย่างวุ่นวาย

ฉันนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่

ขณะที่ช่างแต่งหน้ากำลังเติมลิปสติกขั้นสุดท้าย

ชุดเจ้าสาวทรงเมอร์เมดสีขาวที่ฉันสวมอยู่

เป็นผลจากการเก็บเงินมาหลายเดือน

และตัดเย็บโดยดีไซเนอร์ท้องถิ่น

ฝ่ามือของฉันเย็นเฉียบ

สั่นเล็กน้อย

สี่ปี

สี่ปีนับจากวันที่ฉันได้พบกับ **กาวิน ปราดานา**

ในร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

ที่เราทั้งคู่ทำงานไปด้วย สร้างอนาคตไปด้วย

ฉันอยู่เคียงข้างเขาในวันที่เขายังไม่มีรถ

ในวันที่เรามีเงินพอสั่งพาสต้าเพียงจานเดียวแบ่งกันกิน

ในวันที่เขาอดนอนเตรียมพรีเซนเทชันสำคัญ

และฉันเป็นคนพิมพ์สไลด์ทั้งหมดให้

ขณะที่เขาหลับอยู่บนโซฟา

เพราะอย่างนั้น

เมื่อเขาขอฉันแต่งงาน

ฉันจึงเชื่อว่าวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทที่มีความสุขที่สุดในชีวิต

ทันใดนั้น

ประตูก็เปิดออก

**เบียงก้า มเหนทรา**

เพื่อนสนิทวัยเด็กของกาวิน

เดินเข้ามา

เธอสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวสีแชมเปญ

รองเท้าส้นสูง

ผมหยิกที่จัดแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ

มือข้างหนึ่งถือแก้วเครื่องดื่ม

ส่วนอีกข้างซ่อนไว้ด้านหลัง

“ตื่นเต้นไหม?”

เธอถามผ่านเงาสะท้อนในกระจก

“นิดหน่อย”

ฉันตอบ

ฉันรู้จักเบียงก้ามานานแล้ว

เธอคือผู้หญิงคนแรกที่กาวินมักโทรหาเมื่อมีข่าวดี

และเธอมักได้รับตำแหน่งพิเศษในทุกงานของครอบครัวปราดานา

ครั้งหนึ่งฉันเคยบอกว่า

ฉันไม่สบายใจที่เบียงก้าจะเป็นหัวหน้าเพื่อนเจ้าสาว

กาวินกลับตำหนิฉัน

“เบียงก้าเหมือนน้องสาวของผม”

“อย่าคิดมากเลย”

และฉันก็เลือกที่จะเชื่อ

ตอนนี้

เบียงก้ายิ้มอยู่ด้านหลังฉัน

“มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ สำหรับเจ้าสาวนะ”

เธอพูด

จากนั้นก็หยิบสิ่งที่ซ่อนไว้ออกมา

ถังดับเพลิงสีขาว

ฉันขมวดคิ้ว

“เบียงก้า นั่นอะไรน่ะ?”

เธอไม่ตอบ

แต่ยกหัวฉีดขึ้น

และก่อนที่ฉันจะลุกจากเก้าอี้—

ฟู่ววววววว!!!

ผงสีขาวหนาทึบพุ่งใส่หน้าฉันทันที

“เบียงก้า!”

ฉันกรีดร้อง

ผงพวกนั้นเข้าไปในจมูก

ติดอยู่บนริมฝีปาก

และรู้สึกราวกับเม็ดทรายละเอียดกำลังขูดดวงตาจากด้านใน

ฉันยกมือปิดหน้า

แต่เบียงก้าไม่หยุด

ครั้งหนึ่ง

สองครั้ง

สามครั้ง

ฉันถอยหลังจนชนโต๊ะเครื่องแป้ง

ขวดน้ำหอมตกกระจาย

เก้าอี้ล้ม

กระจกแตกร้าว

“หยุดนะ!”

ฉันไม่รู้ว่ามันกินเวลานานแค่ไหน

จนในที่สุดถังดับเพลิงก็หยุดฉีด

ผู้คนวิ่งเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น?”

“พระเจ้า! เจ้าสาว!”

“รีบเอาน้ำมาเร็ว!”

ฉันคุกเข่าอยู่บนพื้นพร้อมน้ำตาไหล

ฉันลืมตาไม่ได้

ยิ่งพยายามลืม

ก็ยิ่งเจ็บ

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น

ฉันได้ยินเสียงของเบียงก้า

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”

เธอร้องไห้

หรืออาจแกล้งร้องก็ได้

“ฉันคิดว่ามันเป็นสเปรย์หิมะ! ฉันแค่อยากเซอร์ไพรส์! ฉันเจอมันในห้องเก็บของ! ไม่รู้ว่ามันเป็นถังดับเพลิง!”

จากนั้นกาวินก็เข้ามา

“ลาริสซ่า!”

เขาจับแขนฉัน

“ลาริสซ่า มองผมสิ”

“ฉันมองไม่เห็นคุณ”

ฉันตอบ

ฉันคิดว่าเขาจะดุเบียงก้า

คิดว่าเขาจะเรียกรถพยาบาล

คิดว่าเขาจะกอดฉันและบอกว่าความปลอดภัยของฉันสำคัญที่สุด

แต่เขากลับเดินไปหาเบียงก้า

“ทำไมเธอถึงทำแบบนี้?”

เขาถามเบา ๆ

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ กาวิน”

เบียงก้าสะอื้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา

กาวินพูดอย่างใจเย็น

“พอเถอะ อย่าร้องไห้เลย”

ในวินาทีนั้น

บางอย่างในตัวฉันแตกสลาย

เขาเดินกลับมาหาฉัน

“ลาริสซ่า ล้างหน้าก่อนนะ ยังมีช่างแต่งหน้าอยู่ เราแก้ไขได้”

“อะไรนะ?”

“ทุกคนกำลังรออยู่ในบอลรูม มีคู่ค้าของพ่อ ผู้บริหารบริษัท เพื่อนครอบครัว…”

“ฉันยังมองไม่เห็นหน้าคุณเลย กาวิน”

“อาจจะแค่ตกใจ นี่แค่ผงดับเพลิง ไม่ใช่กรด”

“ฉันมองไม่เห็นหน้าคุณ”

และตอนนั้นเอง

ฉันเข้าใจทุกอย่าง

เขาไม่ได้ปกป้องฉัน

เขาไม่ได้เลือกฉัน

ชื่อเสียงของครอบครัว

แขกในงาน

และน้ำตาของเบียงก้า

ล้วนสำคัญกว่าผู้หญิงที่สวมชุดเจ้าสาวอยู่ตรงหน้าเขา

**และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น**

เมื่อฉันเดินเข้าไปในห้องบอลรูมพร้อมประกาศยกเลิกงานแต่งงานต่อหน้าทุกคน

ไม่มีใครรู้เลยว่า

กล้องวงจรปิดในห้องเจ้าสาว

ได้บันทึกทุกอย่างเอาไว้ครบถ้วน

และความจริงที่อยู่ในคลิปนั้น…

กำลังจะทำลายชีวิตของกาวิน เบียงก้า และทุกคนที่เข้าข้างพวกเขา

ฉันก้าวข้ามผ่านควันและผงเคมีที่ยังเกาะอยู่บนเส้นผมและชุดเจ้าสาวที่ครั้งหนึ่งฉันเคยรัก ยืนเผชิญหน้ากับแขกผู้มีเกียรติกว่าสามร้อยคนในห้องบอลรูม เสียงอื้ออึงเงียบกริบลงทันทีที่เห็นสภาพของฉันที่ตาแดงก่ำและใบหน้าขาวโพลนด้วยผงเคมี

กาวินรีบวิ่งตามขึ้นมาบนเวทีพยายามจะคว้าข้อมือฉัน “ลาริสซ่า! เลิกบ้าได้แล้ว! แขกผู้ใหญ่ของพ่อยืนอยู่ตรงนั้น คุณกำลังทำให้ครอบครัวผมอับอายนะ!”

ฉันสะบัดมือเขาออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะแย่งไมโครโฟนจากมือพิธีกรที่กำลังยืนอ้าปากค้าง

“งานแต่งงานในวันนี้… ถูกยกเลิกค่ะ” เสียงของฉันดังฟังชัดสะท้อนไปทั่วห้องโถงหรู “และผู้ชายคนนี้ กาวิน ปราดานา จะไม่มีวันได้เป็นสามีของฉัน”

เสียงฮือฮาดังขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง พ่อของกาวินลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าโกรธจัด ขณะที่เบียงก้าซบหน้าลงกับอกแม่ของเธอ ร้องไห้สะอื้นราวกับเป็นผู้ถูกกระทำ

“ลาริสซ่า! อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่!” กาวินตะคอก เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความโกรธและกลัว “เบียงก้าแค่เล่นตลก! เธอไม่รู้ว่าเป็นถังดับเพลิง ทำไมคุณถึงเป็นคนใจแคบและไม่มีเหตุผลแบบนี้!”

“เรื่องตลกงั้นเหรอ?” ฉันหันไปมองหน้าเขาตรง ๆ “กาวิน… คุณบอกว่าเบียงก้าคิดว่าเป็นสเปรย์หิมะงั้นหรือ?”

ฉันไม่พูดเปล่า แต่หันไปส่งสัญญาณให้ผู้จัดการโรงแรมที่ฉันแอบดึงตัวมาตั้งแต่อยู่ในห้องแต่งตัว พนักงานโรงแรมกดปุ่มสลับสัญญาณหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ยักษ์สามจอบนเวที ซึ่งเดิมทีเตรียมไว้สำหรับเปิดวิดีโอพรีเซนเทชันความรักสี่ปีของเรา

แต่ภาพที่ปรากฏขึ้นกลับเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดมุมสูงในห้องพักฟื้นเจ้าสาว… แบบมีเสียงคมชัด

ในจอภาพ… เบียงก้าไม่ได้หยิบถังดับเพลิงขึ้นมาจากห้องเก็บของอย่างที่เธอโกหก เธอเดินถือมันเข้ามาจากทางเดินด้านนอกอย่างจงใจ บนหน้าจอแสดงภาพเธอหันไปคุยกับเพื่อนสนิทอีกคนก่อนจะเปิดประตูเข้ามาหาฉัน เสียงของเบียงก้าดังสะท้อนผ่านลำโพงของโรงแรมอย่างชัดเจน:

“แกดูนะ วันนี้ฉันจะล้างหน้ายัยบ้านนอกนั่น ให้มันรู้ว่าต่อให้สวมชุดแต่งงานหรูแค่ไหน มันก็ไม่มีวันคู่ควรกับกาวินหรอก วันนี้งานแต่งพังแน่”

จากนั้นภาพในวิดีโอก็ตัดไปตอนที่เธอเปิดประตูเข้ามา แกล้งทำเป็นพูดดี แล้วยกหัวฉีดถังดับเพลิงเล็งตรงที่ใบหน้าของฉันด้วยรอยยิ้มสะใจ ไม่มีแววตาของความตกใจหรือความผิดพลาดใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความตั้งใจที่จะทำลายสายตาและใบหน้าของฉันให้พังพินาศ

ห้องบอลรูมทั้งห้องเงียบสนิทลงราวกับป่าช้า ใบหน้าของพ่อแม่กาวินซีดเผือดเหมือนกระดาษ ส่วนเบียงก้าหยุดร้องไห้ทันที เธอทรุดลงไปนั่งกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อความชั่วร้ายของเธอถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสังคมชั้นสูงของจาการ์ตา

กาวินอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง “ล…ลาริสซ่า… คือ…”

“สี่ปีที่ผ่านมา ฉันยอมคุณทุกอย่างกาวิน ยอมทำงานหนักเพื่อสร้างอนาคตให้คุณ ยอมให้คุณให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนอื่นมากกว่าฉันเพราะคำว่า ‘เพื่อนวัยเด็ก’ แต่ในวินาทีที่ฉันบาดเจ็บ และคุณเลือกที่จะปกป้องคนที่ทำร้ายฉัน… คุณได้สูญเสียฉันไปตลอดกาล”

ฉันถอดแหวนหมั้นราคาแพงโยนลงบนพื้นแทบเท้าของเขา เสียงเหล็กกระทบพื้นหินอ่อนดังคลิกเบา ๆ แต่กลับทรงพลัง

“และอ้อ… เผื่อคุณจะลืมนะกาวิน” ฉันยิ้มเย็น “สไลด์พรีเซนเทชันและโปรเจกต์สัมปทานพันล้านที่บริษัทของคุณเพิ่งชนะการประมูลไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัพย์สินทางปัญญาและระบบหลังบ้านทั้งหมด จดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัทที่ปรึกษาของฉัน… ไม่ใช่ของบริษัทคุณ”

กาวินหน้าซีดทันทีเมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้ “ไม่นะ ลาริสซ่า… คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้!”

“ฉันทำไปแล้วค่ะ” ฉันพูดจบก็หันหลังเดินลงจากเวทีทันที

ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง พายุแห่งความพินาศก็ถล่มเข้าใส่ครอบครัวปราดานาอย่างไม่มีชิ้นดี

  • กาวินและบริษัทของครอบครัว ถูกฉันยื่นโนติสระงับการใช้ระบบและทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด ส่งผลให้โครงการยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเซ็นสัญญากลายเป็นโมฆะ บริษัทคู่ค้าพากันถอนทุนเพราะข่าวฉาวเรื่องความไม่ซื่อสัตย์และการทำร้ายร่างกาย เจ้าหนี้รุมทวงเงินจนบริษัทขยับเข้าใกล้ภาวะล้มละลายภายในเวลาไม่กี่วัน
  • เบียงก้า ถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส (แพทย์ระบุว่ากระจกตาของฉันอักเสบเฉียบพลันและต้องรักษาตัว) คลิปวิดีโอถูกแชร์ว่อนเน็ตจนเธอกลายเป็นบุคคลน่ารังเกียจของสังคม ถูกไล่ออกจากงาน และไม่มีใครในแวดวงสังคมชั้นสูงยอมคบค้าสมาคมด้วยอีกต่อไป
  • พ่อแม่ของกาวิน ที่เคยหยิ่งยโส ต้องแบกหน้ามาคุกเข่าอ้อนวอนฉันที่โรงพยาบาลเพื่อขอให้ถอนฟ้องและขอระบบคืน แต่ฉันให้ระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลไล่พวกเขากลับไปอย่างไม่ใยดี

ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยที่เงียบสงบ ฉันมองดูดวงตาของตัวเองในกระจก แม้จะยังมีรอยแดงและต้องหยอดยาทุกชั่วโมง แต่มันช่างเป็นดวงตาที่สว่างไสวและมองเห็นโลกได้ชัดเจนกว่าสี่ปีที่ผ่านมาเป็นไหน ๆ

โทรศัพท์ของฉันดังขึ้น เป็นข้อความสุดท้ายจากกาวินที่ส่งมาร้องไห้อ้อนวอนอย่างหมดสภาพ: “ลาริสซ่า ผมขอโทษ… พวกเราพังพินาศหมดแล้ว กลับมาหาผมเถอะนะ”

ฉันกดบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขาอย่างถาวร ยิ้มให้ตัวเองในกระจก แล้วนอนพักผ่อนอย่างมีความสุข… พร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีวันยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไป